“ศาลาห้าธาตุ?นี่คือการทดสอบแรก?”
บางคนกล่าวออกมาขณะเดินเข้ามาด้านในหน้าของศาลาที่หนึ่งถัดจากป้ายด้านบนของศาลายังมีศิลาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งเอาไว้อธิบายถึงรายละเอียดต่างๆในการทดสอบนี้ กองกำลังของผู้สืบทอดดินแดนต่างๆเมื่อมาถึงก็เริ่มพูดคุยกันและรอคอยอยู่ด้านหน้าศาลามันเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขายังไม่กล้าเคลื่อนไหวเป็นเพราะด้านหน้าของศาลาในเวลานี้ยังเต็มไปด้วยศิษย์ของนิกายมังกรนพเก้าจำนวนมากยืนรออยู่พวกเขาทั้งหมดจะเริ่มทยอยเข้าสู่การทดสอบก็ต่อเมื่อเย่ฉีได้ผ่านการทดสอบไปแล้ว
ในเวลาเดียวกันกับที่คนอื่นๆมาถึงด้านหน้าของศาลา...ทั้งเย่ฉีและหลี่หลิงเทียนก็เดินเข้าไปในสัญลักษณ์ค่ายกลเวทที่สลักไว้บนพื้นกลางศาลาก่อนที่รอบตัวของพวกเขาจะเกิดเป็นละอองแสงอันเป็นสัญญาณของการทำงานค่ายกลเวท!
วูบ
ร่างของทั้งสองหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงศาลาที่ว่างเปล่า...สายตาของเย่ฉีดับลงเพียงชั่วขณะก่อนที่แสงสว่างจะเกิดขึ้นอีกครั้งในดวงตาภาพเบื้องหน้าของเขาในเวลานี้ไม่ได้เป็นด้านในของศาลาห้าธาตุอีกต่อไปสายตาของเขามองกวาดออกไปรอบตัวและมองภาพเหล่านั้นทำให้เขารู้ว่าตอนนี้เขาได้มาปรากฏตัวอยู่บนยอดเขาแห่งหนึ่ง
บนยอดเขาแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยทะเลเมฆสีขาวราวกับว่าใครก็ตามจะสามารถเดินออกไปและเหยียบย่างบนสะพานเมฆไร้สิ้นสุดนี้ได้อย่างไรก็ตามเย่ฉีไม่ได้หลงไปกับทัศนียภาพที่สวยงามเหล่านี้สำหรับศาลาห้าธาตุถึงแม้ว่าเย่ฉีจะไม่สามารถตอบได้ว่ามันคือการทดสอบสิ่งใดแต่เขาก็มั่นใจว่ามันย่อมไม่ง่ายเหมือนที่เห็นแน่นอนอย่าลืมความจริงที่ว่าในจำนวนผู้เข้าทดสอบเกือบสองล้านคนนั้นมีเพียงไม่ถึงร้อยคนที่ประสบความสำเร็จและมีไม่ถึงหนึ่งในสี่ของคนทั้งหมดที่สามารถผ่านการทดสอบนี้ไปได้!
ลม!
ในเวลานั้นเหนือชั้นเมฆขึ้นไปบนท้องฟ้าสีครามที่กว้างใหญ่ได้มีตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้นมันทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเย่ฉีด้วยเช่นกันความมั่นใจของเขาเต็มสิบส่วนแล้วในตอนนี้ พร้อมๆกันในเวลานั้นสายลมวูบหนึ่งได้พัดมาปะทะกับร่างของเขาทำให้ชายเสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์โบกสะบัดไปมาแรงสะบัดของชายเสื้อนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนไม่นานด้านหน้าของเย่ฉีเหนือทะเลเมฆที่สวยงามนั้นก็ปรากฏเป็นริ้วสายลมจำนวนมากที่พัดผ่านมารวมตัวกันและขยายออกเรื่อยๆจนสุดท้ายมันก็กลายเป็นพายุขนาดใหญ่ลูกหนึ่ง!
มันไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น...ผ่านไปอีกไม่กี่ลมหายใจรอบด้านของเย่ฉีก็เกิดเป็นพายุลูกใหญ่ถึงแปดลูก!แม้ว่ามันจะอยู่ไกลและดูเงียบสงบแต่ในสายตาของเย่ฉีกลับเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความรุนแรงและบ้าคลั่งของสายลมริ้วของสายลมที่รวมตัวกันเหล่านั้นราวกับใบมีดที่สามารถกรีดเฉือนได้แม้กระทั่งท้องฟ้า!
‘เงื่อนไขศาลาห้าธาตุห้องสายลม– ในพายุทั้งแปดลูกจะมีตราประทับซ่อนอยู่สองชิ้น จำกัดเวลาหนึ่งร้อยลมหายใจ’
ตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้นอีกครั้งบนท้องฟ้าพร้อมกับเสียงกรีดร้องของสายลมที่บ้าคลั่งอันเป็นสัญญาณเริ่มการทดสอบ!ดวงตาของเย่ฉีกวาดมองไปยังพายุทั้งแปดลูกก่อนจะหยุดอยู่ที่พายุลูกที่หกทางทิศใต้ด้านหลังของเขาปรากฏเป็นดวงดาวสีทองขึ้นอีกครั้งและผสานรวมเข้ากับร่างกายของเขาฝ่าเท้าของเย่ฉีกดลงกับพื้นดินจนเกิดเป็นรอยแตกร้าวก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งออกไปราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยออกจากคันธนูเป้าหมายของเขาก็คือริ้วสายลมสีทองเส้นเล็กๆที่แอบซ่อนอยู่ภายในสายลมอันบ้าคลั่งของพายุลูกที่หก!
เวลาไหลเวียนผ่านไปหลังจากที่กองกำลังผู้สืบทอดมาถึงศาลาห้าธาตุก็ได้ผ่านไปแล้วหนึ่งเค่อพวกเขาใช้เวลานี้เพื่อหาลือกันเกี่ยวกับการทดสอบนี้และตรวจสอบข้อความที่สลักไว้บนหินศิลาด้านหน้าของศาลาขณะเดียวกันพวกของต้วนหลิงเทียนยังคงไม่เคลื่อนไหวใดๆ และยืนรออยู่เงียบๆอย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาความโกลาหลก็เกิดขึ้นอีกครั้งที่ด้านนอกของศาลาห้าธาตุ
“ดูนั่น!รายชื่อบนศิลาเปลี่ยนไปแล้ว! ”
ใครบางคนกล่าวออกมาทำให้ความสนใจของคนทั้งหมดไปตกอยู่ที่ศิลาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่เมื่อมองเห็นการเปลี่ยนแปลงบนศิลามันก็ทำให้ขนทั้งร่างกายของพวกเขาตั้งชันจนน่าตกใจในเวลานี้รายชื่อสิบอันดับแรกของศิลาที่คงอยู่มานานนับล้านปีได้เปลี่ยนไปแล้ว!มีสองรายชื่อใหม่ที่ปรากฏขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันและมันก็แซงรายชื่ออื่นขึ้นไปจนไปหยุดอยู่ที่ลำดับหนึ่งและสอง!
ที่ห้องโถงส่วนหลังของศาลาห้าธาตุค่ายกลเวทเรืองแสงขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับกลุ่มก้อนละอองแสงที่รวมตัวกันและกลายเป็นร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งในที่สุดเขาสวมชุดคลุมสีฟ้าและมีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร…ใบหน้าของหลี่หลิงเทียนเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความมั่นใจเขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนจะเดินออกจากค่ายกลเวทไปยังประตูด้านหลังเพื่อมุ่งหน้าสู่ศาลาที่สอง
‘หึหึเจ้ามังกรเฒ่าครั้งนี้เจ้าต้องแพ้ข้าอย่างแน่นอน!’
หลี่หลิงเทียนผ่านการทดสอบได้อย่างด้วยเร็วและสมบูรณ์แบบ!ด้วยพลังของเขาในการทดสอบธาตุทั้งห้าเขาได้จัดการเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพายุคลื่นทะเล อุกกาบาต หรือแม้แต่สายฟ้าด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่เขาได้กำราบพวกมันและนำตราประทับทั้งสิบออกมา! บนเส้นทางที่ทอดยาวใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเขาก็มาถึงศาลาที่สองแต่น่าเสียดายเพราะภาพที่เห็นมันทำให้ใบหน้าของเขาต้องแข็งค้าง
“เจ้า!บัดซบ! มันจะเป็นไปได้อย่างไร...เจ้าออกมาก่อนข้าได้อย่างไร?”
เย่ฉีที่กำลังยืนมองไปยังศิลาของศาลาที่สองอยู่หันกลับมาตามเสียงเรียกของหลี่หลิงเทียนการแสดงออกที่เหมือนเด็กเช่นนี้ทำให้เขาส่ายหัวออกมาและทำราวกับว่าไม่ได้ยินคำพูดของบุรุษหนุ่มชุดฟ้าถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังคงโวยวายแต่เย่ฉีก็ไม่ได้สนใจเขาก่อนจะเดินเข้าสู่ศาลาไปเพื่อรับการทดสอบที่สอง
เหตุผลเพียงข้อเดียวที่เย่ฉีชนะหลี่หลิงเทียนก็เพราะว่าการตัดสินของศาลาห้าธาตุนั้นนับจากความเร็วในการชิงตราประทับมาเท่านั้น!เย่ฉีนั้นไม่เหมือนหลี่หลิงเทียนที่กำราบทุกสิ่งที่อยู่ในการทดสอบ...
ในขณะที่เย่ฉีเข้าสู่การทดสอบที่สองด้านหน้าของศาลาห้าธาตุศิษย์ของนิกายมังกรนพเก้าก็ทยอยเข้าสู่การทดสอบจนหมดดวงตาของต้วนหลิงเทียนยังคงจับจ้องไปยังรายชื่อบนศิลาหินนั้นอย่างไม่ลดละก่อนจะใช้เวลานานเพื่อให้จิตใจสงบลง...มันเป็นเวลายาวนานตั้งแต่เกิดมาสำหรับเขานั้นยืนอยู่เหนือผู้อื่นมาโดยตลอดสิ่งที่เขาโหยหาที่สุดก็คือคู่ต่อสู้ที่เท่าเทียมในแปดแผ่นดินหนึ่งทะเลนั้นกลุ่มคนในรุ่นเดียวกันต่อให้นับแค่ในจำนวนผู้สืบทอดก็แทบจะไม่มีผู้ใดที่สามารถเรียกได้ว่าอยู่ในระดับเดียวกับเขา!
ไม่ไกลออกไปนักด้านหน้าของกลุ่มหญิงสาวจำนวนมากที่สวมใส่ชุดคลุมสีขาวได้มีสตรีอยู่อีกนางหนึ่งนางสวมใส่ชุดสีขาวเช่นกันแต่ที่ชายขอบเสื้อของนางนั้นถูกตัดไปด้วยรอยขลิบสีฟ้าแม้ว่าใบหน้าของนางจะถูกปิดบังไว้ด้วยผ้าคลุมสีขาวแต่ก็ยังไม่สามารถปกปิดความงามของนางได้...เสวี่ยชิงนางคือผู้สืบทอดของสำนักเสวี่ยวเยี่ย ธิดาหิมะ!ดวงตาของนางนั้นไม่แตกต่างจากต้วนหลิงเทียนมากนักขณะที่มองไปยังรายชื่ออันดับแรกของศิลาหิน
มันเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้!ในบรรดาคนรุ่นเดียวกันทั้งหมดหากจะกล่าวว่ามีใครที่ทัดเทียมได้กับต้วนหลิงเทียนทั่วทั้งแผ่นดินนี้ก็คงจะตอบเป็นเสียงเดียวกันคือว่าธิดาหิมะ!อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงนางยังด้อยกว่าต้วนหลิงเทียนอยู่ส่วนหนึ่งและเขาก็เป็นเป้าหมายที่นางต้องการจะก้าวข้ามตลอดมาในวันนี้...เป้าหมายของนางก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว!
