ตอนที่ 55 รวมพลทั้งหมู่บ้านช่วยกันขายออนไลน์
หลิวเฟยพาหลิวอวี้เหลียนเข้ามาซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสองเครื่องในตัวเมืองจากนั้นก็ทำการติดตั้งอินเทอร์เน็ต แล้วสร้างบัญชีของร้านค้าออนไลน์ผ่านสื่อกลางเมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นตามขั้นตอนการสร้างร้านค้าแล้ว แบรนด์“ลูกเชอรี่ยักษ์ภูเขาไห่หมิง” ก็ได้ถือกำเนิดบนโลกออนไลน์อย่างเป็นทางการ
“คิดไม่ถึงมาก่อนเลยสร้างร้านค้าออนไลน์มันจะง่ายเหมือนปอกกล้วยขนาดนี้ฉันคิดว่ามันจะซับซ้อนกว่านี้ซะอีก ! ” หลิวอวี้เหลียนพูดด้วยความประหลาดใจ
หลิวเฟยได้ยินดังนั้นจึงยิ้มตอบ“ก็ตอนนี้มันเป็นยุคของอินเทอร์เน็ตแล้ว หลายปัญหาสามารถแก้ได้บนอินเทอร์เน็ตทั้งสะดวกและรวดเร็วอีกต่างหาก ! ”
“เดี๋ยวพวกเราจะต้องไปเจรจาร่วมงานกับบริษัทขนส่งใช่ไหม? ”
หลิวเฟยพยักหน้าตอบรับ“นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีพวกกล่องพัสดุ ดีที่ในอำเภอเรามีแค่บริษัทเดียวเดี๋ยวพวกเราลองไปเจรจาแล้วดูว่าจะเร่งให้ได้กล่องมาใส่ลูกเชอรี่ยักษ์ก่อนรึเปล่า”
“ได้งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ ! ” หลิวอวี้เหลียนยิ้มตอบ
หลิวเฟยพาหลิวอวี้เหลียนกลับมาที่ตำบลจากนั้นก็เข้าไปเจรจาการร่วมงานกับบริษัทขนส่งเสินเฟิงพวกเขาดูให้ความสำคัญกับการเจรจาครั้งนี้เป็นอย่างมาก ผู้จัดการใหญ่ประจำเมืองเฟิ่งหวงถึงกับรีบมาพบหลิวเฟยที่ตำบลโซ่วเฉิงเพื่อการเจราครั้งนี้โดยเฉพาะ
การเจรจาตกลงทางการค้าครั้งนี้ผ่านไปอย่างราบรื่นหลิวเฟยได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดการให้ชาวบ้านหมู่บ้านหลิวขนกล่องลูกเชอร์รี่ยักษ์ลงมาเขาไห่หมิงเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งจากนั้นเขาก็พาหลิวอวี้เหลียนไปที่บริษัทออกแบบกล่องพัสดุที่มีขนาดไม่ใหญ่มากในอำเภอหย่งเจิ้งการเจรจาของทั้งสองฝ่ายก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นเช่นเดียวกันและก็ได้หารือการออกแบบกล่องพัสดุภายในทันที
เนื่องจากเวลาค่อนข้างจะเร่งรัดบวกกับหลิวเฟยก็อยากให้กล่องพัสดุของตนดูเรียบง่ายทำให้ใช้เวลาออกแบบเสร็จภายในระยะเวลาอันสั้นและทางบริษัทก็ได้ดำเนินการผลิตภายในวันนั้นทันที
สองวันให้หลังจากนั้นกล่องพัสดุน้อยใหญ่ขนาดต่าง ๆก็ได้ถูกชาวบ้านแบกขึ้นมากองรวมวางกันอย่างเป็นระเบียบภายในลานบ้านของหลิวเฟย
หลิวเฟยได้นำถ้อยคำและเนื้อหาในการโปรโมทที่ถูกเขียนเสร็จแล้วโดยหลี่อวิ๋นโหรวรวมไปถึงลิงค์ในการเข้าถึงเว็บไซต์ของร้านค้าออนไลน์ส่งให้เซี๋ยจื้อแล้วเขาก็เปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั้งสองตัวแล้วได้นั่งรอคำสั่งซื้ออยู่อย่างเงียบๆ
ตอนนี้ลานบ้านของหลิวเฟยนั้นเต็มไปด้วยชาวบ้านพวกเขาส่วนหนึ่งคือชาวบ้านที่หลิวเฟยจ้างมาช่วยงานอีกส่วนนั้นแค่มาร่วมวงทำให้บรรยากาศมันดูครึกครื้นเฉย ๆ
สวีเยี่ยนยืนแคะเปลือกเมล็ดทานตะวันอยู่ที่หน้าประตูบ้านของตนอย่างเนิบๆ เธอได้ชำเลืองสายตาไปมองหลิวต้าไห่แล้วพูด “ไอ้บ้านั่นมันกำลังเล่นอะไรของมัน ? ตั้งแต่มันกลับมาหมู่บ้านเราก็ไม่มีวันไหนที่สงบสุขเลยแม้แต่วันเดียว ! ”
หลิวต้าไห่เกาหัวแกรกๆ แล้วตอบกลับ“ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกนะ!แต่ได้ยินชาวบ้านบอกมาว่าเขากำลังจะขายของบนอินเทอร์เน็ตมันขายยังไงกัน ? ”
สวีเยี่ยนใช้ปากกะเทาะเปลือกของเมล็ดทานตะวันจากนั้นก็ถุยออกมาสุดแรง “ถุย ! แกยังจะเชื่ออีกหรือ ? ทำไมฉันได้ยินมาว่ามันตกลงกับเถ้าแก่บริษัทไม่สำเร็จมันจนหนทางแล้ว มันถึงได้เลือกเล่นอะไรบ้าบออย่างนี้ไงล่ะ !แกว่าสมองมันถูกลาเตะมารึเปล่า ครึ่งกิโลละ 100 หยวนคนประสาทเท่านั้นแหละถึงจะซื้อได้ ! เถ้าแก่บริษัทนั้นไม่ร่วมงานกับมันก็ถือว่าตัดสินใจถูกแล้วจะไปขายทางอินเทอร์เน็ตห่าเหวอะไร แค่ตั้งแผงขายก็เกรงว่าจะขายไม่ออกเสียด้วยซ้ำแล้วทางอินเทอร์เน็ตมันจะขายได้หรือ ? มันเล่นตลกอะไรอยู่เนี่ย! ”
หลิวต้าไห่ขมวดคิ้วแล้วพูด“ฉันเองก็รู้สึกว่าราคามันไม่สมเหตุสมผลไปหน่อย !แต่หญ้าเก้าชีวิตของตั้งราคาตั้งสูงขนาดนั้นยังขายออกเลยไอ้ลูกเชอรี่นี่ในเมื่อกล้าตั้งราคาสูงขนาดนั้นก็อาจจะขายออกก็ได้ล่ะมั้ง ?”
สวีเยี่ยนเอื้อมมือไปตบหลังเขาจากนั้นเริ่มโหวกเหวกโวยวาย“ขายออกกับผีอะไร ! แกอย่าให้ท้ายแค่เพราะมันทำงานหาเงินสกปรก ๆ มาได้ !แกคอยดูก็แล้วกัน ยังไงครั้งนี้มันก็ไปไม่รอดหรอก ! มันจะต้องพังพินาศในวันนี้แหละ! ”
หลิวต้าไห่ส่ายหัวแล้วพูด“ช่างเถอะ เขาจะเจอความลำบากตรากตรำแค่ไหนมันก็เรื่องของเขาจะได้กำไรหรือขาดทุนมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา”
สวีเยี่ยนหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ“ในที่สุดสมองปลาทองอย่างแกก็ฉลาดขึ้นมาสักทีนะแกต้องเข้าใจว่ายิ่งบินสูงมากเท่าไร พอตกลงมามันยิ่งเจ็บตัวอย่างน่าอนาถเท่านั้น !ก่อนหน้านี้มันก็เป็นที่รักของชาวบ้านอยู่หรอกนะชาวบ้านต่างก็ยกมันขึ้นหิ้งกันหมดแล้ว แต่ครั้งนี้มันจะต้องตกลงมาจากหิ้งแขนหักขาหักแน่นอน! ”
“เธอนี่นะ.....ทำไมปากเสียได้ขนาดนี้? ”
“ได้งั้นแกลองแอบย่องขึ้นไปขโมยลูกเชอรี่ยักษ์มาให้ฉันสิ หากตัดเรื่องราคาออกไปฉันได้ยินมาว่าลูกเชอรี่ของมันรสชาติไม่เลวเลยนี้”
หลิวต้าไห่ตอบกลับด้วยความลำบากใจ“อันนี้.....ไม่ดีหรอกมั้ง ? ”
สวีเยี่ยนถลึงตาใส่เขาหนึ่งครา“คืนนี้แกอยากนอนพื้นรึไง ? รีบทำตามที่ฉันบอก! ชาวบ้านคนอื่นเขาก็แอบไปเอามากินกันทั้งนั้น อีกอย่างก็ปลูกตั้งมากมายขนาดนั้นปล่อยให้เน่าก็เปล่าประโยชน์ ก็ถือเสียเอามาเพื่อทดแทนบุญคุณก็แล้วกัน ! ”
“นี่เธอ.....”
หลิวต้าไห่ได้แต่สายหัวแต่ทว่าเขาขัดคำสั่งได้ที่ไหน เลยต้องจำใจไปแอบเก็บมาให้เมียกิน
เมื่อชาวบ้านตรงลานบ้านยืนออกันราวครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวไดๆ พวกเขาก็เริ่มร้อนรนขึ้นมาจับกลุ่มคุยกัน
“ว่าแล้ววิธีนี้มันไม่ได้ผลจะไปพึ่งคอมพิวเตอร์สองเครื่องนั้นเพื่อขายลูกเชอรี่กองเท่าภูเขาหมดได้ยังไงกัน ?ทำไมยิ่งดูยิ่งไม่น่าเป็นไปได้ ?”
“ใช่น่ะสิรอต่อไปอย่างนี้ไม่ดีแน่นอน ผลไม้อย่างลูกเชอรี่นี้มันต้องสดใหม่ต้องมาตรากตรำลำบากขนาดนี้กว่าจะส่งถึงมือลูกค้าก็เกรงว่าจะเน่าจนหมด ฉันว่านะลองลดราคาลงสักหน่อย แล้วแบ่งให้พวกเราไปตั้งแผงขายยังจะดีกว่า ! ”
“อือ....ราคาแพงหูฉี่จริง! 100 หยวนซื้อได้แค่ครึ่งกิโลเท่านั้น อีกอย่างลูกเชอรี่นี้ก็ใหญ่มหึมาหนึ่งร้อยหยวนคงจะซื้อได้ไม่กี่ลูก ยกเว้นเสียแต่ว่าจะเป็นพวกคนรวยจริง ๆไม่งั้นใครมันจะไปมีกำลังซื้อ ? ”
“ฉันว่านะเสี่ยวเฟยมันเข้าตาจนก็ครานี้แหละทิฐิสูงเกินไป ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ! เฮ้อพวกเราก็ทำได้แค่ร้อนรนแทนก็เท่านั้น”
.......
