บริษัท ดีเอ็มกรุ๊ป (DM Group) ธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้างและปิโตรเคมี ทั้งนี้ยังคงพ่วงธุรกิจรับเหมาเขียนแบบแปลนโครงสร้างและออกแบบ Plant ให้กับโรงงานไฟฟ้า โรงงานแปรรูปแก๊สและน้ำมันทั้งของภาครัฐและเอกชน มีรองประธานบริษัทคือ ตงเยว่ ที่ปีนี้อายุจะ 30 ปีแล้ว
ตงเยว่เป็ลูกชายคนเดียวของตงิและตงเหม่ย ที่พึ่งเรียนจบจากนอกมาได้ไม่นาน แต่ก็ต้องมารับตำแหน่งสานต่อธุรกิจของผู้เป็พ่ออย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก
“พี่เยว่ พอดีลูกค้าติดต่อมาให้ทางเราแก้แบบของตัวหอแฟลร์ (Flare tower) หน่อยครับ” เสียงะโจากรุ่นน้องดังขึ้น เมื่อตงเยว่ถือแฟ้มเอกสารเดินออกจากห้องประชุม
“ลูกค้าเ้าไหน?” ตงเยว่ถามกลับอย่างสงสัย
“ดีแอลกรุ๊ป (DL Group) ครับ” รุ่นน้องตอบ
“เอาแบบนี้ละกัน เดี๋ยวติดต่อไปขอข้อมูลที่จะให้แก้ไขแบบแปลนมา” ตงเยว่พูดแล้วเดินไปถึงหน้าห้องทำงานตัวเอง
“ครับรุ่นพี่” รุ่นน้องขานรับเสียงดังตามหลังให้ตงเยว่ได้ยิน
“พี่เยว่ รุ่นพี่ตงเยว่รอก่อนครับ” เด็กหนุ่มอีกคนเรียกตงเยว่ พร้อมกับวิ่งเหยาะๆ มาหยุดข้างๆ ตงเยว่
“ว่าไง?” ตงเยว่ถาม
“มีข่าวหวังกรุ๊ปมาบอกครับ” เสียงเด็กหนุ่มอีกคนดังขึ้นจากด้านหลังของตงเยว่
“หวังกรุ๊ปงั้นเหรอ?” ตงเยว่เอ่ยเบาๆ แล้วหันไปหาเ้าของเสียง
“ใช่ครับ หวังกรุ๊ป (Wang Group) บริษัทั์ใหญ่ที่ผลิตเม็ดพลาสติกส่งออก เพื่อทำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพลาสติกรายใหญ่ของประเทศกำลังจะจัดการประมูลครับ”
“จัดการประมูลอะไร?” ตงเยว่เอ่ยถาม
“หวังกรุ๊ป จะจัดการประมูลเพื่อหาผู้รับเหมา เข้าร่วมทำงานก่อสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกแห่งใหม่ครับ” เสียงรุ่นน้องอีกคนตอบ
“ดีเลยโปรเจกต์นี้เราต้องคว้ามาให้ได้ เอาล่ะพรุ่งนี้ไปหาข้อมูลเอกสารมาให้มากที่สุด วันนี้ทุกคนไม่ต้องทำโอที กลับบ้านพักผ่อนได้พรุ่งนี้เรามีงานใหญ่รออยู่ ทุกคนกลับได้” ตงเยว่พูดแล้วหันไปะโบอกรุ่นน้องและพนักงานทุกคน
“จริงเหรอครับ?” เสียงะโถามแสดงความดีใจกับการที่ไม่ต้องทำโอทีหลังขดหลังแข็งอีก
“พี่เยว่ งั้นคืนนี้เราไปปาร์ตี้กันไหมครับ?” เด็กหนุ่มรุ่นน้องถามตงเยว่ขึ้น
“เอาสิ พี่ก็ไม่ได้ปาร์ตี้นานแล้วหวังว่าคืนนี้คงจะเป็ปาร์ตี้สุดเหวี่ยงนะ?” ตงเยว่พูดแล้วยิ้มออกมาอย่างถูกอกถูกใจ
“แล้วว่าแต่เราไปที่ไหนดีครับ ที่เดิมไหม?” รุ่นน้องถามขึ้น
“ก็ต้อง ดาวน์ทาวน์ (Down Town) อยู่แล้ว เอาล่ะ เจอกัน 2 ทุ่ม คืนนี้ทุกคน” ตงเยว่พูดจบก็เดินเปิดประตูเข้าห้องไปพร้อมกับเอกสารกองโต ที่ตัวเองต้องเคลียร์ก่อนไปปาร์ตี้ตามที่นัดกับรุ่นน้องไว้
เวลา 20:00 น.
ณ Down Town
ไนต์คลับสุดหรูย่านดังใจกลางเมือง กับผู้มาเยือนที่เป็ลูกค้าประจำอย่าง ตงเยว่ ที่ถือว่าเป็ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ไม่สิต้องบอกว่าหน้าตาสะสวยซะมากกว่า รูปร่างสูงบาง สมส่วนค่อนไปทางผอม เข้ากับชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวพับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอกอย่างไม่ตั้งใจ คอเสื้อปลดกระดุมสองเม็ดแรกให้เป็อิสระเผยให้เห็นเนื้อส่วนหน้าอกอย่างน่าหลงใหล สวมกางเกงสแล็กส์เข้ารูปพอดีตัวสีดำ ปล่อยชายเสื้อเชิ้ตข้างหนึ่งจนมองได้ว่าดูดีทุกสัดส่วน
ไฝเม็ดเล็กที่มุมปากล่างซ้ายดูมีเสน่ห์ที่เป็เอกลักษณ์พร้อมกลับดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ก้าวเท้าลงจากรถสปอร์ตคันหรูเดินตรงผ่านประตูไนต์คลับ เข้าไปสู่ Down Town โลกแห่งแสงสีเสียงอย่างเต็มรูปแบบ
ใครจะรู้ว่าผู้ที่มาเยือนในค่ำคืนนี้อย่างตงเยว่ จะสนุกสุดเหวี่ยงจนลืมไปว่าตัวเองกับรุ่นน้องกระดกเหล้าเพียวๆ ไปคนละหลายลิตรจนนับไม่ถ้วน
“พี่เยว่ลองชาไหม?” รุ่นน้องในกลุ่มถามตงเยว่
“ปาร์ตี้ในผับอะไรจะมาดื่มชา” ตงเยว่พูดขึ้น
“พี่ต้องลองชานี้ก่อน ชานี้มีนามว่า ชาลองไอแลนด์ เลยนะพี่ รับรองติดใจแน่” รุ่นน้องอีกคนพูดเสริมขึ้น
“พวกนายอย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ชาที่พวกนายหมายถึงก็คือเหล้า รออะไรจัดมาสิ” ตงเยว่พูดจบก็ยกมือขึ้นเรียกพนักงานให้เอาชาลองไอแลนด์มาเสิร์ฟ
“100 แก้ว วันนี้พี่เลี้ยง!!!” ตงเยว่พูดจบก็กระดกชาลองไอแลนด์รวดเดียวหมดไปหนึ่งแก้วเป็การเปิดงาน
หลังจากตงเยว่กระดกชาลองไอแลนด์ไปหลายต่อหลายแก้ว ร่างกายก็เริ่มทรงตัวไม่อยู่ เซถอยหลังไปชนคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ทำเอาแก้วไวน์ในมือของเขา ถูกชนจนหกโดนเสื้อตัวเองและตงเยว่เลอะไปตามๆ กัน
“เอ่อ ขอโทษครับพอดีผมไม่ทันระวัง คุณเป็อะไรรึเปล่า?” ตงเยว่หันไปถาม
“...” แต่อีกคนที่ก้มลงมาชุดที่เปื้อนไวน์ของตัวเองโดยไม่ตอบอะไร
“คุณเป็อะไรมากรึเปล่า?” ตงเยว่ถามอีก
“...” ไม่ทันที่ตงเยว่จะถามต่อ อีกคนก็เมินตงเยว่แล้วเดินตรงไปห้องน้ำ ทำให้ตงเยว่ต้องมองตามอย่างสงสัย
“พี่เยว่เป็อะไรไหมครับ?” รุ่นน้องในกลุ่มถามตงเยว่
“ไม่เป็ไร พี่ไม่เป็ไรพวกนายกินไปก่อนนะ พี่ไปดูเขาก่อน ถ้าจะกลับก็ลงบิลพี่ไว้เลยเดี๋ยวจัดการให้”
“เดี๋ยวๆๆๆ นายเจอเหยื่อแล้วใช่ไหม?” ตงเยว่พูดแล้วกำลังจะหันหลังเดินไปดูอีกคน ที่ตัวเองทำไวน์หกใส่ แต่ถูกเพื่อนในกลุ่มดึงไว้แล้วถามขึ้น