หลังจากที่ผู้เข้าทดสอบทยอยเข้าสู่ศาลาแรกจนหมดเวลาก็ล่วงเลยผ่านไป…ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นศิษย์ของนิกายมังกรนพเก้าหรือแผ่นดินอื่นๆหลังจากเข้าสู่ศาลาห้าธาตุพวกเขาก็ได้รับรู้ถึงความจริงที่เจ็บปวด!มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยว่าทำไมในจำนวนผู้เข้าการทดสอบกว่าสองล้านคนถึงได้มีเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้นที่ได้เข้าสู่ปราสาทส่วนใน
เมื่อเวลาผ่านไปมีคนกว่าครึ่งที่เลือกยอมแพ้และในขณะเดียวกันมันก็เป็นโอกาสให้กับผู้ที่เกิดความลังเลในตอนแรกได้เข้าร่วมการทดสอบอย่างไรก็ตามมันทำให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มกลุ่มแรกคือเย่ฉีและหลี่หลิงเทียนที่ตอนนี้ใกล้จะจบการทดสอบที่สี่แล้วกลุ่มที่สองคือกลุ่มของพวกที่เข้ามาตอนแรกนำโดยต้วนหลิงเทียนและผู้ฝึกตนระดับแนวหน้าและกลุ่มที่สามคือพวกที่เข้าร่วมการทดสอบในตอนหลัง
ด้วยการที่ลำดับถูกแบ่งออกเป็นเช่นนี้มันก็ยิ่งเป็นความโชคร้ายของทั้งต้วนหลิงเทียนและเสวี่ยชิงทุกครั้งที่พวกเขามองไปยังป้ายศิลาด้านหน้าของศาลามันก็ราวกับว่าศีรษะถูกทุบด้วยค้อนขนาดใหญ่!ปัจจุบันทั้งสองที่มีความเร็วในการทดสอบไล่เลี่ยกันได้มาหยุดอยู่หน้าศาลาที่สามและสายตาของพวกเขาก็จ้องมองไปยังรายนามอันดับที่หนึ่งและสองมันยังคงเป็นชื่อเดิมเฉกเช่นที่พวกเขาเห็นในศาลาที่หนึ่ง!
ทุกศาลาทดสอบตั้งแต่ศาลาที่หนึ่งจนถึกศาลาที่สี่...มีเพียงเย่ฉีและหลี่หลิงเทียนเท่านั้นที่อยู่ในลำดับที่หนึ่งและสองสลับกันไปมาความจริงก็ไม่ต้องกล่าวไปถึงเช่นนั้นเพราะในบรรดาผู้เข้าร่วมการทดสอบทั้งหมดมีเพียงสิบสองคนเท่านั้นที่ติดรายชื่อในหนึ่งหมื่นอันดับแรก!
ความต่างชั้นเช่นนี้ทำให้พวกเขาทำได้เพียงฝืนยิ้มออกมาอย่างขมขื่น...
ขณะเดียวกันเย่ฉีและหลี่หลิงเทียนก็ยืนอยู่ด้านหน้าของศาลาที่ห้าในความรู้สึกของเย่ฉีศาลาแห่งนี้คือเส้นแบ่งแยกระหว่างสวรรค์และโลก!เขาหันไปมองหลี่หลิงเทียนที่ด้านข้างก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพอใจซึ่งมันทำให้อีกฝ่ายโวยวายออกมายกใหญ่สุดท้ายชายหนุ่มชุดฟ้าก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอกอีกครั้ง....
ไม่ว่าสิ่งที่พวกเขาคาดเดาจะถูกหรือไม่ก็ตาม...แค่เพียงเย่ฉีและหลี่หลิงเทียนมองไปยังป้ายที่สลักชื่อของศาลาแห่งนี้ก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ศาลาที่ห้า...ศาลาสะท้อนจันทร์!