Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 3 บทที่ 68 ท่านเทพต้นไม้

            ปีศาจกระทิงอ้าปากงับ‘บุปผาแห่งศิลา’ ที่อวี๋จื่ออวี๋ยื่นให้ใบหน้าพลันปรากฏแววตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดราวกับว่าบุปผาแห่งศิลานี้เป็นยาบำรุงชั้นเลิศสำหรับมัน

            ทว่าแท้จริงแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

            หลังจากปีศาจกระทิงกลืนบุปผาแห่งศิลาลงไปร่างกายของมันก็เปล่งแสงสีเหลืองดินเจิดจ้า พร้อมกับเกิดการวิวัฒนาการอันน่าทึ่ง

            “ปึด ปึด...”

            กล้ามเนื้อของปีศาจกระทิงบิดเกร็งขยายใหญ่ขึ้นและแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าร่างกายของมันแปรเปลี่ยนเป็นสีทองดุจโลหะส่วนขนสีดำทั่วร่างก็ลุกชันขึ้นอย่างกะทันหัน

            ส่วนเขาเสี้ยวจันทร์อันเป็นเอกลักษณ์บนศีรษะเปล่งประกายสีขาวบริสุทธิ์ดุจงาช้าง

            “ฮึ่ม!”

            เสียงคำรามกึกก้องสะท้านปฐพีดุจฟ้าผ่าลงกลางพื้น คลื่นพลังงานธาตุดินอันเกรี้ยวกราดแผ่กระจายออกไปโดยรอบ

            ในยามนี้เองเก้าหางที่ปกติแล้วสง่างามและเย่อหยิ่ง พลันเหลือบมองด้วยแววตาเป็นประกายและเผยความระมัดระวังออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            ใช่แล้ว มันคือความระมัดระวัง

            แม้กระทั่งเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูในระดับเดียวกันเก้าหางก็ไม่เคยแสดงอาการเช่นนี้ แต่เมื่อมองไปยังปีศาจกระทิงกลับปรากฏแววตาแห่งความระวังภัยอย่างชัดเจน

            และนั่นก็เป็นเพราะปีศาจกระทิงในตอนนี้ได้ทะลวงขึ้นสู่ระดับแรกเริ่มขั้นสูงสุดแล้ว

            ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งที่อยู่ภายใต้ระดับเหนือธรรมชาติอย่างแท้จริง

            “เจ้านี่ พรสวรรค์ช่างน่ากลัวจริงๆ”

            เมื่อเห็นปีศาจกระทิงที่วิวัฒนาการไปถึงระดับแรกเริ่มขั้นที่เก้าได้ในพริบตาเพียงแค่กินบุปผาแห่งศิลาเท่านั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็ถึงกับตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            พลังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน

            ต้องบอกว่าเจ้าปีศาจกระทิงนี้มีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ

            เพราะการที่สามารถดูดซับพลังของบุปผาแห่งศิลาได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่อสูรกลายพันธุ์ทั่วไปจะทำได้

            ทว่าในตอนนั้นเองอวี๋จื่ออวี๋ก็พลันชะงักงัน

            “นั่นมันเสียงอะไรกัน?”

            เมื่อตั้งใจฟังอวี๋จื่ออวี๋ก็ได้ยินเสียงขาดเป็นห้วงดังแว่วมาในหู

            “ท่าน...เทพ...ต้น...ไม้...”

            “ท่าน...เทพ...ต้น...ไม้...”

            ......

            เสียงเหล่านั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแต่ก็ยังคงฟังดูไม่ค่อยชัดเจนนัก

            คล้ายกับเสียงของเด็กทารกที่เพิ่งเริ่มหัดพูดให้ความรู้สึกที่คลุมเครือ

            “นี่เจ้ากำลังพูดอยู่รึ”

            ครู่หนึ่งอวี๋จื่ออวี๋ก็ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์และหันไปมองปีศาจกระทิงที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที

            “ฮึ่ม!”

            เสียงร้องเต็มไปด้วยความยินดีปีศาจกระทิงสีดำตัวนั้นพยักหน้าอย่างแรง

            “หืม...”

            เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของปีศาจกระทิงอวี๋จื่ออวี๋ก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง

            กระทิงพูดภาษามนุษย์ได้แล้วหรือ?

            หลังจากงุนงงอยู่ครู่หนึ่งความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในใจของอวี๋จื่ออวี๋

            แต่ในขณะนั้นเอง เสียง“ตุ้บ” ก็ดังขึ้นปีศาจกระทิงสีดำที่อยู่ไม่ไกลก็พลันคุกเข่าลงกับพื้นด้วยขาหน้าราวกับลูกแกะที่กำลังขอนม หมอบกราบลงตรงหน้าลำต้นหนาของอวี๋จื่ออวี๋อย่างนอบน้อม

            “ท่าน...เทพ...ต้น...ไม้...ท่าน...เทพ...ต้น...ไม้...”

            เสียงที่ส่งผ่านมาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมและเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีอย่างยิ่ง

            ราวกับว่ามันรู้สึกตื่นเต้นอย่างสุดซึ้งที่อวี๋จื่ออวี๋ตอบรับ

            “เอ่อ...”

            อวี๋จื่ออวี๋ยังคงงุนงงอยู่บ้างไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ในทันที

            แต่เพียงครู่เดียวเสียงของชิงเอ๋อร์ก็ดังมาจากระยะไกล

            “แหม สอนพวกแกมาตั้งนานในที่สุดก็ไม่ทำให้พี่สาวคนนี้ผิดหวังสินะ”

            พูดพลาง ชิงเอ๋อร์ก็ก้าวเดินช้าๆตรงไปยังปีศาจกระทิงสีดำ

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน”

            เมื่อเห็นชิงเอ๋อร์เดินเข้ามาอวี๋จื่ออวี๋ก็ถามขึ้นในทันที

            ชิงเอ๋อร์หัวเราะคิกคักพลางเดินไปหยุดข้างปีศาจกระทิง

            เมื่อเห็นชิงเอ๋อร์ผู้เป็น‘พี่ใหญ่’ ปีศาจกระทิงก็ก้มศีรษะลงแสดงความเคารพอย่างชัดเจน

            “นายท่านสัตว์ป่ากลายพันธุ์ส่วนใหญ่เปิดสติปัญญาแล้วแต่เพราะพวกมันไม่ได้รับการเรียนรู้อย่างเป็นระบบพวกมันจึงเหมือนเด็กทารกที่ไม่รู้อะไรเลยค่ะ”

            ชิงเอ๋อร์พูดพลางเอามือลูบเขาเสี้ยวจันทร์ของปีศาจกระทิงและเสริมต่อว่า

            “ดังนั้น พอมีเวลาว่างบ้างบางครั้งฉันจึงใช้พลังจิตสอนความรู้พื้นฐานที่สุดให้กับพวกมัน”

            “ความรู้พื้นฐานงั้นรึ?”

            “ใช่ค่ะ ความรู้พื้นฐาน... อย่างเช่นนายท่านคือท่านเทพต้นไม้ ผู้ศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งที่สุดส่วนฉันก็คือพี่ใหญ่ของพวกมัน”

            ชิงเอ๋อร์ตบหน้าอกของตนเองใบหน้าพลันปรากฏแววภาคภูมิใจ

            แต่ชิงเอ๋อร์ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเจ้ากระทิงทึ่มที่ดูโง่เขลาตัวนี้จะเป็นตัวแรกที่เรียนรู้การใช้พลังจิตสื่อสารออกมาได้

            เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ชิงเอ๋อร์ก็หันกลับไปมองเก้าหางอีกครั้ง

            และแน่นอน เมื่อเห็นสายตาของชิงเอ๋อร์เก้าหางก็ก้มหน้าลงด้วยความไม่พอใจ กรงเล็บทั้งสองข้างขูดหินอย่างหงุดหงิด

            “เอาเถอะ”

            เมื่อเห็นบรรยากาศประหลาดระหว่างหญิงสาวคนหนึ่งกับสัตว์อสูรสองตัวอวี๋จื่ออวี๋ก็พอจะเข้าใจบ้างแล้ว

            ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดชิงเอ๋อร์คงจะใช้พลังจิตถ่ายทอดข้อมูลพื้นฐานบางอย่างให้เก้าหางและปีศาจกระทิงไปก่อนหน้านี้แล้ว

            ส่วนเรื่องว่าจะเข้าใจหรือไม่หรือแม้แต่จะพูดออกมาได้หรือไม่นั้น

            เมื่อดูจากสีหน้าของเก้าหางอวี๋จื่ออวี๋ก็พอจะเข้าใจ

            ทว่าเรื่องนี้จะตำหนิเก้าหางก็ไม่ถูกนัก

            สำหรับสัตว์ป่ากลายพันธุ์เช่นพวกมันมีเพียงระดับแรกเริ่มขั้นที่เก้าเท่านั้นจึงจะสามารถสัมผัส‘พลังจิต’ ได้

            และหากได้รับการชี้แนะพิเศษพลังจิตก็จะเป็นอุปสรรคที่ยากจะข้ามผ่านสำหรับพวกมันในการทะลวงสู่ระดับเหนือธรรมชาติ

            แต่ตอนนี้เจ้าปีศาจกระทิงตัวนี้ได้ก้าวเข้าสู่ระดับแรกเริ่มขั้นที่เก้าด้วยความช่วยเหลือของบุปผาแห่งศิลาและยังได้รับการชี้แนะจากชิงเอ๋อร์ด้วยจึงไม่แปลกที่มันจะสามารถใช้พลังจิตสื่อสารข้อความบางอย่างออกมาได้ก่อน

            เพียงแต่ตอนนี้ปีศาจกระทิงยังคงพูดไม่ค่อยชัดเจนนัก

            การพูดคุยกับมันจึงไม่ต่างอะไรกับการพูดคุยกับเด็กเล็กวัยสองขวบที่เพิ่งอ้าปากก็เอาแต่เรียก“พ่อ”

            แน่นอนว่าปีศาจกระทิงเรียกเขาตามที่ชิงเอ๋อร์สอน คือคำว่า “ท่านเทพต้นไม้”

            ส่วนเก้าหางที่ในตอนนี้อยู่ระดับแรกเริ่มขั้นที่แปดยังคงยากที่จะสัมผัสพลังจิตได้

            “ท่านเทพต้นไม้หรือ?”

            อวี๋จื่ออวี๋พึมพำกับตัวเองแววตาลึกซึ้งพลันฉายประกายประหลาดใจ

            สำหรับสัตว์ป่ากลายพันธุ์ที่อยู่ภายใต้ร่มการปกป้องของเขาสมญานามว่า ‘ท่านเทพต้นไม้’ นี้ก็นับว่าเหมาะสมกับเขาจริงๆ

            .....

            อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มพลางยกกิ่งก้านขึ้นลูบเขาอีกข้างของปีศาจกระทิงเบาๆและพูดให้กำลังใจว่า

            “จงพยายามให้มากเข้าไว้ข้าตั้งตารอวันที่เราจะได้พูดคุยกันอย่างแท้จริง”

            “ฮึ่ม!”

            เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นอีกครั้งดูเหมือนปีศาจกระทิงจะเข้าใจความหมายของอวี๋จื่ออวี๋ดีสายตาที่มองไปยังร่างหลักของอวี๋จื่ออวี๋ก็เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่ยากจะพรรณนา

            และสายตานั้นก็คล้ายกับสายตาของเหล่าผู้ศรัทธาคลั่งที่มองไปยัง‘พระผู้เป็นเจ้า’ ที่นับถือยิ่งนัก

            .....

            เนิ่นนานผ่านไปปีศาจกระทิงซึ่งได้กลายเป็นจ้าวแห่งดินแดนอันกว้างใหญ่แห่งหนึ่งยืนนิ่งสงบอยู่บนยอดเขาสูง มองไปยังฝูงสัตว์อสูรที่แผ่ขยายออกไปสุดลูกหูลูกตาอดไม่ได้ที่จะหวนรำลึกถึงวันวานที่ล่วงเลยผ่านมา

            ฮ่าฮ่า นั่นคือวันที่งดงามที่สุดในชีวิต

            วันนั้นข้ายังเป็นเพียงอสูรกลายพันธุ์ระดับต่ำ...แต่ท่านเทพต้นไม้ผู้ยิ่งใหญ่ได้มอบกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งร่างกายเหล็กกล้าที่เหนือล้ำกว่าผู้ใดและเขาเสี้ยวจันทร์สีขาวบริสุทธิ์ดุจงาช้างให้แก่ข้าในวันนั้น...

            แน่นอนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ท่านเทพได้เปิดประตูแห่งปัญญาให้แก่ข้า

            “ท่าน...เทพ...ต้น...ไม้...”

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน