“ขอบคุณ” ฝูเย่วฟางขอบคุณเบาๆเก็บใส่อกเสื้ออย่างไว อุปกรณ์มิตินางก็เต็มแล้วเหมือนกันแต่ยังเก็บไว้กับตัวได้อยู่ ของพวกนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆราคาของมันแต่ละเม็ดราคาสูงลิ่ว โอสถเยอะถึงเพียงนี้คงกะสร้างกองทัพได้หนึ่งกองเลยกระมัง
“นายหญิงขอรับ”จือเหลียงเข้ามากระซิบเบาๆ
“ว่าอย่างไร?” ซูเจินถามเขา เขามองสบตานางแล้วพยักหน้าไปอีกด้านซูเจินเหลือบมองคนอื่นๆที่ทำการสำรวจและเก็บสมุนไพรเพิ่มเติมให้กับเหลียงจืออยู่แล้วเดินตามไปอีกทาง
ฝูเย่วฟางที่กำลังคุยอยู่กับไห่จินจู สังเกตเห็นทางหางตาก็มองทั้งคู่เดินไปเงียบๆแล้วลอบปลีกตัวเดินตามไป
จือเหลียงนำนายหญิงของตนไปยังอีกด้านที่อยู่คนละฟากมาที่สุดผนังถ้ำมุมหนึ่งที่มีหินก้อนใหญ่สองก้อนวางซ้อนกันอยู่เขาเดินหลบหินก้อนแรก แล้วแทรกตัวตามซอกระหว่างหินทั้งสองก้อนเข้าไป
ซูเจินเห็นเขาสามารถแทรกตัวเข้าไปในช่องเล็กๆได้จึงได้ตามเข้าไปด้วยช่องทางเล็กมาก พอผ่านช่องระหว่างหินทั้งสองก้อน ก็จะเป็นทางลึกเข้าไปด้านในอีกปากทางเข้าเล็กแต่ภายในกลับกว้างพอที่คนคนหนึ่งจะสามารถเดินผ่านเข้าไปได้
จือเหลียงหันมองด้านหลัง เมื่อนายหญิงเดินตามเข้ามาแล้วเขาก็เดินนำต่อไปในความมืด
ซูเจินมีความเชื่อใจให้กับจือเหลียงในระดับสูงนางเดินตามเขาเข้าไปอย่างไม่ลังเลจนกระทั่งเห็นประตูไม้ยังผนังด้านซ้ายที่อยู่ในสุด เป็นประตูไม้เก่าๆทั้งภายในก็มืดมาก
ซูเจินเอาดอกชบาน้ำเงินออกมาดอกหนึ่ง เพื่อใช้แสงของมันในการมองเห็น
ซูเจินเห็นประตูไม้แล้วก็เบิกตากว้างหันดอกชบาน้ำเงินส่องไปรอบๆแล้วก็ตกตะลึงอีกรอบ
นี่มัน...อักขระ?
ผนึก?
ซูเจินหันมองยังคนสนิท เขาส่งยิ้มให้นางกว้างซูเจินกะพริบตาสองทีแล้วยกนิ้วให้
“สมแล้วที่เจ้าเป็นบุตรของเทพแห่งโชคลาภ!”
ช่างเป็นลูกรักของเทพเซียนจริงๆ!ที่ลึกลับเช่นนี้ก็ยังหาเจอ ประตูไม้ดูเก่ามากอีกทั้งอักขระพวกนี้ก็เป็นอักขระโบราณในสมัยเมื่อพันปีก่อนก็ยังถือเป็นของหายากดูอย่างไรก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับบุคคลน่าสงสัยที่ซ่องสุมอาวุธข้างนอกนั่น
ผนึกก็ยังไม่ถูกปลดออกคาดว่าพวกมันก็คงไม่ทันสังเกตเห็นไม่เช่นนั้นคงไม่ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีคนเฝ้า คงบังเอิญเจอที่แห่งนี้แล้วก็เอาของมาไว้โดยไม่รู้ว่ามีที่แห่งนี้ซ่อนอยู่
อักขระโบราณเช่นนี้ มักใช้ในการทำอาวุธขั้นสูงอย่างอาวุธวิญญาณและผู้ที่ใช้ได้ก็เป็นผู้ที่ต้องมีพลังขั้นสูงอย่างน้อยก็ขั้นสีม่วง! ผนึกก็มักจะใช้เพื่อเก็บสมบัติ!
