Thunder God Emperor จักรพรรดิอัสนีเทพเจ้า

    ภาคที่1 ตอนที่46 หางมังกร

    ภาคที่1 ตอนที่46 หางมังกร

     

    มู่ฉางหลิงหรือหัวหน้าสาขากลุ่มโจรมังกรโลหิตและชื่อตำแหน่งของเขาก็คือหางมังกรพลันปลดปล่อยกลิ่นอายอันตรายออกมาอย่างท่วมท้นจนเกิดออร่าสีแดงฉานดั่งหมอกโลหิตแผ่กระจายออกมาจากร่างกายของหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิง

    กร๊าซ!

    ออร่าสีแดงฉานที่แผ่ออกมาอย่างท่วมท้นของหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงจู่ๆก็พลันจับตัวกันกลายร่างเป็นรูปร่างของมังกรโลหิตตัวหนึ่งที่คำรามอย่างเกรี้ยวกราด

    ตึก! ตึก! ตึก!

    หัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงก้าวเดินอย่างช้าๆราวกับว่าต้องการจักไล่ต้อนกดดันหยอกล้อเสี่ยวฉุนใบหน้าแสยะยิ้มออกมาเหี้ยมเกรี้ยมอย่างเย้ยยัน

    “เก่งกาจนักหรือ? เจ้าสัตว์อสูรตัวใหญ่”มือของหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงถูกยื่นออกมาเบื้องหน้าพลันเกร็งฝ่ามือราวกับว่ากลายเป็นเล็บของมังกร

    กลิ่นอายทำลายล้างอันกดดันและกระหายโลหิตแผ่กระจายออกไปจนแม้แต่สตรีทั้งสามที่ดูอยู่ก็ยังตัวสั่นสะท้าน

    “นี่…แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”สตรีผิวสีน้ำผึ้งนางนี้มีนามว่าพางหลิงนางมองไปยังหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิง

    สตรีอีกสองนางพวกนางมีนามว่าหว่าหลิงเชี่ยกับเหม่อฉูหลิง

    “กลิ่นอายกดดันที่รุนแรงขนาดนี้มิผิดแน่มันคือหัวหน้าสาขาของกลุ่มโจรมังกรโลหิต!”ว่าแล้วสตรีทั้งสามนางก็ใบหน้ามืดคล้ำลง

    “พวกเราช่างโชคร้ายเสียจริงที่มาพบกับหัวหน้าสาขาของกลุ่มโจรมังกรโลหิต…จบสิ้นแล้ว”พางหลิงเอ่ยขึ้นมาราวกับว่าได้ตัดใจที่จักหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้แล้วพวกนางมิมีทางหนีรอดจากเงื้อมือตัวชั่วร้ายอย่างหัวหน้าสาขากลุ่มโจรมังกรโลหิตได้แน่นอน

    “ใช่แล้ว…พวกเราจบสิ้นแล้ว…”เหม่อฉูหลิงใบหน้าที่งดงามของนางกลายเป็นสิ้นหวังแววตาของนางหม่นลงหลายส่วน

    “หึหึ ถูกแล้ว…พวกเจ้ามิมีทางหลุดรอดไปได้หรอก”หัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงที่ได้ยินคำเอื้อนเอ่ยของสตรีทั้งสามที่กระทบเข้าสู่โสทประสาทของมันก็พลันพอใจยิ่งนักจึงได้หันหน้าเอ่ยวาจาขึ้นมาด้วยรอยยิ้มหื่นกระหายไปยังสตรีทั้งสาม

    “เอาล่ะ…ข้าเสียเวลามามากพอแล้วได้เวลาที่จักต้องไปดื่มน้ำชากับคนงามทั้งสามนางของข้าแล้วพวกเจ้าทั้งสองตายได้แล้ว”หัวหน้าสาขาหางมังกรหมู่ฉางหลิงพลันจ้องมองไปยังเฟิงอี้และเสี่ยฉุนด้วยสายตาดูแคลนเพราะมันเชื่อมั่นในพลังและประสบการณ์การต่อสู้ของตนยิ่งนักแล้วยังรู้อีกด้วยว่าเฟิงอี้และเสี่ยวฉุนนั้นมีพลังบ่มเพาะเพียงระดับกำเนิดเส้นชีพจรเท่านั้น

    คนที่มิใช่ระดับกำเนิดปฐพีหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงมันมิคิดที่จักสนใจให้มากเลยแม้แต่น้อยเพราะผู้ที่มีระดับกำเนิดปฐพีขั้นที่หนึ่ง หรือ สองมันก็สังหารมาแล้วหลายคน!

    แน่นอนว่าวีรกรรมอันฉาวโฉดของมันก็แผ่กระจายออกไปราวกับกลิ่นศพเน่าที่แผ่กระจายออกไปทั่วทั้งเมือง…

    โฮก!

    แต่ทว่าเสี่ยวฉุนมิได้เกรงกลัวอย่างที่คิดมันเพียงแค่ตั้งท่าจริงจังและพร้อมที่จักจู่โจมได้ในทุกเมื่อที่หัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงลงมือ

    “ตายเสีย!”ฉับพลันหัวหน้าสาขามู่ฉางหลิงคำรามร่างกายก็พุ่งพรวดเข้ามาจู่โจมเสี่ยวฉุนด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึงมันรวดเร็วเป็นอย่างมากชั่วพริบก็มาโผล่ที่เบื้องหน้าของเสี่ยวฉุนพร้อมกับฝ่ามือที่พุ่งเข้าใส่เสี่ยวฉุนอาบไปด้วยออร่าสีแดงฉานมันจับตัวกันกลายเป็นเหมือนกับกรงเล็บมังกรโลหิตสายหนึ่ง

    สวบ! ตูม

    ทว่าเสี่ยวฉุนเองก็มีปฏิกิริยาตอบสนองอันเฉียบคมพุ่งหลบฝ่ามือที่มีออร่าสีแดงฉานเหมือนกับกรงเล็บมังกรโลหิตของศัตรูได้โดยฉับพลัน

    หัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงที่พลาดเป้าก็พลันส่งพลังทำลายล้างไปยังพื้นเบื้องหลังที่ที่เสี่ยวฉุนเคยอยู่จนพื้นดินระเบิดแตกกระจายเสียงดังสนั่นโครมคราม

    ควับ!

    หลังจากที่หลบการโจมตีที่พุ่งเข้ามาของศัตรูแล้วเสี่ยวฉุนก็มิได้ยืนเฉยฉับพลันนั้นหางที่ค่อนข้างยาวของมันก็เคลื่อนไหวด้วยความเร็วฟาดไปยังศัตรูอย่างไร้ปราณี

    เส้นสายอัสนีสีเหลืองทองก็พุ่งพวยออกมาอย่างมิขาดสาย

    แซด! ตูม!

    หัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงรู้สึกได้ถึงการจู่โจมที่รุดเข้ามาอย่างรวดเร็วของเสี่ยวฉุนก็พลันเคลื่อนกายหลบออกมาอย่างรวดเร็วเช่นกันพลังทำลายของหางที่ฟาดเข้าใส่ก็พลันพลาดเป้าจนกระแทกเข้ากับพื้นจนระเบิดออกเสียงดังสนั่นมิต่างกันกับการโจมตีของหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงเลย!

    พฤกษาหลากหลายสายพันธุ์ที่อยู่รอบข้างก็พลันหักโค้นลงมาบางต้นก็เกิดรอยไหม้เกรียมที่น่าหวาดหวั่นขึ้นทำให้สีหน้าของสตรีสามคนที่จ้องมองอยู่ต้องรีบถอยหลังหลบออกไปไกลอย่างรวดเร็ว

    “สัตว์อสูรตนนี้แข็งเกร่งเหลือเชื่อ!”

