ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 33 เมืองจวิน

    วิ้งง! ครืนน! ตึง! ประตูวาปปรากฎขึ้นที่ตำหนักของพระราชาเหยียนต้าจื่อ ซึ่งพระองค์ก็รอเวลาที่ชิงหลงกับบุตรสาวของตนจะกลับมา เมื่อเห็นประตูวาปปรากฎขึ้นพระราชาเหยียนต้าจื่อก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินมาหยุดที่หน้าประตูวาป ชิงหลงก้าวเดินออกมาพร้อมกับเหยียนฉื่อชิงและพ่อแม่ เมื่อเห็นท่านพ่อตามายืนรอก็กล่าวทักทายทันที"คารวะท่านพ่อตาบุตรเขยพาบิดามารดามาร่วมงานพิธีสักการะอัฐิพระราชาเหยียนต้าหลัวในครั้งนี้ด้วยพะยะค่ะ""โอ้! ดีๆข้าก็อยากพบกับบิดามารดาของเจ้าเช่นกัน ฮ่าๆ ฮ่าๆ""กระหม่อมชิงฮุยหลงและนี่คือภรรยาของกระหม่อม ชิงหยูเยว่ ขอคารวะ พะยะค่ะ""ไม่ต้องมากพิธี ยังไงบุตรเจ้าทั้ง2ก็หมั้นกับบุตรสาวข้าแล้ว ทำตัวตามปกติเถอะ""ขอบพระทัยฝ่าบาท""งั้นวันนี้ข้าจะจัดงานเลี้ยงตอนรับและพูดคุยกันเรื่องบุตรของพวกเจ้าและบุตรสาวข้าก็แล้วกัน ""กระหม่อมก็ตกใจเหมือนกันไม่คิดว่าบุตรชายกระหม่อมจะมีวาสนาเช่นนี้""บุตรสาวข้าต่างหากที่โชคดีทีมีวาสนาได้หมั้นกับบุตรชายของเจ้าที่แข็งแกร่งและเก่งแบบนี้"เมื่อเหยียนฉื่อชิงเห็นพระบิดากับท่านพ่อของชิงหลงคุยกันถูกคอก็ถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวกับชิงหลงว่า"เฮ้อ... ชิงหลง ข้าจะพาเจ้ากับท่านแม่ไปยังห้องพักผ่อนก่อนก้แล้วกัน ดูเหมือนว่า พระบิดาข้ากับท่านพ่อของเจ้าจะคุยถูกคอกัน แบบนี้คงไม่จบง่ายๆแน่""เฮ้อ..งั้นเจ้านำทางเลยก็แล้วกัน"ในที่สุดก็เป็นอย่างที่คาดกันเอาไว้ ตอนนี้งานเลี้ยงก็ถูกแยกจัดเป็น2กลุ่ม คือกลุ่มของพระราชากับบิดาของชิงหลงและอีกกลุ่มก็เป็นชิงหลง เหยียนฉื่อชิง และมารดาชิงหลงนั่นเอง "ชิงหลงหลังจากงานพิธีสักการะเสร็จสิ้นแล้วเจ้าจะทำอะไรต่ออย่างนั้นหรอ""อืม..ข้าจะไปสำนักเพลิงตะวันซักหน่อย มีคนที่ข้าจะไปเยี่ยมเยือนเล็กน้อย ช่วงที่ข้าไม่อยู่ฝากเจ้าดูแลท่านแม่ท่านพ่อข้าด้วยละกัน""อืม..ไม่มีปัญหา เจ้าก็ระวังตัวด้วยล่ะ" "เข้าใจแล้ว ข้าจะระวัง""วันนี้พวกเราก็พักผ่อนกันเถอะพรุ่งนี้ก็เป็นงานพิธีสักการะอัฐิพระราชเหยียนต้าหลัวแล้ว ส่วนทั้ง2คนนั้นก็ปล่อยให้คุยกันไปนั่นล่ะ " ชิงหลงพูดเนิบๆออกมา
    เช้าวันใหม่ วันนี้เป็นวันที่ประชาชนของอาณาจักรต้าหลัวจะได้ร่วมงานพิธีสักการะอัฐิของพระราชาเหยียนต้าหลัวที่จัดตั้งขึ้นที่หน้าลานพระราชวังต้าหลัว ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนเข้ามาสักการะตลอดทั้งวัน แม่ทัพกับเหล่าทหารคอยดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อความเป็นระเบียบและความปลอดภัยพระราชาเหยียนต้าจื่อได้เสด็จขึ้นสักการะอัฐิของพระราชาเหยียนต้าหลัวเป็นคนแรก