สรรพธาตุสังหารเทพ

    ตอนที่ 56 เมฆฝนกลางเมือง

            สวี่หยุนช่วยหลินชูหรงทำอาหารเย็นก่อนที่ทั้งห้าจะมานั่งร่วมโต๊ะกันอีกครั้ง..ครั้งนี้ก็ยังคุยกันอย่างสนุกสนานเช่มเดิม..ถึงทุกคนจะอายุไม่ค่อยใกล้เคียงกันเท่าไหร่นักแต่ด้วยนิสัยและหลายๆสิ่งที่ใกล้เคียงกันทำให้ทุกคนต่างก็พูดคุยกันได้อย่างง่ายดายและไม่เกิดความประหม่าทางอายุเลยแม้แต่น้อย..


            หลินเสี่ยวโหยวมักพูดคุยกับสวี่หยุนและหวงลี่ผิงมากที่สุด..สวี่หยุนเองก็พูดคุยกับหวงเหวินและหลินเสี่ยวโหยวเยอะที่สุดเช่นกัน..ส่วนทางด้านของหลินชูหรงเพียงแค่มองคนทั้งสี่ด้วยรอยยิ้มอบอุ่นก่อนจะกล่าวล้อสวี่หยุนขึ้นมาบ้างเป็นครั้งครา..


            "แหม..นี่เจ้าหนุ่มน้อยก็ช่วยเหลือลูกเหวินของข้าหรือนี่..ข้าตองขอบคุณเจ้าจริงๆนะเจ้าหนุ่มน้อย..ตอนแรกก็ช่วยศิษย์น้องซือเหยียนของลูกเหวิน..ต่อมาก็ลูกลี่ผิงของข้า..ไม่แน่ว่าในอนาคตเจ้าหนุ่มน้อยอาจจะมาช่วยข้าบ้างก็เป็นได้ ฮุฮุฮุ" หลินชูหรงกล่าวออกมาอย่างตลกขบขันก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดปากของตนเองก่อนจะหัวเราะออกมา..


            "ไอหยา..ท่านป้าชูหรงกล่าวเป็นลางเช่นนี้ไม่ค่อยจะดีเลยนะท่านป้าชูหรง..ที่ข้าเดินทางไปยังเขตป่าพิศวงและช่วยเหลือพี่เหวินเพราะถูกพี่หญิงซือเหยียนไหว้วานมา..ข้าว่าท่านป้าชูหรงสมควรจะไปขอบคุณพี่หญิงซือเหยียนมากกว่า.." สวี่หยุนยิ้มแห้งออกมาก่อนจะกล่าวขึ้นพร้อมกับฝืนหัวเราะออกมาเล็กน้อย..


            "ฮุฮุ..เจ้าหนุ่มน้อย..เจ้ายังคงเป็นเด็กน้อยน่ารักไร้เดียงสาและยังถ่อมตนเช่นเดิมเลยนะ..ถึงแม้ลูกเหวินของข้าจะเป็นเด็กดีก็ตามแต่ก็น่าเสียดายที่ลูกเหวินไม่ได้มีนิสัยเช่นเจ้านะ.." หลินชูหรงหัวเราะออกมาก่อนจะกล่าวขึ้น..หวงเหวินที่ได้ยินดังนั้นก็สำลักข้าวออกมาก่อนจะมีรอยยิ้มแห้งเช่นเดียวกับสวี่หยุนแต่หวงเหวินก็ไม่ได้เลือกที่จะกล่าวอะไรขึ้นมา..


            "..ท่านป้าชูหรง..ท่านกล่าวเช่นนี้พี่เหวินอาจจะเสียใจได้นะ.." สวี่หยุนยังคงมีรอยยิ้มแห้งแล้งเช่นเดิมก่อนจะกล่าวออกมา..


            "โอ้? ลูกเหวิน..ลูกเหวินที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดูของข้าอยากให้ข้าปฏิบัติกับลูกเหวินเช่นเดียวกับหนุ่มน้อยแซ่ติงนี่ดีหรือไม่? ฮุฮุ" หลินชูหรงหันหน้าไปกล่าวกับหวงเหวินก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความขำขัน..


            "ขะ..ข้าว่าเป็นเช่นเดิมก็ดีอยู่แล้วท่านแม่.." หวงเหวินกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงสั่นสะท้านก่อนจะก้มหน้าก้มตาลงกินข้าวต่อไปและพยายามจะไม่สนใจบทสนทนาที่น่าขนลุกนี้..ถึงแม้หวงเหวินจะรู้สึกผิดบ้างที่สวี่หยุนกำลังมีสีหน้ายากลำบากจากการโดนท่านแม่ของหวงเหวินกล่าวหยอกล้ออย่างสนุกสนานแต่เขาไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้จริงๆในเรื่องนี้..


            หลังจากนั้นหลินชูหรงก็มาแทนหวงเหวินในการพูดคุยกับสวี่หยุน..ในตอนแรกทั้งโต๊ะอาหารต่างก็มีสีหน้างุนงงพร้อมกับหวาดกลัวหลินชูหรงออกมาเล็กน้อย..แค่มองดูสีหน้าของสวี่หยุนที่กำลังฝืนยิ้มอย่างยากลำบากทุกคนที่เหลือต่างก็รู้สึกว่าตนเองโชคดียิ่งนักที่บทสนทนาเช่นนี้ของหลินชูหรงไม่ได้เกิดขึ้นกับตนเอง..แม้แต่หวงเหวินและหวงลี่ผิงที่เป็นลูกของหลินชูหรงก็เช่นกัน..แต่ความรู้สึกเหล่านั้นอยู่ได้ไม่นานนักก่อนที่ทุกคนในโต๊ะอาหารจะหัวเราะออกมาเพราะท่าทางของสวี่หยุนที่ดูยํ่าแย่ลงเรื่อยๆ..


            "ท่านป้าแสนสวย..ช่วยสอนข้ากล่าวเช่นนั้นบ้างได้หรือไม่? ข้าไม่เคยเห็นพี่ชายมีท่าทีเช่นนี้มาก่อนเลย..ถึงพี่ชายจะดูน่าสงสารไปบ้างแต่ก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูแบบที่ท่านป้าแสนสวยกล่าวเช่นกัน!" หลินเสี่ยวโหยวมองดูสวี่หยุนด้วยสายตาแปลกๆก่อนจะกล่าวกับหลินชูหรงออกมาด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง..


            "..เสี่ยวโหยว..ข้าเป็นบุรุษนะ.." สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรงโดยที่ไม่รู้ว่าตนเองจะร้องไห้หรือหัวเราะออกมาดี..แต่สีหน้าท่าทางของสวี่หยุนที่กำลังเหน็ดเหนื่อยก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างยิ่งราวกับสัตว์ป่าตัวน้อยที่ไม่มีแรงจะเดินต่อแล้ว..


            "น้องติง..หากข้าเป็นน้องติงข้าจะเลือกอยู่เงียบๆและไม่กล่าวเช่นนั้นออกมา.." หวงเหวินพยายามกลั้นขำอย่างสุกความสามารถก่อนจะกล่าวออกมา..


            "ว้าว..พี่ติงน่ารักจริงๆด้วย..หากข้ามีอายุใกล้เคียงกับพี่ติงข้าต้องตกหลุมรักพี่ติงอย่างแน่นอน!" หวงลี่ผิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส..


            "ฮุฮุฮุ..ข้ากล่าวได้ถูกต้องใช่หรือไม่? ขนาดข้ายังเกือบตกหลุมรักเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้เลย.." หลินชูหรงหัวเราะออกมาก่อนจะกล่าวขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทีแกล้งเขินอายออกมา..แต่หลังจากที่หวงเหวินได้ยินมารดาของตนเองกล่าวมาเช่นนั้นก็สำลักข้าวออกมาในทันที..


            "แค่กแค่ก..ท่านแม่..ข้าว่าท่านแม่อย่ากล่าวเช่นนี้ต่อหน้าน้องเล็กเลย..หากเกิดความเข้าใจผิดขึ้นมาจะแย่เอานะ.." หวงเหวินฝืนยิ้มขึ้นอย่างยากลำบากก่อนจะกล่าวออกมา..ถึงแม้หวงเหวินจะรู้ว่าท่านแม่ของตนเองแค่กล่าวหยอกล้อสวี่หยุนเพียงเท่านั้นแต่ก็นับว่าน่าตกใจไม่น้อยเช่นกัน..


            "อุหวา..ลูกเหวินของข้ากลับหวาดกลัวว่าข้าจะตกหลุมรักเจ้าหนุ่มน้อยนั่นจริงๆรึ? หรือว่า..ลูกเหวินกับเจ้าหนุ่มน้อยจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันหรือ!?" หลินชูหรงกล่าวออกมาก่อนจะแสดงท่าทีแสร้งเป็นตกตะลึง..หวงเหวินได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้ายํ่าแย่ยิ่งกว่าเดิมในทันทีก่อนจะหันหน้าของตนเองไปมองสวี่หยุนก่อนจะส่งรอยยิ้มแห้งแล้งให้..เมื่อสวี่หยุนเห็นสีหน้าของหวงเหวินตัวเขาเองก็ส่งยิ้มแห้งแล้งกลับไปเช่นกัน..ในตอนนี้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่รู้สึกกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกอีกแล้ว..


            "..พวกท่านกล่าวออกมาช่างไม่ยุติธรรมเลย..พี่ชายเป็นของข้ากับพี่หญิงที่พี่ชายชื่นชอบนะ!" หลินเสี่ยวโหยวบ่นอุบอิบออกมาก่อนจะเดินไปจับมือของสวี่หยุนเพื่อพยายามให้กำลังใจสวี่หยุน..แต่เด็กสาวหารู้ไม่ว่าทั้งคำพูดและการกระทำของเด็กสาวจะทำให้รอบข้างหัวเราะออกมาในทันที..


            "โอ้..เจ้าหนุ่มน้อยเป็นของเจ้ากับสตรีที่เจ้าหนุ่มน้อยชื่นชอบสินะ..เจ้าช่างน่าสงสารนักนะเจ้าหนุ่มน้อย..ดูเหมือนเจ้าจะเป็นได้แค่สิ่งของของสาวน้อยทั้งสองแล้วล่ะ..ฮุฮุ" หลินชูหรงกล่าวขึ้นมาก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความขำขันแม้แต่คนอื่นเองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน..หลินเสี่ยวโหยวมีสีหน้างุนงงเพราะไม่รู้ว่าตนเองกล่าวคำใดผิดไป..สวี่หยุนฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบากก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยวอย่างอ่อนโยน..


            "..ขอบคุณนะเสี่ยวโหยว.." สวี่หยุนฝึนยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยนํ้าเสียงบางเบาทำให้คนอื่นๆต่างหัวเราะออกมาอีกครั้งในทันที..


            หลังจากทานอาหารเย็นกันเสร็จก็หมดเวลาสนุกสนานแล้ว..สวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวกล่าวลาทุกๆคนอย่างนอบน้อมก่อนจะเดินออกมาจากบ้านของหวงเหวิน..สวี่หยุนมองขึ้นไปบนฟ้าที่อีกแค่ประมาณหนึ่งชั่วยามพระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว..ตอนนี้เมฆบนท้องฟ้าต่างก็มีสีดำราวกับกำลังจะมีสายฝนตกลงมาแล้วในไม่ช้านี้..


            สวี่หยุนเหม่อลอยมองก้อนเมฆเหล่านั้นเพียงชั่วครู่ก็ได้ยินเสียงเรียกเตือนสติของเด็กสาวที่ถูกเขาอุ้มอยู่อย่างนุ่มนวล..สวี่หยุนยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวตอบหลินเสี่ยวโหยวพร้อมกับเริ่มเดินทางกลับไปยังโรงเตี๋ยมในทันที..แต่สวี่หยุนยังไม่ทันเดินได้ถึงครึ่งทางก็เริ่มมีเม็ดฝนเล็กๆตกลงมายังศีรษะของเขา..ถึงแม้ทั้งสวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวจะไม่เกรงกลัวนํ้าแต่อย่างใดแต่สวี่หยุนก็ไม่ได้เลือกที่จะเดินทางผ่านสายฝนไป..


            สวี่หยุนเหลือมองไปเห็นเก้าอี้ไม้ที่ค่อนข้างยาวอยู่ข้างทาง..ด้านบนของเก้าอี้ไม้เป็นหลังคาไม้ที่ยื่นออกมาจากบ้านที่ดูรกร้างเหมือนไม่มีผู้คนอาศัยอยู่แล้ว..สวี่หยุนเดินไปยังเก้าอี้ไม้อย่างไม่รีบร้อน..ขณะที่เขากำลังจะวางหลินเสี่ยวโหยวลงนั้นเองเด็กสาวก็กล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว..


            "พี่ชาย..ข้าอยากนั่งบนตักพี่ชายได้หรือไม่?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาอย่างรีบร้อนเมื่อเห็นว่าสวี่หยุนกำลังจะวางเด็กสาวลงบนเก้าอี้ไม้..สวี่หยุนได้ยินดังนั้นก็มีรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นมาในทันที..


            "แน่นอน..สำหรับน้องสาวผู้น่ารักน่าเอ็นดูอย่างเสี่ยวโหยวข้าย่อมไม่สามารถปฏิเสธได้เป็นแน่.." สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงเลือนลางเล็กน้อยแต่กลับดูน่าฟังเป็นอย่างยิ่งก่อนที่สวี่หยุนจะยกเด็กสาวขึ้นมาดังเดิมพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ไม้และวางหลินเสี่ยวโหยวไว้บนตักอย่างอ่อนโยน..


            "พี่ชาย..ทำไมเรายังไม่กลับทันทีเลยหรือ?" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยก่อนจะเอาศีรษะของตนเองไปพิงกับอกของสวี่หยุนพร้อมกับปิดตาลงเพราะความสบายและความอบอุ่นที่อยู่ในอ้อมกอดของสวี่หยุน..


            "..ข้าอยากมองดูสายฝนพวกนี้สักหน่อย..ตอนนี้พึ่งยามเย็นเสี่ยวโหยวไม่กล่าวว่าข้าใช่หรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาก่อนจะลูบหัวของเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างอ่อนโยน..


            "อืม..งั้นพี่ชายช่วยกอดข้าแน่นกว่านี้อีกสักหน่อยได้หรือไม่?" หลินเสี่ยวโหยวที่หลับตาอยู่ส่งเสียงออกมาเพราะความรู้สึกชื่นชอบและเคลิบเคลิ้มกับอ้อมกอดของสวี่หยุนเป็นอย่างยิ่ง..ก่อนที่เด็กสาวจะกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู..


            "ฮะฮะ..ได้แน่นอนน้องสาวที่แสนจะน่ารักของข้า" สวี่หยุนหัวเราะขึ้นมาเพราะคำกล่าวที่ดูเอาแต่ใจของหลินเสี่ยวโหยวก่อนที่สวี่หยุนจะกล่าวด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวลพร้อมกับกับกอดเด็กสาวแน่นขึ้นเล้กน้อย..


            หลินเสี่ยวโหยวเหมือนตกอยู่ในภวังค์เพราะความรู้สึกสบายกายสบายใจของเด็กสาวและฝนที่ตกลงมาไม่หนักมากนักทำให้เกิดเป็นเสียงไพเราะเสนาะหูเป็นอย่างยิ่ง..สวี่หยุนมองเด็กสาวในอ้อมกอดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนสักพักก่อนที่เขาจะละสายตาจากเด็กสาวไปมองสายฝนรอบๆตัวของเขาแทน..หยดนํ้าเม็ดแล้วเม็ดเล่าตกลงมาจากฟากฟ้าราวกับไม่มีทางที่จะสิ้นสุดลง..ที่ห่างไกลออกไปสวี่หยุนมองเห็นผู้คนมากมายกำลังเก็บแผงขายของของตนเองกลับอย่างเร่งรีบ..บางคนก็กำลังวิ่งฝ่าสายฝนไปอย่างรีบร้อน..


            สวี่หยุนมองดูเม็ดฝนเม็ดแล้วเม็ดเล่าด้วยสายตาเหม่อลอย..เมื่อครั้งที่อยู่จุดศูนย์กลางของแดนเทพก็มีฝนตกลงมาบ้างเช่นกัน..ทุกครั้งที่ฝนตกลงมาสวี่หยุนมักมีอารมณ์บางอย่างผุดขึ้นมาในจิตใจ..มันเป็นอารมณ์ที่อธิบายได้ยากเย็นอย่างยิ่ง..บางครั้งมันก็เป็นอารมณ์ที่คิดถึงและโหยหาอย่างแรงกล้า..บางครั้งก็เป็นอารมณ์โศกเศร้าที่แทบจะทำให้สวี่หยุนหลั่งนํ้าตาออกมา..


            เมื่อไหร่ที่ฝนตกลงมาไม่ว่าสวี่หยุนจะทำอะไรอยู่เขาก็จะหยุดมันลงในทันทีก่อนจะเดินเข้าไปในกระท่อมและมองดูสายฝนผ่านหน้าต่างราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่..ลู่เหมยที่สงสัยกับการกระทำของสวี่หยุนก็กล่าวถามขึ้นมาหลายครั้งเช่นกันแต่สวี่หยุนก็มักจะฝืนยิ้มขึ้นมาพร้อมกับกล่าวตอบลู่เหมยอย่างตรงไปตรงมาว่าเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้เมื่อมองเห็นสายฝนเหล่านี้..ลู่เหมยได้ยินดังนั้นก็งุนงงไปในทันที..ลู่เหมยกำลังจะกล่าวถามออกมาเพิ่มเติมแต่เมื่อเห็นสีหน้าที่โศกเศร้าบ้างมีความสุขบ้างของสวี่หยุนที่มองดูสายฝนอยู่ทำให้ลู่เหมยไม่สามารถกล่าวถามอะไรออกมาได้อีกเลย..สุดท้ายลู่เหมยก็จะมานั่งมองสายฝนเช่นเดียวกับสวี่หยุนทุกครั้งเป็นเพื่อนสวี่หยุน..เมื่อสวี่หยุนมีสีหน้าโศกเศร้าลู่เหมยก็จะจับมือของสวี่หยุนไว้เสมอ..สวี่หยุนมักจะหันมาฝืนยิ้มให้ลู่เหมยก่อนจะกล่าวขอบคุณออกมาก่อนจะหันกลับไปมองดูสายฝนเช่นเดิม..


            เวลาผ่านไปสักพักสายตาที่เหม่อลอยของสวี่หยุนก็ไปสะดุดกับเด็กสองคนที่กำลังกระโดดโลดเต้นไปมากลางสายฝน..เด็กทั้งสองคนมีเด็กชายหนึ่งคนและเด็กสาวหนึ่งคน..ทั้งสองมีรอยยิ้มและสีหน้าที่สนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง..ทั้งสองเล่นนํ้าในสายฝนไปมาก่อนที่ในที่สุดสตรีที่ดูเหมือนจะเป็นมารดาของทั้งสองก็เดินมากล่าวบางอย่างทำให้เด็กทั้งสองคนต้องเดินคอตกกลับเข้าไปในบ้านอย่างไม่เต็มใจ..


            เมื่อสวี่หยุนมองเห็นดังนั้นในใจของเขาก็กลายเป็นเจ็บปวดขึ้นมาในทันที..มันเป็นความเจ็บปวดปนความโศกเศร้าอย่างหนักและความรู้สึกโหยหาที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้..ร่างกายของสวี่หยุนเริ่มสั่นสะท้านขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุก่อนที่เขาจะร้องไห้ออกมาในที่สุด..


            "พี่ชาย..พี่ชายเป็นอะไรไปหรือ..?" หลินเสี่ยวโหยวที่สัมผัสได้ถึงร่างกายที่สั่นสะท้านของสวี่หยุนและหยดนํ้าตาของสวี่หยุนที่ไหลลงมากระทบกับใบหน้าของเด็กสาวก่อนที่หลินเสี่ยวโหยวจะกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยและความห่วงใย..


            "ขะ..ข้าไม่รู้..ข้าแค่โศกเศร้าเป็นอย่างยิ่งเพียงเท่านั้น.." สวี่หยุนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ได้สติขึ้นมาจากคำกล่าวของเด็กสาว..แต่หลังจากสวี่หยุนได้สติขึ้นมาเขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดและความโศกเศร้าชัดเจนยิ่งขึ้น..เมื่อเขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดและความโศกเศร้าที่ชัดเจนมากขึ้นก็ทำให้นํ้าตาของสวี่หยุนเริ่มไหลลงมามากขึ้นเช่นกัน..


            "พี่ชาย.." หลินเสี่ยวโหยวสัมผัสได้ถึงความไม่เข้าใจในคำกล่าวของสวี่หยุนได้อย่างชัดเจนทำให้เด็กสาวไม่เลือกที่จะกล่าวถามอะไรออกมาเพิ่มเติมก่อนที่หลินเสี่ยวโหยวจะยกมือขึ้นมากอดสวี่หยุนแน่นในทันที..


            "..ไม่ว่าพี่ชายจะโศกเศร้าเพราะเรื่องใด..ข้าหวังว่าพี่ชายจะผ่านมันไปได้เสมอ.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกด้วยความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง..สวี่หยุนได้ยินคำกล่าวของเด็กสาวเขาก็เริ่มปวดศีรษะขึ้นมาในทันทีก่อนที่จะมีนํ้าตาไหลออกมามากกว่าเดิม..


