ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล)

    ตอนที่ 55 รวมพลทั้งหมู่บ้านช่วยกันขายออนไลน์

    ตอนที่ 55 รวมพลทั้งหมู่บ้านช่วยกันขายออนไลน์

     

    หลิวเฟยพาหลิวอวี้เหลียนเข้ามาซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสองเครื่องในตัวเมืองจากนั้นก็ทำการติดตั้งอินเทอร์เน็ต แล้วสร้างบัญชีของร้านค้าออนไลน์ผ่านสื่อกลางเมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นตามขั้นตอนการสร้างร้านค้าแล้ว แบรนด์“ลูกเชอรี่ยักษ์ภูเขาไห่หมิง” ก็ได้ถือกำเนิดบนโลกออนไลน์อย่างเป็นทางการ

     

    “คิดไม่ถึงมาก่อนเลยสร้างร้านค้าออนไลน์มันจะง่ายเหมือนปอกกล้วยขนาดนี้ฉันคิดว่ามันจะซับซ้อนกว่านี้ซะอีก ! ” หลิวอวี้เหลียนพูดด้วยความประหลาดใจ

     

    หลิวเฟยได้ยินดังนั้นจึงยิ้มตอบ“ก็ตอนนี้มันเป็นยุคของอินเทอร์เน็ตแล้ว หลายปัญหาสามารถแก้ได้บนอินเทอร์เน็ตทั้งสะดวกและรวดเร็วอีกต่างหาก ! ”

     

    “เดี๋ยวพวกเราจะต้องไปเจรจาร่วมงานกับบริษัทขนส่งใช่ไหม? ”

     

    หลิวเฟยพยักหน้าตอบรับ“นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีพวกกล่องพัสดุ ดีที่ในอำเภอเรามีแค่บริษัทเดียวเดี๋ยวพวกเราลองไปเจรจาแล้วดูว่าจะเร่งให้ได้กล่องมาใส่ลูกเชอรี่ยักษ์ก่อนรึเปล่า”

     

    “ได้งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ ! ” หลิวอวี้เหลียนยิ้มตอบ

     

    หลิวเฟยพาหลิวอวี้เหลียนกลับมาที่ตำบลจากนั้นก็เข้าไปเจรจาการร่วมงานกับบริษัทขนส่งเสินเฟิงพวกเขาดูให้ความสำคัญกับการเจรจาครั้งนี้เป็นอย่างมาก ผู้จัดการใหญ่ประจำเมืองเฟิ่งหวงถึงกับรีบมาพบหลิวเฟยที่ตำบลโซ่วเฉิงเพื่อการเจราครั้งนี้โดยเฉพาะ

     

    การเจรจาตกลงทางการค้าครั้งนี้ผ่านไปอย่างราบรื่นหลิวเฟยได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดการให้ชาวบ้านหมู่บ้านหลิวขนกล่องลูกเชอร์รี่ยักษ์ลงมาเขาไห่หมิงเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งจากนั้นเขาก็พาหลิวอวี้เหลียนไปที่บริษัทออกแบบกล่องพัสดุที่มีขนาดไม่ใหญ่มากในอำเภอหย่งเจิ้งการเจรจาของทั้งสองฝ่ายก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นเช่นเดียวกันและก็ได้หารือการออกแบบกล่องพัสดุภายในทันที

     

    เนื่องจากเวลาค่อนข้างจะเร่งรัดบวกกับหลิวเฟยก็อยากให้กล่องพัสดุของตนดูเรียบง่ายทำให้ใช้เวลาออกแบบเสร็จภายในระยะเวลาอันสั้นและทางบริษัทก็ได้ดำเนินการผลิตภายในวันนั้นทันที

     

    สองวันให้หลังจากนั้นกล่องพัสดุน้อยใหญ่ขนาดต่าง ๆก็ได้ถูกชาวบ้านแบกขึ้นมากองรวมวางกันอย่างเป็นระเบียบภายในลานบ้านของหลิวเฟย

     

    หลิวเฟยได้นำถ้อยคำและเนื้อหาในการโปรโมทที่ถูกเขียนเสร็จแล้วโดยหลี่อวิ๋นโหรวรวมไปถึงลิงค์ในการเข้าถึงเว็บไซต์ของร้านค้าออนไลน์ส่งให้เซี๋ยจื้อแล้วเขาก็เปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั้งสองตัวแล้วได้นั่งรอคำสั่งซื้ออยู่อย่างเงียบๆ

     

    ตอนนี้ลานบ้านของหลิวเฟยนั้นเต็มไปด้วยชาวบ้านพวกเขาส่วนหนึ่งคือชาวบ้านที่หลิวเฟยจ้างมาช่วยงานอีกส่วนนั้นแค่มาร่วมวงทำให้บรรยากาศมันดูครึกครื้นเฉย ๆ

     

    สวีเยี่ยนยืนแคะเปลือกเมล็ดทานตะวันอยู่ที่หน้าประตูบ้านของตนอย่างเนิบๆ เธอได้ชำเลืองสายตาไปมองหลิวต้าไห่แล้วพูด “ไอ้บ้านั่นมันกำลังเล่นอะไรของมัน ? ตั้งแต่มันกลับมาหมู่บ้านเราก็ไม่มีวันไหนที่สงบสุขเลยแม้แต่วันเดียว ! ”

     

    หลิวต้าไห่เกาหัวแกรกๆ แล้วตอบกลับ“ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกนะ!แต่ได้ยินชาวบ้านบอกมาว่าเขากำลังจะขายของบนอินเทอร์เน็ตมันขายยังไงกัน ? ”

     

    สวีเยี่ยนใช้ปากกะเทาะเปลือกของเมล็ดทานตะวันจากนั้นก็ถุยออกมาสุดแรง “ถุย ! แกยังจะเชื่ออีกหรือ ? ทำไมฉันได้ยินมาว่ามันตกลงกับเถ้าแก่บริษัทไม่สำเร็จมันจนหนทางแล้ว มันถึงได้เลือกเล่นอะไรบ้าบออย่างนี้ไงล่ะ !แกว่าสมองมันถูกลาเตะมารึเปล่า ครึ่งกิโลละ 100 หยวนคนประสาทเท่านั้นแหละถึงจะซื้อได้ ! เถ้าแก่บริษัทนั้นไม่ร่วมงานกับมันก็ถือว่าตัดสินใจถูกแล้วจะไปขายทางอินเทอร์เน็ตห่าเหวอะไร แค่ตั้งแผงขายก็เกรงว่าจะขายไม่ออกเสียด้วยซ้ำแล้วทางอินเทอร์เน็ตมันจะขายได้หรือ ? มันเล่นตลกอะไรอยู่เนี่ย! ”

     

    หลิวต้าไห่ขมวดคิ้วแล้วพูด“ฉันเองก็รู้สึกว่าราคามันไม่สมเหตุสมผลไปหน่อย !แต่หญ้าเก้าชีวิตของตั้งราคาตั้งสูงขนาดนั้นยังขายออกเลยไอ้ลูกเชอรี่นี่ในเมื่อกล้าตั้งราคาสูงขนาดนั้นก็อาจจะขายออกก็ได้ล่ะมั้ง ?”

     

    สวีเยี่ยนเอื้อมมือไปตบหลังเขาจากนั้นเริ่มโหวกเหวกโวยวาย“ขายออกกับผีอะไร ! แกอย่าให้ท้ายแค่เพราะมันทำงานหาเงินสกปรก ๆ มาได้ !แกคอยดูก็แล้วกัน ยังไงครั้งนี้มันก็ไปไม่รอดหรอก ! มันจะต้องพังพินาศในวันนี้แหละ! ”

     

    หลิวต้าไห่ส่ายหัวแล้วพูด“ช่างเถอะ เขาจะเจอความลำบากตรากตรำแค่ไหนมันก็เรื่องของเขาจะได้กำไรหรือขาดทุนมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา”

     

