ทันทีที่สายตาของผู้จัดการโรงแรมเหลือบเห็นชายร่างสูงก้าวฉับๆออกมาจากลิฟต์ เขาก็รีบปราดเข้าไปด้วยท่าทีนอบน้อม แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากคนเป็นายดันชิงไวกว่า
“ผู้หญิงคนนั้นอยู่ไหน” เสียงกร้าวทำคนฟังค้างเติ่ง ก่อนค่อยๆเปลี่ยนเป็ฉีกยิ้มแทน
“อ่อ! คนงานใหม่ที่นายส่งมาแทนคนที่ขอลาหยุดกะทันหันใช่ไหมครับโอ้โห..เด็กคนนี้ใช้ได้ทีเดียว ทั้งขยันขันแข็งและมีใจรักงานบริการแขกงี้ชมไม่ขาดปาก”
“อะไรนะ!”เมอยาฟลากเสียงสูงจนหลายชีวิตบริเวณนั้นต้องหันมอง
“ผู้หญิงคนสวยที่มาเมื่อตอนบ่ายผมเพิ่งทราบว่านายรับเธอเข้าทำงานที่นี่”
“ใครบอก!” ยิ่งตวาดเสียงสูงกว่าเดิมเมื่อลูกน้องคนเก่งเผยแววกะลิ้มกะเหลี่ยเมื่อพูดถึงหญิงสาวแม้อาลีจะเป็คนที่ทำงานดีและไว้ใจได้
แต่ก็ไม่ได้เก่งแต่เฉพาะเื่งาน..เื่ผู้หญิงก็ไม่เบา
“ก็..ผู้หญิงคนนั้น..บอกผมเองนะครับ ว่านายให้เธอมาทำงาน..เอ่อ..”
“อ่อ! เดี๋ยวนี้ริอาจเชื่อคนอื่นโดยไม่ถามฉันสักคำงั้นเรอะ”คนฟังเสียวสันหลังวาบ ยิ่งคำพูดสุดท้ายของคนเป็นายทำเรียกเหงื่อตกราวเม็ดฝนเลยทีเดียว
“ผู้หญิงของฉัน ไปพามาเดี๋ยวนี้!” อาลีค้อมตัวรับจนหัวแทบคะมำ นึกอยากเอาหัวกระแทกพื้นให้หนำใจ เล่นกับใครไม่เล่น
เดี๋ยวไม่ตายดี
ระรินดาวรับฟังถ้อยคำจากอาลีอย่างตกตะลึงแต่กลับตีความคนละแนวเพราะสำหรับเธอมันคือ ‘การบกพร่องต่อหน้าที่’
“ตายแล้ว! มัวแต่ทำงานเพลินจนลืมอาหารเย็นเขาต้องโกรธฉันแน่ๆ เลย ทำไงดีคะ” คนฟังส่ายหัวยิก
เื่ที่อีกฝ่ายกำลังร้อนใจหนักหนานั้นช่างเล็กน้อยเหลือเกินเทียบไม่ได้กับการที่เ้าหล่อนมาทำงานงกๆ จนหน้ามันแบบนี้
“คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แค่ไปหานายท่านก็พอ”
“แต่..”
“เื่นั้นไม่ต้องห่วง..เดี๋ยวผมจัดการให้นี่ก็ได้เวลาทานมื้อเย็นของนายท่านพอดี เชิญคุณผู้หญิงเถอะ”ระรินดาวคิ้วพันยุ่งกับสำนวนสุภาพที่แตกต่างจากตอนแรกลิบลับ แต่กระนั้นก็พลันฉุกคิดบางอย่างได้
“จริงสิ! ให้คุณจัดการแทนก็ได้นี่นาฉันจะได้อยู่ช่วยงานตรงนี้เพราะลูกค้ากำลังเยอะ”คนฟังยกฝ่ามือตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่
ไม่ซวยคราวนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปซวยคราวไหน
“โอยยย..หนักไปอีก จะให้ดีช่วยทำตามที่ผมบอกเถอะนายท่านให้ผมมาตามคุณน่ะนับว่ายังดีกว่าท่านมาตามเองนะครับ”
“ทำไมถึงช้า!”
นั่นไง..พูดยังไม่ทันขาดคำ
สำหรับคนใกล้ชิดกันมานานจนรู้นิสัยถึงกับตัวหดเล็กลงเหลือสองนิ้วแต่สำหรับคนมาใหม่แม้ไม่สนิทพอจะรู้ใจแต่พอดูออกว่าเขากำลังหงุดหงิดมาก
คนตัวโตราวกำแพงคว้าข้อมือเล็กลากละลิ่วไปตามทางเดินโดยไม่สนใจสายตาละห้อยของคนที่ทอดมองตามหลังอย่างเสียดาย
“โธ่! แล้วจะหาเด็กที่ไหนมาทำงานทันไม่พ้นเราต้องลงมือมาเสิร์ฟเองซะล่ะมั้ง” คนคิดควบสองตำแหน่งบ่นอุบพลางเกาหัว
หนุ่มบริกรหน้าลิฟต์ค้อมหัวเล็กน้อยก่อนเปิดทางให้สองร่างเข้าไปด้านใน
“นี่คุณปล่อยฉันเถอะ ฉันเจ็บนะ” เมอยาฟหันขวับมาเอ็ด
“อะไรกัน! แค่ให้เดินตามมาเฉยๆ ทำบ่นโน่นบ่นนี่แล้วทีลงไปร่อนร่านอยู่ข้างล่างนั่นล่ะทำไมชอบ” ระรินดาวแทบควันออกหู
ทำไมถึงพูดจาดูถูกกันอย่างนี้ทั้งที่ตั้งใจทำให้เขาเห็นความดีโดยการช่วยงานในโรงแรมกลับถูกแปลเจตนาผิดเพี้ยนจนรับไม่ได้
“ฉันไปช่วยทำงานนะคะ ที่นี่มันโรงแรมของคุณนะพูดอย่างกับว่าฉันจงใจลงไปอ่อยเหยื่อล่อผู้ชายงั้นแหละ”
“จะรู้เรอะ! รู้หน้าไม่รู้ใจ รูปร่างหน้าตาไม่ได้บอกนิสัย”
“งั้นแล้วแต่คุณจะคิดละกัน เพราะฉันคงห้ามไม่ได้อยู่แล้วทีแรกไม่คิดจะเรื่อยเฉื่อยอยู่ข้างล่างนานนักหรอกค่ะถ้าไม่บังเอิญไปได้ยินคนของคุณกำลังหัวเสียเื่ขาดคนทำงาน ฉันเลย..” เขาเบะปากก่อนพูดดักทาง
“หวังดีมีน้ำใจอยากช่วย มันกงการอะไรของเธอห๊า!”แล้วทิ้งลมหายใจหนักคล้ายไม่เชื่อคำ “แถมยังเอาชื่อฉันไปอ้างอีก”
คำนี้ทำคนหน้าใสเจื่อนลงทันตาเห็น เหมือนเด็กทำผิดแล้วโดนจับได้แต่ยังพยายามอ้อมแอ้มอธิบาย
“ก็ถ้าไม่พูดอย่างนั้น เขาคงไม่ให้ฉันทำ ขอโทษค่ะถ้ามันทำให้คุณไม่พอใจฉันแค่อยากช่วยจริงๆ” คนเสียงอ่อยหลุบตามองพื้น
เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ลดแววกระด้างลง เหลือไว้แค่ประกายระยับกับคำว่า‘อยากช่วย’
“ส่วนเื่อาหารเย็นของคุณ อันนี้ยอมรับว่าฉันผิดเองปล่อยให้คุณรอนานจนต้องลงมาตาม..” ทันทีที่เ้าของริมฝีปากอิ่มเงยหน้าขึ้นสิทธิ์การขยับปากจึงถูกคนตรงหน้าจนหมดสิ้น
ชายหนุ่มเบียดกักอีกฝ่ายไว้แแ่สนิท มือหนาโอบกระชับรอบเอวกลมกลึง
ทุกอย่างรวดเร็วจนไม่ทันมีใครได้ตั้งตัว ทว่า..หอมหวานและอ่อนโยนเหลือเกิน
เนิ่นนานกว่าที่ชายหนุ่มจะถอนริมฝีปากคืน หญิงสาวยืนนิ่งตาค้างเป็ท่อนไม้ หากแต่ข้างในเต้นโครมครามไม่เป็จังหวะกับการถูกจู่โจม..มันรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมดกว่าจะรวบรวมสติได้ก็ตอนที่อีกฝ่ายกระซิบข้างหู
“เบื่อฟังคำแก้ตัว”
ตอนนั้นเองที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกจูบ..เขาคงไม่รู้หรอกว่านั่นคือจูบแรกของเธอ
คนตัวเล็กยังคงอยู่ในอาการตะลึงพรึงเพริดจึงถูกคนตัวโตลากมาได้อย่างง่ายดายจนกระทั่งหยุดยืนอยู่หน้าห้อง
“เข้ามาสิ!”เป็คำสั่งที่ฟังง่ายแต่ทำยากเพราะขาเธอดันก้าวไม่ออกซะนี่!