ตามด้วยองค์หญิงเหยียนฉื่อชิง ราชวงศ์เหยียน ตามด้วยตระกูลชิง เหล่าขุนนางและแม่ทัพ นายทหาร จากนั้นก็เป็นประชาชน ตามลำดับงานพิธีเป็นไปอย่างราบรื่น ประชาชนเมื่อทราบข่าวว่าจะมีการสักการะอัฐิของพระราชาเหยียนต้าหลัวก็แห่กันมาไม่ขาดสาย ถึงแม้จะผ่านมานานกว่า1000ปีแล้ว ก็ยังเป็นที่เคารพนับถือเหมือนเดิม บรรพบุรุษย่อมเป็นคนเล่าเรื่องราวต่อกันมารุ่นสู่รุ่นจนมาถึงทุกวันนี้หลังจากที่ชิงหลงสักการะเสร็จสิ้นแล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางไปยังสำนักเพลิงตะวันซึ่งเป็นสำนักที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงขนาดใหญ่ซึ่งเคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน ที่บนยอดเขาจะเป็นลานขนาดกว้าง มีตึกสำนักตั้งอยู่ รอบด้านรายล้อมไปด้วยที่พักอาศัยของศิษย์หลักและศฺิษย์สายในรวมแล้วไม่ถึง1500คนด้วยซ้ำ และมักจะเป็นบุตรตระกูลใหญ่จากหลายอาณาจักรรวมถึงชนเผ่าต่างๆอีกด้วย ส่วนที่ด้านล่างสุดของภูเขาจะเป็นที่พักของศิษย์สายนอกจำนวนหลายหมื่นคนอาศัยอยู่และเป็นบุตรหลานตระกูลทั่วไป ถ้าอยากจะเป็นศิษย์สายในก็ต้องฝ่าฟันเลื่อนระดับของตนเองให้สูงขึ้นและเข้ารับการทดสอบถึงจะมีสิทธิ์ก้าวเดินขึ้นบันใดไปอยู่บนยอดเขาได้แต่การจะเป็นศิษย์หลักนั้นจะแตกต่างกันอยู่คือ จะต้องท้าประลองกับศิษย์หลักเท่านั้นถ้าชนะศิษย์หลักได้ก็จะแทนที่ศิษย์หลักคนนั้นทันที แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ชิงหลงได้ฟังเรื่องราวจากพระราชาเหยียนต้าจื่อก่อนออกเดินทางเล็กน้อย ส่วนพ่อแม่ชิงหลงนั้นก็อยู่พักที่พระราชวังต่อซึ่งชิงหลงก็ไม่ได้กล่าวอะไร"ลูกไม่ต้องเป็นห่วงพ่อกับแม่หรอก เมืองหมอกนภาก็ไม่ได้ไกลมากมายเดี๋ยวพ่อแม่เดินทางกับเองได้ ลูกห่วงตัวเองเถอะ อย่าไปก่อเรื่องอะไรเข้าอีกล่ะ""ลูกไม่ใช้คนแบบนั้นซะหน่อยท่านพ่อ ถ้าอย่างนั้นลูกออกเดินทางไปสำนักเพลิงตะวันก่อน ขอรับ ถ้าไปถึงที่นั่นได้ การจะกลับบ้านมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร""รักษาตัวเองด้วยนะ ชิงหลง" เหยียนฉื่อชิงเอ่ยเบาๆชิงหลงนำมือไปลูกหัวของฉื่อชิง "ข้าไปก่อนนะ" ชิงหลงเอ่ยแผ่วเบา ก่อนจะหันหลังเดินออกจากพระราชวังต้าหลัว มุ่งสู่สำนักเพลิงตะวัน การเดินทางครั้งนี่ชิงหลงตั้งใจจะสืบหาแหล่งที่มาของผลึกคริสตัลพลังเวทย์ด้วย ถ้าหากเอาคนอื่นมามันจะไม่สะดวกจึงใช้เรื่องสำนักเพลิงตะวันเป็นข้ออ้างในครั้งนี้การเดินทางในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 5 วัน ในการเดินทางถ้าเดินทางโดยรถม้า แต่ถ้าขี่ม้าไปเองก็จะเร็วกว่า 1วัน แต่ทั้ง2ตัวเลือกนี้ชิงหลงไม่ต้องการ เขาเลือกที่จะเดินทางด้วยตัวเองซึ่งมันเร็วกว่ามากมายนัก ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาถึงจะพบกับสัตว์อสูรบ้างแต่ชิงหลงก็ไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปปะทะ เขาหลบเลี่ยงตลอดเวลา ไม่นานก็มาถึง เมืองจวิน เป็นเมืองแห่งการค้าขายที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ เมื่อชิงหลงเดินเข้ามาในตัวเมือง ก็พบกับพ่อค้าเร่ ร้านค้าข้างทาง เต็มไปหมด เสียงร้องตะโกนโหวกเหวกไปทั่ว ขบวนสินค้าจากต่างแดนก็มี สิ้นค้าทุกอย่างจะถูกแลกเปลี่ยนซื้อขายในราคาที่ยุติธรรม ชิงหลงเดินหาโรงเตี๊ยมเพื่อที่จะพักผ่อนและกินอาหาร เมื่อมาถึงก็ไม่มีโต๊ะว่าง จึงเดินเข้าไปหาเสี่ยวเอ้อที่กำลังยืนว่างอยู่"นี่เสี่ยวเอ้อ มีห้องว่างรึเปล่า" "อ้อ มีขอรับนายน้อย เชิญทางนี้"ชิงหลงเดินตามขึ้นไปยังชั้น 2 และเดินมาหยุดที่หน้าห้องพักห้องหนึ่ง ก่อนจะบอกเสี่ยวเอ้อที่พามาว่า"ข้าต้องการอาหาร4อย่างอะไรก็ได้ นำขึ้นมาให้ข้าบนห้องพัก คิดรวมกับค่าห้องเลย""ได้ ขอรับ นายได้ กรุณารอซักครู่"เสี่ยวเอ้อรีบเดินไปยังห้องครัวเพื่อสั่งอาหาร ส่วนชิงหลงก็ผลักประตูห้องแล้วเดินเข้าไปด้านใน มีโต๊ะ และเตียงนอนอย่างดี "สมกับเป็นเมืองแห่งการค้าที่ใหญ่ที่สุดจริงๆ"ชิงหลงเดินไปนั่งที่โต๊ะกลางห้อง นั่งรออาหารที่สั่งไป เมื่อเสี่ยวเอ้อนำอาหารขึ้นมาและนำมาวางลงที่โต๊ะ ก่อนจะบอกราคาอาหารรวมกับค่าห้องราคาอาหารรวมกับค่าห้อง 55 เหรียญทอง ขอรับชิงหลงหยิบเงินออกมาจากแหวนมิติ 56 เหรียญทอง "ข้าให้เจ้า 1เหรียญทองสำหรับค่าบริการ""ขอบคุณขอรับ นายน้อย"ชิงหลงลงมือกินอาหารที่อยู่บนโต๊ะอยู่เงียบๆ "อืม...รสชาติก็พอกินได้ มิน่าราคาถึงถูก แต่ก็ช่างมันเถอะ ค่อยออกไปหาไรกินข้างนอกดูละกัน" หลังจากกินอาหารเสร็จก็เดินลงมาจากห้องแล้วเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป สิ่งของที่พ่อค้านำมาขายล้วนแต่เป็นของดีทั้งนั้น สมุนไพรหลายชนิด ชิงหลงทำการต่อลองราคาจนได้ราคาที่พอใจแล้วก็ซื้อในจำนวนที่มากจึงทำให้พ่อค้าตกลงชิงหลงเดินไปทั่วเมืองจวินเพื่อดูของที่น่าสนใจนอกจากสมุนไพรหายากก็ไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลยซักนิด จนกระทั่งมาพบกับร้านขายไข่สัตว์อสูร ที่ด้านในมีไข่สัตว์อสูรอยู่หลายขนาด ตั้งแต่ เล็ก กลาง ใหญ่ ตั้งวางเรียงลดหลั่นกันลงมา มีหลายสี ส่วนมากจะเป็นสีขาวขนาดเล็กและกลาง ชิงหลงสนใจมากรีบเดินเข้าไปในร้านทันที ก็พบเข้ากับชายชรานั่งที่เก้าอี้โยกไปมากำลังหลัับตาอยู่"ท่านผู้เฒ่าผู้เยาว์สนใจไข่พวกนี้ไม่ทราบว่า ราคาเท่าไหร่หรือ ขอรับ"หืม..ชายชราลืมตาขึ้นมาก็พบกับเด็กน้อยกำลังยืนจ้องมองไข่สัตว์อสูรอยู่ จึงกล่าวออกมาว่า"แค่เจ้านำมือไปวางไว้ที่ไข่แต่ละใบดู ถ้าหากมันเลือกเจ้า ข้าก็จะขายให้"ชิงหลงพยักหน้าเข้าใจ จึงนำมือไปวางไว้ที่ไข่สัตว์อสูรที่วางอยู่ เริ่มจากไข่สัตว์อสูรสีขาวที่อยู่ข้างล่างก่อน เมื่อมือสัมผัสกับไข่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใบแล้วใบเล่าก็ยังเฉยๆ จนเริ่มผิดหวังเล็กน้อยที่ไข่สัตว์อสูรพวกนี้ไม่มีปฎิกิริยาอะไรเลย จนมาถึงไข่สัตว์อสูรชั้นบนสุด ซึ่งมีอยู่ใบเดียว ขนาดใหญ่เท่าหัวเด็กทารก สีทองให้ความรู้สึกแปลกๆ ชิงหลงจึงกล่าวถามท่านผู้เฒ่าไปว่าท่านผู้เฒ่าไข่สัตว์อสูรใบนี้ทำไมมันใหญ่กว่าใบอื่นล่ะ ขอรับข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้สึกว่ามันจะอยู่กับข้ามานาแล้วด้วยสิ ข้าบังเอิญไปพบมันเข้าตอนไปสำรวจสถานที่เก่าแก่โบราณแห่งหนึ่งมา ตอนที่ข้ายังไม่แก่ขนาดนี้ท่านผู้เฒ่าเป็นนักล่าสมบัตือย่างนั้นรึ ขอรับฮ่าๆ ฮ่าๆ ใช่แล้วเจ้าหนู แต่ละที่ที่ข้าไปมันเป็นสถานที่อันตราย และน่ากลัวมาก บางครั้งเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ถ้ารอดมาได้มันก็คุ้มค่า เมื่อได้ยินดวงตาชิงหลงลุกวาวแสดงอาการตื่นเต้นออกมา "ท่านผู้เฒ่าไข่พวกนี้ก็ได้มาจากสถานที่เก่าแก่เหล่านั้นรึ ขอรับ""เจ้าพูดมามันก็ใช่แค่บางส่วนเท่านั้น ทั้งไข่ ทั้งสมบัติเงินทอง เครื่องประดับ อาวุธ เกราะ ก็มีทั้งนั้นล่ะ ยิ่งสถานที่ที่เจ้าพบอันตรายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีของล้ำค่ามากตามไปด้วย โลกนี้มันกว้างใหญ่ มีสถานที่โบราณเก่าแก่มากมายที่ค้นพบไปแล้วและยังไม่ค้นพบก็มีอีกเยอะ"ท่านผู้เฒ่าผู้เยาว์ก็อยากจะลองท้าทายสถานที่เหล่านั้นดูเหมือนกันว่ามันจะทำให้ผู้เยาว์ตื่นเต้นแค่ไหนฮ่าๆ ฮ่าๆ ก่อนที่เจ้าจะไปท้าทาย ข้าว่าเจ้าไปท้าทายไข่สีทองที่อยู่ตรงนั้นก่อนไม่ดีกว่าหรอ ถ้ามันยอมรับเจ้า บางที่เจ้าอาจจะเป็นนักล่าสมบัติตามที่เจ้าต้องการก็ได้ชิงหลงหันหน้าไปมองที่ไข่สัตว์อสูรสีทองก่อนจะยื่นมือออกไปแตะที่ไข่สัตว์อสูรสีทอง แต่ไม่เกิดอะไรขึ้น จนชิงหลงถอนหายใจก่อนจะพูดเบาๆว่า"เฮ้อ..ดูเหมือนว่า ข้าจะ....." ชิงหลงพูดยังไม่ทันจบก็เกิดบางอย่างขึ้นครืนนน!! กึกๆ! กึกๆ!

    ไข่สัตว์อสูรสีทองสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะเกิดแสงสีทองสว่างจ้าขึ้นมา ปรากฎตราสัญลักษณ์สีเงินเป็นรูปดาวหกแฉก ความเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความตกตะลึงให้กับผู้เฒ่าอย่างมาก ไม่นึกว่าไข่สัตว์อสูรสีทองนี่จะยอมรับเด็กน้อยตรงหน้า ไม่ว่าจะมีใครมาสัมผัสก็ตามมันไม่เคยมีปฎิกิริยาอะไรเลย แม้แต่ตัวของเขาเอง

    คล้ายกับเรื่องราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง ที่คุณอ่าน