    สวีเยี่ยนหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ“ในที่สุดสมองปลาทองอย่างแกก็ฉลาดขึ้นมาสักทีนะแกต้องเข้าใจว่ายิ่งบินสูงมากเท่าไร พอตกลงมามันยิ่งเจ็บตัวอย่างน่าอนาถเท่านั้น !ก่อนหน้านี้มันก็เป็นที่รักของชาวบ้านอยู่หรอกนะชาวบ้านต่างก็ยกมันขึ้นหิ้งกันหมดแล้ว แต่ครั้งนี้มันจะต้องตกลงมาจากหิ้งแขนหักขาหักแน่นอน! ”

     

    “เธอนี่นะ.....ทำไมปากเสียได้ขนาดนี้? ”

     

    “ได้งั้นแกลองแอบย่องขึ้นไปขโมยลูกเชอรี่ยักษ์มาให้ฉันสิ หากตัดเรื่องราคาออกไปฉันได้ยินมาว่าลูกเชอรี่ของมันรสชาติไม่เลวเลยนี้”

     

    หลิวต้าไห่ตอบกลับด้วยความลำบากใจ“อันนี้.....ไม่ดีหรอกมั้ง ? ”

     

    สวีเยี่ยนถลึงตาใส่เขาหนึ่งครา“คืนนี้แกอยากนอนพื้นรึไง ? รีบทำตามที่ฉันบอก! ชาวบ้านคนอื่นเขาก็แอบไปเอามากินกันทั้งนั้น อีกอย่างก็ปลูกตั้งมากมายขนาดนั้นปล่อยให้เน่าก็เปล่าประโยชน์ ก็ถือเสียเอามาเพื่อทดแทนบุญคุณก็แล้วกัน ! ”

     

    “นี่เธอ.....”

     

    หลิวต้าไห่ได้แต่สายหัวแต่ทว่าเขาขัดคำสั่งได้ที่ไหน เลยต้องจำใจไปแอบเก็บมาให้เมียกิน

     

    เมื่อชาวบ้านตรงลานบ้านยืนออกันราวครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวไดๆ พวกเขาก็เริ่มร้อนรนขึ้นมาจับกลุ่มคุยกัน

     

    “ว่าแล้ววิธีนี้มันไม่ได้ผลจะไปพึ่งคอมพิวเตอร์สองเครื่องนั้นเพื่อขายลูกเชอรี่กองเท่าภูเขาหมดได้ยังไงกัน ?ทำไมยิ่งดูยิ่งไม่น่าเป็นไปได้ ?”

     

    “ใช่น่ะสิรอต่อไปอย่างนี้ไม่ดีแน่นอน ผลไม้อย่างลูกเชอรี่นี้มันต้องสดใหม่ต้องมาตรากตรำลำบากขนาดนี้กว่าจะส่งถึงมือลูกค้าก็เกรงว่าจะเน่าจนหมด ฉันว่านะลองลดราคาลงสักหน่อย แล้วแบ่งให้พวกเราไปตั้งแผงขายยังจะดีกว่า ! ”

     

    “อือ....ราคาแพงหูฉี่จริง! 100 หยวนซื้อได้แค่ครึ่งกิโลเท่านั้น อีกอย่างลูกเชอรี่นี้ก็ใหญ่มหึมาหนึ่งร้อยหยวนคงจะซื้อได้ไม่กี่ลูก ยกเว้นเสียแต่ว่าจะเป็นพวกคนรวยจริง ๆไม่งั้นใครมันจะไปมีกำลังซื้อ ? ”

     

    “ฉันว่านะเสี่ยวเฟยมันเข้าตาจนก็ครานี้แหละทิฐิสูงเกินไป ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ! เฮ้อพวกเราก็ทำได้แค่ร้อนรนแทนก็เท่านั้น”

     

    .......

