ตอนที่ 8 เลี้ยงดูมาทั้งชีวิต
หวังเฟิ่งสยาได้ยินก็ดีใจจนออกนอกหน้า“ใช่แล้วๆ ลูกของฉันจะเอามีดมาจากไหนกัน พวกคุณเห็นหรือยังไง ลูก ไปตามเพื่อนๆ ลูกมาสิให้พวกเพื่อนๆ มาเป็พยาน พวกเราไม่ยอมรับผิดแน่!”
พูดถึงตรงนี้ หวังเฟิ่งสยาก็รีบออกไปข้างนอก พูดไปเดินไป “ลูกรัก รอแม่ก่อนนะแม่จะไปพาเพื่อนๆ ลูกมาให้ได้ แม่ไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครกล้ามาไล่พวกเราออกไป”
สายตาคุณครูใหญ่เต็มไปด้วยความผิดหวัง เขาส่ายศีรษะไปมา หันมาพูดกับหม่าจุนเกอ“ครูก็ไปเรียกพวกนักเรียนที่อยู่ที่สนามเด็กเล่นตอนนั้นที่เห็นเหตุการณ์มาด้วยแล้วกัน”
ไม่นานนัก นักเรียนเจ็ดคนก็มายืนเรียงหน้ากระดานมีนักเรียนสามคนที่ตีกับโจวเทารุ่ย ส่วนอีกสี่คนเป็นักเรียนที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี
“เช้าวันนี้ผมกับโจวเจี้ยนเฟิงเดินอยู่ข้างหลังโจวเทารุ่ยกับโจวซ่านซ่าน แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ โจวเทารุ่ยก็หันมาชกผมสองหมัดโจวเจี้ยนเฟิงจะมาห้าม ก็โดนโจวซ่านซ่านเอาก้อนอิฐตีใส่หัว...”
คนที่พูดคือเด็กผู้ชายที่โดนโจวเทารุ่ยซัดหมัดใส่ เขาโกหกโดยไม่สะทกสะท้านดูเหมือนจะทำจนเคยชิน
เขาเพิ่งพูดจบประโยค โจวซ่านซ่านก็พูดขัดขึ้นมา “ไม่รู้ทำไมงั้นหรือ พวกนายกล้าพูดคำที่พวกนายพูดไม่ดีกับฉันตอนนั้นขึ้นมาอีกรอบไหมล่ะ”
เด็กชายคนนั้นยืดคอขึ้นพูดอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น “พูดอะไรกันพวกเราไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ใครๆ ก็รู้ทั้งนั้นว่าโจวเทารุ่ยไม่ถูกกับโจวเจี้ยนเฟิงมาตั้งนานแล้วพวกเธอเป็คนเริ่มก่อนต่างหาก เธออย่าใส่ร้ายคนอื่นสิ พูดก็พูดเถอะใครเห็นเหตุการณ์ตอนนั้นบ้าง เอ้า ไหนใครเห็นบ้าง ออกมาสิ!”
เด็กชายคนนี้ก็ยังคงโกหกหน้าตาย เขาจ้องตรงไปที่นักเรียนที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยกันสายตาของเขาราวกับจะบอกว่า ไม่อนุญาตให้ใครออกมาทั้งนั้น!
ทันใดนั้นผู้หญิงรูปร่างผอมบางที่ผูกผมหางม้าก็พูดขึ้น “ครูคะ เขาโกหกค่ะเื่มันไม่ได้เป็อย่างที่เขาเล่าเลย! เขาต่างหากที่พูดไม่ดีต่อโจวเทารุ่ยกับโจวซ่านซ่านก่อน!”
โจวซ่านซ่านรู้จักผู้หญิงคนนี้เธอเป็คณะกรรมการนักเรียนที่อยู่ห้องเดียวกับโจวเทารุ่ย ชื่อเซี่ยชิง
คุณครูใหญ่รู้เื่ราวทั้งหมดแล้ว เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “พวกเขาพูดไม่ดีต่อโจวเทารุ่ยกับโจวซ่านซ่านว่าอย่างไรบ้าง”
สีหน้าของเซี่ยชิงเปลี่ยนเป็สีแดงทันที นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอไม่สามารถพูดคำพูดน่าเกลียดพวกนั้นออกมาได้
“พวกเขาพูดว่าหนูคือลูกที่พ่อแม่เก็บมาเลี้ยงและยังพูดว่าหนูเป็ภรรยาของโจวเทารุ่ยค่ะ!” โจวซ่านซ่านพูดแทนเซี่ยชิง ขณะที่พูดออกมา น้ำเสียงของเธอสงบมาก
เหยียนฮุ่ยพอได้ยินดังนั้น สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็ดุดันทันที
หม่าจุนเกอยังไม่ทราบรายละเอียดดีจึงถามต่อ “แล้วพูดว่าอะไรอีก”
โจวซ่านซ่านยิ้มเย็นออกมาแล้วกัดฟันพูด “พวกเขาพูดว่า หนูกับโจวเทารุ่ยได้เสียกันแล้วและยังพูดอีกว่าพวกเขาอยากนอนกับหนู! ครูคะ ถ้าหากลูกสาวของครูโดนพูดจาน่าเกลียดใส่แบบนี้ ครูยังจะทนได้อีกหรือคะ”
หม่าจุนเกอเห็นท่าทางน่าสงสารที่ทำเป็เข้มแข็งของโจวซ่านซ่าน ก็ยิ่งรู้สึกเ็ปทนไม่ได้จึงด่ากลับด้วยความโมโห “พวกอันธพาล สมควรโดนแล้ว!”
เหยียนฮุ่ยเองก็ไม่อาจบังคับความโกรธของตัวเองได้ ตอนที่ทุกคนนิ่งไม่มีปฏิกิริยาใดๆเธอก้าวพรวดออกมาข้างหน้า และตบโจวเจี้ยนเฟิงอย่างแรง
“ขยะแขยงจริงๆพวกน่าขยะแขยง ทำไมจิตใจของพวกเธอสกปรกได้ถึงขนาดนี้ ฉันขอเตือนไว้เลยนะ หากใครยังกล้ามาทำร้ายลูกสาวฉันอีกละก็ฉันไม่ปล่อยไว้แน่ และจะฆ่าพวกแกด้วย!”
หวังเฟิ่งสยาเห็นลูกชายตัวเองถูกเหยียนฮุ่ยตบ โดยปกติแล้วเธอเป็คนไม่ยอมใครเธอจึงร้อง ‘ฮะ’ ออกมาและเตรียมจะพุ่งไปตบเหยียนฮุ่ยกลับ
โจวหรูไห่ดึงเหยียนฮุ่ยมาอยู่ข้างหลังของตนเอง ยอมถูกหวังเฟิ่งสยาตบที่ใบหน้าแทนแว่นตาของเขาถูกตบจนกระเด็น แต่เขาก็ยังยืนนิ่งเฉย และยังไม่ยอมหลบอีกด้วย
“ั้แ่วันที่ฉันพาซ่านซ่านกลับมาบ้านฉันก็พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง เพื่อลูกของฉัน อะไรฉันก็ทำได้ทั้งนั้น!”
คุณครูใหญ่กับหม่าจุนเกอลากหวังเฟิ่งสยาออกไป
“เื่นี้ค่อนข้างสาหัสด้วยอำนาจของพวกเราก็จัดการไม่ไหว ต้องแจ้งเื่ไปถึงผู้อำนวยการ เอาอย่างนี้ นักเรียนทั้งสามคนพักการเรียนไปก่อนสามวันหลังจากนั้นทางโรงเรียนจะแจ้งผลออกมา”
ครูใหญ่ประกาศกระแอมและประกาศข้อสรุป จริงๆ แล้ว ผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายก็ใจร้อนเกินไปอีกทั้งตอนนี้ยังไม่มีวิธีจัดการจริงๆ เด็กพวกนี้ดูถูกเพื่อนผู้หญิงด้วยคำพูดหยาบคายที่สำคัญยังเอาอาวุธมีคมมาโรงเรียนอีก ปัญหาใหญ่มากจริงๆ!
โจวหรูไห่กับเหยียนฮุ่ยไม่มีอะไรคัดค้าน พวกเขากล่าว ‘ขอโทษ’ กับครูใหญ่แล้วจึงพาโจวซ่านซ่านกับโจวเทารุ่ยกลับไป
ทางด้านหวังเฟิ่งสยาก็ร่ำร้องะโด่าทออยู่ในห้องทำงาน สุดท้ายก็ถูกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลากออกไปหน้าประตูโรงเรียน
ระหว่างทางกลับบ้าน โจวหรูไห่กับโจวเทารุ่ยเข็นจักรยานเดินนำอยู่ข้างหน้าโจวซ่านซ่านกับเหยียนฮุ่ยเดินตามอยู่ข้างหลัง ทั้งสี่คนไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ
ผ่านไปครู่หนึ่ง โจวซ่านซ่านมองมาที่เหยียนฮุ่ยแล้วถามขึ้น “แม่ ถ้าหากว่าหนูกับรุ่ยรุ่ยถูกไล่ออกขึ้นมาจะทำยังไง”
เหยียนฮุ่ยขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ยังไงก็ไม่ถูกไล่ออกหรอกลูกไม่ต้องกังวลนะ แม่กับพ่อของลูกพอจะรู้จักใครๆ อยู่บ้าง พอจะใช้เส้นสายให้พวกลูกได้อยู่”
โจวหรูไห่กับโจวเทารุ่ยที่เดินอยู่ข้างหน้าก็พูดคุยกันอย่างเบาๆ “ถ้าถูกไล่ออกพวกเราก็แค่ย้ายโรงเรียน ถ้าเกิดโรงเรียนอื่นไม่กล้ารับลูกๆพ่อกับแม่ก็จะเลี้ยงดูลูกๆ เอง ในอนาคตถ้าพวกเราตายไป ก็ให้รุ่ยรุ่ยดูแลลูกต่อ”
ใจของโจวซ่านซ่านเ็ปแต่ก็อบอุ่น บนโลกใบนี้ยังมีอะไรมาทำให้เธอประทับใจได้นอกจากคำพูดของพ่อเธอ ชาติที่แล้วเธอคิดยังไงกันนะถึงได้ทอดทิ้งพ่อแม่ที่รักเธอมากขนาดนี้ไปได้
โจวเทารุ่ยได้ยินชื่อตัวเอง ก็คิดแล้วถามขึ้นมา “พ่อผมคิดว่าคำพูดของพ่อมันไม่ค่อยถูกนะ โรงเรียนไม่กล้ารับพวกเรา แล้วทำไมถึงจะเลี้ยงแค่โจวซ่านซ่านผมล่ะ ผมจะทำยังไง”
โจวหรูไห่มองมาที่โจวเทารุ่ย “แกเป็ผู้ชายในอนาคตบ้านหลังนี้ก็ต้องตกเป็ของแก ฉันกับแม่ของแกตายไปเมื่อไหร่แกก็เป็ครอบครัวเพียงคนเดียวของโจวซ่านซ่าน หากแกไม่ทำอะไรเลย แล้วจะสนับสนุนซ่านซ่านได้ยังไง”
โจวเทารุ่ยพอรู้เื่บ้างก็ขานรับ ‘อืม’ จากนั้นก็ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมา “แต่ว่าพ่อ พ่อแน่ใจนะว่าตอนนั้นไม่ได้อุ้มมาผิดคน ทำไมผมรู้สึกเหมือนว่าผมต่างหากที่เป็คนที่ถูกเก็บมาเลี้ยง”
เหยียนฮุ่ยเตะเข้าไปที่ก้นของโจวเทารุ่ย ดุเสียงแข็ง“อย่างแกฉันไม่เก็บมาเลี้ยงหรอก มีแต่จะโยนทิ้งสู้เลี้ยงซ่านซ่านให้ดีคนเดียวก็พอแล้ว”
อีกนิดเดียวโจวเทารุ่ยเกือบคางแตกแล้ว ชะเง้อมองผู้หญิงสองคนที่เดินอยู่ข้างหลังเขาก็รู้สึกพอใจขึ้นมา ความลำบากนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรมากนี่นา
ระหว่างทางเดินจากโรงเรียนกลับบ้าน โจวซ่านซ่านก็ต้องผ่านวิทยาลัยทหาร
เธอมองไปที่คนยืนเฝ้าประตู แล้วกระซิบถามเบาๆ กับพ่อของเธอ “พ่อพ่อไม่ได้เจอกับลุงเสิ่นนานแล้วใช่ไหม หนูจำได้ว่าครั้งที่แล้วที่เจอลุงเสิ่นก็ั้แ่ปีที่แล้ว”
โจวหรูไห่หยุดเดิน ก่อนจะมองไปรอบๆ บริเวณวิทยาลัยทหารและส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่า“นั่นมันลูกต่างหาก เดือนที่แล้วพ่อยังไปดื่มกับลุงเขาอยู่เลย”
เหยียนฮุ่ยหรี่ตามองโจวหรูไห่ ขมวดคิ้วถาม “คุณยังดื่มอยู่อีกเหรอ มิน่าล่ะ วันนั้นกลับบ้านมาถึงได้กลิ่นเหล้า...”
โจวหรูไห่ยิ้มแก้เก้อ รีบเปลี่ยนหัวข้อคุย “ซ่านซ่าน สองปีมานี้ลูกกับเสี่ยวตงไม่ได้ไปมาหาสู่กันเท่าไรเลยพ่อยังจำได้ว่าตอนเด็กๆ พวกลูกก็สนิทกันใช้ได้เลยนี่”
“อ๋อปีที่แล้วไม่ใช่ว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเหรอคะ ก็เลยไม่ค่อยได้กลับบ้านหนูจะเอาเวลาไหนไปเจอล่ะ อีกอย่าง หนูก็ยุ่งเหมือนกัน การบ้านก็เยอะ เรียนก็หนัก”
เชื้อไม่ทิ้งแถว ชาติที่แล้วเสิ่นจ้านตงเป็คนที่โดดเด่นราวกับัในหมู่ฝูงชนก็ว่าได้ในเมืองหลันก็เป็ที่รู้จักกันดี อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งเกิดเื่ของโจวซ่านซ่านเขาก็ยังไม่ได้แต่งงานกับใคร
ใจของโจวซ่านซ่านรู้ดีว่าสาเหตุที่เสิ่นจ้านตงไม่แต่งงานเป็เพราะอะไร นั่นเป็เพราะในใจของเสิ่นจ้านตงมีเพียงโจวซ่านซ่านเสียดายที่กว่าเธอจะรู้ว่าเสิ่นจ้านตงคิดอย่างไรกับเธอ เธอก็แต่งงานกับซ่งเหยี่ยนไปเรียบร้อยแล้ว
เดือนปีที่ผ่านมาเธอต้องทนรับความยากลำบาก เสิ่นจ้านตงนี่เองที่เป็คนคอยช่วยเหลือเธออยู่หลายครั้งโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนใดๆรวมถึงเธอเองก็ไม่มีคุณสมบัติอะไรจะไปตกลงกับเสิ่นจ้านตงด้วย
เธอยังจำได้ดี ก่อนจะเกิดเื่กับเธอไม่นาน จู่ๆ เสิ่นจ้านตงก็มาพูดในสิ่งที่ทำให้เธอใจสลาย
“ซ่านซ่านทั้งชีวิตนี้พี่จะไม่แต่งงานกับใคร พี่จะรอเธอเพียงคนเดียว!”
ในตอนนั้นเธอร้องไห้ออกมาราวกับสายฝน เธอพลาดเื่สวยงามไปมากเท่าไรหลายปีมานี้เธอคิดอะไรอยู่กันแน่ เสิ่นจ้านตงในชาติที่แล้ว สุดท้ายก็ไม่มีโจวซ่านซ่านให้เขาได้รออีกต่อไป!
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/47bf20e5d76e59aa0c6e1272c50d9d1a