เมื่อจัดการเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเสร็จสิ้นแล้ว เหวินจงก็มาเรือนพักจินเหลียนอย่างที่เขาตั้งใจเอาไว้ในตอนแรก คิ้วหนาเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดวงหน้าหล่อเหลาเผยความกังวลใจที่มีออกมาทางใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้กังวลใจเื่ของเจียวจิงมากมายขนาดนี้ แล้ววันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างบางอีกบ้างก็ไม่รู้ ถ้าหากเจียวจิงยอมมาเป็อนุของั้แ่ที่แรก เขาจะไม่ทุกใจอย่างเช่นในตอนนี้เลย
เหวินจงยืนอยู่หน้าเรือนหลังใหญ่ เขาในความคิดตัวเองเงียบๆ เพียงลำพัง คำถามมากมายหลายอย่างหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาไม่มีหยุด มันเหมือนดั่งน้ำป่าไหลหลากตามูเาสูงก่อนที่มันจะไหลลงมายังพื้นที่ต่ำ มีเื่ราวหลายอย่างที่เขายังไม่เข้าใจตัวเองมากนัก และคอยตั้งคำถามให้กับตัวเองมาตลอดเส้นทางเดิน
“?”
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้วที่เหวินจงยืนเงียบๆ ไม่ไหวติ่ง ก่อนความคิดทุกอย่างที่อยู่ภายในใจของเขาต้องหยุดลง เมื่อมีเสียงสาวใช้นางหนึ่งยืนคอมกายเอ่ยเรียกชื่อของเขาออกมาให้ได้ยินเสียก่อน เหวินจงจึงต้องหยุดความคิดทุกอย่างเอาไวเพียงแค่นั้น เขามองไปยังบ่าวสาวตรงหน้าเล็กน้อย แล้วเดินผ่านสาวใช้คนนั้นเข้าไปในเรือนหลังใหญ่ทันที
แอ๊ด...
เสียงประตูห้องนอนเปิดออกพร้อมกลับร่างสูงใหญ่ของเหวินจงยืนอยู่ ในยามนี้ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มมีความสุข อย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นมาก่อน
“เหลียนเอ๋อร์”
เหวินจงเอ่ยเรียกภรรยาเอกที่นั่งอยู่บนเตียงนอนด้วยเสียงนุ่มทุ้ม ในน้ำเสียงของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็ห่วงเป็ใยนางมากมายแค่ไหน เพียงแค่เห็นว่าจินเหลียนเตรียมตัวก้าวลงจากเตียงนอนเพื่อจะมาหาเขาที่ยืนอยู่หน้าห้อง เหวินจงก็รีบเร่งสาวเท้าเดินเข้าไปประคองกอดร่างของนางเอาไว้แน่นอย่างห่วงแหน
“ท่านพี่...”
จินเหลียนเอ่ยออกมาอย่างคนอ่อนแรง ใบหน้าของนางซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด
“เหลียนเอ๋อร์ ร่างกายของเ้ายังไม่แข็งแรงดี เหตุใดเหลียนเอ๋อร์ของพี่จึงลงมาจากเตียงนอนเช่นนี้กันเล่า”
เหวินจงมองใบหน้าของคนในอ้อมอกยามที่เขาเอ่ยถามออกไป ก่อนที่เขาจะหันสายตาไปมองยังลี่อินกับจูจูที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง แล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“เหตุใดเ้าทั้งสองคนถึงไม่ดูแลฮูหยินของพวกเ้าให้ดี ถ้าเกิดเหลียนเอ๋อร์ของข้าเป็อะไรขึ้นมา พวกเ้าทั้งสองคนจะรับผิดชอบไหวกันหรือไม่!!!”
เขาตะคอกถามด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวออกมาจนน่าหวาดกลัว ลี่อินและจูจูมีท่าทีที่ลนลานพวกนางทั้งสองรีบนั่งคุกเข่าลงที่พื้น ร่างกายของบ่าวสาวทั้งสองสั่นเทาด้วยอาการหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“พวกบ่าวผิดไปแล้วเ้าค่ะนายท่าน นายท่านโปรดยกโทษให้กับพวกบ่าวด้วยเ้าค่ะ!!!”
จินเหลียนได้ยินคำพูดของสามีอันเป็ที่รักต่อว่าบ่าวสาวทั้งสอง และยังแสดงออกว่าเป็ห่วงเป็ใยนางอยู่มาก ใบหน้าของนางจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม “ท่านพี่ ท่านอย่าได้กล่าวโทษลี่อินกับจูจูเลยเ้าค่ะ”
นางมองไปยังบ่าวสาวข้างกายทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน ก่อนจะหันมาเอ่ยพูดกับเหวินจงต่อ “เป็น้องเองที่เป็คนผิด น้องเพียงแต่ดีใจมากไปหน่อย ที่เห็นท่านพี่มาหาน้องในวันนี้”
“เหลียนเอ๋อร์...”
เหวินจงมองใบหน้าจินเหลียนที่อยู่ไม่ห่างจากกายมากนัก แล้วใช้มือแกร่งััใบหน้าซีดเซียวของนางอย่างนุ่มนวลละมุนละไม เขาจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของนางไม่วางตา ก่อนจะหวนนึกถึงใบหน้าซีดเซียวของเจียวจิงขึ้นมาแทน
เขาไม่รู้ว่าเวลานี้เจียวจิงจะเป็เช่นไรบ้าง อาการาเ็ตามร่างกายจะดีขึ้นมาบ้างแล้วหรือยัง ไม่รู้ว่าหานตงจะเอายาที่เขาเป็คนจัดเตรียมให้ด้วยมือตัวเอง ให้กลับเจียวจิงได้ดื่มกินแล้วหรือยัง? ...
เหวินจงอยู่ในความคิดตัวเองอยู่อย่างนั้น ก่อนั์ตาคู่คมของเขาจะแปลเปลี่ยนเป็ประกายด้วยรอยยิ้ม เมื่อดวงตาเห็นว่าเจียวจิงยืนส่งยิ้มมาให้ในอ้อมอกตัวเอง การกระทำที่เหวินจงมีต่อคนในอ้อมอกจึงเปลี่ยนและแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา
“…”
จินเหลียนมองเหวินจงด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน นานแล้วที่นางไม่ได้รับสายตาเป็ห่วงเป็ใยจากบุรุษตรงหน้าแบบนี้มานานมากแล้ว ถ้าจะให้นางนึกย้อนกลับไปถึงรอยยิ้มอ่อนหวานที่คนตรงหน้ามีให้ครั้งล่าสุด มันคงจะเป็ก่อนที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะเลือกตบแต่งอนุทั้งสองคนเข้ามาในจวน
จินเหลียนยังคงมีใบหน้าเขินอายให้กับสายตาคู่นั้นที่นางได้รับมา แล้วจึงใช้ใบหน้าซีดเซียวซบไปตรงอกแกร่งที่ยืนอยู่ไม่ห่างกาย ก่อนสายตาอ่อนหวานจะแปลเปลี่ยนเป็ความเกลียดชัง เมื่อนางนึกถึงใบหน้าซุนเหลียงและเพ่ยหลิน ที่ฮูหยินผู้เฒ่าตบแต่งนางทั้งสองคนเข้ามาเป็อนุให้กลับเหวินจง
“…”
มุมปากจินเหลียนยกยิ้มร้ายกาจออกมาจนน่ากลัว นางคิดว่าไม่มีผลประโยชน์อะไรอีกแล้วที่จะเก็บอนุทั้งสองคนเอาไว้ให้เป็หนามทิ่มแทงหัวใจอีกต่อไป ในเมื่อวันนี้สิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่า้าอยู่ในท้องของนางในตอนนี้ ซุนเหลียงและเพ่ยหลินจึงไม่มีความสำคัญกับจวนสกุลเหวินอีกต่อไป....