“อะไรกัน!”
หยางซวี่ตงที่ล้มลงกับพื้นเบิกตากว้างและมองไปที่ฉินลู่อย่างไม่เชื่อสายตา
“ฉันโดนโจมตีจนล้มลงกับพื้นสองครั้งเลยเหรอ แถมมันยังเป็นแค่แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยที่น่าสมเพชเนี่ยนะเป็นไปได้ยังไงกัน นี่ไม่ใช่เรื่องจริง!”
ดวงตาของหยางซวี่ตงเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที เขายืนขึ้นอีกครั้งตะโกนออกมาและพุ่งเข้าใส่ฉินลู่
“จิตใจของนายมันว้าวุ่นไปหมดแล้ว”ฉินลู่หลบการโจมตีของหยางซวี่ตงได้อย่างง่ายดาย และกล่าวว่า“ในฐานะที่เป็นนักสู้คนหนึ่ง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องควบคุมจิตใจให้สงบการต่อสู้ไม่ใช่แค่การใช้กำลัง แต่ต้องใช้การวิเคราะห์ควบคู่ไปด้วยเมื่อใดที่นายไม่มีสติ ถูกความโกรธเข้ามารบกวน นายก็แพ้แล้ว”
ขณะที่พูด ฉินลู่ก็เหวี่ยงหมัดออกไปโจมตีใส่หน้าอกของหยางซวี่ตงอีกครั้งทำให้เขายืนไม่มั่นคงอีกรอบ และล้มลงกับพื้นทันที
“อู้ว!”
ผลลัพธ์นี้เกินความคาดหมายของทุกคนโดยสิ้นเชิง
หยางซวี่ตงที่ได้อันดับสามของเทควันโดแห่งชาติกลับถูกแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมดาโจมตีจนล้มลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
“สหาย เป็นไงบ้าง รู้สึกมึนๆ หัวไหม”
“ฉัน...ฉัน...ฉันจะฆ่าแก!” หยางซวี่ตงยืนขึ้นอีกครั้งเขาหน้าแดงก่ำ และพุ่งเข้าโจมตีฉินลู่
รองประธานชมรมเทควันโดที่อยู่ด้านล่างเวทียืนถอนหายใจยาวพรืดแล้วพูดว่า “ประธานแพ้แล้ว”
“แพ้แล้ว? ประธานจะแพ้แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยได้ยังไงกัน”สมาชิกชมรมเทควันโดที่อยู่ด้านข้างพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ
รองประธานจ้องไปที่ฉินลู่และหยางซวี่ตงที่อยู่บนเวที พูดออกมานิ่งๆ“เรื่องจริงก็อยู่ตรงหน้าแล้วนี่ไงฝีมือการต่อสู้ของประธานกับหมอคนนั้นต่างกันเกินไปมันเหมือนเป็นความต่างกันของผู้ใหญ่กับเด็ก ประธานเองก็รู้ถึงจุดนี้เหมือนกันเขาถึงได้โกรธขนาดนี้ เขาแค่ยอมรับไม่ได้ว่าเขาฝีมือแย่กว่าคนธรรมดามากขนาดนี้แต่หมอคนนี้เป็นคนธรรมดาจริงๆ เหรอ”
“ตึง!”
อีกหมัดของฉินลู่พุ่งเข้าโจมตีจมูกหยางซวี่ตงจังๆทันใดนั้นเลือดก็สาดกระเซ็นออกมาทันที ช่างเป็นฉากที่น่าอนาถยิ่งนัก
“กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง!”
เขาแค่นหัวเราะอย่างเยือกเย็นสีหน้าที่ยิ้มแย้มของฉินลู่ก็เปลี่ยนไปทันทีพลังเขาก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือออร่าที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกมาเป็นวงกว้างทำให้หยางซวี่ตงที่นอนอยู่บนสังเวียนอดตัวสั่นสะท้านไม่ได้
“นาย...นาย...” หยางซวี่ตงชี้หน้าฉินลู่ แต่ก็พูดไม่ออกเพราะหวาดผวา
แววตาของฉินลู่เย็นชาและราบเรียบราวกับงูหางกระดิ่งที่เมินเฉยต่อชีวิตผู้อื่น
“คนทุกคนต้องจ่ายค่าตอบแทนในสิ่งที่ได้ทำไปค่าตอบแทนนี้มันก็มีทั้งดีและก็มีทั้งแย่เป็นธรรมดา” ฉินลู่พูดอย่างเฉยเมยจ้องไปที่ดวงตาของหยางซวี่ตงและพูดว่า“ถ้าวันนี้คนที่ถูกนายบังคับให้ขึ้นสังเวียนไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคนธรรมดาตอนนี้สภาพเขาก็คงจะน่าอนาถยิ่งนัก”
“แล้ว...แล้วยังไงล่ะมายั่วยุหยางซวี่ตงก็ต้องเจอดี” หยางซวี่ตงพูดอย่างดื้อรั้น
ฉินลู่หรี่ตาลง “แกคิดว่าแกเป็นใครเป็นพระเจ้าที่ควบคุมชีวิตและความตายของคนอื่นได้งั้นเหรอ ใครให้สิทธิ์นั้นกับแกแกถึงมาช่วงชิงร่างกายของผู้อื่นได้ตามอำเภอใจ อย่าเอาการต่อสู้มาบังหน้าแกกำลังทำผิดกฎหมาย ดังนั้นแกก็สมควรโดนลงโทษ”
“โดนลงโทษ?” หยางซวี่ตงราวกับได้ฟังเรื่องที่ตลกที่สุดในโลกเขาจึงหัวเราะออกมาเสียงดัง “ใครจะลงโทษ ใครกล้าลงโทษฉัน ใครกล้าลงโทษตระกูลหยางแกเหรอ แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยผู้ต่ำต้อยเนี่ยนะแกรู้ไหมว่าฉันแค่โทรศัพท์กริ๊งเดียวก็สามารถทำให้แกหายไปจากโลกได้เหมือนก่อนหน้านี้ไม่เคยมีตัวตนอยู่เลยนะ”
แววตาของฉินลู่เย็นชาลงเรื่อยๆ“ที่แท้แกก็ไม่เพียงแต่จะช่วงชิงร่างกายของผู้อื่นแต่ยังต้องการพรากชีวิตของผู้อื่นด้วย แกนี่บาปหนาสมควรตายจริงๆ”
“บาปหนาสมควรตาย ใช่!ฉันมันคนบาปหนาสมควรตาย แต่ถามหน่อยว่าใครจะมาจัดการกับบาปที่ฉันทำได้หรือว่าเป็นแกเหรอ แพทย์ประจำมหาวิทยาลัยผู้ต่ำต้อย”
ฉินลู่พยักหน้าและพูดว่า “ฉันก็ได้นะ”
เมื่อพูดเช่นนั้นฉินลู่ก็หิ้วหยางซวี่ตงขึ้นมา
“แก...แกจะทำอะไร” หยางซวี่ตงพูดพร้อมกับเบิกตากว้าง
“ฉันจะ...ลงโทษแกไงขอคิดดอกเบี้ยก่อนก็แล้วกัน” ฉินลู่แสยะยิ้มมุมปาก และปล่อยหมัดเสยคางหยางซวี่ตงอย่างไร้ความปรานี
“อุก...”
ตามมาด้วยเสียงร้องแปลกๆ หยางซวี่ตงล้มลงบนพื้นเลือดก็เริ่มไหลออกจากหูและปากของเขา
ฉินลู่เหยียบไปที่ใบหน้าของหยางซวี่ตงและพูดว่า“แกยังไม่หมดสติอีกเหรอ ถ้าอย่างนั้นตามกฎที่แกตั้งไว้ ตอนนี้การต่อสู้ยังไม่จบดังนั้นมันก็ควรจะดำเนินต่อไปสิถึงจะถูก ช่างน่าขำนัก ทุเรศจริงๆ”
“หยุดนะ!”
