เสียงฝนตกดังตลอดทั้งคืนเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสีเบาๆ ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกำลังตอกย้ำความเงียบในหัวใจของ กานต์แก้ว ฝนข้างนอกยังตกอยู่หยดน้ำกระทบหน้าต่างสม่ำเสมอเธอนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องที่มีแต่เสียงแอร์แต่เธอรู้สึกว่าห้องนั้นอบอุ่นขึ้นมาเงียบๆ เหมือนใครเพิ่งจุดไฟในหัวใจที่เพิ่งเกือบดับ
เช้าวันเสาร์มาถึงช้าๆพร้อมท้องฟ้าหม่นสีเทาหญิงสาวยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตาบวมแดงจากการร้องไห้หลายคืนติดกัน
วิทยุเครื่องเล็กข้างหัวเตียงยังเปิดคลออยู่เหมือนเดิมเพลงรักเศร้าๆ หมุนวนทั้งคืนจนแทบจำเนื้อได้ เธอนอนมองเพดานเงียบๆ
ในหัวมีแต่คำถามเดิม
“พี่ต้นหายไปไหน”
สายฝนยังคงตกพรำๆอากาศเย็นจนห้องทั้งห้องดูเหงากว่าเดิม กานต์แก้วค่อยๆลุกขึ้นนั่งก่อนยกมือปาดน้ำตาเงียบๆ เธอไม่อยากอยู่กับความรู้สึกนี้อีกแล้ว
ดังนั้น แม้จะเป็วันหยุดหญิงสาวก็เลือกแต่งตัวออกไปทำงานพิเศษอย่างน้อยการได้อยู่ท่ามกลางผู้คน ก็ยังดีกว่านั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องเงียบๆ โรงพยาบาลวันฝนตกดูเงียบกว่าปกติคนไข้มีไม่มากเสียงพูดคุยเบาลง ทุกอย่างดูเฉื่อยชาไปตามอากาศกานต์แก้วนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์เงียบๆสายตาเผลอมองคอมพิวเตอร์บ่อยกว่าที่ควรทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่า
“อย่าหวังเลย” แต่ลึกๆในหัวใจเธอกลับยังรอ ใกล้เที่ยงแล้วหญิงสาวถอนหายใจเบาๆก่อนเอื้อมมือไปเปิดคอมพิวเตอร์ช้าๆ เสียงโมเด็มต่ออินเทอร์เน็ตดังขึ้น ตี๊ดดด ครืดดดแกร๊กกก เสียงเดิมที่เคยทำให้เธอยิ้มได้ทุกวันแต่วันนี้เธอแทบไม่ได้คาดหวังอะไรแล้ว กานต์แก้วกด Login MSN อย่างเงียบๆ และในวินาทีนั้นเอง “ติ๊ง” เสียง MSN ดังขึ้น
หญิงสาวหันกลับมามองหน้าจอเร็วแทบจะทันทีก่อนดวงตาจะเบิกกว้างข้อความสั้นๆ ปรากฏอยู่ตรงหน้า
“สวัสดีคับ ลืมพี่หรือยัง”น้ำตาของกานต์แก้วไหลออกมาทันทีโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำหัวใจเต้นแรงจนมือสั่น ทั้งดีใจ ทั้งโล่งใจทั้งเจ็บน้อยๆ ที่เฝ้ารอมาหลายวัน ความรู้สึกทั้งหมด ถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนแทบหายใจไม่ทันนิ้วเล็กๆ รีบพิมพ์ตอบกลับ
“ไม่เคยลืม” ก่อนจะพิมพ์ซ้ำอีกครั้ง
“ไม่เคยเลย” ปลายทางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนข้อความใหม่จะเด้งขึ้นมา
“ขอบคุณคับ”
“พอดีพี่ไปฝึกภาคสนามมา”
“ในป่าไม่มีอินเทอร์เน็ตติดต่อใครไม่ได้เลย”
“ขอโทษนะคับที่ไม่ได้บอก”เพียงแค่นั้นน้ำตาของกานต์แก้วกลับยิ่งไหลหนักกว่าเดิม เหมือนหัวใจที่แบกความคิดถึงมาหลายวันพึ่งได้รับอนุญาตให้ร้องไห้ออกมาเสียที
“พี่รู้ไหม?”
“พี่ทำให้กานต์ร้องไห้ทุกวันเลย” ข้อความถูกพิมพ์ออกไปช้าๆ
“กานต์รอ”
“รอจนไม่รู้จะรอยังไง”
“กานต์คิดไปหมด คิดว่าพี่ไม่อยากคุยแล้ว...คิดว่าพี่หายไปแล้ว”
“มันทรมานมากเลยนะ” ปลายทางเงียบไปพักใหญ่เหมือนผู้ชายอีกคนกำลังอ่านข้อความทุกคำอย่างตั้งใจก่อนข้อความตอบกลับจะค่อยๆ ปรากฏขึ้น
“พี่ก็คิดถึงกานต์มากเหมือนกัน”กานต์แก้วเม้มปากแน่นทันทีน้ำตาไหลเงียบๆ ขณะมองหน้าจอ
“พี่พึ่งรู้เหมือนกัน”
“ว่าการคิดถึงคนที่ไม่เคยเห็นหน้าไม่เคยได้ยินเสียงรู้จักกันแค่ตัวหนังสือ”
“มันจะทรงพลังได้ขนาดนี้”กานต์แก้วหลับตาลงช้าๆ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ก่อนข้อความสุดท้ายจะค่อยๆ ปรากฏขึ้น
“พี่ว่า”
“เราคงมาไกลเกินกว่าคำว่า คนรู้จักแล้วนะ”
หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันทีร้องไห้ออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเสียใจ
ต้นไม้ พูดน้ำเสียงราบเรียบ“จะไม่เกิดแบบนี้อีกแล้วนะ กานต์โทรหาพี่ได้ตลอด เดี๋ยวพี่ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้พี่จะไม่ปล่อยให้กานต์ต้องรอคนเดียวอีกแล้ว”
วินาทีนั้นกานต์แก้วรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองอ่อนยวบลงอย่างประหลาดเพราะผู้ชายคนนี้รู้สึกไม่ต่างจากเธอเลย บางครั้งความรักก็ไม่ได้เริ่มจากคำว่า “รัก”แต่มันเริ่มจากคำว่า “รอ” ใครสักคนทุกคืน เริ่มจากการ “คิดถึง” โดยไม่มีเหตุผลและเริ่มจากความ“กลัว” ว่าอีกคนจะหายไป
นอกหน้าต่างสายฝนเริ่มซาลงแล้วแต่ภายในหัวใจของคนเหงาสองคนกลับมีบางอย่างค่อยๆ ผลิบานขึ้นช้าๆ มันอาจเป็ความรักความรักที่ไม่ถูกต้องนักในสายตาใครบางคน แต่สำหรับพวกเขามันคือความรู้สึกบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่หัวใจดวงหนึ่งจะมอบให้ใครอีกคนได้