จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    ตอนที่ 47 ประตูมิติสู่เผ่าอสูร

    ว่าแต่เจ้าเป็นใครกันทำไมถึงมาอยู่ ณที่แห่งนี้ และด้านหลังประตูนั้นอีกมันคืออะไรกันแน่

    "ข้า กัส คือผู้เฝ้าประตูมิติแห่งนี้ว่าแต่เจ้าเถอะไม่ธรรมดาเลยที่เจ้าสามารถฝ่าภาพลวงตาขั้นสูงของข้ามาได้แถมข้าเองก็ไม่อาจที่จะสัมผัสพลังของเจ้าได้ด้วยเช่นกันตั้งแต่ข้าเฝ้าที่แห่งนี้มาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบันเจ้าคือมนุษย์คนแรกเลยที่สามารถมาถึงที่นี่ได้เจ้าจงภูมิใจสะเถอะเจ้ามนุษย์


    "ส่วนข้ามีนามว่า เซย์รินยินดีที่ได้รู้จัก นะกัส เจ้าพอจะเล่าให้ข้าฟังได้ไหมว่าประตูมิติขนาดยักษ์มันจะพาเราไปยังสถานที่แห่งใดกันถึงขนาดที่เจ้าต้องมาคอยนั่งเฝ้าที่แห่งนี้โดยไม่ไปไหน


                              เจ้าสุนัขสามหัวพรางคุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเหล่าให้เด็กหนุ่มตรงหน้าฟังดีหรือไม่เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะถ้าเกิดอะไรที่ผิดพลาดขึ้นมาอาจจะเกิดเรื่องที่เกินจะรับมือได้ก็เป็นได้

                            กัสเจ้าจะคิดทำไมให้มากความไหนๆข้าก็รู้ถึงการคงอยู่ของเจ้าประตูมิตินี่อยู่แล้วเจ้าก็เพียงแค่บอกกับข้าว่าที่ด้านหลังประตูบานนี้มันจะพาไปที่แห่งใดกันตัวข้าสงสัยยิ่งนัก


    "หืม ก็ได้ข้าจะบอกแก่เจ้าที่ด้านหลังประตูแห่งนี้นั้นมันจะพาฝ่ามิติไปยังดินแดนแห่งหนึ่งภายใต้ในดินแดนแห่งนี้นั้นในสายตาของพวกมันนั้นเห็นมนุษย์เป็นเพียงแค่มดปลวกเท่านั้นนั่นคือดินแดน ของเผ่าอสูร ยังไงล่ะ


    อะไร นะ ดินแดนเผ่าอสูรอย่างงั้น รึหลังจากที่เด็กหนุ่มได้ฟังก็สร้างความตื่นตกใจเป็นอย่างมาก

                          พวกมันนั้นชิงชังพวกมนุษย์เป็นอย่างมากเพราะพวกมนุษย์นั้นชอบฆ่าเหล่าสัตว์อสูรระดับล่างก็เพื่อความแข็งแกร่งของตนเองหรือนำสิ่งของที่ได้นำออกมาประมูลซึ่งนั้นถือเป็นการหยามหน้าพวกมันเป็นอย่างมากเผ่าอสูรนั้นต่างจากพวกสัตว์อสูรธรรมดาตรงที่ว่ามีทั้งสติปัญญาและความรู้สึกนึกคิดและพลังความแข็งแกร่งที่สมน้ำสมเนื้อกับมนุษย์เลยทีเดียวโดยเผ่าอสูรนั้นจะได้เปรียบที่กายภาพซึ่งมีความแข็งแรงทนทานกว่าพวกมนุษย์มากนักและมีนิสัยที่ดุดันป่าเถื่อนอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีจุดเด่นมากกว่าเผ่าอื่นด้วยความแค้นและชิงชังในตัวมนุษย์นั้นภายในดินแดนของเผ่าอสูร์มีนักผจญภัยเป็นจำนวนมากที่ถูกพวกเผ่าอสูรทรมานจนตาย


    หรือแม้แต่ถูกจับไปเป็นทาสก็เช่นเดียวกันแต่ทางฝ่ายมนุษย์เองนั้นก็ไม่ได้ต่างกันเมื่อจับพวกเผ่าอสูรได้ก็ถูกนำมาใช้เป็นแรงงานทาส

    เรื่องประตูมิติที่จะพาข้ามไปยังดินแดนของเผ่าอสูร ช่างเป็นข่าวใหญ่ยิ่งนักหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้เข้าถึงประตูแห่งนี้ละก็คงจะเกิดเหตุการวุ่นวายเป็นแน่

    ว่าแต่กัสทำไมถึงตัวเจ้านั้นได้รับหน้าที่มาเฝ้าที่ประตูแห่งนี้แล้วตัวเจ้านั้นอยู่ฝั่งไหนกันแน่เพราะจากที่ข้าได้สังเกตุนั้นเจ้าหน้าจะเป็นสัตว์อสูรที่มาจากทางเผ่าอสูรสินะ


                            ที่ข้าได้รับหน้าที่ให้มาเฝ้าที่ประตูแห่งนี้เป็นเพราะข้าถูกโดนลงโทษอย่างหนึ่งแต่เป็นเพราะอะไรนั้นตัวข้าจะขอไม่บอกแก่เจ้ามันเป็นเรื่องที่ทำให้ข้านั้นรู้สึกระอายใจเป็นอย่างยิ่ง

    ประตูมิติแห่งนี้นั้นถูกค้นพบโดยเผ่าอสูรของข้าถึงแม้ว่าคนจากเผ่าอสูรโดยส่วนมากนั้นจะรังเกียจและชิงชังในตัวมนุษย์อยู่มากก็ตามแต่ก็มีบางคนที่จะเลือกทำตัวเป็นกลางโดยจะไม่เข้าข้างฝ่ายไหนอย่างเช่นเจ้านายของข้ายังไงล่ะเจ้านายของข้านั้นมองว่าทั้งมนุษย์และเผ่าอสูรของเรานั้นต่างก็มีความชั่วร้ายที่ไม่ต่างกันเลยไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็ย่อมที่จะมีคนดีและคนเลวปะปนกันไปหัวหน้าของข้านั้นมีความปราศนาอย่างหนึ่งอย่างให้โลกแห่งนี้นั้นมีแต่สันติภาพโดยที่จะไม่มีการฆ่าฟันกันอีกความฝันมันก็คือความฝันที่ไม่สามารถที่จะทำให้มันเป็นจริงได้


    "ข้านั้นชอบความคิดของหัวหน้าเจ้ายิ่งนักหากเราจะเดินทางจากแดนมนุษย์ไปยังเผ่สัตว์อสูรโดยที่จะไม่ผ่านประตูมิตินั้นใช้เวลาเดินทางไกลหรือไม่

    "หืม อย่างเร็วสุดคงไม่เกิน 1 ปีก็ถึง กัสผู้ด้วยน้ำเสียงสบายๆ

    "อะไรนะใช้เวลาถึง 1 ปีเลยอย่างงั้นหรือกว่าจะไปถึงเผ่าอสูรของเจ้าแล้วจากแดนมนุษย์ไปยังเผ่ามารล่ะใช้เวลาเท่าไหร่ที่เซย์รินถามนั้นเพราะสักวันหนึ่งจะต้องเดินทางไปที่นั้นเพื่อไปเยี่ยมเยียนพ่อของตนที่เป็นจอมมารอยู่ ณ ที่ แห่งนั้น


    จากที่นี่ไปเผ่ามารอย่างงั้นรึก็คงจะใช้เวลาไม่ต่างกัน

    อะไรนะไกลขนาดนั้นเชียวแต่เขาเป็นพ่อของตนซึ่งเป็นจอมมารเพียงแค่ใช้เวทมิติก็ไปถึงดินแดนแห่งนั้นได้โดยทันทีเห้อ…ตาแก่นั้นจะเก่งเกินไปแล้วถึงเซย์รินจะใช้เวทมิติได้แต่ก็ยังไม่มีความชำนาญถึงขั้นนั้นที่จะสามารถใช้ได้ดังใจจะใช้ทำอะไรก็ได้

    แล้วถ้าหากว่าเราจะเดินทางผ่านเวทมิติล่ะจะใช้เวลาเท่าไหร่


    "เจ้าพูดอะไรของเจ้ากัน สุนัขสามหัวจ้องมองเด็กหนุ่มเหมือนคนโง่ เวทมิตินั้นคนที่จะสามารถใช้ได้ทั้งโลกใบนี้ก็สามารถที่จะนับนิ้วได้และคนที่จะสามารถนำมาใช้ในการเดินทางไกลนั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อยเสียอีกแม้แต่เจ้านายของข้าก็ไม่สามารถที่จะใช้เวทมิตินี้ได้

    อย่างงั้นหรอกรึข้าล่ะสงสัยเจ้าหากเจ้ากลัวคนที่จะข้ามไปข้ามมาระหว่างประตูมิตินี้ทำไมตัวเจ้าไม่ทำลายประตูแห่งนี้เสียเพียงแค่นี้เจ้าก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว


                         เห้อออข้ากับเจ้านายข้านั้นลองแทบจะทุกวิถีทางแล้วไม่ว่าจะเวทที่มีพลังรุนแรงขนาดไหนก็ไม่สามารถที่จะทำลายประตูบานนี้เลยไม่งั้นข้าจะต้องมาเฝ้าอยู่ที่แห่งนี้งั้นหรอ

    "ข้าขอลองได้ไหมเซย์รินถามเจ้าสุนัขตรงหน้าเผือตัวข้านั้นจะสามารถที่จะทำอะไรได้บ้าง

    "เจ้าอยากลองก็ลองเถอะแต่ข้าว่าเจ้านั้นจะสิ้นเปลืองเรี้ยวแรงซะป่าว

    "หากว่าประตูนี้มันถูกทำลายขึ้นมาจริงๆตัวเจ้านั้นจะทำอะไรต่อไปในเมื่อหน้าที่ของเจ้าคือเฝ้าประตูแห่งนี้


    นั้น ซินะข้าอาจจะขอติดตามเจ้าไปด้วยก็ได้เพราะเวลาก็ผ่านมานานแล้วข้าคิดว่าเจ้านายของข้านั้นคงจะสิ้นอายุไขแล้วล่ะ

    อืมก็ดีเหมือนกันเพราะตอนนี้ข้านั้นกำลังต้องการบุคคลที่มีความสามารถอยู่พอดีเมื่อเด็กหนุ่มพูดจบจึงหันไปมองที่ประตูมิติโดยทันที

    ประตูแห่งนี้หากเพียงแค่จะใช้พลังที่รุนแรงโจมตีมันคงจะไม่เป็นผลละซินะงั้นข้าจะลองใช้เวทมิติดูแล้วกันจะลองมันแยกออกจากกันคนระทิศทาง


    พริบตาเดียวเด็กหนุ่มก็สร้างคลื่นมิติที่มีขนาดพอประตูมิติขึ้นมาโดยที่เวทนี้นั้นมันค่อยๆลอยอย่างเชื้องช้าแล้วก็ไปถึงหน้าประตูเมื่อเวทมิตินั้นสัมผัสกับตัวประตูจึงเกิดภาพบิดเบือนขึ้นมา สุดท้ายประตูจึงแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

    สวรรค์เจ้าสามารถทำได้จริงๆเสียด้วยเมื่อกี้นี้เจ้าใช้วิชามารอะไรกันทำไมประตูมันถึงได้แตกกระจายได้ง่ายๆแบบนั้นทำได้อย่างไรกัน

        

    "ข้าก็เพียงแค่ใช้เวทมิติแล้วทำการให้มันแยกออกจากกันก็เท่านั้นประตูนี้มันคือประตูมิติหากข้าเดาไม่ผิดต่อให้เราใช้พลังที่รุนแรงขนาดไหนก็จะไม่สามารถที่จะทำลายมันได้แรงกระแทกต่างๆคงถูกส่งออกไปยังอีกมิติหนึ่งเพราะเหตุนี้เจ้ากับนายของเจ้าจึงไม่มีทางที่จะทำลายประตูมิตินี้ได้ยังไงล่ะ


    ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะนั้นจะสามารถสร้างเวทมิติขึ้นมาได้…

    นับแต่นี้ต่อไปข้าจะขอติดตามเจ้าไม่ซินายท่านคนใหม่ของข้า

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องจงเรียกข้าว่าจอมราชัน ที่คุณอ่าน