     

    เหลิวอวี้เหลียนที่แอบได้ยินชาวบ้านพูดกันก็รู้สึกร้อนรนราวกับมดที่เกาะอยู่บนฝาหม้อร้อนเธอได้แต่เกาหัวแล้วเดินวกไปวนมาแล้วเอ่ยถาม“คนที่พี่ให้ช่วยโปรโมทตกลงได้เรื่องป่ะเนี่ย ? ทำไมถึงตอนนี้แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย? ”

     

    หลิวเฟยทำได้แค่ยิ้มตอบ“เธอคิดว่ากำลังเล่นเป่ายิงฉุบอยู่รึไง อะไรมันจะเร็วขนาดนั้น อดทนรอหน่อยสิ ! ”

     

    ทันทีที่หลิวเฟยพูดจบก็มีเสียง“ตื้อดึง” ดังขึ้นมา

     

    เขารีบเปิดหน้าเว็บไซต์ของตนขึ้นมาดูแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดีใจกว่าปกติ “ให้ตายเหอะ ได้ผลจริง ๆ ด้วยมีคนสั่งซื้อแล้ว ! ”

     

    เมื่อเขาพูดจบก็ได้มีฝูงชนกรูเข้าห้อมรอบเขา

     

    หลี่อวิ๋นโหรวจึงรีบเอ่ยถามในทันที“เธอถามนายต่างหาก รีบ ๆ ตอบเข้าสิ ! ”

     

    เพื่อหลิวเฟยเปิดอ่านแล้วก็รีบกดแป้นพิมพ์ตอบกลับไปในทันใด จะว่าไปเขาก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกันคนที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายเช่นเขา ได้รู้สึกเฉยชากับเรื่องราวต่าง ๆมานานแล้ว แต่ทว่าในตอนนี้ตนกลับรู้สึกฮึกเหิมและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

     

    ถ้าเกิดกลุ่มเพื่อนที่เคยร่วมเคียงข้างกันได้มาเห็นสภาพเขาผันตัวมาทำงานฝ่ายบริการลูกค้าในตอนนี้เกรงว่าพวกเขาคงจะเหยียดหยามกันจนตายไปข้างหนึ่ง

     

    ลูกค้าก็ถามคำถามอย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสี รสชาติ ร่วมถึงการตกค้างของสารเคมีเป็นต้นหลิวเฟยเองก็ตอบคำถามทุกข้ออย่างมีความอดทน

     

    แต่ทว่าในท้ายที่สุดสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแทบจะกระอักเลือดออกมาก็คือลูกค้าเอาแต่บ่นว่าราคาสูงเกินไปถ้าเขาไม่ยอมลดราคา เธอก็จะไม่ซื้อ !

     

    เมื่อเห็นดังนี้ผู้คนที่รายล้อมต่างรบเร้าให้หลิวเฟยปรับลดราคาลงหน่อยแต่หลิวเฟยกลับปฏิเสธ เพราะในเมื่อประกาศราคาอย่างเป็นทางการออกไปแล้วถ้าเกิดว่าปรับลดตอนนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่จะเข้ามาซื้อในภายหลัง

     

    ลูกค้าก็ส่งสติกเกอร์ในเชิงเหยียดหยามเขาออกมายาวเหยียดจากนั้นบอกว่าจะไม่ซื้อของเขาแล้ว

     

    เมื่อหลี่อวิ๋นโหรวและหลิววี้เหลียนเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีก็ได้ตีหลิวเฟยอย่างความไม่สบอารมณ์โดยไม่ได้นัดหมายกัน

     

    หลิวเฟยได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วตอบ “พวกเธออย่ามาใจร้อนกันตอนนี้จะได้ไหมค้าขายออนไลน์ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่พวกเราเลือกของหรือต่อราคาหรอกน่าไม่ใช่ว่าถามแล้วจะซื้อเลยเสมอไป ใจเย็น ๆ กันหน่อยสิ ! ”

     

    หลิวอวี้เหลียนถลึงตาใส่เขาแล้วพูด“แต่นี่เป็นการสั่งซื้อแรกของพี่นะ ทำไมถึงได้หัวรั้นขนาดนี้ ? ลดราคาลงหน่อยมันจะตายรึไง? ”

     

    “ขายของออนไลน์มันไม่เหมือนกับการวางแผงขายหรอกนะนอกเสียจากว่าเราจะจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการขายมันถึงจะทำได้ เปลี่ยนแปลงแค่นิดหน่อยมันก็อาจจะกระทบทั้งหมดซึ่งยุ่งยากพอสมควร”

     

    หลี่อวิ๋นโหรวถอนหายใจพรวดออกมา“เห้อ ฉันก็อุตส่าห์ดีใจ ! ”

     

    กลุ่มชาวบ้านที่ออกันอยู่ที่ลานบ้านก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าสร้อยตาม ๆ กัน

     

    “เดี๋ยวก่อน ! ”

     

    และในห้วงวินาทีนั้นก็ดูเหมือนว่าจะเกิดปาฏิหาริย์บางอย่างขึ้นมาเหมือนว่าลูกค้าจะติดต่อเข้ามาหาหลิวเฟยอีกครั้ง เธอร่ำไรอยู่ครู่หนึ่งหลังจากที่ว่าเขาเป็นลาหัวรั้นที่น่ารัก จากนั้นก็ปิดการขายด้วยคำสั่งซื้อที่ 25 กิโลกรัม!

     

    ยอดการสั่งซื้อครั้งแรกก็ปาเข้าไป25 กิโลกรัม เท่ากับว่าในชั่วพริบตาเดียวเขาขายได้มากถึง 5,000 หยวน ทำให้หลิวเฟยรู้สึกราวกับว่าเขากำลังฝันไป

     

    หลังจากที่หลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรวเห็นยอดการสั่งซื้อแล้วก็ดีใจจนโผเข้ากระโดดกอดกัน ชาวบ้านเห็นดังนั้นก็เข้าไปถามด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินมาว่าการสั่งซื้อแรกก็ขายได้มากมายขนาดนี้ต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง

     

    ทว่าเมื่อหลิวเฟยเห็นข้อมูลส่วนตัวและที่อยู่ของลูกค้าเขาก็ไหล่ตกในทันที

     

    เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเขาได้เดินเข้าไปที่ห้องนอนของตนแล้วปิดประตูมิดชิด จากนั้นก็โทรศัพท์ไปหาโม่อวี้

     

    โม่อวี้รับสายจึงพูด“จะโทรมาทำไม รีบ ๆ ห่อพัสดุแล้วส่งมาให้พี่สิคะ พี่รอที่จะชิมแล้วนะ ! ”

     

    หลิวเฟยพูดพลางส่ายหัว“ผู้จัดการโม่ครับ ความหวังดีนี่ผมรู้สึกซาบซึ้งจริง ๆ แต่ความรู้สึกนี้มัน......”

     

    โม่อวี้รีบเอ่ยขัดจังหวะ“จะมาความรู้ส่งรู้สึกอะไรกัน ฉันอยากกินจริง ๆ แล้วก็จะถือโอกาสเอาให้เพื่อนได้ลองชิมกันด้วยเพื่อช่วยนายหากลุ่มลูกค้าตามตลาดธรรมชาติไงล่ะ อย่าดื้อนะ รีบส่งมาซะดี ๆ ไงล่ะ นายพอใจที่พี่สาวคนนี้เล่นละครตบตารึเปล่าฮ่าๆๆๆๆ.....”

     

    หลิวเฟยยิ้มด้วยความกระอักกระอ่วน“ละครตบตาของคุณทำเอาผมหัวใจจะวาย ! เอ่อ....คุณซื้อพอเป็นพิธีก็ได้แล้วจะซื้อทำไมเยอะแยะขนาดนั้น”

     

    “ฉันอยากจะซื้อนายมากินเสียด้วยซ้ำนี่ถือว่าเยอะไปหรือ ? เอาล่ะ อย่ามัวแต่ร่ำไร รีบส่งมาเร็วเข้า !พี่สาวคนนี้เป็นคำสั่งซื้อแรกของนายใช่ไหมล่ะ ? ระลึกถึงฉันไว้ล่ะรวยเมื่อไรก็อย่าลืมกันนะ”

     

    เมื่อได้ยินเธอพูดถึงขนาดนี้แล้วหลิวเฟยก็แทบจะเอ่ยอะไรไม่ออก หลังจากที่กล่าวขอบคุณ เขาก็รีบออกไปข้างนอกใครจะไปรู้ว่าตอนนี้หลี่อวิ๋นโหรวกำลังยุ่งจนมือเป็นระวิงอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

     

    เธอพูดไปพลางพิมพ์ตอบลูกค้า“คำสั่งซื้อเมื่อกี๊เป็นของผู้จัดการโม่สินะ เธอใจถึงใช้ได้เลย ! จะว่าไปผ่านไปแค่แป๊บเดียวตอนนี้เรามีคำสั่งซื้อเข้ามามากถึงสิบรายการแล้วอาจจะเป็นเพราะการโปรโมท คนที่นายให้ช่วยโปรโมทนี่เป็นใครกันแน่ นี่มันสุดยอดไปเลย! ”

     

    เมื่อหลิวเฟยดูรายชื่อของลูกค้าที่สั่งเขามาแล้วพบรายชื่อของหลี่ซานซานเป็นหนึ่งในนั้นก็แทบจะไปไม่เป็น

     

    เขาเลยรีบโทรศัพท์ไปหาหลี่ซานซาน“ทำไมไม่นอนรักษาตัวดี ๆ ยังจะมีอารมณ์มาซื้อของออนไลน์อยู่อีก ?”

     

    หลี่ซานซานแอบหัวเราะแล้วตอบกลับไป“พี่เข้าใจผิดแล้ว พ่อฉันได้ยินมาจากประธานซูว่าพี่เปิดร้านออนไลน์ขายลูกเชอรี่ท่านก็เลยยืมบัญชีฉันไปซื้อ ฮ่าๆๆ.....เถ้าแก่หมอเทวดา รีบ ๆ ส่งของมาซะดี ๆฉันรอหม่ำแล้ว ให้ไวเลยนะ ไม่งั้นจะประเมินคะแนนให้พี่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเลย คอยดู !”

     

    “........”

     

    คราวนี้ก็ชัดเลยว่าเป็นฝีมือของโม่อวี้ที่เอาเรื่องเขาเปิดร้านค้าออนไลน์ไปเล่าให้ซูเฉียวฟังเมื่อเธอได้ยินดั้งนั้นก็ได้บอกต่อหลี่เจิ้งอี แล้วหลี่เจิ้งอีก็ได้บอกเหล่าพยาบาลในโรงพยาบาลเฟิ่งหวงเพื่อเป็นการช่วยเขาโปรโมทอีกทอดหนึ่งดังนั้นเลยทำให้มีการสั่งซื้อเข้ามามากมายพรวดเดียว

     

    หลิวเฟยรู้สึกซึ้งใจในที่คนเหล่านี้ได้ให้การสนับสนุนทว่าเขาก็ไม่อาจจะพึ่งพาเพื่อนฝูงได้ตลอดไป ต้องให้การโปรโมทของเซี๋ยจื้อได้ผลเขาจึงสามารถหากินด้วยวิธีนี้ต่อไปได้

     

    หลังจากที่ไหว้วานให้หลี่ซานซานไปขอบคุณคุณพ่อของเขาและสวี่เฉียวจากนั้นเขาก็รีบจัดแจงให้ชาวบ้านเป็น 4 กลุ่มเล็ก ๆ ได้แก่ กลุ่มเก็บลูกเชอรี่กลุ่มขนส่ง กลุ่มห่อกล่องพัสดุ และกลุ่มกรอกรายการสั่งซื้อ เพื่อให้ชาวบ้านได้มีงานทำกันถ้วนหน้า

     

    ส่วนเขาหลิวอวี้เหลียน และหลี่อวิ๋นโหรวก็ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริการลูกค้า ไม่นานนักภูเขาไห่หมิงก็ได้คึกคักขึ้นมาผู้คนกว่าร้อยครัวเรือนก็ได้ร่วมแรงร่วมใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย…...

     

    คล้ายกับเรื่องผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน