ตอนที่ 47
หลังจากอยู่ในมิติขอนเจ้าระบบจนครบเวลา ไป๋กุนหลางก็กลับออกมาสู่โลกภายนอก แล้วกล่าวถามเจ้าระบบว่า "เรื่องเขานี่ ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้างละ?"
"มันน่าแปลกมากเลยขอรับ เซลล์ในเขาอันนี้ มันเป็นการรวมตัวกันของเซลล์มนุษย์และเซลล์สัตว์อสูรจนเกิดเป็นสิ…
"เดี๋ยวๆๆ!" ไป๋กุนหลางขัด "คำว่าเซลล์นี่ เอ็งไปเอามาจากไหนวะ?"
ได้ยินคำถามของไป๋กุนหลาง เจ้าระบบก็นิ่งเงียบไป ประมาณหนึ่งนาที แล้วค่อยกล่าวตอบ "ข้าเข้าความหมายของมัน แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่าตัวข้ารู้มาจากไหนขอรับนายท่าน"
ไป๋กุนหลางตบกบาลตัวเอง รู้สึกเซ็งเป็ดมาก 'โถถถ...ชีวิตตู ทำไมปริศนามันเยอะยังงี้วะ...เฮ้อ คิดไปก็ปวดหัวช่างแม่ง!มันละกัน'
"เอาล่ะอธิบายต่อเถอะ"
"มันได้กลายเป็นมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ขอรับ มนุษย์ที่สามารถใช้พลังพิเศษของสัตว์อสูรได้ขอรับ เช่น เฟิ่งกุย ข้าคิดว่าสัตว์อสูรที่เขารวมตัวด้วย น่าจะมีพลังพิเศษในการลบความผิดปกติทุกอย่างของร่างกาย ส่วนเรื่องที่ว่าเซลล์สองชนิดนี้มันรวมตัวกันได้ยังไง ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ"
"แล้วมีบันทึกใดกล่าวถึงพวกมันไหม?" ไป๋กุนหลางถามต่อ
"จากตำราที่นายท่านเคยอ่านมาไม่มีเล่มใดกล่าวถึงเรื่องนี้เลยขอรับ"
"อืม...งั้นเราคงต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน กลับถึงเมืองแสงศักสิทธิ์แล้วค่อยว่ากันอีกที มาจัดการปัญหากันก่อนดีกว่า"
"ขอรับ"
กล่าวจบ ไป๋กุนหลางเปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธิ หลับตาลงแล้วส่งพลังวัตรไปแขนขวา หาวิธีขับพลังธรรมชาติที่เหมือนเชื้อโรคเกาะกินกระดูกออกไป โดยมีเจ้าระบบคอยช่วยเหลือ
____________________________
สามสิบวันต่อมา…
ตกเย็น..ไป๋กุนหลางเดินทางมาถึงชายป่าเห็นกำแพงเมืองหมอกอำไพอยู่ลิบๆ บาดแผลภายนอกที่แขนขวาหายดีแล้ว ทิ้งไว้แค่รอยแผลเป็นอันน่ารังเกียจ ไป๋กุนหลางจึงใช้เศษผ้าคลุมพันไว้ไม่ให้อุจาดตา ส่วนพลังธรรมชาติที่อยู่ภายในแขน ในความรู้สึกของไป๋กุนหลางพวกมันกลับรวมตัวกันเป็นก้อนกลมๆฝังอยู่ยากจะขับออก ต้องแบ่งพลังวัตรสามส่วนไปควบคุมไม่ให้มันอาละวาด
แม้ไป๋กุนหลางจะเปลี่ยนวิธีเป็นการสลายมัน ให้กลายเป็นพลังวัตร แต่การกระทำของเขาก็เหมือนกับเอากระดาษทรายไปขัดลูกเปตอง ไม่รู้ว่าชาติไหนจะสลายหมด
ความจริงก็มีวิธีที่ง่ายที่สุดในการขจัดพลังธรรมชาติขุมนี้ วิธีที่ว่านี้ก็คือตัดแขนทิ้งซะ อย่างที่เจ้าระบบบอกถ้าโชคดีไป๋กุนหลางก็แค่เสียแขนข้างหนึ่ง แต่ไป๋กุนหลางยังไม่อยากเป็นเดชไอ้ด้วนตั้งแต่ยังหนุ่ม จึงเก็บวิธีนี้ไว้เป็นวิธีสุดท้าย
ตอนนี้ไป๋กุนหลางฝากความหวังไว้กับ บิดาของตนและข่งเขอ ถ้าสองท่านนี้ยังช่วยไม่ได้ก็คงต้องเป็นโฮ่วตงแล้วแหละ ส่วนเทียนจุน ไป๋กุนหลางยังไม่มีความกล้าพอไปปะหน้าท่านผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้
ก่อนออกจากป่าไป๋กุนหลางสังเกตเห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง จึงได้กระโดดไต่ขึ้นไปบนยอดไม้
ฉึกๆ!
แล้วปักกระบี่มังกรขนดกับฝักไขว้กันไว้บนนั้น เพื่อเป็นการกล่าวอำลาศาสตราวุธเล่มแรกของตน จึงค่อยเดินทางเข้าเมือง
เนื่องด้วยกระเป๋าคาดเอวยังอยู่ดีมีสุข ไป๋กุนหลางจึงไม่ต้องกังวลกับการใช้จ่าย เข้าเมืองแล้ว ไป๋กุนหลางจึงตรงไปที่ร้านขายผ้าทันที ซื้อเสื้อผ้าสีดำกับเสื้อคลุมสีดำมาหนึ่งชุด พร้อมผ้าสีดำเนื้อนุ่มที่ไป๋กุนหลางให้ช่างตัดเป็นเส้นๆ ไว้พันแขน
ซื้อชุดเสร็จ ไป๋กุนหลางก็แวะซื้อกระบี่เหล็กธรรมดาเล่มหนึ่ง ไว้ใช้ป้องกันตัว ก่อนจะไปเปิดห้องโรงแรมพักผ่อน
รุ่งเช้า...ไป๋กุนหลางเดินทางไปร้านอาหาร เขากะว่ากินมื้อเช้าเสร็จแล้ว จะไปจวนเจ้าเมือง ใช้ฐานะองค์ชายขอให้เจ้าเมืองช่วยหาคน ไปขนต้นหมอกควัน
ขณะกำลังรับประทานอาหาร ไป๋กุนหลางก็ได้ยินโต๊ะข้างๆคุยกัน
นาย ก "นี่เจ้ารู้เรื่องยาหมอกพิสุทธิ์หรือยัง?"
นาย ข "เจ้าหมายถึงยาตัวใหม่ของสมาคมยื้อนรกใช่ไหม?"
ไป๋กุนหลางหูกระดิก
"ใช่! เจ้ารู้หรือไม่ว่ายาตัวนี้ในการประมูลครั้งล่าสุดมีราคาถึง 12,000 เหรียญทองเชียวนะ" นาย ก กล่าว
นาย ข ฟังแล้วตกใจ "จริงรึ! ทำไมราคามันถีบสูงขึ้นปานนั้นละ?"
นาย ก วางท่าเป็นผู้รู้ "ก็เพราะว่ายาเทพธิดาพิสุทธิ์มันผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ซื้อจึงได้รับสรรพคุณของมันโดยไม่ขาดตอนไงละ"
"อย่างงี้เองหรือ" นาย ข เข้าใจ สักพักก็เปลี่ยนเป็นน้อยเนื้อต่ำใจ "แต่คนจนอย่างพวกเราคงไม่ได้ลิ้มรสของมันแม้เพียงเศษผง"
"นั่นสินะ" นาย ก เห็นด้วย
ระหว่างสองหนุ่ม ก,ข กำลังน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา ไป๋กุนหลางก็มีโทสะเกิดขึ้นเต็มหัวอก เพราะเขากล้าพนันจนหมดตัวเลยว่า ยาหมอกพิสุทธิ์ นั้นเป็นยาที่เขาคิดขึ้น
'ขโมยสูตรยาข้าไม่พอ ยังจะตั้งชื่อห่วยๆให้มันอีก!' ไป๋กุนหลางรู้สึกว่าตนไม่อาจจะเพลิดเพลินกับอาหารมื้อนี้ได้อีกแล้ว จึงรีบยัดอาหารเข้าปากโดยไม่สนใจรสชาติ หวังออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
เถ้าแก่ร้านอาหารกำลังมองลูกค้ารับประทานอาหารอย่างอิ่มเอมใจ แต่เมื่อหันมาเห็นไป๋กุนหลางเป็นต้องสะดุ้งโหยง 'คุณชายผู้นั้นเหตุใดจึงรับประทานอาหารดุดันเช่นนี้ หรือเขาจะมีความแค้นกับสัตว์ที่เอามาทำอาหารมื้อนี้กัน?" เถ้าแก่สงสัยมาก
กินหมดไป๋กุนหลางก็ออกจากร้าน มุ่งหน้าตรงไปยังที่ว่าการเจ้าเมืองทันที
____________________________
ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน