โฟลว์แซนด์พยักหน้ารับก่อนที่จะยื่นมือออกไปหาริชาร์ด นางชี้นิ้วไปที่เขาก่อนที่จะชี้ตัวเอง ทันใดนั้นพลังงานศักดิ์สิทธิ์ก็ไหลเข้าสู่ร่างกายของพวกเขาก่อนจะปรากฏเกราะบาง ๆ ที่แข็งแรงขึ้นรอบตัว ในเวลานี้ตราบใดที่พวกเขาไม่ส่งเสียงออกมา คนอื่น ๆ ก็จะไม่สามารถตรวจจับพวกเขาได้ แม้แต่สัตว์ป่าที่เก่งกาจก็ไม่สามารถรับรู้การมาของพวกเขาได้เช่นกัน
หลังจากนั้นโฟลว์แซนด์ก็ร่ายคาถาออกมาอีก 1 คาถา คาถานี้เป็นคาถาที่ถูกใช้โดยเหล่าดรูอิดที่บูชาเทพเจ้าแห่งป่าไม้ซึ่งมีผลทำให้พวกเขากลมกลืนไปกับธรรมชาติได้ หากสิ่งมีชีวิตใดที่ใช้คาถานี้ก็จะกลมกลืนไปกับป่าไม้ได้อย่างสมบูรณ์ แม้ว่าพวกเขาจะสัมผัสกับต้นไม้หรือใบไม้ เสียงที่เกิดขึ้นก็จะเป็นเหมือนกับเสียงลมหรืออาจจะเป็นเสียงการเคลื่อนไหวของธรรมชาติอื่น ๆ ที่ดูเหมือนไม่ใช่มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิต
โดยปกติแล้วโฟลว์แซนด์มักแสดงบางอย่างที่พิเศษเกี่ยวกับตัวนางเองอยู่เสมอ ทว่าริชาร์ดกลับไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกแต่อย่างใดเพราะเขาเริ่มจะคุ้นชินกับความสามารถของพรีสต์สาวแห่งมังกรนิรันดรผู้นี้แล้ว
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่าที่เต็มไปด้วยความมืดมิดโดยมุ่งหน้าไปตามทางที่โอล่าเพิ่งเดินไป ด้วยพลังแห่งสัญญาทาสเวทมนตร์ที่ริชาร์ดมีจึงทำให้เขาสามารถติดตามเอลฟ์ไปได้ทุกที่ และเขาก็สามารถเดินทางมาถึงจุดเดียวกันกับที่โอล่าเดินทางมาก่อนหน้านี้ได้โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
ริชาร์ดรู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดในตอนเริ่มต้น ทว่าทันใดนั้นเขาก็เกิดลางสังหรณ์ว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นจนทำให้เขาลังเลที่จะเข้าใกล้ และเมื่อเขาชะลอฝีเท้าของตนเองลง โฟลว์แซนด์ก็ชนเข้ากับเขาทันทีจนทำให้ลมหายใจของนางสัมผัสที่ต้นคอของเขา พรีสต์สาวผลักหลังของเขาเพื่อให้เขาเดินหน้าต่อไป ในเวลานี้นางไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของเอลฟ์แม้แต่น้อย
ทันทีที่ทั้งสองเดินทางมาถึงเนินเขา ลมแรงก็ปะทะขึ้นมาพร้อมทั้งพัดผ่านเข้าไปในป่า เสียงของลมปกปิดเสียงที่อยู่รอบตัวไปได้ในชั่วขณะแต่ริชาร์ดกลับรู้สึกราวกับว่าบรรยากาศได้เปลี่ยนไปจากเดิมโดยที่มันดูคลุมเครือและไม่น่าไว้ใจ สัมผัสที่ได้รับโดยไม่ตั้งใจจากโฟลว์แซนด์เมื่อครู่นั้นทำให้ภาพเรือนร่างของนางแวบขึ้นมาในใจของเขาอีกครั้งหนึ่ง ในเวลานี้แม้ว่าเขาจะพยายามควบคุมตนเองขนาดไหนแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย
เอลฟ์บาร์ดยังคงเดินลึกเข้าไปในป่า เขาอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นักจึงทำให้ทั้งสองสามารถตามเขาได้ทันอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้มีเสียงประหลาดบางอย่างที่นอกเหนือจากเสียงของลมดังขึ้นมาเบา ๆ มันเป็นเสียงของโอล่าและเสียงประหลาดของอีกคนหนึ่ง ริชาร์ดค่อย ๆ ลดพุ่มไม้และกิ่งไม้ที่อยู่ด้านหน้าของเขาอย่างช้า ๆ พร้อมกับมองไปข้างหน้า
ห่างออกไป 10 เมตร เขาเห็นภาพของเอลฟ์กำลังจับผู้หญิงคนหนึ่งไว้แน่นในขณะที่ร่างกายของพวกเขาทั้งสองชนเข้าด้วยกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า โอล่าได้ใช้เสียงอันไพเราะของเขากระซิบไปที่หูของหญิงสาวผู้นั้นอย่างแผ่วเบา หลังของหญิงสาวพิงเข้ากับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แขนของนางคล้องอยู่ที่คอของโอล่าในขณะที่ขานั้นรัดเข้ากับเอวของเขาแน่น นอกจากต้นไม้จะรองรับน้ำหนักของนางแล้ว มันยังรับน้ำหนักทั้งหมดของโอล่าที่ทิ้งอยู่บนตัวของนางด้วย
หญิงสาวคนนั้นส่งเสียงครางดังขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่จะเปล่งเสียงครางดังสุดเสียงในตอนท้าย ทว่าโอล่าคอยเตือนให้นางลดระดับเสียงของตนเองลง นางจึงก้มหน้าก่อนที่จะกัดเข้าที่ไหล่ของเขาเพื่อเป็นการควบคุมเสียงของตนเอง ในเวลานี้เสียงครวญครางของนางจึงเปล่งออกมาจากในลำคอจนทำให้รู้สึกราวกับว่านางกำลังร้องไห้และมีความสุขไปในเวลาเดียวกัน
เสียงครางของหญิงสาวคนนั้นทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายของโอล่ารุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนร่างกายของนางที่อยู่ด้านหน้าโอล่ากระตุกขึ้นอย่างแรง ภายใต้ดวงดาวแห่งราตรี ขาขาว ๆ ของหญิงสาวม้วนและบิดไปมาซ้ำ ๆ
“เวร !” ริชาร์ดสบถออกมาเบา ๆ เพราะสิ่งที่เขาเห็นไม่ได้เป็นสิ่งที่เขาคาดคิดว่าจะต้องมาเห็น หากเป็นวันอื่นเขาคงจะหยุดดูต่อไปอีกสักหน่อยทว่าในเวลานี้เขามีโฟลว์แซนด์อยู่ด้านหลังซึ่งนั่นทำให้เขาไม่อยากที่จะอยู่ดูอีกต่อไป การที่โฟลว์แซนด์ปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ เขาในเวลานี้นั้นทำให้เขารู้สึกวุ่นวายอยู่ภายในใจจนทำให้เริ่มไม่สามารถควบคุมความรู้สึกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติได้
และที่แย่ไปกว่านั้นคือในเวลานี้โฟลว์แซนด์วางน้ำหนักของนางไว้ที่หลังของเขาพร้อมกับเอนตัวที่อยู่บนไหล่ของเขาเพื่อชะโงกหน้าไปดูภาพตรงหน้าเช่นกัน
“โอล่าและ... เอ่อ... ไนท์สาว... พวกเขาทำอะไรกันน่ะ ? อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้ ๆ หูของริชาร์ดจนทำให้เขาแทบจะควบคุมตนเองไม่ได้ ดูเหมือนว่าไม่นานหลังจากนี้ความอดทนของเขาจะถูกทำลายให้พังลง
เอลฟ์ยังคงต่อสู้กับหญิงสาวด้วยการใช้เนื้อสัมผัสเนื้ออย่างต่อเนื่องด้วยระดับความรุนแรงที่ไม่สามารถจินตนาการได้ เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของเขาเกินกว่ารูปลักษณ์ภายนอกอันสวยงามที่เขามี
