เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 3 บทที่ 79 การยอมรับความสำเร็จของผู้อื่นมันยากนักหรือ?

            3นาที 46 วินาที!!

            บนลานกว้างของมหาวิทยาลัยเหยียนหลงปกคลุมด้วยความเงียบงัน 

            ทุกคนต่างจ้องมองเวลาที่ปรากฏบนจอภาพขนาดยักษ์ซึ่งดับมืดลงและตกอยู่ในความตกตะลึงสุดขีด

            นี่คือผลลัพธ์อันน่าพรั่นพรึงที่ทำให้โลกทั้งใบของพวกเขาแทบจะพังครืนลงมาตั้งแต่แรกเห็น

            นักศึกษาใหม่ที่เพิ่งเข้าเรียนสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนระดับเงินได้ภายในเวลาไม่ถึงสี่นาที

            ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเคยคิดฝันว่าจะมีใครสามารถสร้างผลงานอันน่าเหลือเชื่อเช่นนี้ได้

            เหล่านักศึกษารุ่นพี่ปีสองและปีสามที่ยืนดูอยู่ต่างรู้สึกหายใจติดขัดในตอนนี้

            เมื่อตอนที่พวกเขาอยู่ปีหนึ่งแม้กระทั่งตอนใกล้จบปีหนึ่ง เวลาก็ยังต้องใช้ในการเคลียร์ดันเจี้ยน‘ฝูงอสูรคลั่ง’ ระดับเงินมากเป็นสองเท่าของเวลาที่หวังเฉินใช้เสียอีก

            ความเงียบที่แปลกประหลาดนี้ดำเนินไปนานเท่าใดไม่มีใครรู้จนกระทั่งร่างของหวังเฉินถูกส่งตัวออกมาจากดันเจี้ยนมายืนอยู่กลางลานกว้างผู้คนจึงได้สติกลับคืนมาและเปล่งเสียงออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน

            “โกหกใช่ไหม? นี่ฉันกำลังฝันอยู่หรือเปล่า?”

            “หวังเฉินคนนี้มีพลังที่น่ากลัวถึงขนาดนี้ได้อย่างไร?”

            “ต่อให้ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรเทวะสองตนก็ไม่ควรเป็นเช่นนี้!”

            “นั่นมันสถิติที่เทพขาวเคยสร้างเอาไว้เขากลับทำลายมันได้อย่างง่ายดายเช่นนี้?”

            “หรือว่ามหาวิทยาลัยเหยียนหลงกำลังจะมีอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถครองมหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่อยู่ชั้นปีแรกอีกคนแล้ว?”

            “เป็นอัจฉริยะปีศาจจริงๆ!”

            “…”

            ผู้คนส่งเสียงฮือฮาดุจคลื่นใต้น้ำแต่ละคนต่างแสดงสีหน้าไม่เชื่อสายตา เมื่อมองไปยังร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่ตรงนั้น

            ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้!

            และในเวลานั้นเองบนแท่นชมการแข่งขันเหล่าอาจารย์ของทั้งสามคณะในมหาวิทยาลัยเหยียนหลงก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน

            แม้จะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วแต่เมื่อผลลัพธ์ของหวังเฉินทำลายสถิติจริงๆ พวกเขาก็ยังคงตกตะลึงสุดขีด

            ศักยภาพอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้แม้พวกเขาจะเคยสอนอัจฉริยะมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมาแต่ก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต

            “เด็กคนนี้ ในอนาคตจะต้องประสบความสำเร็จสูงกว่าไป๋จื่อถิงอย่างแน่นอน!”

            ซุนเหมียวอาจารย์ผู้ตัดสินกล่าวด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย

            ในตอนนี้หวังเฉินยืนอยู่กลางลานกว้างแล้วขณะที่นักศึกษาคนอื่นๆ ที่เข้าดันเจี้ยนพร้อมกับเขานั้นคนที่เร็วที่สุดอย่างจ้าวลี่ และโจวอู่ รวมถึงนักศึกษาหัวกะทิจากมณฑลอื่นๆเพิ่งไปถึงระลอกที่ห้าเท่านั้น

            ความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นไม่ต้องพูดถึง!

            ทุกคนที่อยู่รอบข้างต่างพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับมองไปยังเด็กหนุ่มผู้สูงสง่าที่ยืนอยู่กลางลานกว้างด้วยสายตาตกตะลึง

            ในเวลานี้พวกเขาไม่เพียงตกใจกับพลังที่หวังเฉินแสดงออกมาแต่ยังประหลาดใจกับสภาพจิตใจที่สงบนิ่งของเด็กหนุ่มคนนี้ด้วย

            การทำเรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้ได้และยังคงสงบเยือกเย็นอยู่ได้จิตใจเช่นนี้เกรงว่าคนจำนวนมากในหมู่พวกเขาก็ยังทำไม่ได้

            “ฉันจะไปคุยกับเขาเรื่องการประลองศึกพวกคุณลองคิดดูว่าจะให้ค่าตอบแทนอะไรแก่เขาบ้าง”

            ซุนเหมียวหันไปมองทุกคนบนแท่นชมการแข่งขันแล้วเคลื่อนไหวตัวปรากฏขึ้นที่ลานกว้างทันที

            “สวัสดีครับอาจารย์”

            หวังเฉินกล่าวทักทายอาจารย์ซุนเหมียวที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาอย่างสุภาพ

            “อืม!”

            ซุนเหมียวพยักหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ซับซ้อนว่า

            “หวังเฉิน เนื่องจากความสามารถพิเศษของจิ้งจอกเก้าหางอาจารย์ของมหาวิทยาลัยจึงหวังว่าในการประลองศึกครั้งต่อไปนายจะไม่นำมันขึ้นเวทีด้วย”

            เมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์ซุนเหมียวหวังเฉินก็ตกใจเล็กน้อย สีหน้าของเขากลายเป็นแปลกประหลาด

            ดูเหมือนว่าซูซูจะแสดงพลังอย่างยิ่งใหญ่ในดันเจี้ยนจนทำให้อาจารย์เหล่านี้ตกอกตกใจกันไปหมด

            “วางใจเถอะครับอาจารย์ ผมรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร!”

            เมื่อคิดได้แล้วเขาก็พยักหน้าทันที และกล่าวว่า “ในการประลองศึกครั้งต่อไปซูซูจะไม่ขึ้นเวทีครับ”

            ซูซู?

            เมื่อได้ยินดังนั้นซุนเหมียวก็ตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปยังจิ้งจอกเก้าหางบนไหล่ของหวังเฉิน

            นี่คือชื่อของมันหรือ?ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะจริงๆ!

            ซุนเหมียวคิดในใจแล้วพยักหน้าเล็กน้อยพอใจกับคำตอบของหวังเฉิน

            “วางใจได้ มหาวิทยาลัยจะมอบค่าตอบแทนให้นายอย่างแน่นอนจะไม่มีทางทำให้นายเสียเปรียบ”

            เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็ยิ้มออกมา

            ยังได้ประโยชน์อีกหรือ?

            งั้นก็นับว่าไม่เลวเลย

            จริงๆแล้ว โดยไม่ต้องให้อาจารย์ซุนเหมียวพูดเขาก็ไม่คิดที่จะให้ซูซูเข้าร่วมการประลองศึกครั้งต่อไป

            และไม่เพียงแค่ซูซูเท่านั้นเขายังวางแผนที่จะให้ปิงชิงอยู่ในที่นั่งชมการแข่งขันด้วย

            เจ้าตัวน้อยทั้งสองตัวได้กวาดล้างศัตรูในดันเจี้ยนไปแล้วการประลองศึกครั้งนี้ก็ควรจะปล่อยให้เขาซึ่งเป็นเจ้านายได้แสดงฝีมือบ้าง!

            มิฉะนั้นสองเจ้าตัวน้อยก็จะชิงความโดดเด่นไปเสียหมด

            “ดี ถ้างั้นทางเราจะทำรายการค่าตอบแทนให้นายเลือกในภายหลัง”

            “ตอนนี้นายเคลียร์ดันเจี้ยนได้เป็นคนแรก ไปพักผ่อนรออยู่ข้างๆก่อนก็แล้วกัน”

            ซุนเหมียวสั่งหวังเฉินแล้วก็หันหลังกลับขึ้นไปยังแท่นสูง

            หลังจากเธอจากไปหวังเฉินก็เดินไปที่ด้านข้าง สายตาจับจ้องไปที่จอภาพขนาดยักษ์บนท้องฟ้าเพื่อมองหาเงาของซือถูอวี้

            ในไม่ช้าเขาก็พบเงาร่างที่คุ้นเคยในช่องด้านล่าง

            ซือถูอวี้สวมชุดเกราะหนังที่งดงามถือธนูยาวยิงลูกศรอย่างต่อเนื่อง

            ข้างๆเธอมีหมาป่าสีเงินตัวใหญ่เท่าลูกวัวเดินไปมา กัดคอสัตว์อสูรที่เข้ามาใกล้ทีละตน

            นั่นคือหมาป่าจันทราสัตว์อสูรเทวะ ระดับตำนาน

            ด้วยการเข้าร่วมการต่อสู้ของเจ้าหมาป่าตนนี้ผลงานของซือถูอวี้ในดันเจี้ยนจึงไม่เลวเลย เธอไปถึงระลอกที่ห้าแล้วอยู่ในกลุ่มผู้นำร่วมกับนักศึกษาหัวกะทิจากมณฑลอื่นๆ

            “ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะผ่านดันเจี้ยนได้อย่างไม่มีปัญหา”

            หลังจากตรวจสอบสถานการณ์ของซือถูอวี้แล้วหวังเฉินก็ไม่สนใจที่จะตรวจสอบสถานการณ์ของคนอื่นๆ อีก เขากลับไปหาที่นั่งสบายๆแล้วหยอกล้อกับเจ้าตัวน้อยทั้งสอง

            5นาทีต่อมา

            บนลานกว้างเกิดแสงวาบขึ้นและร่างกำยำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงนั้น

            นั่นคือจ้าวลี่

            ในตอนนี้เขากำลังโชกเลือดไปทั้งตัวและยังมีกลิ่นอายแห่งการต่อสู้ที่พลุ่งพล่านอยู่แสดงว่าเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมา

            “เคลียร์ดันเจี้ยน ในเวลา 9 นาที!”

            “ฉันต้องเป็นคนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในบรรดานักศึกษาใหม่ทั้งหมด!”

            “เหล่าอาจารย์จะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน!”

            จ้าวลี่คิดในใจขณะที่เขายืนอยู่บนพื้นใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มอย่างมีความสุขเตรียมพร้อมที่จะรับสายตาแห่งความชื่นชมจากทุกคน

            เขาได้สอบถามมานานแล้วว่าในบรรดาการแข่งขันจัดอันดับนักศึกษาใหม่ในอดีตผลงานที่ดีที่สุดในการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับเงินส่วนใหญ่อยู่ที่ 9-10นาที

            ด้วยผลงานของเขาเขาสามารถติดอันดับหนึ่งในยี่สิบในการแข่งขันที่ผ่านมาได้อย่างแน่นอน

            ทว่า...

            ขณะที่ความภาคภูมิใจท่วมท้นเขากลับพบว่าสายตาของเหล่านักศึกษารุ่นพี่นั้นแปลกประหลาดอย่างยิ่งไม่มีใครแสดงความชื่นชมต่อผลงานของเขาเลย

            “หึ!”

            เมื่อเห็นภาพนี้จ้าวลี่ก็แค่นเสียงเย็นชา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย

            ในสายตาของเขาผลงานการเคลียร์ดันเจี้ยนของเขานั้นยอดเยี่ยมเกินไปทำให้เหล่านักศึกษารุ่นพี่เหล่านี้อิจฉา

            “พวกคนใจแคบเหล่านี้ การยอมรับว่าคนอื่นเก่งกว่าพวกเขานั้นมันยากนักหรือ?”

            เขาคิดในใจแล้วส่ายหัวอย่างไม่พอใจ พร้อมที่จะตรวจสอบสถานการณ์การเคลียร์ดันเจี้ยนของคนอื่นๆ

            แต่ในเวลานั้นเองเขาก็เบิกตากว้างเล็กน้อยและมองไปยังร่างหนึ่งที่อยู่ริมลานกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา

            “หวังเฉิน?”

            “เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

            ...

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน