“นั่นนางกำลังทำสิ่งใด?”
ท่านอ๋องที่งานยุ่งจนไม่มีเวลาจะกินข้าว มองออกไปก็เห็นหนี่เฟิ่งจิวกำลังวิ่งเล่นอยู่กับเด็กๆ
“อ่อ นางบอกว่าจะสอนเด็กพวกนั้น ให้รู้จักชีวิตที่สนุกสุดเหวี่ยงขอรับ”
“อืม”
สุดแล้วแต่พระพุทธองค์จะทรงเมตตา หนี่เฟิ่งจิวกล่าวอ้างว่าตัวเองมาจากอนาคต ถ้าไม่บ้าก็คงคิดว่าปีศาจร้ายเข้าแฝงร่างกายของนาง
เมืองเฉิงตูของนางที่เล่าเป็ฉากเป็ตอน ฟังแล้วก็รู้สึกดีที่อย่างน้อยมันเจริญรุ่งเรืองเป็แผ่นดินทอง สมกับที่เขาดูแลรักษามาอย่างดี
เสน่ห์ของสาวเฉิงตูอยู่ที่การทำงานเก่ง เปรี้ยวซ่า เป็ตัวจี๊ดที่โสดอย่างมั่นใจ! ฟังแล้วก็ไม่เห็นว่ามันจะมีจุดเด่นอะไร นอกจากพูดอวยตัวเองเสียมากกว่า
สุดท้ายแล้วเสี่ยวเหยาก็ต้องยอมเชื่อในสิ่งที่หนี่เฟิ่งจิวบอก นางพยายามขอให้เขาเชื่อว่ามันมีเหตุผลที่ต้องย้อนอดีตมาที่จวนแห่งนี้ หากเขาไม่ยอมฟังก็จะหยิบยกละครมาอ้างอีก
ท่านอ๋องยืนมองอยู่สักพักก็กลับเข้าไปทำงาน เมื่อวันก่อนมีโอกาสได้คุยกับหลี่เหมยที่โกรธเขาจนร้องไห้ยกใหญ่ เสี่ยวเหยามองออกว่านางคิดอย่างไรกับเขา
เพียงแต่หลี่เหมยนั้นเป็ดังน้องสาวคนเล็ก ไม่มีวันที่เขาจะคิดกับนางเป็อื่นไปได้หรอก
“แม่นาง! ท่านงดงามยิ่งนัก”
“ก็ว่าไป อยู่ที่บ้านฉันเป็ดาวเด่นเชียวนะ”
“เป็สาวใช้ของท่านอ๋องหรือ ไม่คิดว่าจะท่านจะสนอกสนใจสตรีเพศ” ชายหนุ่มที่เก็บสมุนไพรขายผ่านหน้าจวนพอดี จึงได้ทำความรู้จักพูดคุยกัน
“ท่านอ๋องไม่สนใจใครมาก่อนหรอ?”
“ประมาณนั้น ไม่เห็นท่านออกเรือน สนมก็ไม่มีสักคน”
ชายหนุ่มผู้มีนามว่าเยว่ชุน เป็ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในระแวกแถวนี้มานานแล้ว มีอาชีพหาเก็บสมุนไพรจากป่าลงมาขายที่ตลาดในหมู่บ้าน
“แต่เ้างามเหลือเกิน ไม่แปลกหรอกที่ท่านอ๋องจะเมตตาน่ะ”
“เกี่ยวด้วยหรอ??”
“น้องสาวของท่านก็งดงาม คุณหนูหลี่เหมยผู้เป็ดวงดาว”
“ขนาดนั้นเลย!”
ฟังแล้วมันก็ทะแม่งอยู่เหมือนกัน นังคุณหนูที่เ้านี่กำลังชื่นชมคือดาวร้ายของจวน ชอบนักเื่กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นเดือดร้อน ความเอาแต่ใจนี่ไม่มีใครอยากเฉียดใกล้
“งามหน้าเสียจริงสาวใช้จวนนี้ ! มานั่งสนทนากับบุรุษเพศไม่อายฟ้าดิน”
“แค่สนทนา ยังไม่ทันทำอะไรสักหน่อย”
“คนบ้าอย่างเ้าจะไปรู้อะไร??? หญิงสาวต้องไว้ตัวยามพบเจอชายหนุ่ม” คำพูดดูดีเสียเต็มประดา คงลืมไปแล้วมั้งว่าว่าวันนั้นมายืนโวยใส่หน้าผู้ชาย
เยว่ชุนเห็นท่าไม่ดีก็เอ่ยคำลาขอตัว วันนี้เขาได้เห็นอีกด้านของคุณหนูหลี่เหมย ต้องยอมรับว่าสวยดุ เผ็ดถึงใจเขาเสียจริง
“คุณหนูจะไปทำอะไรก็เชิญค่ะ ฉันจะได้กลับไปทำงาน”
“เ้า! คิดจะให้ท่าท่านพี่ล่ะสิไม่ว่า”
“ฉันต้องให้ท่าด้วยหรอคะ? ยืนเฉยๆพี่ชายทั้งสองก็หลงฉันแทบบ้า ให้ฉันแสดงบทบาทให้ดูหรือเปล่า วิธีการเข้าหาผู้ชายแบบแซ่บๆ”
“กรี๊ดดดด! อิบ้า!!!!”
