นอกจากเรื่องเหล่านั้นแล้วหูหลันเยวี่ยยังนึกถึงวันที่หูถิงถิงไปปลดทุกข์ที่ไร่ข้าวโพดแล้วบังเอิญไปเจอเข้ากับป้าใหญ่ของหลินซือหย่วนที่แอบลักลอบได้เสียกับน้องชายสามีในนั้น
เมื่อรู้ว่าคนที่ถิงถิงเจอมีป้าใหญ่อยู่ด้วยสีหน้าของหลินซือหย่วนก็แสดงความซับซ้อนออกมา
หูหลันเยวี่ยรู้จากถิงถิงกับแม่ว่าตอนเด็กๆ หลินซือหย่วนเคยดื่มนมจากป้าใหญ่ของเขา
ยังได้ยินมาว่าป้าใหญ่แวะเวียนมาขอยืมของที่บ้านสกุลหลินเป็นประจำ
เนื่องจากสองบ้านอยู่ใกล้กันมากหลายเรื่องที่ย่าหลินไม่ได้พูดออกมา ถิงถิงและจ้าวหงเหมยก็พอจะรู้อยู่บ้าง
หูหลันเยวี่ยนำเรื่องเหล่านี้มาปะติดปะต่อกันหลายสิ่งที่เคยทำให้เธอรู้สึกสับสนในตัวหลินซือหย่วน ตอนนี้ก็เข้าใจทั้งหมดแล้ว
ขณะที่หูหลันเยวี่ยกำลังคิดหาทางตอบหลินซือหย่วนเสียงของถิงถิงก็ดังมาจากข้างหลัง
"พี่คะ หนูก็ว่าทำไมเข้าห้องน้ำนานจังที่แท้ก็มาคุยกับพี่หย่วนจื่ออยู่นี่เอง"
ในระหว่างที่พูดถิงถิงก็เดินมาถึงข้างๆ หูหลันเยวี่ยและหลินซือหย่วนแล้ว
หูหลันเยวี่ยกลืนคำพูดที่กำลังจะเอ่ยตอบลงคอไปแล้วแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจพร้อมพูดกับถิงถิงว่า "พี่อยากรู้ว่าย่าใหญ่พอใจกับผ้าที่ช่วยเลือกให้หรือเปล่าก็เลยเสียเวลาไปหน่อยน่ะ"
ถิงถิงตอบรับอืมอือแล้วจูงมือหูหลันเยวี่ยออกจากป่าไผ่ไป
หลินซือหย่วนมองตามสองพี่น้องจนลับสายตาไปก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าต้องไปเก็บไข่ไก่
หูหลันเยวี่ยจัดการความคิดที่สับสนวุ่นวายในหัวให้เข้าที่เข้าทางแล้วเธอก็ทำเหมือนไม่ได้ยินเรื่องที่พ่อแม่ตั้งใจจะส่งของไปให้เฉินเชี่ยนเชี่ยน
เช่นเดียวกันสามีภรรยาหูฉางหมินก็ทำเหมือนว่าหลันเยวี่ยไม่รู้เรื่องที่พวกเขาตั้งใจจะส่งของไปให้เฉินเชี่ยนเชี่ยน
ถึงแม้พวกเขาไม่คิดจะซื้อเครื่องประดับแก้วส่งไปให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนแล้วก็ตาม
"เยวี่ยเยวี่ย หลังจากฉลองวันเกิดย่าของลูกเสร็จพ่อจะไปจับหมูที่บ้านคุณป้ารอง ลูกอยากไปด้วยกันไหม ป้าเขาอยากให้ลูกไปเล่นด้วยคุณป้ามีลูกสาว ลูกก็เคยเจอพี่เขาแล้ว อายุเท่าลูก แค่เกิดก่อนนิดหน่อย"
จ้าวหงเหมยพูดพลางวางน้ำเปล่าอุ่นๆชามหนึ่งไว้ตรงหน้าหลันเยวี่ย
หูหลันเยวี่ยจิบน้ำล้างคอแล้วตอบแม่ว่า"ได้สิคะ อีกสองวันหนูจะไปบ้านคุณป้ากับพ่อหนูจำได้ว่าพี่สาวเหมือนจะชื่อโจวเจียฮุ่ย ตัวเตี้ยกว่าหนูหน่อย หน้ากลมๆตาโตสองชั้น"
ถ้าไม่ได้มีชีวิตอีกครั้งหูหลันเยวี่ยคงจำลูกพี่ลูกน้องคนนี้ไม่ได้ดีเท่านี้
เพราะหน้าร้อนปีหน้าในชาติที่แล้วโจวเจียฮุ่ยจะหนีตามคนงานเหมืองแร่ในหมู่บ้านเดียวกันไป
ต่อมาหูหลันเยวี่ยเคยเจอโจวเจียฮุ่ยในเมืองตอนนั้นโจวเจียฮุ่ยถูกผู้ชายคนนั้นทิ้งไปแล้ว
เธอกำลังอุ้มลูกอ่อนขอทานอยู่ในเมืองด้วย
ถิงถิงรีบพูดเสริมหูหลันเยวี่ย"พี่สาวความจำดีจังเลย พี่เจียฮุ่ยเป็นสาวหน้ากลมตาโตจริงๆ"
จ้าวหงเหมยมองลูกสาวสองคนที่นั่งเรียงกันอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยน"ในบรรดาญาติๆ ป้ารองดีกับบ้านเราที่สุดแล้วพวกลูกต้องเข้ากับเจียฮุ่ยให้ดีๆ นะ แล้วเดือนหน้าพี่ชายคนโตบ้านนั้นก็จะแต่งงานแม่คุยกับป้าของพวกลูกไว้แล้ว ว่าจะให้ลูกสองคนไปช่วยงานล่วงหน้า"
"ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูกับถิงถิงจะไปช่วยงานป้ารองแต่เช้าเลย" หูหลันเยวี่ยรับคำอย่างเต็มใจ
ชาติที่แล้วในเดือนหน้าเธอคงหนีกลับไปบ้านพ่อแม่อุปถัมภ์เพื่อไปเป็นคนรับใช้ให้พวกเขาแล้วก็เลยพลาดงานมงคลของบ้านป้ารองไป
เรื่องที่ป้ารองซึ่งมีฐานะดีกว่าคอยช่วยเหลือครอบครัวของพวกเขาหูหลันเยวี่ยได้ยินจากถิงถิงมาไม่น้อย
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นแค่เรื่องที่จ้าวหงเหมยฝ่าฝืนนโยบายวางแผนครอบครัวแอบตั้งท้องลูกคนที่สามทุกครั้งที่มีการตรวจสอบจากเบื้องบน จ้าวหงซิ่วผู้เป็นป้ารองก็จะคอยช่วยเหลือ
หลังจากพูดคุยกับแม่ในห้องโถงได้สักพักหูหลันเยวี่ยก็กลับไปพักผ่อนในห้องของตัวเอง
หลังจากที่หูหลันเยวี่ยกลับเข้าห้องไปแล้วถิงถิงก็เข้าไปกระซิบข้างหูจ้าวหงเหมย "แม่คะหนูว่าความสัมพันธ์ของพี่สาวกับพี่ซือหย่วนดูไม่ธรรมดาเลยนะ"
จ้าวหงเหมยถึงกับชะงักไป"สองคนนั้นมีอะไรไม่ธรรมดาเหรอ"
ถิงถิงอึกอัก"หนูก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน แค่รู้สึกว่ามันไม่ธรรมดา"
จ้าวหงเหมยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า"ในเมื่อลูกไม่ได้เห็นอะไรที่มันเกินเลยไป ก็ไม่ต้องตกใจพี่ของลูกเคยเห็นโลกมาเยอะ แถมยังเป็นผู้ใหญ่แล้วแม่เชื่อว่าเธอจะรักษาระยะห่างได้"
………….
หลังจากเก็บไข่ไก่จากป่าไผ่หลินซือหย่วนก็กลับบ้าน
เมื่อเห็นว่าย่าไม่มีอะไรจะสั่งอีกหลินซือหย่วนไปก็เข้านอน
ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นเช้าไปทำงานหากไม่นอนกลางวัน ช่วงตีสองตีสามคงลุกไม่ไหวแน่ๆ
หลินซือหย่วนนอนหลับยาวจนใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นถึงค่อยลุกขึ้น
ย่าหลินทำโจ๊กผักป่าหม้อใหญ่ส่วนอาหารหลักคือขนมปังอบที่หลินซือหย่วนไปซื้อมาจากตลาด
"ย่าครับ ผมถามอะไรหน่อยนะ" หลินซือหย่วนกินโจ๊กผักป่าไปสองสามคำแล้วถามต่อ"คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่คลอดลูกที่บ้านกันไม่ใช่เหรอทำไมตอนนั้นที่ป้าหงเหมยคลอดหลันเยวี่ยถึงไปที่โรงพยาบาลในอำเภอล่ะครับ"
ไม่ต้องพูดถึงเมื่อสิบแปดปีก่อนแม้แต่ตอนนี้คนในหมู่บ้านก็ยังคลอดลูกที่บ้าน โดยมีหมอตำแยช่วยทำคลอด
ดังนั้นในยุค60กลางๆ ที่สภาพความเป็นอยู่แย่กว่าตอนนี้การที่จ้าวหงเหมยไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลในอำเภอจึงฟังดูเหลือเชื่อจริงๆ
ถ้าจ้าวหงเหมยไม่ได้ไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลในอำเภอเรื่องการสลับตัวเด็กก็คงไม่เกิดขึ้น
ย่าหลินคิดว่าหลานชายคนโตอยากจะทำความรู้จักกับว่าที่ภรรยาในอนาคตให้มากขึ้นก็เลยเล่าเรื่องที่จ้าวหงเหมยต้องไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลให้ฟัง
"ถ้าป้าหงเหมยเธอไม่ปวดท้องคลอดมาสองวันแล้วยังคลอดหลันเยวี่ยไม่ได้ก็คงไม่ต้องไปโรงพยาบาลในอำเภอหรอก พอไปถึงที่นั่นหมอก็ผ่าท้องให้ป้าหงเหมยถึงรักษาสภาพร่างกายของทั้งแม่และเด็กเอาไว้ได้ตอนนั้นย่าของหลันเยวี่ยไม่ยอมให้ป้าหงเหมยไปโรงพยาบาลเพราะกลัวเปลืองเงินถ้าลุงฉางหมินไม่ยืนยันว่าจะไปโรงพยาบาล ก็อาจจะเสียทั้งแม่ทั้งลูกไปแล้วหรือไม่ก็เป็นเหมือนแม่แกในตอนนั้น"
เมื่อพูดถึงแม่ของหลินซือหย่วนที่เสียชีวิตจากการตกเลือดหลังคลอดย่าหลินก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อย
แม้จะผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้วย่าหลินก็ยังลืมเลือนใบหน้าที่ซีดเผือดของลูกสะใภ้ไม่ได้
เนื่องจากหลินซือหย่วนไม่เคยเจอหน้าแม่ของตัวเองเลยเมื่อได้ยินย่าพูดถึงแม่ เขาก็แสดงสีหน้าเรียบเฉย
……….
พริบตาเดียวก็ถึงวันครบรอบวันเกิดอายุหกสิบห้าปีของแม่เฒ่าหู
เนื่องจากแม่เฒ่าอาศัยอยู่กับลูกชายคนเล็กตามธรรมเนียมปฏิบัติของทุกปี วันเกิดนี้จึงจัดขึ้นที่บ้านของอาสาม
สามบ้านร่วมกันออกเงินซื้อของที่จำเป็นสำหรับวันเกิด
สามีภรรยาหูฉางหมินเป็นพี่ชายพี่สะใภ้คนโตในวันเกิดของแม่เฒ่า ทั้งสองคนจึงไปช่วยงานแต่เช้า
ถึงแม้จ้าวหงเหมยจะยังอยู่เดือนไม่ครบดีแต่ยังไงตอนนี้เธอก็ต้องไป หากเธอไม่ไป ก็อาจจะถูกแม่สามีด่าว่าเสียๆ หายๆ ได้
แต่จ้าวหงเหมยไม่อยากพายายาไปด้วยเธอคิดว่าตัวเองจะอยู่ช่วยงานสักพักแล้วค่อยกลับมาให้นมลูก
จ้าวหงเหมยตั้งใจจะปล่อยให้ยายาอยู่บ้านคนเดียวหูฉางหมินก็ไม่ได้ว่าอะไร
บ้านสองฝั่งก็ไม่ได้อยู่ไกลกันมากจ้าวหงเหมยจะแวะกลับมาบ่อยๆ
ตอนนี้ยายาเอาแต่กินกับนอนแค่ให้นมอิ่มก็สามารถปล่อยให้อยู่คนเดียวได้แล้ว