รองประธานที่อยู่ด้านล่างเวทีรีบวิ่งขึ้นไปบนสังเวียน และพูดกับฉินลู่“เกมนี้จบแล้ว คุณชนะแล้ว หยุดได้แล้ว”
ฉินลู่หันไปมองรองประธานแล้วพูดว่า“ถ้าตอนนี้คนที่นอนอยู่บนพื้นคือฉัน เขาจะหยุดไหม”
รองประธานพูด “ประธานเป็นใคร แล้วคุณเป็นใครกล้ามาเทียบกับประธานได้ยังไง”
"นี่เป็นการแบ่งชนชั้นที่น่าขันจริงๆ”ฉินลู่จ้องไปที่ดวงตาของรองประธาน และพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ“ฉันเป็นคนที่สามารถตัดสินความเป็นความตายของเขาได้”
เมื่อสิ้นเสียง ฉินลู่ก็ยกขาขวาขึ้นและเหยียบไปที่ข้อศอกซ้ายของหยางซวี่ตง
“อย่า!” รองประธานห้ามเขาไม่ทัน
ได้ยินเพียงเสียงกระดูกร้าวดัง “กร๊อบ” อย่างน่าขนลุก หยางซวี่ตงก็เริ่มกรีดร้องออกมาอย่างน่าเวทนา
“คุณ...คุณ...คุณบ้าไปแล้ว!” รองประธานพูดด้วยความหวาดกลัว “คุณรู้ไหมว่าเขาเป็นใครคุณรู้ไหมเนี่ยว่าเขาเป็นใครน่ะ!”
“ใครล่ะ” ฉินลู่ส่ายหัวและพูดว่า “มันก็แค่ลูกแกะที่ถูกฆ่าเท่านั้น”
“อ๊าก...อ๊าก...อ๊าก...” หยางซวี่ตงร้องคร่ำครวญ “ฉินลู่! แกต้องตาย! แกต้องตายทั้งตระกูล!”
“งั้นเหรอ งั้นฉันจะตั้งตารอนะ” ฉินลู่ยิ้มมุมปากและเหยียบลงไปอีกครั้งอย่างไร้ซึ่งความลังเล!
“กร๊อบ!”
“อ๊ากๆๆ ...”
แขนอีกข้างของเขาก็ใช้การไม่ได้แล้ว
ผู้ชมที่มารอดูความสนุกต่างก็อึ้งกันไปหมด พวกเขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าเรื่องมันจะมาถึงขนาดนี้
“พระ...พระเจ้า...นี่ฉันดูอะไรเนี่ย”
“ฉันขนลุกไปหมดแล้ว พวกคุณได้ยินเสียงกระดูกแตกไหม”
“ได้ยินกันหมดนั่นแหละ ดังขนาดนั้นใครจะไม่ได้ยินล่ะ”
“พวกนายดูสิ แขนของหยางซวี่ตงผิดรูปหมดแล้ว”
“น่ากลัวจัง น่ากลัวเกินไป คนนั้นเขาเป็นแพทย์ประจำมหาวิทยาลัยของเราจริงๆเหรอ”
“ฉันรู้สึกว่าจะต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นมหาวิทยาลัยหวาชิงของเรากำลังจะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว....”
“ต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่นอนหยางซวี่ตงเป็นทายาทเพียงคนเดียวของบริษัทหยางกรุ๊ป ถูกทุบตีจนเป็นเช่นนี้ เมืองจิงเฉิงพังแน่...”
“หมอคนนี้ต้องตายแน่ๆ ตอนนี้เราก็ควรหนีเหมือนกันเราจะได้ไม่โดนร่างแหไปด้วย!”
“ใช่ๆๆ เราควรไปเดี๋ยวนี้เลย”
ผู้ชมที่ขี้กลัวบางคนรีบวิ่งออกจากชมรมเทควันโดไปแต่ผู้คนจำนวนมากยังคงอยู่ที่นี่ และอยากดูฉากต่อไป
เซี่ยหลิงที่อยู่หน้าสังเวียนหน้าซีดเผือด เธอตะโกนใส่ฉินลู่ “ฉินลู่! รีบหยุดได้แล้ว!หยางซวี่ตงเป็นคุณชายของบริษัทหยางกรุ๊ปนะ ถ้านายทำร้ายเขาต่อ จะถูกแก้แค้นเอาได้นะ”
“แก้แค้น?”
ฉินลู่หัวเราะเยาะ ยกเท้าขึ้น และใช้แรงเหยียบลงไปที่เข่าซ้ายของหยางซวี่ตงที่กำลังกรีดร้องอย่างน่าเวทนา
“ฉันจะตั้งตารอนะ...”