ในที่สุด ริชาร์ดก็รู้สึกว่าเขาไม่สามารถระงับความต้องการทางเพศของเขาได้อีกต่อไป หลังจากที่เขาได้เห็นการกระทำของโอล่ากับไนท์สาวในเวลานี้ เขาจึงคิดว่าจะลุกขึ้นยืนและตะโกนบอกให้โอล่าหยุดการเริงรักโดยจะให้เหตุผลว่าตอนนี้ไม่เหมาะสมที่จะทำเช่นนี้กับเชลยตามอำเภอใจได้ แม้แต่เอลฟ์ก็ไม่ได้รับข้อยกเว้น
แต่เมื่อโฟลว์แซนด์เห็นท่าทางของริชาร์ด นางก็พอเดาออกว่าเขากำลังจะทำอะไรจึงใช้น้ำหนักตัวของตนเองกดเขาลงและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบว่า “อย่าเพิ่ง ขอข้าดูก่อน ข้าไม่เคยได้เห็นฉากแบบนี้มาก่อนเลย”
ทันใดนั้นความอดทนของริชาร์ดก็หมดลง ความเป็นชายของเขาได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว เขารีบหันกลับไปคว้าหน้าอกของโฟลว์แซนด์ก่อนที่จะบีบมันอย่างรุนแรง
พรีสต์สาวเปล่งเสียงออกมาราวกับว่าเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่โอล่าและหญิงสาวผู้นั้นกระทบกันซ้ำไปมาอย่างรุนแรงมากขึ้นราวกับว่าใกล้จะถึงเป้าหมายขั้นสูงสุดของพวกเขาแล้ว ดูเหมือนว่าเอลฟ์บาร์ดจะไม่ได้มีพรสวรรค์ที่ได้รับมาแต่กำเนิดและเขายังไม่ได้ผ่านการฝึกฝนขั้นพิเศษเพื่อให้มีประสิทธิภาพใน ‘การต่อสู้’ ให้ได้นาน ๆ
ในช่วงเวลาที่แสดงให้เห็นถึงความใคร่ของพวกเขาทั้งสองนั้น ริชาร์ดก็รู้สึกว่าจู่ ๆ เขาก็เกิดความเหนื่อยล้าและหมดแรงขึ้นมา เป็นเวลาเนิ่นนานกว่าที่โอล่าจะเสร็จสิ้นภารกิจของเขา และเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ร่างกายของหญิงสาวที่เกี่ยวอยู่ที่ตัวเขาก็ปวกเปียกไปในทันที พวกเขารีบสวมใส่เสื้อผ้าของตนเองก่อนที่จะรีบออกจากป่าไปอย่างรวดเร็วโดยที่โอล่ายังคงเปล่งเสียงที่ไพเราะออกมาตลอดทางราวกับกำลังสร้างบทเพลงแห่งคำสัญญาของเขาเอง
ในส่วนของริชาร์ดและโฟลว์แซนด์นั้น พวกเขายังคงอยู่ตรงพุ่มไม้ที่เดิมที่พวกเขาแอบมองโอล่าก่อนหน้านี้ ในเวลานี้การแสดงของบาร์ดได้จบลงแล้วและเขาก็กลับออกจากป่าไปแล้วเช่นกัน สำหรับโอล่านั้นเขาถือว่าเป็นผู้ลาดตระเวนที่ดี ดังนั้นคงจะเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างมากหากเขาจะถูกพบเห็นในเวลานี้ แม้ตอนนี้เขาจะเดินออกไปแล้วทว่าริชาร์ดก็ไม่ได้เคลื่อนตัวออกไปเพื่อหยุดเขาเพราะดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมหากเขาจะเดินออกไปในเวลานี้
เมื่อโอล่าออกไปแล้ว ป่าก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทันใดนั้นริชาร์ดก็จับโฟลว์แซนด์และกดนางลงกับพื้นพร้อมทั้งดึงเสื้อคลุมที่อยู่บนตัวของนางลงไปที่เอวด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว หัวนมสีอำพันของนางปรากฏแก่สายตาของเขาอีกครั้งซึ่งนั่นเรียกความปรารถนาในเรื่องเพศที่เขามีอยู่แล้วให้เพิ่มมากขึ้น
โฟลว์แซนด์จ้องมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังกัดฟันของตนเองแน่น นางบีบแขนของเขาก่อนที่จะกระซิบว่า “ถ้าปู้ยี่ปู้ยำข้า มันจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีก คิดให้ดีก่อนที่เจ้าจะตัดสินใจทำมันลงไป”
“หมายความว่าไง ? เจ้าจะบอกกับข้าว่าพรีสเทสแห่งมังกรนิรันดรต้องการจะรักษาความบริสุทธิ์อย่างนั้นรึ ?” เขาถามนางขณะรับรู้แรงจากมือเล็ก ๆ และเย็นเฉียบที่กำลังกดและบีบเขาเบา ๆ ที่ตรงแขนจนทำให้เลือดภายในร่างกายของเขาสูบฉีดขึ้นมาอย่างปั่นป่วน
“ไม่ มังกรนิรันดรไม่ได้มีข้อกำหนดนั้น แต่การที่เจ้าจะมีความสัมพันธ์ทางเพศกับข้าถือเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้ ในเวลาเดียวกันมันก็จะลำบากสำหรับข้าเช่นกันหากเจ้าทำเหมือนกับข้าเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง ทว่าหากเจ้าปฏิบัติกับข้าในฐานะของพรีสเทส สหายที่สามารถไว้วางใจได้ เจ้าก็จะไม่ต้องพบเจอกับความผิดหวังหรือปัญหาที่ยุ่งยากอื่นใด แต่ในทางตรงกันข้าม ข้าสามารถช่วยเจ้าแก้ปัญหาได้มากมาย”
ดูเหมือนว่าคำพูดของโฟลว์แซนด์จะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกถึงปัญหาใดๆ เขาจึงดึงเสื้อคลุมของนางออกเพิ่มอีกจนเผยให้เห็นเรียวขาที่เปลือยเปล่า เขาวางตำแหน่งของตนเองก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “เจ้าพยายามที่จะกระตุ้นข้า ข้าไม่ได้เป็นคนที่กลัวปัญหาที่จะเกิดขึ้น อีกอย่าง เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็นเรื่องจริง ตัวเลือกเดียวของข้าในตอนนี้คือการได้กินเจ้าซะ ข้าไม่รู้ว่าเราจะมีชีวิตรอดกลับไปยังนัวแลนด์หรือไม่ ดังนั้นข้าไม่จำเป็นต้องตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”
โฟลว์แซนด์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “อืม... เจ้าหมายความว่าเราอาจตายในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นเราควรสนุกกันก่อนที่เราจะตายใช่หรือไม่ ? ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ละทิ้งความเป็นสุภาพบุรุษของเจ้าเสียเถอะ !”
คำพูดของโฟลว์แซนด์เป็นเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนศีรษะ ริชาร์ดที่กำลังเตรียมตัวปฏิบัติภารกิจก็หยุดชะงักลงเพื่อคิดถึงสิ่งที่นางเพิ่งพูดออกมา
ทันใดนั้นดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า “ข้าจะต้องรอด และข้าจะต้องพาพวกเจ้าทุกคนกลับไปยังนัวแลนด์ให้ได้ คืนสุดท้ายก่อนที่เราจะกลับไปยังนัวแลนด์ ข้าจะกินเจ้า”
โฟลว์แซนด์ยิ้ม “ตามใจ แต่เมื่อเวลานั้นมาถึงข้าจะต่อต้านเจ้า”
ประโยคนั้นทำให้อารมณ์ของริชาร์ดพุ่งสูงขึ้นจนทำให้เขาถึงกับตัวสั่นและเกือบจะหยุดยั้งตัวเองไว้ไม่ได้