ข้างในต้องมีสมบัติของผู้เยี่ยมยุทธ์หรือจอมเวทสักคนแน่!
โชคดี! ช่างโชคดีจริงๆ!
จือเหลียง เจ้าเป็นตัวนำโชคจริงๆโชคระดับเจ้าไม่ธรรมดาแล้ว นางรู้สึกดีใจเสียยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งมีบ่าวเช่นนี้นางไม่มีทางอับจน!
“มีผู้ใดรู้อีกหรือไม่? เหลียงจือรู้ด้วยหรือ?”
จือเหลียงส่ายหน้า “ไม่ขอรับระหว่างเดินสำรวจข้าทำหยกพกตกแล้วกลิ้งเข้ามาในซอกหินพอตามเข้ามาเก็บก็เจอเส้นทางนี้ พอเดินเข้ามาเรื่อยๆก็เจอประตูนี้แล้วขอรับ”
“...”ซูเจินอ้าปากค้างกับความบังเอิญของจือเหลียง คนอะไรจะบังเอิญได้ขนาดนี้
“แล้วก็นี่ด้วยขอรับนายหญิง” จือเหลียงนำกล่องๆหนึ่งออกมาจากแหวนมิติส่งให้นาง
ซูเจินรับเอามาแล้วพลิกกล่องดูเห็นลงลักษณ์ที่ฝากล่องด้วย นี่ก็เป็นผลึก?แต่ก็เป็นผนึกทั่วไปไม่ได้ซับซ้อนอย่างผนึกในที่นี้ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน ผนึกเช่นนี้นางเปิดได้อยู่แล้วด้วย
“ได้มาจากที่ใด?”
“ที่จริงแล้วตรงที่มีแร่หินกองอยู่มีช่องเล็กๆซ่อนอยู่ด้านในมีกล่องใบนี้วางอยู่ด้วยขอรับ แต่ข้าน้อยเปิดไม่ออกจึงได้เก็บไว้ ว่าจะให้นายหญิงทีหลังพร้อมๆกับบอกสถานที่แห่งนี้แต่นายหญิงบอกว่าจะทำลายถ้ำ ข้าน้อยจึงได้พานายหญิงมาก่อนขอรับ”
เขากะว่าให้ออกไปจากที่นี่กันก่อน แล้วจะหาจังหวะเหมาะๆบอกเรื่องนี้กับนายหญิงแล้วลอบเข้ามาทีหลังแต่นายหญิงบอกว่าต้องทำลายถ้ำ ทั้งยังเสี่ยงจะเจอคนร้ายจึงคิดว่าบอกตอนนี้เลยจะดีกว่า
“ดีมาก” ซูเจินชมจือเหลียงจากใจจริงเขาภักดีมากและที่สำคัญเขายังเก็บของดีให้พ้นหูพ้นตาผู้อื่นเอาไว้ให้นางด้วย
ลงผนึกขนาดนี้น่าจะเป็นของล้ำค่าไม่เบาเลยทีเดียว
“ข้าฝากเจ้าเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน” ซูเจินส่งคืนให้จือเหลียงเขารับมาแล้วเก็บเข้าแหวนมิติดังเดิม
ซูเจินส่องดูที่ผนึกหน้าประตูอีกครั้งผนึกซับซ้อนมากนางเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน พอเอามือแตะเบาๆก็มีพลังบางอย่างแผ่ออกมาต่อต้านไม่น่าจะใช้กำลังเปิดออกได้ นางเองก็มีเวลาไม่มากแล้ว หายไปนานคนอื่นๆก็จะสงสัยเอา
หากจะตัดใจก็ทำไม่ลง ด้านในต้องมีสมบัติอยู่แน่ๆและอาจจะเป็นสมบัติล้ำค่าที่ประเมินไม่ได้ด้วย! อย่างไรนางก็ทำใจทิ้งไม่ลงไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องเปิดผนึกนี่ออกให้ได้
จริงด้วย พี่ชายอย่างไรเล่า เขาอยู่มานานแล้วน่าจะรู้จักผนึกนี่
ซูเจินคิดได้แล้วก็รีบเรียกเจ้าปลาทองน้อยออกมาจากห้วงจิตวิญญาณทันทีเจ้าปลาทองน้อยที่ตอนนี้ไม่น้อยแล้วสะบัดหางไปมาอยู่ต้องหน้าของซูเจินอย่างดีใจที่ได้ออกมาด้านนอกเสียที
ซูเจินหัวเราะเบาๆสองสามทีเวลาไม่นานเจ้าปลาทองน้อยของนางก็ตัวโตเท่าหัวคนแล้ว พอตัวใหญ่ขนาดนี้ก็ชักจะไม่น่ารักแล้ว...