“เนี่ย! แบบนี้ไม่ได้เลยนะคะคุณหนู ส่งเสียงกรีดร้องเหมือนลิงค่างหาคู่ มันไม่งาม....”
หลี่เหมยไม่เคยเสียหน้าแบบนี้มาก่อน ปกติในจวนท่านอ๋องนั้นเธอเป็หนึ่งในทุกด้าน ท่านพี่ไว้วางใจให้เธอจัดการทุกเื่ แต่ไม่รู้ว่าหญิงบ้าผู้นี้ทำตัวเช่นไร จึงได้ทุกอย่างที่เคยเป็ของเธอไป
ฝ่ามือเล็กของหลี่เหมยง้างขึ้น เตรียมที่จะสะบัดลงไปบนหน้าของหนี่เฟิ่งจิว
“จะทำสิ่งใด?”
“ท่านพี่! ข้าเปล่า นางมาก่อกวนข้าก่อน”
“เ้าเคยสุขุมกว่านี้ เื่การใช้กำลังข้าเคยบอกแล้วว่าไม่ชอบ” ยิ่งโดนท่านอ๋องต่อว่า ก็เหมือนน้ำมันที่กำลังสุมลงบนเพลิงในใจของเธอ
“ขอภัยเพคะ ท่านพี่”
เสียงอ่อนเสียงหวานของคุณหนูหลี่เหมยไม่ได้ทำให้ท่านอ๋องสนใจ ก่อนจะปรายตาไปหาอีกคนที่ยืนสงบนิ่งไม่ยอมพูดจา
“ตามข้ามา! ไม่คุมเ้าสักวัน จวนข้าต้องมีเื่ทุกที”
“...อ...อะไรนะ!!”
เธอเห็นสายตายิ้มเยาะมาจากคุณหนูหลี่เหมย คงคิดว่าตัวเองชนะเสียเต็มประดาแล้วสินะ เดี๋ยวแม่จะทำให้รู้ว่าของจริงเป็ยังไง นังเด็กเมื่อวานซืนเอ้ย!
“ท่านอ๋องคะ ฉันไม่ได้ก่อกวนคุณหนูเลยสักนิด”
“ที่เ้าคุยกับชายหนุ่มด้านหน้า ก็ไม่สมควรเช่นกันอาเฟิ่งจิว !”
“ฉันผิดหรอคะ?”
“กุลสตรีของแคว้นฮั่วเรา ไม่นั่งสนทนากับชายหนุ่มด้วยท่าทางสนุกสนาน”
“นี่คุณคะ!!! เราทุกคนสามารถมีเพื่อนได้ และฉันก็ยังไม่ได้ทำอะไรเสียหาย เราสองคนแค่คุยกันเอง”
“เถียงคำไม่ตกฟาก!”
เยี่ยมไปเลยหนี่เฟิ่งจิว เธอมันสุดยอดมากที่ทำให้ท่านอ๋องโกรธจนจวนไฟลุก เปลือยท่อนบนซ้อมกระบี่เย้ยฟ้าท้าดิน ไม่กลัวว่าผิวจะเสียหรือไหม้แดดสักนิด
สาวใช้ของคุณหนูหลี่เหมยเองก็เก็บอาการไม่อยู่ เมื่อเห็นเ้านายโชว์แผงขนมปังก้อนเรียงตัวสวยงาม หนี่เฟิ่งจิวไม่ยอมให้พวกเธอสมใจกันหรอก
“ท่านอ๋อง”
“ลงมาทำไม ออกไปจากตรงนี้”
เจียงเหวินที่หลบอยู่อีกทาง ก็เข้ามาลากหนี่เฟิ่งจิวออกจากลานประลอง กลัวว่าเธอจะโดนลูกหลงจนสมองกลับ กลายเป็บ้าสติฟั่นเฟือนหนักกว่าเดิม
“ปล่อยฉันสิเจียงเหวิน ท่านอ๋องตัวแดงหมดแล้วไม่เห็นหรือไง??”
