เหงาในเงาจันทร์

    ตอนที่ 7 : พึ่งรู้หัวใจตัวเอง

            เสียงฝนตกดังตลอดทั้งคืนเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสีเบาๆ ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกำลังตอกย้ำความเงียบในหัวใจของ  กานต์แก้ว ฝนข้างนอกยังตกอยู่หยดน้ำกระทบหน้าต่างสม่ำเสมอเธอนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องที่มีแต่เสียงแอร์แต่เธอรู้สึกว่าห้องนั้นอบอุ่นขึ้นมาเงียบๆ เหมือนใครเพิ่งจุดไฟในหัวใจที่เพิ่งเกือบดับ

            เช้าวันเสาร์มาถึงช้าๆพร้อมท้องฟ้าหม่นสีเทาหญิงสาวยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตาบวมแดงจากการร้องไห้หลายคืนติดกัน
    วิทยุเครื่องเล็กข้างหัวเตียงยังเปิดคลออยู่เหมือนเดิมเพลงรักเศร้าๆ หมุนวนทั้งคืนจนแทบจำเนื้อได้ เธอนอนมองเพดานเงียบๆ
    ในหัวมีแต่คำถามเดิม

            “พี่ต้นหายไปไหน”

            สายฝนยังคงตกพรำๆอากาศเย็นจนห้องทั้งห้องดูเหงากว่าเดิม กานต์แก้วค่อยๆลุกขึ้นนั่งก่อนยกมือปาดน้ำตาเงียบๆ เธอไม่อยากอยู่กับความรู้สึกนี้อีกแล้ว 

            ดังนั้น แม้จะเป็๲วันหยุดหญิงสาวก็เลือกแต่งตัวออกไปทำงานพิเศษอย่างน้อยการได้อยู่ท่ามกลางผู้คน ก็ยังดีกว่านั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องเงียบๆ โรงพยาบาลวันฝนตกดูเงียบกว่าปกติคนไข้มีไม่มากเสียงพูดคุยเบาลง ทุกอย่างดูเฉื่อยชาไปตามอากาศกานต์แก้วนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์เงียบๆสายตาเผลอมองคอมพิวเตอร์บ่อยกว่าที่ควรทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่า

            “อย่าหวังเลย” แต่ลึกๆในหัวใจเธอกลับยังรอ ใกล้เที่ยงแล้วหญิงสาวถอนหายใจเบาๆก่อนเอื้อมมือไปเปิดคอมพิวเตอร์ช้าๆ เสียงโมเด็มต่ออินเทอร์เน็ตดังขึ้น ตี๊ดดด ครืดดดแกร๊กกก  เสียงเดิมที่เคยทำให้เธอยิ้มได้ทุกวันแต่วันนี้เธอแทบไม่ได้คาดหวังอะไรแล้ว กานต์แก้วกด Login MSN อย่างเงียบๆ และในวินาทีนั้นเอง “ติ๊ง” เสียง MSN ดังขึ้น 

            หญิงสาวหันกลับมามองหน้าจอเร็วแทบจะทันทีก่อนดวงตาจะเบิกกว้างข้อความสั้นๆ ปรากฏอยู่ตรงหน้า

            “สวัสดีคับ ลืมพี่หรือยัง”น้ำตาของกานต์แก้วไหลออกมาทันทีโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำหัวใจเต้นแรงจนมือสั่น ทั้งดีใจ   ทั้งโล่งใจทั้งเจ็บน้อยๆ ที่เฝ้ารอมาหลายวัน ความรู้สึกทั้งหมด     ถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนแทบหายใจไม่ทันนิ้วเล็กๆ รีบพิมพ์ตอบกลับ 

            “ไม่เคยลืม” ก่อนจะพิมพ์ซ้ำอีกครั้ง

            “ไม่เคยเลย” ปลายทางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนข้อความใหม่จะเด้งขึ้นมา

            “ขอบคุณคับ”

            “พอดีพี่ไปฝึกภาคสนามมา”

            “ในป่าไม่มีอินเทอร์เน็ตติดต่อใครไม่ได้เลย”

            “ขอโทษนะคับที่ไม่ได้บอก”เพียงแค่นั้นน้ำตาของกานต์แก้วกลับยิ่งไหลหนักกว่าเดิม เหมือนหัวใจที่แบกความคิดถึงมาหลายวันพึ่งได้รับอนุญาตให้ร้องไห้ออกมาเสียที

            “พี่รู้ไหม?” 

            “พี่ทำให้กานต์ร้องไห้ทุกวันเลย” ข้อความถูกพิมพ์ออกไปช้าๆ 

            “กานต์รอ” 

            “รอจนไม่รู้จะรอยังไง”

            “กานต์คิดไปหมด คิดว่าพี่ไม่อยากคุยแล้ว...คิดว่าพี่หายไปแล้ว”

            “มันทรมานมากเลยนะ” ปลายทางเงียบไปพักใหญ่เหมือนผู้ชายอีกคนกำลังอ่านข้อความทุกคำอย่างตั้งใจก่อนข้อความตอบกลับจะค่อยๆ ปรากฏขึ้น

            “พี่ก็คิดถึงกานต์มากเหมือนกัน”กานต์แก้วเม้มปากแน่นทันทีน้ำตาไหลเงียบๆ ขณะมองหน้าจอ

             “พี่พึ่งรู้เหมือนกัน” 

            “ว่าการคิดถึงคนที่ไม่เคยเห็นหน้าไม่เคยได้ยินเสียงรู้จักกันแค่ตัวหนังสือ”

            “มันจะทรงพลังได้ขนาดนี้”กานต์แก้วหลับตาลงช้าๆ     หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ก่อนข้อความสุดท้ายจะค่อยๆ ปรากฏขึ้น 

            “พี่ว่า”

            “เราคงมาไกลเกินกว่าคำว่า คนรู้จักแล้วนะ”

            หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันทีร้องไห้ออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเสียใจ

            ต้นไม้ พูดน้ำเสียงราบเรียบ“จะไม่เกิดแบบนี้อีกแล้วนะ กานต์โทรหาพี่ได้ตลอด เดี๋ยวพี่ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้พี่จะไม่ปล่อยให้กานต์ต้องรอคนเดียวอีกแล้ว”

            วินาทีนั้นกานต์แก้วรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองอ่อนยวบลงอย่างประหลาดเพราะผู้ชายคนนี้รู้สึกไม่ต่างจากเธอเลย บางครั้งความรักก็ไม่ได้เริ่มจากคำว่า “รัก”แต่มันเริ่มจากคำว่า “รอ” ใครสักคนทุกคืน เริ่มจากการ “คิดถึง” โดยไม่มีเหตุผลและเริ่มจากความ“กลัว” ว่าอีกคนจะหายไป

            นอกหน้าต่างสายฝนเริ่มซาลงแล้วแต่ภายในหัวใจของคนเหงาสองคนกลับมีบางอย่างค่อยๆ ผลิบานขึ้นช้าๆ มันอาจเป็๲ความรักความรักที่ไม่ถูกต้องนักในสายตาใครบางคน แต่สำหรับพวกเขามันคือความรู้สึกบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่หัวใจดวงหนึ่งจะมอบให้ใครอีกคนได้