    “นี่…ตอนนี้แหละเรารอบหลบหนีกันเถิด…”สตรีทั้งสามตกตะลึงในความแข็งแกร่งของเสี่ยวฉุนแต่ทว่านี่ก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงจักถูกตรึงเอาไว้ดังนั้นพวกนางสามารถหลบหนีได้อย่างแน่นอน…

    ว่าแล้วพวกนางทั้งสามก็พลันเคลื่อนกายออกไปอย่างเงียบๆแต่ทว่าความเร็วนั้นเร็วอย่างสม่ำเสมอ

    ทั้งหมดนี้ตกอยู่ในครรลองดวงเนตรของเฟิงอี้ทั้งหมดแต่ทว่าเฟิงอี้ก็มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดกับพวกนางพลันเคลื่อนกายลงจากหลังของเสี่ยว

    เฟิงอี้เลิกสนใจสตรีสามนางที่หนีไปก็พลันกวาดครรลองสายตาหรือครรลองดวงเนตรไปมองหัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงพร้อมกับเอ่ยขึ้น

    “เอาเถิดนี่จักเป็นตัวฝึกฝนประสบการณ์ให้กับเจ้าก็แล้วกัน…"เฟิงอี้บอกเสี่ยวฉุนก่อนที่จักเดินออกไปนั่งบนก้อนหินที่อยู่ใกล้ๆซึ่งสามารถทำเป็นแท่นที่นั่งให้กับเฟิงอี้เป็นอย่างดี

    อ๊าว…

    เสี่ยวฉุนขานรับตัวมันนั้นมีลมปราณที่บริสุทธิ์เป็นอย่างมากมันบริสุทธิ์กว่ามนุษย์ผู้ฝึกตนทั่วไปอย่างมิอาจเทียบหากว่ามิมีเฟิงอี้มันคงจักเป็นผู้ที่ลมปราณที่บริสุทธิ์ที่สุดเสียแล้วกระมั้ง?

    ดังนั้นมิจำเป็นต้องถามถึงพลังรบที่มันสำแดงได้เลยแน่นอนว่าบวกด้วยกายสัตว์อสูรอย่างมันแล้วยิ่งน่าหวาดหวั่น!

    “พลังรบแบบนี้มันอันใดกัน? เหตุใดถึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้?”หัวหน้าสาขาหางมู่ฉางหลิงคาดมิถึงพลังรบของเสี่ยวฉุนร้ายกาจกว่าที่มันคิดมากนัก

    “เห้! เจ้าสัตว์อสูรตัวใหญ่…เจ้ามาอยู่กับข้าเป็นอย่างไร? ข้าจักให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการเลยดีกว่าอยู่กับเจ้านายที่แสนอ่อนแอของเจ้า”หัวหน้าหางมังกรมู่ฉางหลิงเอ่ยขึ้นพลันกวาดสายตาที่เย้ยยันไปหาเฟิงอี้ราวกับว่าเฟิงอี้เป็นเพียงมดปลวกก็มิปาน

    หัวหน้าสาขาหางมังกรมู่ฉางหลิงคิดว่าเฟิงอี้เพียงแค่พึ่งพาสัตว์อสูรเท่านั้นหากมิมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอยู่กับตัวมันคงสังหารเฟิงอี้ไปนานแล้ว

    “หึหึ…”เฟิงอี้มิได้เอ่ยอันใดขึ้นมาเพียงเค้นเสียงหัวเราะเย็นเท่านั้นเพราะมดปลวกเบื้องหน้ามิรู้จักประมาณตนกล้ามาเย้ยยันตัวมันหากว่ามิใช่จักให้เสี่ยวฉุนฝึกฝนประสบการณ์การต่อสู้เฟิงอี้คงลงมือเองเสียแล้ว

     

    จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…


    คล้ายกับเรื่องThunder God Emperor จักรพรรดิอัสนีเทพเจ้า ที่คุณอ่าน