“อย่าทำเป็รู้ดี ดูแลพวกเด็กๆ ด้วย” ตงเยว่พูดแล้วส่งยิ้มเ้าเล่ห์ให้กับเพื่อนในกลุ่มที่ดึงแขนตัวเองไว้อย่างรู้กัน
“จนได้นะนาย เบาได้เบานะเพื่อน” ตงเยว่เมื่อได้ยินเพื่อนเตือนก็ยิ้มแล้วเดินตรงไปห้องน้ำทันที
“คุณเป็อะไรรึเปล่าครับ?” ตงเยว่ถามขึ้น เมื่อเห็นอีกฝ่ายที่ตัวเองทำไวน์หกใส่ กำลังล้างเนื้อล้างตัวอยู่หน้าอ่างล้างมือ
“...” แต่อีกคนก็ยังไม่ตอบตงเยว่อยู่ดี
“คุณได้ยินที่ผมพูดไหม?” ตงเยว่ถามขึ้นอีกรอบ แต่รอบนี้ขยับเข้าไปพูดใกล้ๆ
“ไม่เป็ไร” อีกคนเมื่อเห็นตงเยว่แสดงท่าทีแบบนั้นก็พูดขึ้นแบบไม่สบตา
ตงเยว่ที่มองอีกคนในระยะใกล้ก็ถึงกับเริ่มมีความสนใจในตัวอีกฝ่ายทันที พลางคิดในใจว่า หู ตา จมูก ปาก ดูดีใช้ได้ ไม่สิถึงขั้นหล่อเหลาเอาการเลยล่ะ แต่ขี้วีนไปหน่อย เ็าไปนิด โดยรวมแล้วน่าสนใจดีนะ
ตงเยว่เผยยิ้มมุมปากในความคิดของตัวเอง และมองอีกฝ่ายไม่วางตา เมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตากับตงเยว่ตรงๆ ก็จ้องกลับไม่กี่นาทีก็ถามขึ้น
“สนใจเหรอ?” อีกคนถาม
“ก็น่าสนใจอยู่นะ” ตงเยว่ตอบกลับพร้อมจ้องมองเข้าไปในแววตาของอีกฝ่าย
“...”
“แล้วคุณล่ะ สนไหม?” ตงเยว่ถามกลับ
“...” แต่อีกคนเอาแต่จ้องหน้าไม่ยอมตอบพลางพิจารณาตงเยว่ั้แ่หัวจรดเท้า
“หึหึ” ตงเยว่ขำออกมาเบาๆ กับท่าทางที่อีกฝ่ายมองตัวเองอย่างพิจารณา
“ขำอะไร?” อีกคนถามขึ้นพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ
“เปล่าครับ ผมแค่คิดว่าคุณน่าสนใจดี” ตงเยว่เป็พวกที่ชอบคนที่เ็าใส่ตัวเอง เพราะเ้าตัวคิดว่ามันท้าทายดี
“...”
“ให้ผมรับผิดชอบอะไรไหม?”
“...” ตงเยว่ถามขึ้นเมื่ออีกคนหันไปก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดชุดตัวเองโดยไม่ตอบอะไร
“คุณนี่ใจร้ายจังนะ” ตงเยว่เอนตัวพิงผนังยกมือขึ้นกอดอกแล้วเอ่ยออกมา
“ยังไง?” อีกคนเมื่อได้ยินก็เงยหน้ามองตงเยว่แล้วถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ก็คนเขาอุตส่าห์ถามก็ยังไม่ตอบ...” ตงเยว่ตอบคำถามเมื่ออีกฝ่ายถามขึ้น
“ไม่อยากตอบ” อีกคนกลับไปก้มๆ เงยๆ มองชุดตัวเองแล้วตอบกลับ
“ว่าแต่ว่า คุณชื่ออะไรเหรอ?” ตงเยว่ตัดสินใจพูดประโยคที่ตัวเองเคยแต่ถูกคนอื่นถาม ถามกลับอีกฝ่ายไป
“...” อีกคนเงียบไม่ตอบ
“มาเที่ยวกับใครเหรอครับ?” ตงเยว่ถามขึ้นอีก
“...” แต่อีกคนก็ยังคงไม่ตอบคำถาม
“น่าเสียดายจัง” ตงเยว่แกล้งพูดแล้วถอนหายใจจนอีกคนหันมามอง
“เสียดายอะไร?” อีกคนถามกลับ
“ก็ผมถามชื่อคุณก็ไม่บอก”
“...”
“ถามว่าเป็อะไรไหมคุณก็ไม่ตอบ”
“...”
“ถามอะไรคุณก็ไม่ตอบ แล้วแบบนี้จะให้รับผิดชอบยังไงเหรอครับ?” ตงเยว่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วถามขึ้น
“มาแผนนี้เหรอ?” อีกคนถามกลับเมื่อจ้องตากับตงเยว่ได้ครู่หนึ่ง
“คุณคิดว่าไงล่ะ?” ตงเยว่ตอบเสียงเชิงท้าทายอีกฝ่ายแล้วเผยยิ้มมุมปาก
“ไปกันต่อไหมล่ะ?” อีกคนหันหน้าเผชิญกับตงเยว่แล้วถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
ตงเยว่เมื่อได้ยินอีกคนพูดประโยคนี้ก็นิ่งไปสักครู่ แล้วเผยยิ้มจางๆ ออกมา คนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันยังไม่ถึง 30 นาที ถามตงเยว่ว่าไปต่อกับเขาไหมงั้นเหรอ น่าสนใจดี น่าสนใจจริงๆ
“ที่ไหนดี ผมตามใจคุณ” ตงเยว่พูดจบก็เผยยิ้มส่งให้อีกฝ่ายอย่างพอใจ
“...”
“หรือว่าคุณชอบอะไรที่มันน่าตื่นเต้นแบบที่นี่...”
Down Town 520 Room
ณ ห้องพักสุดหรูสไตล์ยุโรปของไนต์คลับที่ครบวงจร ภายในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหรากับเตียงกว้างที่ตอนนี้สองร่างกำลังคลอเคลียกันไม่ห่าง
“อ๊ะ!” เสียงครางหวานของตงเยว่ร้องออกมาเบาๆ เมื่ออีกฝ่ายเลื่อนมือแตะไปโดนจุดแข็งขืน่ล่าง ทั้งที่ััยังคงถูกกั้นด้วยกางเกงถึงสองชั้น แต่ตงเยว่ก็รับรู้ได้ถึงความเสียวซ่านจากการเล้าโลมอย่างแ่เบา
“มือไวเกินไปนะครับ อ๊า” ตงเยว่พูดขึ้นแล้วครางเสียงหวานออกมา
“รีบทำรีบจบ” อีกคนพูดทั้งที่มือยังคงเลื่อนวนไปวนมาที่จุดเดิม
“รีบเหรอครับ?” ตงเยว่ถามอีกฝ่ายอย่างใจเย็น
“เสร็จแล้วก็จบ” อีกฝ่ายบอกด้วยเสียงต่ำ จากนั้นมือก็เลื่อนขึ้นปลดกระดุมกางเกงของตงเยว่
“งั้นเหรอ?” ตงเยว่เอ่ยแล้วมองอีกคนอย่างท้าทาย
“…” อีกคนเอาแต่มองหน้าตงเยว่ โดยไม่พูดอะไร
“One Night Stand สินะ?” ตงเยว่เอ่ยขึ้นเบาๆ แล้วเผยยิ้มออกมา
“ยิ้มอะไร?” คนที่ปลดกระดุมกางเกงสำเร็จเงยหน้ามองหน้าตงเยว่แล้วถามขึ้น
“จะจบแล้วจากเลยจริงรึเปล่านะ?” ตงเยว่พูดน้ำเสียงเชิงท้าทายอีกฝ่าย
“...”
“คนแบบคุณผมเจอมาเยอะแล้ว...” ตงเยว่พูดพร้อมกับเลื่อนมือไปลูบที่ไหล่อีกคนช้าๆ
“…”
“คำว่าจบไม่มีอยู่จริง” ตงเยว่ค่อยๆ เอี้ยวตัวลุกขึ้นนั่งแล้วโน้มไปกระซิบข้างหูอีกคนน้ำเสียงซุกซน จนอีกฝ่ายจ้องมองหน้าตงเยว่ด้วยแววตาดุดัน
ดวงตาสีเข้มของคนที่ถูกตงเยว่แหย่ จ้องมองอีกคนไม่วางตา แต่กลับเผลอจ้องเข้าไปในส่วนลึกของแววตาตงเยว่ที่ตอนนี้กำลังสะท้อนภาพของตัวเองอย่างเห็นได้ชัด
“ผ่านคืนนี้ไปก็แยกย้าย” ร่างสูงยิ้มมุมปากออกมาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า ดวงตาฉายแววเย้ยตงเยว่ ราวกับว่าที่ตัวเองพูดนั้นจะต้องเป็จริง เพราะที่ผ่านมาก็เป็เช่นนั้น
