ไม่แน่ใจว่าเป็เพราะนิสัยอันไม่หยิ่งยโส หรือมิใช่ผู้ดีบ้าอำนาจเป็ทุนเดิม ทำให้โนมานมิคิดโต้แย้งชิล ปล่อยเลยตามเลย เพียงมีเสี้ยวความเศร้าใจเล็กๆ ที่ตนกลับเป็ฝ่ายถูกเอาเปรียบเสียเอง
ยังไม่ทันได้อ้าเปิดแย้งอะไร เด็กหนุ่มั์ตาองุ่นก็กล่าวเพิ่ม
“สุดท้าย อย่างที่สามคือเข็มทะลวงชะตา ถ้าสามารถหามันมาได้ ข้าก็ยินดีลงอาคมศาสตราวุธให้ตระกูลเ้า”
ชิลยิ้ม ปรายตามองออกไปนอกหน้าต่าง บัดนี้รถม้าเคลื่อนผ่านแถวอันยาวเหยียด เข้ามาในตัวเมืองแล้ว ทันทีที่พ้นประตู ก็พบร้านค้าแผงลอยมากมาย ตั้งอยู่เรียงรายข้างถนน ทอดยาวไกลสุดตา บรรยากาศอันครื้นเครงผ่านเข้ามา ขัดแย้งภาพลักษณ์อันเคร่งเครียดของบุรุษผมบลอน เสียงจอแจผู้คนมากครา ส่งให้หวนลำลึกถึงความทรงจำอันสวยงาม
‘ชัดเจนยิ่งนัก’
มันไม่ได้ต่างเลย แม้จะผ่านพ้นหลายยุคสมัย บรรยากาศของที่นี่ยังคงเป็เช่นเดิม
จมลึกอยู่ในห้วงความทรงจำอยู่สักพัก จึงเลื่อนสายตามองไปยังใบหน้าอันหล่อเหลาของโนมาน แน่นอนสิ่งที่ชิลเรียกร้อง มิได้มากมายอะไร เมื่อเทียบกับราคาตลาดศาสตราวุธสามัญ สองแสนหิน์ต่อชิ้นเป็ราคาอันสมควร อย่างไรเสียมันยังดีกว่าไปซื้อตามร้านค้าที่ไม่สามารถกำหนดรูปแบบอาคมได้ นี่จึงมิใช่ข้อเสนอที่กดดันผู้ว่าจ้างมากเกินไป หากแต่สิ่งสำคัญจริงๆอยู่ที่อย่างอื่น
และดูเหมือนว่าโนมานผู้นี้ท่าทางจะ้าตัวผู้ลงอาคมศาสตราวุธมากเป็พิเศษ แม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ก็ไม่มีความจำเป็ต้องเอ่ยถาม
‘มีหนทางลำบากและเรียบง่าย ข้ามิ้าลำบากเช่นอดีต’
คราแรกชิล้าเพียงจะให้โนมานพาเข้าไปในอาณาจักรวายุอัสนีเท่านั้น ทว่าเมื่อได้ฉุกคิด จึงพบว่า บางทีสิ่งที่เขากำลังตามหา หากสามารถให้ผู้อื่นช่วย อาจประหยัดเวลามากขึ้น และด้วยกำลังพลของตระกูลแรนเชอ อันเป็ตระกูลเก่าแก่ประจำอาณาจักร เื่นี้อาจไม่ได้ยากเย็น
“ข้ามิเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน มันคือเข็มอะไร?”
ไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ โนมานก็เอ่ยถาม
“ความจริงมันเป็แร่ชนิดหนึ่งใต้พื้นดิน”
“แร่งั้นรึ บางทีข้าอาจถามหามันจากสมาคมพ่อค้าแร่”
โนมานกล่าว นำมือจับปลายคางอย่างครุ่นคิด
“ชานี่รสชาติไม่เลว”
ฉับพลัน หัวข้อที่พูดคุยก็ถูกเปลี่ยน นี่ทำให้บุรุษผมบลอนขมวดคิ้วเบาโดยมิตั้งใจ ก่อนเหลือบไปเห็น ั์ตาสีองุ่นจับจ้องค้างที่กาน้ำชา สลับไปมากับถ้วยชาอันว่างเปล่า จึงเข้าใจต้นสายปลายเหตุ พลางเผยยิ้ม ยกกาน้ำชา วาดป้องมือ และรินมัน
“รสชาติดีใช่หรือไม่”
“แน่นอน แต่มันจะดีกว่า หากเ้าวางกานั่นไว้ข้างถ้วยชาข้า”
.
.
ทางทิศตะวันออกภายในอาณาจักรวายุอัสนี มีคฤหาสน์หลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะหรูหราและใหญ่โตกว่าแห่งอื่น คฤหาสน์นี้ตั้งอยู่บนูเาขนาดย่อม ด้านล่างถูกล้อมไว้ด้วยคฤหาสน์ขนาดกลางกว่าสิบหลัง พื้นที่โดยรอบสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพื้นหญ้า และต้นไม้ใหญ่ ซึ่งทำให้มันดูร่มรื่นมากเป็พิเศษ ถัดออกมาจากเขตดงต้นไม้ จะพบทุ่งดอกไม้นานาพันธุ์ขึ้นเนืองแน่นอยู่ข้างทางเดิน
ภายในคฤหาสน์ขนาดกลางหลังหนึ่งที่ตั้งใกล้ตีนเขา หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินไปมาอย่างกระวนกระวายอยู่ด้านหน้าคฤหาสน์ นางสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน มีสัญลักษณ์รูปอินทรีสีทองเช่นเดียวกับโนมาน ั์ตาสีฟ้ากระจ่างผมบลอนทองยาวมัดปม นิ้วมือใส่แหวนหยก สลับทอง ดูล้ำค่า ทว่ามิได้สูงส่งเกินไป
นางผู้นี้คือแม่ของโนมาน นามว่ารีน เป็ทายาทสายตรงของผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน ทำให้ตำแหน่งภายในตระกูลแรนเชอค่อนข้างมีอำนาจอยู่มาก และสาเหตุที่ต้องออกมาเดินอยู่หน้าคฤหาสน์เช่นนี้ เป็เพราะความร้อนรนใจ เกี่ยวกับโนมาน
ก่อนหน้านี้ ตระกูลแรนเชอได้พบกับศึกใหญ่ เนื่องจากตระกูลคู่อริอย่างตระกูลฟอลลิชได้ทำการแย่งอาณาเขตทางการค้า ภายในอาณาจักรไป ส่งผลให้เกิดากลางเมืองระหว่างสองตระกูล
และด้วยตระกูลใหญ่ทั้งสอง ถือเป็ตระกูลใต้อาณัติกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ทำให้เหล่าคนจากกองทัพวายุอัสนีไม่กล้ายุ่งเกี่ยว จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการเช่นนี้
กระนั้นความเสมอภาคก็มิเคยเกิดขึ้น เพราะตระกูลฟอลลิชได้รับการช่วยเหลือจากผู้ลงอาคมศาสตราวุธคนหนึ่ง ที่ลงอาคมให้แก่ศาสตราวุธทุกชิ้น ส่งผลให้เมื่อกองกำลังทั้งสองตระกูลปะทะกัน ท้ายที่สุด ฟอลลิชจึงเป็ฝ่ายกุมชัย
ในครานั้นตระกูลแรนเชอนอกจะพ่ายแพ้า ยังต้องเสียกำลังพลไปอีกมาก ทำให้ปัจจุบันแรนเชอถือว่าเข้าใกล้ยุคมืดเต็มที
ครั้งเมื่อการประชุมใหญ่ของตระกูลล่าสุด โนมานได้เสนอให้ออกตามหาผู้ลงอาคมศาสตราวุธมาช่วยตระกูลแรนเชอ เพื่อจะได้มีศาสตราวุธไว้รับมือพวกตระกูลฟอลลิช และยังเป็การเพิ่มอำนาจให้แก่ตระกูลอีกทางหนึ่ง ทว่าความคิดนี้กลับถูกปัดตกอย่างรวดเร็ว เพราะทางที่ประชุมเห็นว่ามันเป็เื่ที่ ‘เป็ไปไม่ได้’
เป็ที่รู้ดีว่าผู้ลงอาคมศาสตราวุธไม่มีทางจะมารับใช้ตระกูลใดตระกูลหนึ่ง ยกเว้นตระกูลฟอลลิชที่ไม่รู้ว่าใช้วิธีอันใด ถึงทำให้ผู้ลงอาคมคนนั้นมาช่วยเหลือตระกูลมัน
กระนั้นด้วยความดื้อรั้น โนมานยืนกรานจะเป็ผู้ออกตามหาตัวผู้ลงด้วยตนเอง และเนื่องจากคนในที่ประชุมเกรงใจผู้นำตระกูลกับรีน ท้ายที่สุดจึงได้ให้เวลาครึ่งปีเพื่อทำเื่นี้
อย่างไรเพราะความไม่ยอมคน ประสบการณ์น้อย หรือมองโลกในแง่ดีจนเกินไป โนมานได้โต้เถียงในที่ประชุม และบอกผู้นำตระกูลว่าจะใช้ระยะเวลาเพียงสามเดือน หากครบกำหนดแล้วยังไม่สามารถหาพบ จะไม่ขอใช้ชื่อแรนเชออีก
ตอนนั้นรีนไม่สามารถเอ่ยปากห้ามลูกชายได้ทัน ทำให้นางกังวลใจเป็อย่างมาก และวันนี้ก็ถึงเวลาที่กำหนดเรียบร้อย...
“รีนมิต้องรอลูกชายจอมอวดดีของเ้าหรอก อย่างไรเสียมันก็ไม่มีทางทำสำเร็จ”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาหารีนช้าๆ มันผู้นี้มีชื่อว่าคูเดล มีศักดิ์เป็น้าของโนมาน และเป็น้องชายแท้ๆของรีน ด้วยเหล่าทายาทสายตรงต่าง้าได้รับตำแหน่งผู้นำตระกูลคนต่อไปทั้งสิ้น ทำให้มักเกิดความขัดแย้งอยู่บ่อยครั้ง
“คูเดล หุบปาก มิเช่นนั้นข้าจะตัดลิ้นเ้า!”
รีนกัดฟันกล่าวน้ำเสียงขุ่นเคือง นางในตอนนี้ไม่มีอารมณ์โต้เถียงกับใครทั้งนั้น
“หึ! ย่อมได้หากโนมานสามารถพาผู้ลงอาคมศาสตราวุธกลับมายังตระกูลได้ ข้าจะให้เ้าตัดลิ้น!”
คูเดลหัวเราะเสียงดัง คิดว่าอย่างไรโนมานก็ไม่มีทางพาตัวผู้ลงอาคมกลับตระกูล
“เป็เพียงคนธรรมดา เกิดมาไร้ค่านัก”
เห็นรีนยืนนิ่งกำหมัดแน่น คูเดลจึงกล่าว พลางฉีกยิ้ม
ภายในตระกูลแรนเชอ เด็กที่เกิดมาส่วนมากจะได้รับการฝึกฝนรากฐาน์และรากฐานปฐีั้แ่กำเนิด อยู่ที่ว่าร่างกายพวกเขาจะสามารถััพลังงานรูปแบบใดได้มากกว่า ทำให้ผู้ที่มีสายเืแรนเชอล้วนกลายเป็ผู้ฝึกฝนรากฐานกันทั้งสิ้น ทว่าโนมานกลับต่างออกไป ั้แ่ยังเล็กไม่สามารถััถึงพลังงานทั้งสองรูปแบบได้เลย นี่ทำให้เขาถูกตราหน้าว่าเป็เพียงตัวไร้ค่า
พอทราบเช่นนั้น โนมานก็เศร้าเสียใจเป็อย่างมาก เหตุใดเขาจึงไม่เท่าเทียมผู้อื่น เหตุใดจึงด้อยค่า เหตุใดจึงไม่มี ใช้เวลาอยู่หลายปีกว่าพ้นทุกข์ จนในที่สุดก็พบเส้นทางที่บอกถึงตัวตน สิ่งนั้นก็คือเส้นทางแห่งความรู้
โนมานได้ใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มความรู้ให้แก่ตนเอง คิดเพียงสักวันหนึ่ง จะใช้ความรู้เหล่านี้มาช่วยในการพัฒนาตระกูลให้ดีขึ้น และในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาต้องพิสูจน์ตนเองให้ตระกูลได้รู้ถึงพลังอำนาจของความรู้ เขาได้ตัดสินใจท้าทายโชคชะตา โดยการออกตามหาผู้ลงอาคมศาสตราวุธ ทว่าแม้มันจะแสดงถึงความอาจหาญอย่างแรงกล้า แต่ก็มิวายกลายเป็ที่หัวเราะเยาะของเหล่าเครือญาติทั้งหลายอยู่ดี
“เ้าอย่าได้ตีค่าความอดทนข้าไว้สูงนัก”
รีนจ้องคูเดลด้วยสายตาวาวโรจน์ พร้อมเร่งพลังงาน์อย่างรุนแรง
“เ้าคิดจะสู้กับข้า”
คูเดลกล่าวพลางโบกมือเล็กน้อย ชายสองคนในชุดคลุมสีดำก็โผล่ออกมายืนด้านหน้าทันที
“อย่าดีกว่าท่านป้ารีน”
ชายในชุดคลุมสีดำคนหนึ่งพูดขึ้น
“ฟาเดลหลีกไปนี่ไม่ใช่เื่ของเ้า!!”
รีนกล่าวอย่างมีโทสะ นางเป็ถึงผู้ฝึกรากฐาน์ระดับผสานกายขั้นหก ไม่มีความจำเป็ต้องเกรงกลัวฟาเดลที่อยู่เพียงระดับผสานกายขั้นสี่
“ท่านป้ารีนโปรดใจเย็นก่อน”
ชายในชุดคลุมสีดำอีกคนก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมโค้งคำนับเล็กน้อย
“ใจเย็น เหตุใดต้องใจเย็นกับผู้ที่กล้าดูถูกลูกชายข้ากัน!!!”
รีนเตรียมตัวพุ่งไปด้านหน้า เวลานี้ด้วยความกังวลใจ ความเครียด และความโกรธ ทำให้นางไม่อาจควบคุมสติได้อีกต่อไป ตอนนั้นเองจู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“เรียนท่านรีน ท่านโนมานกลับมาแล้ว”
เด็กรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งมาด้วยใบหน้าแตกตื่น
ทันที นางได้ผละออกจากจุดที่ยืนอยู่ ขับเคลื่อนพลังงาน์พุ่งออกไปราวกับลูกธนู ทิ้งคูเดลและลูกชายทั้งสองของมันไว้ด้านหลังโดยมิหันมาเหลียวแลเลยสักนิด ราวกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ได้ถูกลืมเลือนไปจนสิ้น
.
.
ด้านหน้าเส้นทางดอกไม้นานาพันธุ์ ชิลก้าวลงจากรถม้า จ้องไปยังเส้นทางด้านหน้าอย่างผ่อนคลาย ต่างกับโนมานที่ตอนนี้สีหน้าแสดงออกถึงความสับสน และหงุดหงิดเป็อย่างมาก
“หากเ้าสามารถลงอาคมศาสตราวุธเวทได้จริง ข้อตกลงที่เราคุยกันบนรถม้าถึงจะสมบูรณ์ แต่หากไม่...”
เขากัดฟัน แสดงท่าทางลำบากใจ ทิ้ง่เพียงครู่จึงกล่าวต่อ
“รออยู่นี่ ข้าจะไปพบท่านแม่เสียก่อน แล้วค่อยส่งคนมารับเ้าภายหลัง”
โนมานหันมองป่าด้านหน้า พร้อมแสดงท่าทางกลัดกลุ้มอย่างเห็นได้ชัด เหตุผลที่เป็เช่นนี้ เพราะในระหว่างทาง เขาร้องขอให้ชิลแสดงการลงอาคมให้ดูเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนพบคนในตระกูล แต่กลับถูกปฏิเสธตลอดทาง โดยให้เหตุผลว่า
‘หนึ่งการลงอาคม ต่อสองแสนหิน์’
นี่ทำให้โนมานแทบจะบ้า เขาไม่ใช่คนไว้ใจใครยากนัก หากชิลยอมแสดงการลงอาคมให้ดูสักเล็กน้อย บางทีเขาอาจไว้ใจถึงขนาดร่วมสาบานเป็พี่น้องเลยก็ได้
“เฮ้อ...”
โนมานถอนหายใจเฮือกใหญ่ แสงอันริบหรี่ในคราแรก ถูกจุดขึ้นมายามเมื่อพบกับชิล แล้วจู่ๆมันก็ดับวูบลง เพราะไม่อาจยืนยันได้ว่าชิลสามารถลงอาคมศาสตราวุธได้จริงหรือไม่
“ข้าคิดถูกหรือไม่ ที่พาเ้ามายังตระกูล”
โนมานกล่าวอย่างแ่เบา ก่อนยกเท้า เดินออกไปด้านหน้า
ชิลที่ได้ยินดังนั้น ก็ไม่ได้กล่าวอะไร เพียงจ้องมองหลังสีน้ำเงินของชายผมบลอนอยู่ไกลๆเท่านั้น