“แต่ท่านอ๋องเป็นักรบ”
“มันมีาหรือเปล่าล่ะ ฉันเห็นแต่แดดเปรี้ยงขนาดนี้!”
“อย่าเข้าไปขอรับ”
“ไปเอาดาบมาเลย มาประลองกับฉันเลย ดีไหมห๊ะ!!!”
เสี่ยวเหยาที่ได้ระบายอารมณ์ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย หันมาอีกทีก็เห็นหนี่เฟิ่งจิวพยายามยกดาบที่หนักเป็สิบกิโล เพื่อจะฟาดฟันกับเจียงเหวินที่กอดอกมองอยู่
“ทำอะไรของเ้า!”
“ท่านอ๋องไม่ต้องเข้ามา ฉันจะสั่งสอนคนที่ดื้อดึงเอง”
“มันหนัก พอได้แล้วหนี่เฟิ่งจิว”
“ฉันไหวค่ะ ฮึบบบ! สบายมากอยู่แล้วสำหรับหญิงแกร่ง” ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นเพียงความน่าเวทนาของตัวเธอเอง ท่านอ๋องเองก็ไม่รู้ว่าจะขำหรือสงสารดี
หนี่เฟิ่งจิวกำลังพิงอยู่กับแผ่นอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เมื่อท่านอ๋องเข้าซ้อนหลังพยายามเอาดาบในมือของเธอออก หญิงสาวยืนตัวแข็งปล่อยใจไปกับชายหนุ่ม
“แม่นาง!”
“อ..อะไร???? เรียกเสียงดัง ใหมด!!”
“คราวหลังอย่าลงมา มันอันตราย เ้านี่ทำเหมือนว่ามันเป็ของเล่น” ท่านอ๋องที่ยืนเก็บดาบอยู่ก็บ่นเสียงดัง หนี่เฟิ่งจิวเห็นมัดกล้ามใหญ่เท่าหัวของเธอ ไหนจะเส้นเืตามแขนของชายหนุ่มอีก
เซ็กซี่! นิยามคำว่าสเปคออกมาเป็คนตรงหน้าเลยได้ไหม
“กุลสตรีแคว้นฮั่ว ไม่มองหุ่นชายหนุ่มตาเยิ้มนะขอรับ”
“บ้า! ฉันเปล่านะเจียงเหวิน”
“ท่านอ๋องเนี่ยขอรับ ถึงจะเ็า พูดน้อย ไม่สนใจโลกบ้าง แต่ร่างกายดีอย่างนี้เลย” เจียงเหวินอวยนายตัวเองแบบไม่ขัดเขิน ยกนิ้วโป้งการันตีคำพูดของตน หนี่เฟิ่งจิวอ้าปากค้างในคำยกยอของเจียงเหวิน นี่เธอมาเจอเข้ากับของดีแคว้นฮั่วเข้าแล้วสินะ
“แล้วหุ่นของเจียงเหวินล่ะ ได้เท่านั้นไหม?”
“อยากเห็นหรือขอรับ”
หนี่เฟิ่งจิวพยักหน้ารัวๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเธอเป็อิป้าที่กระหายใคร่อยาก เจียงเหวินปลดปมที่ผูกเอาไว้ก่อนจะแง้มให้หญิงสาวดู ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามทำเธอเกือบเป็ลม เจียงเหวินงานดีพอกับเ้านายเลย แน่นไปหมดทุกส่วน
และท่านอ๋องในตอนนี้คว้ากระบี่ไล่ฟันเจียงเหวินอย่างเอาเป็เอาตาย ก่อนจะลากตัวหนี่เฟิ่งจิวที่ยืนนิ่งิญญาหลุดออกจากร่าง ดวงตาของเธอเลื่อนลอยไปพบเจอดวงดาว
“อยากเป็เมียของคุณ ไม่เคยพูดเล่นสักครั้ง”
เข้ามาในห้องของท่านอ๋อง หญิงสาวก็เอาแต่เพ้อไปกับสิ่งที่ได้เห็น ดูเหมือนว่าเธอจะชอบมองร่างกายของบุรุษเพศ ชอบสนทนาพูดจาโปรยรอยยิ้ม
“ไปเตรียมน้ำร้อน ข้าจะอาบน้ำ”
“ค่ะๆ”
“ห้ามไปไหนนะ วันนี้ต้องมาถูหลังให้ข้า”
“ฉัน?”
“อืม”
“แล้วทำไมไม่ให้เจียงเหวินถูให้ล่ะคะ ไหนว่าหญิงชายไม่ควรอยู่ด้วยกัน” สายตาท่านอ๋องกำลังดุด่าเธอทางอ้อมอยู่ น่าจะประมาณว่าคนอย่างเธอ คิดแบบนั้นได้ด้วยหรือไง
สาวใช้อย่างเธอจะไปเอาอะไรมาก เ้านายสั่งก็ต้องทำตามอย่างขันแข็งอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่มีวาสนาได้เกิดเป็คุณหนูกับเขาบ้างนะ ย้อนมาตั้งไกลดันได้เป็แค่สาวรับใช้
น้ำร้อนกับน้ำเย็นถูกผสมในอ่างไม้อย่างเท่ากัน เมื่อจับดูแล้วก็อยากลงไปนอนแช่ตัวบ้าง ร่างกายที่เมื่อยขบไปหมดทั้งตัวจะได้คลายเส้น
เพราะมัวแต่บิดซ้ายบิดขวานี่ไง ถึงไม่เห็นว่าท่านอ๋องนุ่งเพียงผ้าสีขาว เดินลงมานั่งพิงขอบอ่านหลับตานิ่ง ไม่เอ่ยปากส่งเสียงอะไรสักแอะ
“เห้ย!!!! ใหมดเลยค่ะ”
“มัวแต่จินตนาการอะไรอยู่ล่ะ ถึงไม่เห็นว่าข้ามา”
“แหม่ท่านอ๋อง ฉันไม่ได้เป็โรคจิตนะคะ ถึงต้องจินตนาการอะไรแบบนั้น” ปากคอท่านอ๋องเราะร้ายขึ้นทุกวัน ไม่มีแล้วผู้ชายเ็าพูดน้อย มีแต่คนที่เอาแต่บ่นว่าเธอทุกเช้าค่ำ
“ทำหน้าที่ของเ้าสิ”
“ได้ค่า รับทราบค่าท่านอ๋อง”
ตกปากรับคำก็เดินไปนั่งด้านหลังของท่านอ๋อง หยิบอุปกรณ์ขัดหลังขึ้นมาขัดอย่างไม่รีรอ ผิวของท่านอ๋องขาวผ่องจนขึ้นสีแดง ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันเนียนมากขนาดนี้ ััแ่เบาที่กำลังลูบไล้ไปมาของหนี่เฟิ่งจิว ทำให้ได้ยินเสียงครางอยู่ในลำคอ
คล้ายแมวเหมียวเลยแฮะ โดนลูบตัวก็จะพึงพอใจมากเป็พิเศษ ท่านอ๋องอยู่กลางสนามรบ ฝึกศาสตราอาวุธมาแล้วทุกชนิด แต่ผิวพรรณกลับไม่มีแม้รอยขีดข่วน
“ท่านอ๋อง”
“หือ?”
“ไม่เคยมีร่องรอยของแผลเลยหรอคะ แบบว่าจากสนามรบ”
“มี แต่เสด็จพ่อก็จะให้หมอมารักษา เพื่อให้เกิดรอยแผลเป็น้อยที่สุด”
“เนียนยิ่งกว่าผู้หญิงอีก”
“จริงหรือ”
“คะ?”
ตู้มมมมมม! จ๋อมมมม ! น้ำในอ่างแตกกระเซ็นไปทั่ว หนี่เฟิ่งจิวที่ไม่ทันตั้งตัวก็สำลักน้ำหน้าแดง
“ท่านอ๋อง!!!!! มันเปียกนะคะ”
“รู้แล้วไง”
“เล่นอะไรของคุณ นี่ชุดที่ฉันพึ่งเปลี่ยนเมื่อเช้าเองนะ” หญิงสาวบ่นงึมงำหน้างอ ชุดบางแนบสนิทจนเห็นสัดส่วนที่ชัดเจน พอมันโดนน้ำบางส่วนก็หลุดลุ่ยโดยเฉพาะตรงไหนของเธอ ปานรูปพระจันทร์เสี้ยวของหนี่เฟิ่งจิวจึงปรากฏต่อสายตาของเสี่ยวเหยา
ท่านอ๋องหาผ้ามาคลุมให้หญิงสาว พร้อมกำชับให้เธอซ่อนปานนี้ไว้ให้มิดชิด หนี่เฟิ่งจิวไม่เข้าใจแต่ก็รับปากว่าจะไม่บอกใครเื่ปานนี้
“ดีมาก เด็กดี!” รอยยิ้มของอ๋องเสี่ยวเหยาทำเธอตาพร่า มันน่าเหลือเกิน น่าเป็พ่อของลูกเหลือเกิน