“เอ่อ..คุณ..” คนฟังคำเอ้ออ้าเริ่มระอากับท่าทีสั่นกลัวนั่นเต็มทนเขากระชากเธอพลิ้วเข้าไปแล้วกดล็อกประตู
“ทำเป็เดียงสาไปได้ ก็แค่จูบ”สะกิดให้คนฟังต้องยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง “อย่าบอกนะว่าเธอไม่เคยถูกผู้ชายจูบ”ระรินดาวหน้าแดงก่ำ
จะเคยหรือไม่เคยคงไม่สำคัญแล้วมั้ง
กิริยาเงียบกริบราวคนใบ้ของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มอดคิดไปเองไม่ได้ว่า..ยังหลงเหลือผู้หญิงที่ไม่เป็ประสาเื่แบบนี้อยู่อีกหรือแต่ถ้าหากนี่เป็ครั้งแรกของเธอจริงๆ คงจะดีไม่น้อย
ไร้สาระน่ะ!
ชายหนุ่มพยายามกลบเกลื่อนอารมณ์ตัวเองด้วยการเอ่ยปากไล่
“ไปหาอะไรมาให้ฉันรองท้องระหว่างรออาหารเย็นทีสิ อย่าช้านะ”เขาเน้นเสียงเมื่อเห็นว่าคนฟังยังคงก้มหน้างุด
“เอ้า! ไม่ได้ยินเรอะ หรืออยากโดนแบบเมื่อกี้อีก” นั่นล่ะเ้าหล่อนถึงกล้าเงยหน้ามาส่งสายตาวาว
“ไม่นะ!”
“งั้นก็ไปสิ!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียงดี คนตัวเล็กก็รีบวิ่งปรู๊ดเข้าไปในห้องครัวราวกับห้องนั้นเป็ห้องพระหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่คนแขกไม่กล้าตามเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น
แม้จะออกห่างจากคนที่ปากอ้างว่าท้องหิวแต่สายตากลับบ่งชัดว่ากระหายอย่างอื่นมากกว่าได้สำเร็จ แต่เธอก็ยังรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ดี
“คนบ้า! บ้าที่สุดเลย!” นึกเจ็บใจตัวเอง ทำไมถึงไม่ต่อต้านหรือขัดขืนอะไรเลยมัวแต่ตะลึงให้เขาทำอยู่ได้
หรือคนที่บ้าไปแล้วเป็เธอเอง!
ระรินดาวสูดลมหายใจลึกก่อนค่อยๆ ผ่อนออกเชื่องช้าเพื่อระงับอารมณ์ฟุ้งซ่านของตัวเองแล้วเริ่มกวาดตามอง
ภายในห้องครัวสีคลาสสิกที่มีอุปกรณ์ครบครันมีวัตถุดิบสดใหม่หลากหลายวางในตะกร้าให้เลือกสรรหากนี่เป็กิจวัตรประจำของเขาที่ไม่ใช่ตระเตรียมมาไว้สำหรับเธอคงน่าแปลกใจไม่น้อยก็เขาเป็ถึงเ้าของโรงแรมทำไมต้องลงมือทำเองด้วย
หรือว่า..สำหรับบรรดาผู้หญิงของเขา
เหอะ! ผู้ชายเถื่อนๆ แบบนั้นไม่รู้ชอบกันลงได้ยังไง
มือเล็กคว้าผลไม้และมีดปลายแหลมที่วางอยู่ใกล้อ่างน้ำ..มันง่ายและรวดเร็วที่สุดสำหรับตอนนี้
คนคิดเรื่อยเปื่อยเริ่มขยับมีดปอกเปลือกนิ้วเรียวแนบกระชับสลับหมุนผลไม้ในมือตามจังหวะ จนรู้สึกถึงไออุ่นทางด้านหลังจึงหันขวับโดยไม่ทันระวัง
“โอ๊ย!” คมมีดกรีดลงแขนอีกคนอย่างจังเืไหลอาบเป็ทาง
“ว๊าย! ขอโทษค่ะ ตายแล้ว! คุณโดนบาด”ระรินดาวใจหาย รีบโยนมีดทิ้งแล้วปราดเข้ามาใกล้
“ไม่ต้อง! ออกไปห่างๆ เลย”
“คุณทำฉันในี่!”
“ใจนแทบอยากจะฆ่ากันเลยงั้นสิ” เ้าของเสียงดุก้มมองแผลจากแขนตัวเองด้วยสีหน้าบันดาลโทสะก่อนตวาดลั่นด้วยแรงอารมณ์
“คนบ้านนี้นี่ถนัดแต่จะทำร้ายคนอื่นจริงๆ ั้แ่พ่อยันลูก ชอบนักใช่ไหม!”
“แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ” คนใจหายใจคว่ำซ้ำซ้อนครางเสียงสั่นเื่เก่ายังไม่ทันซาก็มีเื่ใหม่เข้ามาอีกแล้ว
ความรู้สึกผิดผุดชัดจนทำให้ระรินดาวรีบตามติดเขาออกจากห้องครัวราวกับเงาโดยไม่สนใจว่าจะถูกไล่หรือถูกต่อว่าอย่างไร เธอไม่ปล่อยเื่นี้ไว้เฉยๆ แน่
“ไม่ต้องตามมา ออกไป!” คนถูกตวาดชะงักฝีเท้าแทบไม่ทันแต่กระนั้นความตั้งใจยังคงเดิม
“ไม่ไปค่ะ อย่าไล่ฉันเลยนะขอร้องเถอะ ฉันแค่อยากดูแผลคุณ” ชายหนุ่มมุ่นคิ้วทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหงุดหงิด
ระรินดาวใจชื้นขึ้นมาบ้างที่เขาไม่ไล่อีก เดาเอาเองว่าไอ้อาการนิ่งๆหน้าบึ้งๆ โดยไม่พูดจาสักคำอย่างนี้ บางทีอาจหมายความว่าเขายอมอ่อนให้แล้ว
“คุณรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปหยิบกล่องยา”ว่าแล้วก็กุลีกุจอไปหยิบมากองไว้บนโต๊ะเตี้ยใกล้โซฟา
หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นใกล้ชายหนุ่มมองคราบเืที่ซึมรอดนิ้วมือออกมาอย่างรู้สึกผิด
“ต้องล้างแผลก่อนนะคะ แล้วค่อยใส่ยา” พยาบาลจำเป็รีบบอกส่วนคนป่วยตัวจริงของจริงได้แต่มองคนที่กำลังวุ่นวายอยู่กับาแเล็กๆ น้อยๆในความคิดของเขา
แปลกดี! ไอ้ที่รู้สึกโกรธเมื่อกี้มันหายไปแล้ว
“ถ้าเจ็บบอกนะคะ เผื่อฉันเผลอหนักมือไป” เธอพูดพร้อมเงยหน้ามามอง
่ระยะห่างแค่ระไอผิว ความใกล้ชิดััได้จากลมหายใจอุ่นราดรดกัน
เมอยาฟหยุดนิ่งเหมือนหยุดหายใจแต่ข้างในปั่นป่วนเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังวิ่งพล่านได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองเต้นจังหวะแปลกๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเ้าของดวงตาวาววับที่เขายังจับจ้องอยู่นี้
คือผู้หญิงที่ทำให้เขามักสับสนและลืมตัว
คือผู้หญิงที่ทำให้เขาหยุดทุกเหตุผลที่เคยมี
บ้าที่สุดเมอยาฟ นายกำลังทรยศความตั้งใจของตัวเอง
ระรินดาวคล้ายเห็นความกดดันบางอย่างในดวงตาของเขานึกตำหนิตัวเองที่นอกจากจะไม่ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น กลับทำให้เื่แย่ลงกว่าเดิม
“ฉันขอโทษจากใจเลยนะ คุณจะโกรธจะเกลียดฉันมากกว่าเดิมก็ยินดีแต่อยากจะบอกคุณว่าฉันเสียใจจริงๆ ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น” คนตาสวยเริ่มมีน้ำใสคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่
ชายหนุ่มพยายามสลัดความอ่อนแอของตัวเองออกไปผู้หญิงคนนี้คือใคร..เ้าหล่อนแค่เสแสร้งมารยาให้ตายใจควรแล้วหรือจะเดินตกหลุมพรางอย่างเช่นคนในอดีตเคยผ่านมา
ไม่ว่าใครหน้าไหนในตระกูลนี้..ก็ไม่ควรละเว้น
“ไป!” ระรินดาวชะงักมือ
“ฉัน บอก ให้ ไป!”
เมอยาฟตะคอกสุดเสียงมือหนาปัดข้าวของบนโต๊ะอย่างบ้าคลั่งจนกระจายทั่วพื้นพรม
“คุณอย่าทำแบบนี้สิ”
“ทำไมฉันจะทำไม่ได้ ฉันเบื่อเต็มทนที่ต้องมาคอยฟังแต่คำแก้ตัว! เบื่อคำว่าขอโทษ!แล้วทำไมก่อนทำไม่คิด!”
“ก็ฉันบอกคุณแล้วว่ามันเป็อุบัติเหตุฉันรู้ว่าต่อให้ฉันพูดยังไงคุณก็คงไม่เชื่อเพราะคุณเกลียดพ่อฉัน ถึงฉันจะเป็ลูกสาวเขาแต่ฉันก็ไม่คิดจะทำร้ายคุณนะ”คนฟังสะบัดหน้าหนีอย่างดื้อดึง
ทำไมต้องเป็แบบนี้!
ทำไมอัลฟาลไม่ส่งลูกสาวคนอื่นมา..แล้วทำไมเธอต้องเป็ลูกสาวมัน!
ระรินดาวรวบรวมความกล้าขยับตัวเข้ามาใกล้อีก แต่อีกฝ่ายรีบขู่กลับ
“อย่ามายุ่งกับฉัน! ไสหัวไปให้พ้น” เขารู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่สุด ฝืนขบริมฝีปากแทบเืซิบสุดท้ายไม่วายเป็ฝ่ายลุกหนีออกไปเอง
หญิงสาวได้แต่มองตามแผ่นหลังของเขาไปจนลับตา
“เลยไม่ได้กินข้าวสิทีนี้”ไอ้ที่คิดจะให้เขากินยาแก้ปวดเพื่อสกัดอาการไข้..สงสัยคงไม่ต้อง
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็ห่วงคนปากร้ายขี้โมโหนั่นด้วยทั้งที่เขาเพิ่งอาละวาดใส่เธอ
เวลาล่วงเลยไปเกือบครึ่งชั่วโมง ระรินดาวเก็บกวาดทำความสะอาดข้าวของที่เสียหายจนเสร็จเรียบร้อย โดยระหว่างนั้นมีเด็กหนุ่มสาวคู่หนึ่งนำอาหารถาดใหญ่มาวางไว้แต่ดูเหมือนคนในห้องยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมา
“เอาไงดีล่ะ”
เธอสองจิตสองใจอยู่พักหนึ่งก่อนทำใจดีสู้เสือไปเคาะประตู
เอาล่ะ..เป็ไงเป็กัน
“อาหารมาแล้วค่ะ”
เงียบ..!
หรือหลับ
“ฉันจะเข้านอนแล้ว ของกินคุณอยู่ที่โต๊ะหน้าทีวีนะคะ”
เงียบ..!
ระรินดาวถอนหายใจอย่างหมดหวังอดคิดไม่ได้ว่าสำหรับเขา..คำพูดของเธอคงเป็เสียงที่น่ารำคาญสิ้นดีนับประสาอะไรจะให้เขาเชื่อ แค่หน้าเธอเขายังไม่อยากมอง