ของนางไม่ได้เป็อันขาดแต่ดูเถอะนางไม่เคยบังคับใจตัวเองไม่ให้สั่นไหววาบหวามไปกับการััแตะต้องของเขาได้เลยความใกล้ชิดเช่นนี้ช่างอันตรายสำหรับนางเกินไป
ไซฟาลอบถอนหายใจเกือบแล้ว...เขาเกือบจะดึงร่างนั้นเข้ามากอดและจูบลงบนริมฝีปากจิ้มลิ้มน่ารักนั่นแล้ว เขาใแค่ไหนที่เห็นร่างเล็กตรงหน้าผาห้อยต่องแต่งอยู่กลางหุบเหวเบื้องล่างถ้าซินอาร์ตกลงไปจริงๆ เขาจะทำเช่นไร เขาก็คงจะเหมือนผู้เฒ่าฮอนอุนที่ต้องกระโจนลงสู่ก้นเหวเพื่อซ้อนเก็บร่างบอบบางนั้นขึ้นมา
“งั้นก็ดีแล้วไปนอนเถอะพรุ่งนี้จะได้มีแรง” ซินอาร์ใส่ถุงเท้าและรองเท้าให้เข้าที่แล้วลองเดินไปมาสองสามรอบรู้สึกดีขึ้นและไม่เจ็บแล้ว หันมองคนตัวโตที่ล้มตัวลงนอนข้างกองไฟ ซินอาร์จึงเข้าไปล้มตัวนอนอีกฝั่งไม่ไกลนัก บัดนี้ดาวพราวพร่างระยิบระยับเต็มท้องฟ้า บรรยากาศหนาวเย็น ซินอาร์กอดอกนอนมองดาว แม้ที่นอนจะแข็งไปหน่อย อากาศจะหนาวไปนิดแต่ท้องฟ้าที่นี่งดงามเหลือเกิน นึกไพร่ไปถึงปราสาทชานันที่จากมา เหล่าผู้าุโทั้งแปด ยอลโล นิชิต้าและคนอื่นๆ จะรู้หรือยังว่านางหายตัวไป ทุกคนจะวุ่นวายขนาดไหนนะ แล้ว...เ้าชายไซฟาคงจะเกลียดนางเหมือนกัน ที่ถูกหลอกมาแบบนี้ แล้วยังต้องมาดูแลช่วยเหลือนางอีก ซินอาร์ยิ่งคิดยิ่งชักจะกลุ้มใจมากขึ้น เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนกลางวันที่ผ่านมาเ้าชายไซฟาช่วยดึงนางขึ้นมาจากปากเหว ซ้ำยังยอมให้ขี่หลังแล้วยังช่วยรักษาข้อเท้าให้อีก ดูไปเ้าชายไซฟาช่างเป็คนที่แสนดีแต่ตัวนางสิแย่สุดๆ เอ๋! แล้วถ้าเกิดเ้าชายคิดจะฆ่าเราล่ะ จู่ๆ ใจหนึ่งก็คิดขึ้นมา ไม่ละม๊าง เพราะถ้าเป็อย่างนั้นคงไม่ช่วยเราขึ้นมาจากหน้าผานั่น ทำไมคิดไม่ดีกับผู้มีพระคุณอย่างนั้นละเขาเรียกไม่รู้จักบุญคุณนะ อีกใจหนึ่งค้านขึ้น เ้าหญิงคิดฟุ้งซ่านไปมาหลายตลบจนอ่อนเพลียและง่วงหลับไปเองในที่สุด
ไซฟาพลิกตัวมองใบหน้าอ่อนเยาว์ที่หลับใหล...ช่างเป็ภาพที่งดงามจับใจเหลือเกินอยู่ใกล้กันแค่เอื้อม เขาจะห้ามใจตัวเองได้สักแค่ไหน ไซฟาถอนใจเฮือก หากเป็สตรีอื่นเขาไม่จำเป็ต้องยับยั้งตัวเองถึงเพียงนี้เลยแต่กับซินอาร์ เขาอยากถนุถนอมไม่อยากให้หญิงสาวระคายเคืองหรือหวาดกลัวลำพังแค่เขาคือไซฟาเ้าชายแห่งนครโฟอูลและเป็ประมุขเผ่าัก็ถือว่าเป็ศัตรูตัวฉกาจในสายตานางแล้ว...หากซินอาร์ไม่ยอมรับ เขาจะทำอย่างไรกับคนตรงหน้าดี หักหาญน้ำใจ....พากลับไปโฟอูลด้วยกัน กักขังและไม่ยินยอมให้กลับมาที่นี่อีก ถ้าเป็อย่างนั้นซินอาร์ผู้น่ารักร่าเริงสดใสคงตรอมตรมใจจนตาย แต่ถ้าเขาไม่ได้ตัวและหัวใจของนางเขาก็คงจะใจแตกสลายเหมือนกัน เขาจะทนอยู่ได้หรือโดยไม่มีซินอาร์หญิงสาวที่เขาตกหลุมรักั้แ่แรกเห็นคนนี้ ไซฟาคิดว่าหากเขาไม่ได้หัวใจซินอาร์ จะมีชีวิตอยู่เช่นไร จึงแน่วแน่ที่จะเอาชนะใจซินอาร์ให้จงได้.......
...............................................................................................................................................................................
บทที่เจ็ดออกค้นหา
เหล่าผู้าุโทั้งแปดแห่งปราสาทชานันได้ส่งผู้าุโเพียวอิน ผู้าุโหูเหว่ย ยอลโล นิชิต้า เกมลินและเด็กหนุ่มเยาเวออกติดตามหาซินอาร์โดยการสะกดรอยตามคณะของผู้เฒ่าฮอนอุนไปยังหุบผาั
“ทำไมต้องให้ข้ามากับตาเฒ่าหมูตอนผู้นี้ด้วยนะ” ผู้าุโเพียวอินค่อนคอดนั่งลงอย่างกระแทกกระทั้นมองร่างอ้วนของผู้าุโหูเหว่ยอย่างขัดใจที่บัดนี้กำลังใช้พัดวีฝ่าเท้าโอบอูมของตนที่พุพองจากการเดินทางไกลมาทั้งวัน ทั้งคู่ปะทะฝีปากกันเรื่อยมาตลอดทางผู้าุโเพียวอินคิดว่าผู้อาวุหูเหว่ยอ้วนเกินไปกลายเป็ตัวถ่วงทำให้การเดินทางล่าช้า
“ชะตาเฒ่าผอมกระล่อง เพียวอินหากไม่พอใจเหตุใดมิกล้าโต้แย้งผู้าุโสูงสุด บัดนี้มาทำสำบัดสำนวนเป็หญิงแก่ ผู้าุโหูเหว่ยกล่าวพลางล้มตัวลงนอนไขว่ห้างเท่าข้อศอกยังศีรษะให้หันมาทางผู้าุโเพียวอินเพื่อจะได้ต่อปากต่อคำได้ถนัด ยอลโลมองคนทั้งสองปะทะคารมกันเล็กน้อยพลางหันไปสนใจกับห่อข้าวที่นิชิต้าส่งให้เอ่ยปากขอบใจแล้วหันมาแกะอาหารใส่ปากเคี้ยว โดยแต่ละคนต่างก็สนใจอาหารตรงหน้ามากกว่าวาจาโต้เถียงไร้สาระของผู้เฒ่าทั้งสองทุกคนคงเห็นจนเคยชินจึงมีผู้ใดสนใจจะมีก็แต่ยอลโลหัวหน้าองครักษ์หนุ่มเท่านั้น ผู้าุโเพียวอินค้อน ปะหลับปะเหลือก ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็หญิงแก่ แกะห่อข้าวของตนบางส่วนผู้าุโหูเหว่ยจัดการของตนเสร็จเรียบร้อยก่อนหน้าใครทั้งหมดไปนานแล้ว
“รีบกินรีบๆ นอนเอาแรงเถอะตาเฒ่าเอ๊ย ตัวยิ่งผอมๆ เดินทางไกลเป็ลมเป็แล้งจะหาว่าหูเหว่ยผู้นี้ไม่เตือน”
“หุบปากเน่าๆ ของเ้าแล้วหลับนอนซะเถอะเท้าพุพองปานนั้นจะไปได้สักกี่น้ำฮ่า ฮ่า” ผู้าุโเพียวอินพูดและหัวเราะทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก ผู้าุโหูเหว่ยหัวเราะ หึ หึแล้วล้มตัวลงนอนเป็อันยุติการปะทะคารมกันแต่เพียงเท่านี้
“เหตุใดเราจึงไม่สะกดรอยกลุ่มของผู้เฒ่าอดีตประมุขให้ใกล้กว่านี้” ยอลโลตั้งข้อสงสัยที่ั้แ่บ่ายแล้วที่พวกเขาทิ้งระยะห่างจากกลุ่มที่ล่วงหน้าไปก่อนไกลพอสมควร
“คนผู้นั้นเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวทั้งยังมีหูทิพย์ ขืนเราเข้าใกล้กว่านี้จะรู้ตัวว่าถูกสะกดรอย” ผู้าุโเพียวอินชี้แจง
“ข้าน้อยว่าป่านนี้พวกนั้นก็คงรู้ตัวแล้วไม่งั้นจะแกล้งเดินวกวนเยี่ยงนี้หรือ” เยาเวกล่าวแสดงความเห็นบ้าง
“ใช่ข้าก็ข้องใจเื่นั้นเหมือนกันในเมื่อเรารู้แล้วว่าพวกนั้นคงรู้ตัวว่าถูกสะกดรอยจึงแกล้งเดินเช่นนี้เหตุใดเราไม่ล่วงหน้าไปก่อน” ยอลโลเองก็เห็นด้วยกับความคิดของเด็กหนุ่ม
“อืม..ที่พวกเ้าพูดมาก็ถูก” ผู้าุโเพียวอินครุ่นคิด
“หรือผู้เฒ่าอดีตประมุขเผ่าัเองก็จำทางมิได้แล้วจึงเดินหลงวกวนเช่นนี้” เกมลินกล่าวแสดงความคิดของตนบ้าง
“แต่ข้าน้อยคิดว่าผู้เฒ่าฮอนอุนรู้ว่าถูกสกดรอยจึงแกล้งเดินทางเช่นนี้แต่หากเราจะมิเดินตามโดยเดินออกนอกเส้นทางล่วงหน้าไปก่อนเราก็จะพลัดหลงทางได้ง่ายๆ เนื่องจากไม่รู้เส้นทางที่จะไปยังหุบผาั” นิชิต้ากล่าว
“อืมก็น่าจะเป็เช่นนั้น แต่เราหาใช่มิมีผู้ใดรู้เส้นทางอย่างที่เ้าคิดดอก” ผู้าุโเพียวอินว่า
“หมายความว่าผู้าุโรู้จักเส้นทางที่จะไปยังหุบผาัรึ” ยอลโลร้องขึ้นอย่างยินดีพอๆ กับคนอื่นๆ ที่รอฟังคำตอบ
“ไม่ใช่ข้าดอกแต่เป็หูเหว่ยต่างหาก” ผู้าุโ บุ้ยใบ้ ไปยังร่างอวบอ้วนที่บัดนี้นอนกรนครอกๆ เสียงดังสนั่นป่าแห่งนี้
“เอ๋!” ทุกคนส่งเสียงร้องอย่างแปลกใจ ผู้าุโเพียวอินจึงเล่าให้ฟังว่า ผู้าุโหูเหว่ยนั้นแต่เดิมคือผู้ที่เกิดอยู่ในชนเผ่าโจรูเาจิ้งจอกหิมะและมีความอหังการ์หยิ่งลำพองครั้งหนึ่งที่ถือว่าเป็จุดพลิกผันชีวิตของผู้าุโหูเหว่ย ก็เพราะความอหังการที่ว่านี้ทำให้หูเหว่ยคิดปล้นขบวนเ้าสาวของเผ่าชานันที่ถูกส่งตัวเข้าวังถวายแก่เ้าผู้ครองนครเฟรา ขบวนเ้าสาวที่ว่าก็คือเซอิบุตรสาวเพียงคนเดียวของอดีตประมุขซาโตหรือพระสนมมารดาของเ้าหญิงซินอาร์นั่นเอง และเมื่อโจรูเาผู้ยิ่งใหญ่เจอกับนักรบเผ่าชานัน หูเหว่ยถึงกับพ่ายแพ้ เพราะในขบวนขณะนั้นมีทั้งบุตโตและเพียวอินติดตามไปด้วย เซอิได้เห็นการต่อสู้ระหว่างเพียวอิน บุตโตและหูเหว่ย จนหูเหว่ยตกเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ เซอิไม่เอาเื่ในครั้งนั้นเพราะรู้สึกประทับใจในฝีมือของหูเหว่ยและจิตใจรู้แพ้รู้ชนะเมื่อรู้ว่าแพ้หูเหว่ยถึงกับจะยอมสละชีวิตของตนเพื่อ