            "..ขอบคุณนะ..เสี่ยวโหยว.." สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างยากลำบากก่อนจะกอดเด็กสาวแน่นในทันทีพร้อมกับรํ่าไห้ออกมาอย่างหนัก..ที่จริงแล้วสวี่หยุนเป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่งมากจริงๆ..ไม่ว่าเขาจะเจอกับศัตรูแข็งแกร่งขนาดไหนเขาก็สามารถสงบจิตใจของตนเองให้นิ่งได้ตลอดเวลา..พลังวิญญาณที่สูงลิ่วของสวี่หยุนก็มาจากจิตใจของเขาด้วยเช่นกัน..หากจิตใจหรือสมาธิของสวี่หยุนสงบนิ่งเท่าใดพลังวิญญาณก็จะแข็งแกร่งขึ้นไปเท่านั้น..แต่ในตอนนี้สวี่หยุนกลับสลัดความเป็นนักรบที่ไม่เคยเกรงกลัวศัตรูสักคนทิ้งไปและรํ่าไห้ออกมาราวกับเด็กน้อยตัวเล็กๆที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้กับใครได้เลยแม้แต่กับสัตว์ที่ไม่มีพิษภัยก็ตาม..


            เวลาผ่านไปประมาณ 1 เค่อทั้งสวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีกเลย..ต่างคนต่างก็กอดกันและกันเงียบๆเพียงเท่านั้น..เมื่อสวี่หยุนเริ่มสงบจิตใจของตนเองได้แล้วก็คลายอ้อมกอดของเขาให้หลวมลง..หลินเสี่ยวโหยวรู้สึกได้ว่าสวี่หยุนกลับมาเป็นปกติแล้วจึงค่อยๆคลายอ้อมกอดของตนเองออกเช่นกันก่อนจะเงยหน้ามามองสวี่หยุนพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน..


            "..ขอบคุณมากนะเสี่ยวโหยว.." สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม..รอบนี้ไม่ใช่การฝืนยิ้มแต่อย่างใด..รอบนี้สวี่หยุนยิ้มขึ้นมาจากใจจริงก่อนจะยกมือของมาลูบหัวของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน..ถึงแม้สวี่หยุนจะไม่รู้ตัวแต่จิตใจของสวี่หยุนในตอนนี้ก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่าบ้างแล้ว..


            "นานๆทีข้าจะได้ช่วยเหลือพี่ชายบ้าง..พี่ชายมักจะปกป้องข้าอยู่เสมอเลย..แม้ว่าข้าจะเอาแต่ใจมากกแค่ไหนพี่ชายก็ไม่เคยแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเลยสักครั้ง..ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่ชาย.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มสดใสก่อนจะยกมือทั้งสองข้างไปจับมือของสวี่หยุนที่อยู่บนศีรษะของตนเอง..


            "..งั้นหรือ..มีน้องสาวแบบเสี่ยวโหยวนับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตข้าลำดับต้นๆเลยนะ" สวี่หยุนหัวเราะพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างอ่อนโยนก่อนจะยื่นอีกมือไปจัดผมเผ้าของเด็กสาวที่เสียทรงจนทำให้มีเส้นผมบางเส้นมาบดบังใบหน้าที่งดงามของเด็กสาว..


            "บู่ว..พี่ชาย..ข้าไม่ใช่เรื่องที่ดีที่สุดหรอกหรือ..?" หลินเสี่ยวโหยวบุ้ยปากออกมาอย่างน่ารักน่าเอ็นดูก่อนจะกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจเล็กน้อย..


            "ฮุฮุ..ที่ข้ากล่าวเช่นนั้นเพราะไม่ต้องการโกหกเสี่ยวโหยว..หากเสี่ยวโหยวต้องการให้ข้ากล่าวโกหกออกมาข้าก็ไม่ว่าอะไรนะ" สวี่หยุนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน..


            "อืม..เห็นแก่ที่พี่ชายกล่าวความจริงข้าก็จะไม่เอาความพี่ชายก็แล้วกัน!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มสดใสก่อนจะปล่อยมือของสวี่หยุนและโน้มตัวมากอดสวี่หยุนแน่นในทันที..


            "ฮิฮิ..ข้าชื่นชอบพี่ชายที่สุดเลย!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาอย่างร่าเริงทำให้สวี่หยุนก็ยิ้มออกมาเช่นกันก่อนจะกอดตอบเด็กสาว..


         ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องสรรพธาตุสังหารเทพ ที่คุณอ่าน