แต่นั่นมันยิ่งทำให้คนอย่างตงเยว่ตื่นเต้นจากคำพูดประโยคนั้น ไม่นานมือของตงเยว่เลื่อนไปปลดเข็มขัดของอีกฝ่ายออก แล้วนอนลงอ้าแขนเป็เชิงบอกว่าพร้อมแล้ว
“อย่าลืมจำหน้าผมไว้นะ เพราะค่ำคืนนี้ผมจะทำให้คุณลืมไม่ลง” สิ้นเสียงพูดของตงเยว่ อีกฝ่ายก็ประทับจูบลงมาอย่างดุดัน คนที่โดนััอย่างตงเยว่ถึงกับสะดุ้ง เพราะยังไม่ทันที่จะตั้งตัว เืจากการประทับจูบลงมาที่รุนแรงทำให้ฟันของอีกฝ่ายกระทบกับริมฝีปากของตงเยว่ถูกกลืนลงไปในลำคออย่างยากลำบาก
ร่างสูงคว้าข้อมือทั้งสองข้างของตงเยว่ตรึงไว้เหนือหมอน ข้างศีรษะอีกคน แล้วประกบจูบลงบนริมฝีปากสีสวยของตงเยว่อีกครั้ง และไล่จุมพิตกลีบปากสีชมพูอย่างหลงใหล ไม่นานมือข้างหนึ่งก็ค่อยๆ เลื่อนลงถอดกางเกงของตงเยว่ที่ก่อนหน้านี้ตัวเองได้ปลดกระดุมไว้แล้ว ทั้งที่ริมฝีปากยังไม่ผละออกจากการชิมความหวานจากปากตงเยว่
หลังจากที่กางเกงตงเยว่ถูกปลดออกแล้ว ก็ถูกโยนไปอีกมุมของเตียง สิ่งปกปิดท่อนบนที่ยังคงเป็ปัญหาต่อการัับนตัวตงเยว่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับผละจูบออกแล้วขมวดคิ้วขึ้นทันที
“ขมวดจนคิ้วจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วนะครับ” ตงเยว่พูดหยอกล้อคน้า แล้วยิ้มหวานออกมาเป็เชิงแกล้งอีกฝ่าย
“ถอด” อีกคนเป็ฝ่ายสั่งให้ตงเยว่ถอดพันธนาการท่อนบนออก
“น้ำเสียงดุจังเลย เล่นเอาผมเริ่มกลัวแล้วนะ” ตงเยว่พูดพลางยิ้ม แล้วค่อยๆ เลื่อนมือมาปลดกระดุมตัวเองทีล่ะเม็ด ทีล่ะเม็ดจนหมด แล้วจ้องคน้าเป็เชิงท้าทายอีกหน
“...” อีกคนไม่สนใจคำพูดตงเยว่
เมื่อกระดุมทุกเม็ดถูกปลดออกมาเผยให้เห็นผิวเรียบเนียนของตงเยว่ คน้ากลับเข้าสู่ห้วงอารมณ์อีกครั้ง ใช้มือลูบไล้ไปตามสะโพกคอดและเนินอกเรียบเนียนของตงเยว่อย่างหลงใหล
“ชอบเหรอ? อ๊า” ตงเยว่ถามขึ้นเมื่ออีกคนยังคงวนเวียนอยู่กับหน้าอกเม็ดสวยของตัวเอง
“ไม่มีทาง...” สิ้นเสียงเ็าของอีกฝ่ายตงเยว่ก็โอบรอบคออีกคนให้ลงมาหา และประกบจูบอยู่นานสองนาน จนคน้าขัดใจกับการยั่วยุแบบนี้ของตงเยว่ ไม่นานหลังจากนั้นก็ผละออกอีกครั้งยิ้มกวนๆ ส่งให้อีกคนอย่างท้าทาย
“อย่าลืมที่ผมบอกจำหน้าผมไว้ เพราะคืนนี้ผมจะทำให้คุณลืมไม่ลง” ตงเยว่ยิ้มแล้วพูดออกมาอย่างท้าทาย
“อย่ามั่นใจให้มันมาก แบบนี้เจอมาเยอะแล้ว” อีกฝ่ายบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยกลับ ทำเอาตงเยว่ยิ้มมุมปากออกมาอย่างพอใจ
“มาดูกันว่าจะเป็แบบที่คุณพูดรึเปล่า?” สิ้นสุดเสียงของตงเยว่บทรักอันเร่าร้อนก็ดำเนินต่อไปพร้อมกับความท้าทายที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน

เชิงอรรถ
Flare tower (แฟลร์ ทาวเวอร์) = หอเผาทิ้ง คือ ปล่องไฟที่ทำหน้าที่เผาก๊าซเพื่อความปลอดภัย กรณีที่มีก๊าซส่วนเกินจากระบบ
Drawing (ดรออิง) =แบบแปลนของงานนั้นๆ