คืนวันที่เหน็บหนาวชีวิตหนึ่งไร้ประกาย ในที่สุดสิ้นลมหายใจ ปาฏิหาริย์ยากนำพาการเกิดและตายล้วนเป็เื่ธรรมดา หากแต่วัฏสงสารยากคาดเดา หนึ่งชีวิตดับสูญอีกหนึ่งชีวิตกำเนิดใหม่ทดแทน..
ร่างเล็กซูบผอมของเด็กสาวที่ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก อายุราวสิบสี่ปีนอนนิ่งไม่เคลื่อนไหวอยู่บนเตียงไม้ที่ปูด้วยผ้าขาดๆ ซอมซ่อผืนหนึ่งผิวพรรณของเด็กสาวซีดขาวราวกระดาษ ริมฝีปากแห้งผาก ใบหน้าขาวซีดไร้ชีวิตชีวาสภาพราวกับคนตายก็มิปาน
ขณะนั้น.. เปลือกตาของเด็กสาวก็มีการขยับเคลื่อนไหวเล็กน้อยก่อนที่ในที่สุดจะค่อยๆ เปิดขึ้นมาช้าๆ ดวงตากลมโตหม่นหมองไร้ประกายก็ปรากฏสู่โลกภายนอก ในแววตานั้นแอบแฝงคลื่นอารมณ์ความสับสนระคนประหลาดใจผ่านไปครู่หนึ่งจึงเรียกสติกลับมาได้ นางครุ่นคิดในใจ 'นี่ข้าอยู่ที่ใด?'
นี่คือความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวของนาง
ความทรงจำสุดท้ายที่ราวกับผ่านมาเมื่อไม่กี่ลมหายใจก่อนจำได้ว่าตัวเองกำลังคิดค้นสร้างค่ายกลป้องกันระดับสูง แต่คิดไม่ถึงว่ามันจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจนกระทั่งค่ายกลเกิดการะเิอย่างรุนแรง กวาดเอาทุกสรรพสิ่งโดยรอบให้กลายเป็ฝุ่นผงไปชั่วพริบตาอย่าว่าแต่ตัวนางอยู่ใกล้กับแรงะเิเพียงเอื้อมมือหากร่างไม่กระจุยก็ต้องาเ็สาหัสปางตายแล้ว
หากแต่ภาพตรงหน้านี้คือสิ่งใด? หากจะบอกว่าตอนนี้นางตายแล้วมาเกิดใหม่บน์ก็เห็นจะเป็ไปไม่ได้ หากที่นี่คือ์ นรกจะเป็สถานที่เช่นไร? ภาพที่นางเห็นเบื้องหน้าคล้ายอยู่ในห้องของบ้านหลังหนึ่ง แลดูซอมซ่อทรุดโทรมแทบจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ
เด็กสาวลองขยับร่างกายเคลื่อนไหว แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนองต่อความคิด รู้สึกไร้เรี่ยวแรง หากแต่ไม่รู้สึกเ็ปอย่างที่คิด จะว่าตายก็ไม่ใช่จะว่าาเ็สาหัสก็ไม่เชิง
ในขณะที่เด็กสาวอยู่ในห้วงภวังค์ของความคิดทบทวนและปะติดปะต่อเื่ราวที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ความทรงจำสายหนึ่งก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของนางปานน้ำหลากมาพร้อมกับความปวดแปลบที่ศีรษะ ในที่สุดค่อยเข้าใจ แท้จริงเป็ภาพความทรงจำของเด็กสาวนางหนึ่งที่ไม่คุ้นหน้ามาก่อนความทรงจำของอีกฝ่ายั้แ่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันหลั่งไหลเข้ามาหลอมรวมกับความทรงจำของนาง
ซึ่งความทรงจำและชีวิตของทั้งสอง มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ความจริงแล้วนางมีนามว่า 'เมิ่งซี' เป็ผู้ฝึกปราณระดับสูง ในขณะเดียวกันนางก็ยังมีสถานะเป็ถึงผู้ใช้อักขระ มีพลังอำนาจสูงส่ง นับว่าเป็อัจฉริยะในดินแดนบุปผานิรันดร์ ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่ายอดฝีมือมากมาย ไม่ว่าจะฐานะหรือรูปโฉมก็ตาม นางนั้นสมบูรณ์แบบในทุกด้าน
แต่อีกหนึ่งความทรงจำที่นางเพิ่งซึมซับมา เป็เด็กสาวนางหนึ่งอายุสิบสี่ปีมีนามว่า 'ลี่ถัง' เป็เด็กสาวชาวบ้านธรรมดาอาศัยอยู่กับครอบครัวบนเขาใกล้ๆ กับเมืองกุ้ยฮวา ฐานะครอบครัวยากจนแร้นแค้นทุกคนในบ้านล้วนเป็สามัญชนธรรมดา ไร้ซึ่งพลังปราณ หาเช้ากินค่ำดุจเดียวกับชาวบ้านยากไร้ทั่วไปต่อมาลี่ถังก็ได้ล้มป่วยด้วยโรคร้าย ไม่มีหนทางรักษา อย่าว่าแต่ครอบครัวนางยากจนย่อมไม่มีปัญญาจ่ายค่ายาหรือค่ารักษา ในที่สุดเด็กสาวก็สิ้นชีวิตลง
ยามนั้นั์ตาของเด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียงพลันเบิกกว้างขึ้นเหงื่อไหลผุดขึ้นตามใบหน้า นางรวบรวมเรี่ยวแรงที่มียกมือทั้งสองข้างขึ้นมาสำรวจดูพบเห็นมือขาวซีดและเยาว์วัย พอประกอบเข้ากับความทรงจำที่นางได้รับมา ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเอง อดสะท้านะเืใจไม่ได้
'หรือว่าข้าจะสลับร่างกับนังหนูนี่ เป็ไปได้อย่างไร!'
ถ้านางคาดเดาไม่ผิด แม้นจิติญญาและความคิดนางจะเป็เมิ่งซีหรือก็คือนางในตอนนี้ หากแต่ร่างกายกลับเป็ของเด็กสาวนามลี่ถังซึ่งนั่นหมายถึงนางจะไม่ใช่เมิ่งซีคนเดิมอีกต่อไปที่สำคัญพลังของนางก็ได้หายไปด้วย ตอนนี้..ร่างกายนี้เป็เพียงเด็กสาวธรรมดาที่ไร้พลัง และที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าหลังจากที่เมิ่งซีได้รับความทรงจำของลี่ถังมาก็ทราบว่าโลกนี้เองก็ไม่ใช่โลกใบเดิมที่นางเคยอยู่ อาจบางทีอยู่คนละ่เวลาหรืออาจจะอยู่คนละมิติกันเลยก็ได้
เื่การกลับชาติมาเกิดใหม่ แม้แต่นางที่มีประสบการณ์โชกโชนในชีวิตก่อนผ่านเื่ราวสะท้านฟ้าสั่นคลอน์มาก็มากหากแต่ไม่เคยได้ยินเื่เช่นนี้เลยสักครั้งอีกทั้งก็ไม่คิดไม่ฝันเช่นกันว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง
โลกนี้ช่างคาดเดายากจริงๆ
เมิ่งซีในร่างลี่ถังมองมือเล็กผอมซีดของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งพักใหญ่กว่านางจะทำใจยอมรับได้ จากนั้นเด็กสาวรวบรวมเรี่ยวแรงพยุงร่างของตัวเองขึ้นมาจากเตียง กวาดสายตามองสำรวจรอบๆ ห้องอย่างนึกสมเพชน่าอเนจอนาถ สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ คร่ำครึผุพังยังดีที่ดูสะอาดสะอ้านอยู่บ้าง แสดงว่ามีคนมาคอยทำความสะอาดเป็ประจำแต่จะอย่างไรสำหรับนาง ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์จะอยู่อาศัยได้เลย
ระหว่างที่ลี่ถังกำลังทำความเข้าใจกับร่างใหม่ของตนอยู่นั้นก็มีเงาร่างเล็กของคนผู้หนึ่งค่อยๆ เปิดประตูเข้ามาภายในห้องที่แท้เป็เด็กน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มมอมแมมผู้หนึ่งเสื้อผ้าที่คนตัวเล็กสวมใส่มิต่างจากผ้าขี้ริ้วที่ผ่านการใช้งานอย่างหนักแต่ก็ไม่อาจบดบังความน่ารักน่าเอ็นดูของนางได้
ในมือของเด็กน้อยถือขนมชิ้นหนึ่งอยู่ และอีกชิ้นซ่อนไว้ในแขนเสื้อท่าทางดูลับๆ ล่อๆ จากนั้นร่างเล็กนั่งลงยองๆ หยิบเอาขนมขึ้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อยไม่ได้สังเกตเห็นคนตรงหน้าที่นั่งอยู่บนเตียง
ลี่ถังเองก็ััได้ถึงผู้มาใหม่ นางเพ่งสายตามองดูเห็นเด็กน้อยนั่งกินขนมด้วยใบหน้าเบิกบานอยู่ในห้องของตัวเอง จำได้ว่าเด็กคนนี้คือ'ลี่หลิน' มีศักดิ์เป็น้องเล็กของเ้าของร่างนี้นั่นเองนึกถึงนิสัยชอบกินขนมของลี่หลินแล้ว ลี่ถังก็อดอมยิ้มขบขันไม่ได้เด็กน้อยตัวแสบอยู่ที่นี่ แสดงว่าแอบท่านแม่มากินขนมเป็แน่
"หลินน้อย เ้าทำอะไร?" ลี่ถังเอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ลี่หลินขณะกำลังเพลิดเพลินไปกับขนมในปาก ได้ยินเสียงคนกล่าวถึงตัวเองเด็กน้อยพลันสะดุ้งใ โพล่งออกมาว่า "ไม่ใช่สักหน่อยนะหลินเอ๋อไม่ได้แอบกินขนมท่านแม่ หลินเอ๋อ..หลินเอ๋อ.."
ยังไม่ได้ว่าอะไรเด็กน้อยก็เผยพิรุธเสียแล้ว สร้างรอยยิ้มขบขันแก่ลี่ถังนางกล่าวว่า “พี่รองยังไม่ว่าอะไรเลย”
“เอ๋?” ใบหน้าเด็กน้อยซีดลงแต่ต่อมาก็รู้สึกไม่ถูกต้อง จึงมองไปตามเสียงคนกล่าว เห็นเป็ใบหน้าที่คุ้นเคยของพี่รองลี่หลินไม่รู้จะใเื่ไหนก่อนดี "พี่..พี่รองตื่นแล้ว?"
ไม่ทันที่ลี่ถังจะได้เอ่ยคำใด เสียงของคนข้างนอกก็แว่วเข้ามาอย่างมีโทสะ"ที่แท้หนูขโมยก็มาแอบอยู่ตรงนี้นี่เอง หึๆทีนี้แหละข้าจับได้คาหนังคาเขาเลยเชียว"
เสียงนี้สร้างความแตกตื่นแก่เด็กน้อยจนขนลุกเกรียวยามกะทันหันรีบวิ่งเข้าไปหาลี่ถังผู้เป็พี่รองที่นั่งอยู่บนเตียงร่ำร้องขอความช่วยเหลือ "พี่รอง พี่รองช่วยหลินเอ๋อด้วย!"
ประตูถูกผลักเปิดเข้ามา 'ลี่จู' หญิงวัยกลางคนสีหน้าเดือดดาลเดินเข้ามาในห้อง ทว่าเมื่อสายตาไปตกอยู่บนร่างของลี่ถังสีหน้าที่เคยโกรธเป็ฟืนเป็ไฟพลันมลายหายไป แปรเปลี่ยนเป็ความตื่นตะลึงจนป้าอ้าตาค้าง
"ถังเอ๋อลูกแม่! เ้าฟื้นแล้ว!"
ลี่จูพุ่งปราดเข้าหาบุตรสาว น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความปีติยินดีโผโอบกอดลี่ถังผู้เป็บุตรสาวแแ่ ลืมเื่หัวขโมยตัวน้อยไปเสียสนิท
ลี่ถังนิ่งงันไปชั่วขณะ พลันมีความรู้สึกบางอย่างมากระทบจิตใต้สำนึกของนางแม้คนตรงหน้าจะไม่ใช่มารดาที่แท้จริงของตนทว่าลี่ถังก็ไม่ได้รู้สึกเกลียดหรือปฏิเสธแต่อย่างใดออกจะรู้สึกอบอุ่นแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ลี่ถังเอื้อมมือผอมของตัวเองไปโอบกอดร่างของมารดาที่ไม่ใช่มารดาอย่างอ่อนโยนตอบรับความรักจากท่าน บังเกิดความรู้สึกที่ยากจะบรรยายราวกับสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตถูกเติมเต็มขึ้นมาอีกครั้งจนนางอดน้ำตาไหลออกมาไม่ได้