เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 77 เทพเจ้าผีดิบผู้มีความหงุดหงิด

            ในตอนนั้น การโจมตีแต่ละครั้งของอนาเธอร์หนักหน่วงและเฉียบคม ดวงตาบางส่วนของปีศาจพันตาสูญเสียการมองเห็น และร่างกายของมันเริ่มชะงักไปด้วยบาดแผลที่ขยายกว้างขึ้นจากการโจมตีซ้ำๆของชายหนุ่ม


            “ตายซะไอ้บอสตาเยอะ!”


            อนาเธอร์ตะโกนเสียงดัง ร่างของเขาพุ่งผ่านหมอกดำเข้าปะทะกับปีศาจพันตาเป็นครั้งสุดท้าย พลองในมือของเขากลายเป็นแสงสีทองที่ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่


            “ปัง!”


            ก่อนจะกระแทกเข้ากับร่างของปีศาจพันตา ทำให้ร่างกายของมันสั่นสะท้านและเกิดรอยแตกขนาดใหญ่ ดวงตานับพันของมันแตกกระจายกลายเป็นละอองความมืดที่ลอยละลายไปในอากาศ


            พร้อมกับเสียงกรีดร้องของมันที่ค่อยๆเงียบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งหายไปในที่สุด


            ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวของอนาเธอร์ พร้อมกับข้อความที่บอกว่าเขาได้พิชิตบอสลับและเคลียร์ดันเจี้ยนถ้ำหมอกทมิฬในระดับนรกสำเร็จแล้ว


            【ติ๊ง! สังหารปีศาจพันตาเลเวล 50 ได้รับค่าประสบการณ์ 45,000 หน่วย】


            【..............】


            【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ ผู้เล่นอัพไปเป็นเลเวล 47 ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 100 แต้ม ได้รับค่าสถานะจัดสรร 30 แต้ม】


            【ติ๊ง! ดันเจี้ยนหมอกทมิฬระดับนรกถูกเคลียร์โดยผู้เล่นเพียงคนเดียว รางวัลพิเศษจะถูกมอบให้แก่คุณ】


            แน่นอนว่าเมื่อถูกเคลียร์ได้ อนาเธอร์ก็ได้เลเวลอัพขึ้นมาอย่างมหาศาล ชายหนุ่มตอนนี้จึงมีเลเวลอยู่ที่ 53 ได้อย่างรวดเร็ว


            และด้วยอาชีพผู้สืบทอดแห่งซุนหงอคง จึงได้รับค่าสถานะที่สมบูรณ์แบบ


            นั่นยังไม่รวมถึงค่าสถานะจัดสรรเพิ่มเติมที่มากกว่าคนอื่นๆไปสองเท่าด้วย


            “ไม่เลว ลงดันเจี้ยนระดับนี้ครั้งนึงได้อัพทีหลายสิบเลเวลเลยเชียวละ”


            “ถ้าลงกันไปเป็นกลุ่ม เผลอๆอาจได้เพียงแค่คนละ 3-4 เลเวลเท่านั้น!”


            เมื่อสัมผัสได้ถึงเลเวลที่เพิ่มมากขึ้น ตอนนี้ตัวอนาเธอร์ก็ยิ่งฮึกเหิมและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก


            และในตอนนั้นเอง ตัวของเขาก็ได้เห็นประกายแสงหลายสิบแห่งที่ปรากฏออกมาบริเวณที่ปีศาจพันตาได้ตกตายไป


            “พวกไอเทมในเลเวลนี้ไม่ค่อยน่าสนใจ และฉันก็รวยมากอยู่แล้วด้วย”


            “แต่ก็เก็บๆพวกมันเอาไว้ก่อนละกัน”


            ขณะเดียวกัน ณ ที่แห่งหนึ่งท่ามกลางหมู่เมฆอันมืดมิด บรรยากาศแวดล้อมเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและพลังแห่งความมืด ที่นั่นมีบัลลังก์ขนาดมหึมาตั้งอยู่กลางเวหา


            เงาร่างขนาดใหญ่หลายสิบเมตรนั่งอยู่บนบัลลังก์นั้น ทั่วร่างของมันถูกพันธนาการด้วยผ้าสีดำมืดหนาหลายชั้น เผยให้เห็นเพียงดวงตาดวงเดียวที่แผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีแดงเรืองรองจากด้านขวา ราวกับดวงตานั้นคือหน้าต่างแห่งวิญญาณที่ไม่เคยหลับใหล


            สิ่งมีชีวิตตนนี้คือ เทพเจ้าผีดิบ หนึ่งในเทพเจ้าผู้ซึ่งมีอำนาจควบคุมเหล่าภูติผีและปีศาจต่างๆมากมาย


            “อะ..ไอ้เด็กคนนี้อีกแล้ว!”


            ในขณะที่ดวงตาของเทพเจ้าผีดิบสาดส่องไปด้วยความหงุดหงิด บรรยากาศรอบตัวก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความโกรธเกรี้ยว


            เปลวเพลิงในดวงตาของเขาพลันลุกโชนเมื่อทราบข่าวการตกตายไปของปีศาจพันตา


            “ปีศาจพันตาก็ไม่อาจต้านทานได้…”


            เทพเจ้าผีดิบกล่าวเสียงต่ำด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าภายใต้ผ้าพันแผล เหมือนกำลังฟุดฟัดออกมาด้วยความหงุดหงิด


            “ไอ้เด็กผู้เล่นมนุษย์นี่ไม่ใช่คนธรรมดา มันเป็นถึงผู้สืบทอดพลังของฉีเทียนต้าเซิ่น!”


            “ไม่เช่นนั้นเจ้าเด็กเวรคนนี้จะจัดการราชันผีดิบโลกันตร์และปีศาจพันตาได้เหรอ?”


            เมื่อพูดจบ ความคิดถึงการเผชิญหน้าครั้งก่อน พลันทำให้เทพเจ้าผีดิบต้องแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย


            ครั้งนั้นเขาได้สังเวยพลังของตนไปเสี้ยวนึง เพื่อเสริมพลังให้ราชันผีดิบโลกันตร์สามารถกำราบผู้เล่นหน้าใหม่ที่กล้าเข้ามาท้าทายได้


            แต่ผู้เล่นคนนี้ดันเป็นผู้สืบทอดพลังของซุนหงอคง กลับสามารถเอาชนะราชันของเขาได้ เทพเจ้าผีดิบเพียงได้แต่รอคอยจังหวะที่จะลงโทษเขาอย่างสาสม ทว่าตอนนี้มันกลับกลายเป็นว่า การไปเผชิญหน้ากับมนุษย์ผู้นั้น กลับเป็นการมอบโอกาสให้มันพัฒนาตนเองยิ่งขึ้นไปอีก


            “เด็กนั่น...มันกล้ามากที่มาท้าทายข้า!”


            เขาพึมพำเสียงเบา แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล บรรยากาศรอบตัวเงาร่างของเทพเจ้าผีดิบเริ่มหนาหนักขึ้น ความมืดดำหม่นหมองคล้ายหมอกที่แผ่ขยายออกมาปกคลุมบัลลังก์ยักษ์


            เขารู้ดีว่าแม้จะเป็นปีศาจพันตาก็ไม่อาจหยุดยั้งความแข็งแกร่งของเด็กนั่นได้ และหากแทรกแซงโดยตรง เด็กนั้นก็อาจพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นภัยร้ายแรงที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นไปอีก


            อนาเธอร์เองก็ไม่รู้เลยว่าดันเจี้ยนที่เขาเคลียร์ระดับนรกไปสองครั้งนั้น มันจะทำให้เทพเจ้าผีดิบต้องหงุดหงิดทบทวีคูณ


            ขณะที่ภายนอกบริเวณห้องโถงใหญ่ในมหาวิทยาลัย เสียงประกาศดังไปทั่วทั้งบริเวณด้านหน้าทางเข้าดันเจี้ยนหมอกทมิฬ


            【ประกาศ! ดันเจี้ยนหมอกทมิฬระดับนรกถูกเคลียร์สำเร็จ!】


            ทันทีที่ข้อความนี้ปรากฏขึ้น นักเรียนที่อยู่รอบๆต่างพากันหยุดชะงัก และหันมามองที่แผ่นป้ายประกาศด้านหน้าด้วยความประหลาดใจ


            บางคนถึงกับอุทานออกมา เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครสามารถฝ่าดันเจี้ยนในระดับนี้ได้เพียงลำพัง


            ทุกคนตระหนักดีว่าระดับ “นรก” นั้นน่ากลัวเกินกว่าที่จะเข้าถึงได้ง่ายๆ พวกเขารู้กันดีว่ามันจะถูกปลดล็อกได้ ต่อเมื่อมีผู้เล่นฝ่าดันเจี้ยนในระดับฝันร้ายด้วยตัวคนเดียวเท่านั้น


            “อะไรนะ ดันเจี้ยนระดับนรกที่เป็นระบบใหม่ถูกเคลียร์แล้ว?”


            ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วในหมู่นักเรียน บางคนส่งข้อความถึงเพื่อนร่วมชั้น บางคนรีบแชร์ลงในกลุ่มสนทนา ข่าวเกี่ยวกับการทำลายล้างระดับนรกนี้ กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงกันมากที่สุดในมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์


            ผู้คนเริ่มจับกลุ่มพูดคุย ใครกันที่สามารถทำลายล้างดันเจี้ยนระดับนรกได้เพียงลำพัง


            และในเวลาไม่นาน ชื่อของ “อนาเธอร์” ก็ถูกเอ่ยขึ้นมาอย่างต่อเนื่องด้วยความตกใจและชื่นชม


            “เจ้าอนาเธอร์คนนั้น…เขาทำลายดันเจี้ยนระดับนรกเพียงลำพังเลยงั้นเหรอ?”


            นักเรียนบางคนอุทานเสียงดัง บ้างจ้องมองไปยังทางเข้าดันเจี้ยนด้วยความหวาดหวั่นปนประหลาดใจ


            “เขาไม่ได้เพียงแต่ผ่านฝันร้ายเท่านั้น แต่ยังเปิดสู่ระดับนรกและสังหารบอสลับได้อีกด้วย”


            “บอกตรงๆ นี่มันเกินกว่าที่ผู้เล่นธรรมดาจะทำได้แล้ว! หมายความว่าข่าวลือที่เขาเป็นผู้สืบทอดซุนหงอคงก็เป็นจริงซินะ?”


            ข่าวนี้ไม่เพียงแค่ทำให้นักเรียนชั้นปีหนึ่งตื่นตะลึงเท่านั้น แต่ยังดึงดูดความสนใจจากนักเรียนชั้นปีที่สูงกว่าด้วย


            เหล่าผู้ที่มีเลเวลและประสบการณ์ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ ใครกันที่จะสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนระดับนรกได้ด้วยตัวคนเดียว


            พริบตาเดียว ชื่อเสียงของอนาเธอร์ก็เริ่มสะท้อนผ่านไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรคอีกครั้ง ไม่เว้นแม้แต่นักเรียนระดับสูงหรือเหล่าอาจารย์ที่ทราบถึงความยากของดันเจี้ยนนี้ดี


            หลายคนไม่อาจหุบยิ้มได้เลยซักนิด ใบหน้าของพวกเขาถึงขั้นเบิกบานกันเลยทีเดียว


            “นะ..นั่นไงละ เขาออกมาแล้ว!”


            ในขณะเดียวกัน ขณะที่นักเรียนด้านนอกกำลังพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น ช่องว่างมิติก็ค่อยๆเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของอนาเธอร์ที่ก้าวออกมาจากหมอกหนาทึบและความมืด


            ร่างสูงโปร่งยืนตรงบริเวณประตูด้วยท่าทางอันสงบนิ่ง ดวงตาทอประกายแห่งความมุ่งมั่น และพละกำลังที่แฝงอยู่ภายในนั้น ทำให้ผู้คนที่มองดูรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของเขา


    คล้ายกับเรื่องเกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า ที่คุณอ่าน