ซูเจินคิดในใจแล้วกระแอมไอเล็กน้อย“เจ้าปลาทองน้อยติดต่อพี่เสวี่ยให้ข้าที”
เทพอสูรเสวียนเสวี่ยอู่เคยบอกเอาไว้ก่อนจากกัน ว่าสามารถใช้เจ้าปลาทองน้อยติดต่อกับเขาได้หากต้องการความช่วยเหลือ
เจ้าปลาทองน้อยพยักหน้าสองที แล้วหลับตาทำท่าเหมือนกำลังติดต่ออยู่สักพักก็มีเสียงดังขึ้นมา
‘ว่าอย่างไรสตรีน้อย’ เป็นเสียงของพี่เสวี่ยไม่ผิดแน่
“พี่เสวี่ยข้าเจออักขระโบราณในถ้ำแห่งหนึ่งแต่ข้าไม่สามารถปลดมันได้ท่านช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่?” ซูเจินรีบเอ่ยเข้าประเด็น
‘จะให้ข้าช่วยปลดมันให้?...คุณชายดื่มนี่หน่อยสิเจ้าคะ...คุณชาย...อิอิ’
ซูเจินขมวดคิ้วฉับเมื่อได้ยินเสียงสตรีดังลอดเข้ามาไม่ใช่เพียงคนเดียวเสียด้วย เดาไม่ยากเลยว่าตอนนี้เทพอสูรตนนั้นอยู่ที่ใด
“เจ้าค่ะ ช่วยข้าหน่อย”
‘ได้ๆเจ้าก็ขว้างปลาน้อยของเจ้าใส่ประตูแรงๆเลยก็แล้วกัน เดี๋ยวก็เปิดได้เองแหละ’
ซูเจินได้ยินแล้วก็คิ้วกระตุกเทพอสูรผู้นี่ทำอะไรมักง่ายอีกแล้ว จะให้นางขว้างเจ้าปลาทองน้อยเนี่ยนะ
“จะได้ผลหรือเจ้าคะ?”
‘แน่นอนสิ เดี๋ยวข้าจะช่วยจากทางนี้เองเรื่องอักขระอะไรนั่นข้าเองก็ไม่ชำนาญบรรดาพี่น้องมีเพียงพี่สองเท่านั้นที่เชี่ยวชาญแต่อักขระของมนุษย์ไม่คณามือข้าหรอก ใช้กำลังก็เปิดได้แล้ว...คุณชายรูปงามจริงๆเจ้าค่ะ...แน่นอนมานั่งตรงนี้มา...’
ซูเจินเลิกคิ้วอีกรอบเมื่อได้ยินเสียงลอดเข้ามาอีกคราวนี้เป็นเสียงผู้ชายอีกคน หรือจะเป็นเฒ่ามาร?
“พี่เสวี่ย นี่ท่านอยู่หอนางโลมหรือเจ้าคะ?”
‘สตรีมนุษย์เอาใจเก่งจริงๆถึงว่าทำไมเทพตนอื่นๆชอบมีเมียมนุษย์นัก’ ซูเจินอยากจะแหมให้ยาวออกนอกโลกแม้แต่เทพก็ยังชอบเที่ยวหอคณิกา แล้วมนุษย์เพศผู้จะไปเหลืออะไร
“ถ้าจะมีพี่สะใภ้ต้องให้น้องเห็นชอบก่อนนะเจ้าคะ”หากคว้าเอานางโลมเป็นเมียนี่จบเลย เทพอสูรผู้สูงส่งตกม้าตายเพราะลุ่มหลงสตรีมนุษย์ที่เป็นหญิงคณิกา…คงตลกดีพิลึก