“ตงฟาง แกทำอะไร~!”
ความรู้สึกไม่พอใจระเบิดออกมาจากอาจารย์นับร้อย ที่ทรุดลงไปข้างโต๊ะหลังจากพลังวิญญาณของพวกเขาตกลงไปมากจนอยู่ในระดับผสานวิญญาณเพียงเท่านั้น แล้วยังมีอาการเจ็บปวดบริเวณกลางหน้าอกจนพวกเขาแทบไม่เหลือแรงในการยืน
“ข้าเปล่านะ ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย”
“ตงฟาง ไอ้เด็กเหลือขอ” ผู้นำนิกายที่อยู่ข้างๆมองตงฟางด้วยความโมโหอยากจะลุกไปสับมะเหงกจากการถูกพิษเล่นงาน แม้เขาจะเป็นผู้นำนิกายและเป็นอาจารย์ตงฟาง กลับถูกเล่นงานไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในระหว่างมองตงฟางที่กำลังทำสีหน้าตกใจกับสถานการณ์ตอนนี้ ยิ่งทำให้ผู้นำนิกายอยากจะลุกไปตบมากกว่าเดิม
“ตงฟาง แกทำอะไร~!”
“เปล่านะ ข้าไม่ได้ทำอะไร” ตงฟางยังคงปฎิเสธ ทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนใบหน้าตกใจมาเป็นฉีกยิ้มเหี้ยมแล้วขึ้นไปนั่งบนโต๊ะอาหาร
“ฮ่าๆๆ ดูจากท่าทางพวกท่าน คงจะถูกพิษเล่นงานสินะ”
“ตอนไหนกัน ข้าตรวจสอบแล้วว่าพิษในอาหารไม่มี ทำไมพวกเราถึง” อาจารย์หญิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจ กับวิธีใช้พิษของตงฟาง ด้วยท่าทางของเขาในตอนนี้ ทุกคนรู้แล้วว่าตงฟางเป็นคนลงมือวางยาพิษทุกๆคน
“เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องจริงจังกันเถอะ ข้าบอกพวกท่านไปแล้วตั้งแต่ตอนออกมาจากประตูเทพธิดา ว่าทักษะนี้มันไม่สามารถสืบทอดได้ แม้ข้าจะตายมันก็ยังคงตายไปกับข้า พวกท่านก็ยังคิดจะแย่งมันจากข้าไปอีก”
“แล้วทำไมเจ้าถึงวางยาพิษพวกเรา แค่บอกว่าให้ไม่ได้พวกเราก็กลับแล้ว”
“ท่านอาจารย์จากสถาบันอี้หมิง ดูท่าทางพวกท่านตอนที่ข้าเข้ามาสิ พวกท่านคิดจะยอมแพ้หรือเปล่า มีแต่ข่มขู่ข้าแล้วอยากให้ข้าเดินทางไปด้วย ข้าจึงต้องทำให้พวกท่านสงบแบบนี้ไง เราถึงจะคุยกันรู้เรื่อง”
“เจ้า~!”
ทุกคนต่างโกรธกับวิธีการของตงฟาง ทางฝั่งผู้นำนิกายก็แย่ไม่แพ้กันเพราะตอนนี้ลงไปนอนกุมท้องด้วยท่าทางเจ็บปวดทรมานมาก ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับไม่ช่วยเพราะรู้ว่าผู้นำนิกายกำลังแกล้งทำ
“ฟังให้ดีอีกครั้งนะ ทักษะของข้าส่งต่อให้ใครไม่ได้ ข้าตายมันก็จะตายไปกับข้า ส่วนพิษที่พวกท่านได้รับไปนั้น ข้าจะบอกวิธีถอนมัน”
“ถ้าเจ้าไม่บอกวิธีลงมือ ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ แม้เจ้าจะบอกวิธีถอนมันก็ตาม”
หนึ่งในอาจารย์สถาบันชิงอี้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด เขาโกรธตงฟางมาก ถึงอย่างนั้นเขากลับอยากรู้วิธีใช้พิษของตงฟาง หากเขารู้จักวิธีวางยาพิษ ตงฟางจะไม่ใช่คนที่น่ากลัวอีกต่อไป
“อาจารย์ ข้าไม่ได้วางยาพิษพวกท่านเลยนะ เป็นพวกท่านที่วางยาตัวเอง”
ตงฟางหยิบขวดยาของเขาขึ้นมา มันเป็นขวดที่ทุกคนรู้จักดีเพราะตงฟางแคะยาออกจากขวดให้พวกเขากินรักษาพิษ
“เจ้า~!”
“เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้วางยาใครเลย เป็นพวกท่านที่กินมันเข้าไปเองกับมือ”
ตงฟางพูดด้วยท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวปฎิเสธว่าเขาไม่ได้วางยาพิษ แต่เขายอมรับว่าตัวเองวางแผนให้ทุกคนถูกพิษ ด้วยการหลอกทุกคนว่าอาหารหรือแม้กระทั่งน้ำดื่ม สุราถูกปนเปื้อนพิษที่เขาทดลอง จนทุกคนต้องการยาถอนพิษ แท้จริงแล้วมันกลับเป็นยาพิษไม่ใช่ยาแก้พิษอย่างที่ทุกคนเข้าใจ
“เอาล่ะ ข้าบอกพวกท่านทุกอย่างแล้วนะ เรื่องนิกายโบราณ เรื่องการถูกพิษ พวกท่านเป็นหนึ่งในคนที่มีส่วนร่วมด้วย จะโทษข้าก็ไม่ได้นะ ส่วนวิธีการถอนก็ง่ายมากๆ เพียงแค่พวกท่านกลับไปยังสถาบันแล้วใช้พลังวิญญาณขับพิษออกมา พวกท่านก็หายแล้ว แม้มันจะเป็นพิษที่ถอนได้ แต่หากมีคนเพิกเฉยไม่คิดจะแก้พิษ ข้าเตือนเลยว่าท่านคิดผิดเพราะพิษของข้าแม้แต่ระดับราชันก็ยังตาย”
ทุกคนที่ได้ยินล้วนแล้วหน้าซีด ระดับของพวกเขาทุกคนเป็นระดับราชากันทั้งหมด ทันใดนั้นผู้นำนิกายก็รีบสะกิดตงฟางเพื่อขอยา
“อาจารย์เงียบก่อน ส่งพวกเขากลับไปก่อน แล้วข้าจะบอกอะไรท่าน”
“อือ ไอ้เด็กเหลือขอ แก แก ….ทุกคนข้าว่าพวกเราควรแยกย้ายกลับไปยังสถาบันจะดีกว่านะ ข้าได้เตรียมคนเอาไว้แล้วพวกเขาสามารถส่งพวกท่านกลับถึงสถาบันอย่างปลอดภัย”
ผู้นำนิกายเปิดใช้งานหยกสื่อสารเรียกให้บุคลากรในสถาบันนำตัวอาจารย์และผู้คนที่อยู่ในห้องไปส่งยังสถานที่ที่พวกเขาจากมา ตงฟางที่เห็นว่าเขารอดแล้วและไม่น่าจะเกิดเรื่องเพราะคนกลุ่มนี้อีกจึงหันมองไปยังผู้นำนิกายที่กำลังขอยาแก้พิษกับเขา
“ตงฟางเร็วเข้า”
“ผู้นำนิกาย ข้าพูดทิ้งไว้เมื่อครู่ใช่ไหมว่าจะบอกอะไรบางอย่างกับท่าน งั้นข้าบอกเลยนะ…..ข้าไม่มียาถอนพิษ”
“ไอ้เด็กเหลือขอตงฟาง ฉันจะฆ่าแก” ตงฟางฉีกยิ้มแล้ววิ่งออกมาจากห้องโถง แม้ผู้นิกายจะโมโหกลับเป็นเพียงแค่ท่าทางหยอกล้อเท่านั้น เขาไม่ได้โกรธเลยสักนิด แต่รู้สึกเสียหน้าที่ถูกตงฟางวางยาไปพร้อมๆกับคนอื่น ทั้งๆที่เขาเป็นผู้นำนิกายผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ
“อาจารย์ ท่านเคลื่อนพลังออกจากตันเถียนไปยังจุดที่อยู่กลางหน้าอกก่อนนะ แล้วเคลื่อนไปยังแขนทั้งสองข้าง มันจะขับพิษออกมาเร็วมากๆ”
ตงฟางหันหน้ากลับไปร้องตะโกนบอกวิธีที่รวดเร็วในการขับพิษออกจากร่าง ก่อนที่เขาจะยิ้มหน้าบานเปิดใช้งานพลังจิตบินออกจากสถาบันมุ่งหน้ากลับเข้าไปในเมือง แต่ก่อนจะไปยังหอประมูลเขาได้แวะล้วงคออวกก่อนเพราะเขาคิดว่าตัวเองจำเป็นต้องมีท้องที่ว่าง ไม่อย่างนั้นจะถูกโกรธกว่าเดิม
แอวะ~!