เหลิวอวี้เหลียนที่แอบได้ยินชาวบ้านพูดกันก็รู้สึกร้อนรนราวกับมดที่เกาะอยู่บนฝาหม้อร้อนเธอได้แต่เกาหัวแล้วเดินวกไปวนมาแล้วเอ่ยถาม“คนที่พี่ให้ช่วยโปรโมทตกลงได้เรื่องป่ะเนี่ย ? ทำไมถึงตอนนี้แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย? ”
หลิวเฟยทำได้แค่ยิ้มตอบ“เธอคิดว่ากำลังเล่นเป่ายิงฉุบอยู่รึไง อะไรมันจะเร็วขนาดนั้น อดทนรอหน่อยสิ ! ”
ทันทีที่หลิวเฟยพูดจบก็มีเสียง“ตื้อดึง” ดังขึ้นมา
เขารีบเปิดหน้าเว็บไซต์ของตนขึ้นมาดูแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดีใจกว่าปกติ “ให้ตายเหอะ ได้ผลจริง ๆ ด้วยมีคนสั่งซื้อแล้ว ! ”
เมื่อเขาพูดจบก็ได้มีฝูงชนกรูเข้าห้อมรอบเขา
หลี่อวิ๋นโหรวจึงรีบเอ่ยถามในทันที“เธอถามนายต่างหาก รีบ ๆ ตอบเข้าสิ ! ”
เพื่อหลิวเฟยเปิดอ่านแล้วก็รีบกดแป้นพิมพ์ตอบกลับไปในทันใด จะว่าไปเขาก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกันคนที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายเช่นเขา ได้รู้สึกเฉยชากับเรื่องราวต่าง ๆมานานแล้ว แต่ทว่าในตอนนี้ตนกลับรู้สึกฮึกเหิมและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ถ้าเกิดกลุ่มเพื่อนที่เคยร่วมเคียงข้างกันได้มาเห็นสภาพเขาผันตัวมาทำงานฝ่ายบริการลูกค้าในตอนนี้เกรงว่าพวกเขาคงจะเหยียดหยามกันจนตายไปข้างหนึ่ง
ลูกค้าก็ถามคำถามอย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสี รสชาติ ร่วมถึงการตกค้างของสารเคมีเป็นต้นหลิวเฟยเองก็ตอบคำถามทุกข้ออย่างมีความอดทน
แต่ทว่าในท้ายที่สุดสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแทบจะกระอักเลือดออกมาก็คือลูกค้าเอาแต่บ่นว่าราคาสูงเกินไปถ้าเขาไม่ยอมลดราคา เธอก็จะไม่ซื้อ !
เมื่อเห็นดังนี้ผู้คนที่รายล้อมต่างรบเร้าให้หลิวเฟยปรับลดราคาลงหน่อยแต่หลิวเฟยกลับปฏิเสธ เพราะในเมื่อประกาศราคาอย่างเป็นทางการออกไปแล้วถ้าเกิดว่าปรับลดตอนนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่จะเข้ามาซื้อในภายหลัง
ลูกค้าก็ส่งสติกเกอร์ในเชิงเหยียดหยามเขาออกมายาวเหยียดจากนั้นบอกว่าจะไม่ซื้อของเขาแล้ว
เมื่อหลี่อวิ๋นโหรวและหลิววี้เหลียนเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีก็ได้ตีหลิวเฟยอย่างความไม่สบอารมณ์โดยไม่ได้นัดหมายกัน
หลิวเฟยได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วตอบ “พวกเธออย่ามาใจร้อนกันตอนนี้จะได้ไหมค้าขายออนไลน์ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่พวกเราเลือกของหรือต่อราคาหรอกน่าไม่ใช่ว่าถามแล้วจะซื้อเลยเสมอไป ใจเย็น ๆ กันหน่อยสิ ! ”
หลิวอวี้เหลียนถลึงตาใส่เขาแล้วพูด“แต่นี่เป็นการสั่งซื้อแรกของพี่นะ ทำไมถึงได้หัวรั้นขนาดนี้ ? ลดราคาลงหน่อยมันจะตายรึไง? ”
“ขายของออนไลน์มันไม่เหมือนกับการวางแผงขายหรอกนะนอกเสียจากว่าเราจะจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการขายมันถึงจะทำได้ เปลี่ยนแปลงแค่นิดหน่อยมันก็อาจจะกระทบทั้งหมดซึ่งยุ่งยากพอสมควร”
หลี่อวิ๋นโหรวถอนหายใจพรวดออกมา“เห้อ ฉันก็อุตส่าห์ดีใจ ! ”
กลุ่มชาวบ้านที่ออกันอยู่ที่ลานบ้านก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าสร้อยตาม ๆ กัน
“เดี๋ยวก่อน ! ”
และในห้วงวินาทีนั้นก็ดูเหมือนว่าจะเกิดปาฏิหาริย์บางอย่างขึ้นมาเหมือนว่าลูกค้าจะติดต่อเข้ามาหาหลิวเฟยอีกครั้ง เธอร่ำไรอยู่ครู่หนึ่งหลังจากที่ว่าเขาเป็นลาหัวรั้นที่น่ารัก จากนั้นก็ปิดการขายด้วยคำสั่งซื้อที่ 25 กิโลกรัม!
ยอดการสั่งซื้อครั้งแรกก็ปาเข้าไป25 กิโลกรัม เท่ากับว่าในชั่วพริบตาเดียวเขาขายได้มากถึง 5,000 หยวน ทำให้หลิวเฟยรู้สึกราวกับว่าเขากำลังฝันไป
หลังจากที่หลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรวเห็นยอดการสั่งซื้อแล้วก็ดีใจจนโผเข้ากระโดดกอดกัน ชาวบ้านเห็นดังนั้นก็เข้าไปถามด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินมาว่าการสั่งซื้อแรกก็ขายได้มากมายขนาดนี้ต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
ทว่าเมื่อหลิวเฟยเห็นข้อมูลส่วนตัวและที่อยู่ของลูกค้าเขาก็ไหล่ตกในทันที
เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเขาได้เดินเข้าไปที่ห้องนอนของตนแล้วปิดประตูมิดชิด จากนั้นก็โทรศัพท์ไปหาโม่อวี้
โม่อวี้รับสายจึงพูด“จะโทรมาทำไม รีบ ๆ ห่อพัสดุแล้วส่งมาให้พี่สิคะ พี่รอที่จะชิมแล้วนะ ! ”
หลิวเฟยพูดพลางส่ายหัว“ผู้จัดการโม่ครับ ความหวังดีนี่ผมรู้สึกซาบซึ้งจริง ๆ แต่ความรู้สึกนี้มัน......”
โม่อวี้รีบเอ่ยขัดจังหวะ“จะมาความรู้ส่งรู้สึกอะไรกัน ฉันอยากกินจริง ๆ แล้วก็จะถือโอกาสเอาให้เพื่อนได้ลองชิมกันด้วยเพื่อช่วยนายหากลุ่มลูกค้าตามตลาดธรรมชาติไงล่ะ อย่าดื้อนะ รีบส่งมาซะดี ๆ ไงล่ะ นายพอใจที่พี่สาวคนนี้เล่นละครตบตารึเปล่าฮ่าๆๆๆๆ.....”
หลิวเฟยยิ้มด้วยความกระอักกระอ่วน“ละครตบตาของคุณทำเอาผมหัวใจจะวาย ! เอ่อ....คุณซื้อพอเป็นพิธีก็ได้แล้วจะซื้อทำไมเยอะแยะขนาดนั้น”
“ฉันอยากจะซื้อนายมากินเสียด้วยซ้ำนี่ถือว่าเยอะไปหรือ ? เอาล่ะ อย่ามัวแต่ร่ำไร รีบส่งมาเร็วเข้า !พี่สาวคนนี้เป็นคำสั่งซื้อแรกของนายใช่ไหมล่ะ ? ระลึกถึงฉันไว้ล่ะรวยเมื่อไรก็อย่าลืมกันนะ”
เมื่อได้ยินเธอพูดถึงขนาดนี้แล้วหลิวเฟยก็แทบจะเอ่ยอะไรไม่ออก หลังจากที่กล่าวขอบคุณ เขาก็รีบออกไปข้างนอกใครจะไปรู้ว่าตอนนี้หลี่อวิ๋นโหรวกำลังยุ่งจนมือเป็นระวิงอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
เธอพูดไปพลางพิมพ์ตอบลูกค้า“คำสั่งซื้อเมื่อกี๊เป็นของผู้จัดการโม่สินะ เธอใจถึงใช้ได้เลย ! จะว่าไปผ่านไปแค่แป๊บเดียวตอนนี้เรามีคำสั่งซื้อเข้ามามากถึงสิบรายการแล้วอาจจะเป็นเพราะการโปรโมท คนที่นายให้ช่วยโปรโมทนี่เป็นใครกันแน่ นี่มันสุดยอดไปเลย! ”
เมื่อหลิวเฟยดูรายชื่อของลูกค้าที่สั่งเขามาแล้วพบรายชื่อของหลี่ซานซานเป็นหนึ่งในนั้นก็แทบจะไปไม่เป็น
เขาเลยรีบโทรศัพท์ไปหาหลี่ซานซาน“ทำไมไม่นอนรักษาตัวดี ๆ ยังจะมีอารมณ์มาซื้อของออนไลน์อยู่อีก ?”
หลี่ซานซานแอบหัวเราะแล้วตอบกลับไป“พี่เข้าใจผิดแล้ว พ่อฉันได้ยินมาจากประธานซูว่าพี่เปิดร้านออนไลน์ขายลูกเชอรี่ท่านก็เลยยืมบัญชีฉันไปซื้อ ฮ่าๆๆ.....เถ้าแก่หมอเทวดา รีบ ๆ ส่งของมาซะดี ๆฉันรอหม่ำแล้ว ให้ไวเลยนะ ไม่งั้นจะประเมินคะแนนให้พี่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเลย คอยดู !”
“........”
คราวนี้ก็ชัดเลยว่าเป็นฝีมือของโม่อวี้ที่เอาเรื่องเขาเปิดร้านค้าออนไลน์ไปเล่าให้ซูเฉียวฟังเมื่อเธอได้ยินดั้งนั้นก็ได้บอกต่อหลี่เจิ้งอี แล้วหลี่เจิ้งอีก็ได้บอกเหล่าพยาบาลในโรงพยาบาลเฟิ่งหวงเพื่อเป็นการช่วยเขาโปรโมทอีกทอดหนึ่งดังนั้นเลยทำให้มีการสั่งซื้อเข้ามามากมายพรวดเดียว
หลิวเฟยรู้สึกซึ้งใจในที่คนเหล่านี้ได้ให้การสนับสนุนทว่าเขาก็ไม่อาจจะพึ่งพาเพื่อนฝูงได้ตลอดไป ต้องให้การโปรโมทของเซี๋ยจื้อได้ผลเขาจึงสามารถหากินด้วยวิธีนี้ต่อไปได้
หลังจากที่ไหว้วานให้หลี่ซานซานไปขอบคุณคุณพ่อของเขาและสวี่เฉียวจากนั้นเขาก็รีบจัดแจงให้ชาวบ้านเป็น 4 กลุ่มเล็ก ๆ ได้แก่ กลุ่มเก็บลูกเชอรี่กลุ่มขนส่ง กลุ่มห่อกล่องพัสดุ และกลุ่มกรอกรายการสั่งซื้อ เพื่อให้ชาวบ้านได้มีงานทำกันถ้วนหน้า
ส่วนเขาหลิวอวี้เหลียน และหลี่อวิ๋นโหรวก็ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริการลูกค้า ไม่นานนักภูเขาไห่หมิงก็ได้คึกคักขึ้นมาผู้คนกว่าร้อยครัวเรือนก็ได้ร่วมแรงร่วมใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย…...