—-------------------------------
“ฮ่าๆๆ ผู้นำนิกาย ท่านเป็นอะไรทำไมถึงแสดงท่าทางแบบนั้นเล่า” อาจารย์เฟยหงมองไปยังผู้นำนิกายที่กำลังใช้มือจับกำแพงเดินผ่านตึกทักษะ เขาจึงทักทายด้วยท่าทางชอบใจกับท่าทางผู้นำนิกายที่เหมือนถูกโจมตีอย่างหนักมา
“เฟยหง ไอ้เด็กเหลือขอนั่นมาทดสอบกับเจ้าแล้วใช่ไหม”
“ใช่ เขาอยากให้ข้าใช้ทักษะทุกอย่างที่ข้ารู้ทดสอบเขา”
“ดี ตีมันให้แรงๆเผื่อข้าด้วย”
“เขาทำอะไรให้ท่านกัน” เฟงหงมองผู้นำนิกายด้วยความสงสัย
“ไอ้เด็กเหลือขอนั่นมันวางยาข้าพร้อมกับคนอื่นๆที่มาในวันนี้ มันวางยาข้าที่เป็นอาจารย์ของมัน~!” เฟงหงกุมท้องเอาไว้แน่นพร้อมกับกลั้นขำ เมื่อรู้ว่าผู้นำนิกายถูกวางยา การที่เขาเหงื่อท่วมตัวเป็นเพราะว่าใช้พลังวิญญาณไปกับการถอนพิษ
“ท่านผู้นำนิกาย เอาเหล้าสักหน่อยไหม ท้องท่านน่าจะว่าง”
“เออดี ข้ากำลังหิวพอดี แล้วไอ้เด็กเหลือขอนั่นมันมาดูทักษะอะไรบ้าง”
ผู้นำนิกายเดินไปนั่งข้างๆพลางนำเอาอาหารที่ห่อมาจากห้องโถงออกมากิน ในระหว่างแบ่งอาหารและเหล้า อาจารย์เฟยหงก็พูดสิ่งที่ทำให้ผู้อำนวยการย่นคิ้ว
“มันอ่านทุกอย่าง”
“ฮะ”
—------------------------------------
“ดึกดื่นเที่ยงคืนก็ยังมีการประมูลอยู่อีกเหรอ ดูน่าคนจะเยอะน่าดู”
ตงฟางสวมใส่หน้ากากและผ้าคลุมที่ทุกคนรู้จักในนามนักหลอมยานิรานามเดินมาหยุดยังหน้าทางเข้าหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ตอนนี้รอบๆหอประมูลล้วนเต็มไปด้วยรถม้ามากมาย มีทั้งรถม้าของพ่อค้าดูธรรมดาและรถม้าของเหล่าตระกูลใหญ่ที่ตกแต่งมากมายด้วยทองและของล้ำค่า
วันนี้ตงฟางกลับพบว่าไม่มีใครเข้ามาต้อนรับเขาเลย พนักงานที่เห็นต่างยืนนิ่งทำตัวไม่สนใจเขาสักคน เขาจึงรู้สึกงุนงงแต่ก็ไม่กล้าถาม ทำเพียงเดินไปยังห้องหลอมยาของตัวเองผ่านผู้คนมากมายที่กำลังเดินเข้าและเดินออกหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า
คลืน~!
กลไกเปิดเข้าไปในห้องหลอมยาที่ต้องใช้ป้ายพิเศษเปิดออก ทันใดนั้นตงฟางถึงกลับอึ้งเมื่อห้องทึบใช้สำหรับหลอมยาถูกเปลี่ยนให้เป็นสีขาว ไม่เพียงเท่านั้นมันยังมีไอน้ำอุ่นลอยออกมาจากบานประตูที่พึ่งเปิด
“นี่มันอะไรกัน”
ด้วยความสงสัยตงฟางจึงปิดประตูแล้วเดินเข้าไปดูว่าห้องหลอมยาของเขาเป็นยังไงบ้าง แต่เมื่อเขาก้าวเข้ามาเสียงของพี่ซิงเยียนก็ร้องเรียกให้พนักงานของเธอนำผ้ามาถูหลังให้
“มู่เอ๋อ มาถูกหลังให้ฉันหน่อยสิ วันนี้ฉันเหนื่อยมากอยากแช่ตัวนานๆ”
“มู่เอ๋อเหรอ” ตงฟางมองซ้ายขวา เขาไม่เจอใครเลยจึงมองไปยังผ้าที่ห้อยไว้ข้างๆ ทันใดนั้นเขาก็รู้ว่าพี่ซิงเยียนกำลังแกล้งเขาจึงตะโกนออกไปทันที
“พี่ซิงเยียน ห้องหลอมยาผมทำไมถูกเปลี่ยนไปเป็นห้องอาบน้ำ~!”
คลืด~!
ม่านกั้นถูกเปิดออกจนเห็นอ่างน้ำขนาดใหญ่มีหญิงสาวผมสีดำกำลังนั่งอยู่ข้างในโผล่เพียงแค่หัวไหล่ส่งยิ้มมาให้เขา
“ไม่ติดกับสินะ วาห์เสียใจจัง”
“รีบใส่เสื้อผ้าเลย ไม่งั้นผมจะรีบกลับนะ”
“ได้ๆ แต่พี่สาวยังไม่ได้ถูกหลังเลย ตงฟางมาช่วยถูให้พี่สาวหน่อยสิ”
ตงฟางใช้พลังจิตจับไปยังผ้าจากนั้นเขาก็ส่งมันไปถูกหลังให้พี่ซิงเยียน ในระหว่างที่เขาใช้พลังจิตควบคุมผ้าจากระยะไกลเขาก็เห็นพี่ซิงเยียนทำแก้มป่องๆส่งมาให้เขาด้วยท่าทางงอน
“ชิ แค่ถูกหลังก็ไม่ได้”
“พี่ซิงเยียน อย่าแกล้งผมสิ หากเลือดผมหยดลงไปในอ่างจะทำยังไงล่ะ”
“ก็ป้องกันสิ” ซิงเยียนลุกพรวดออกจากอ่างน้ำหลังจากตงฟางถูหลังให้จนเสร็จ ทว่าตงฟางกลับรู้เขาจึงปิดตาหันหน้าเข้ามุมปล่อยให้พี่ซิงเยียนแต่งตัวให้เสร็จ ในระหว่างรอเขาก็จำเป็นต้องเช็ดเลือดออกจากจมูก แม้เขาจะมองไม่เห็นเหมือนตอนใช้ดวงตาปกติ แต่มุมมองของตาทิพย์ที่เขาใช้ตอนหลับตา มันได้สแกนร่างของพี่ซิงเยียนส่งมาให้เขาเห็นในรูปแบบพลังจนเขาเห็นเรือนร่างเช่นเดิม
หมับ~!
“นี่ตงฟาง หิวแล้วทำกับข้าวให้พี่สาวกินหน่อยสิ”
แขนเรียวยาวพยายามกอดตงฟางจากด้านหลัง ก่อนที่ซิงเยียนจะค่อยๆชะเง้อมองตงฟางที่กำลังเช็ดเลือดจำนวนมากที่ไหลออกมาจากจมูก เธอจึงปล่อยแขนแล้วพาตงฟางไปนั่งยังห้องข้างๆที่เป็นห้องหลอมยา การที่ตงฟางเดินเข้ามาในห้องแล้วเจอกับห้องน้ำเป็นห้องแรกเพราะว่าเธอเปลี่ยนประตูเท่านั้น ทำให้ต้องเดินผ่านห้องน้ำ หากจะไปห้องหลอมยา
“นี่ วันนี้เราจะคุยธุรกิจอะไรกันเหรอ”
ตงฟางเช็ดเลือดจนแห้งเขาจึงนำวัตถุดิบจำนวนมากออกมาทำอาหาร พลางนึกถึงเรื่องที่เขาจะนำมาปรึกษากับพี่ซิงเยียนเพื่อขยายการค้าขายของพวกเขาในอนาคต
“พี่ซิงเยียน อนาคตที่ใกล้จะมาถึงนี้ เมืองของเราจะเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อมาแย่งชิงทักษะสืบทอดของนิกายโบราณจากผมแน่นอน ผมจึงคิดว่าจะใช้โอกาสนี้ขายยาระดับสูง”
“จ้ะ แต่พี่ยังไม่อยากรู้เรื่องพวกนี้เลย จะคุยวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็เหมือนกัน ตงฟางเล่าเรื่อง หนิงเหอ ซูฮวา แล้วก็สือเยว่ให้พี่สาวฟังหน่อยสิ”
ขนทั่วร่างรู้สึกได้ถึงจิตอาฆาตจนพวกมันลุกชั้นขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ตงฟางจึงหัวเราะเยาะกลบเกลื่อนแล้วค่อยๆนำอาหารที่ทำเสร็จไปวางบนโต๊ะทีละอย่างสองอย่าง แม้หญิงสาวสวมชุดแดงจะมองด้วยสายตาจิกเล็กน้อยก็ตาม เขากลับทำเป็นมองไม่เห็นทำอาหารของเขาต่อไป
“อู้ว ซุปนี้อร่อยมากเลย พี่ซิงเยียนชิมเร็วเข้า มาๆ ผมป้อนเอง”
สายตาของซิงเยียนยังคงมองตงฟางด้วยท่าทางจิกเช่นเดิม ถึงอย่างนั้นเธอยังคงอ้าปากกินซุปที่ตงฟางป้อนเพราะหายากที่เธอจะถูกป้อนแบบนี้
“แล้วพวกเธอเป็นใครเหรอ”
“อู้ว อันนี้ก็อร่อย กินเยอะๆนะพี่ซิงเยียน”