ผมเดินหิ้วถุงเครื่องดื่มตามเธอเข้าไปหาเพื่อนของเราที่ยืนรออยู่ผมกับน้ำพูดคุยตกลงกันได้ดี แต่ไอ้เดียวกับหนึ่งคงจะไม่เป็แบบนั้นเพราะหนึ่งยืนหน้าบึ้งฟังไอ้เดียวที่พูดหน้านิ่งๆ ไม่ไกลจากเพื่อนคนอื่นมากนัก ไอ้เดียวเจอของจริงแล้วงานนี้
“ยังไม่เลิกทะเลาะกันหรอวะ”ผมเดินเข้ามาถามไอ้ดิฟกับไอ้แดนที่กำลังคุยกันอยู่
“เออั้แ่ลงมากูยังไม่เห็นหนึ่งพูดกับมันสักคำ” ไอ้แดนมองสองคนนั้นก่อนจะตอบผม
“แล้วมึงกับน้องดีกันหรือยัง” ผมกระซิบถามมัน
“เค้าคุยกับกู แต่ไม่ยอมพูดถึงเื่คืนนั้นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” มันกระซิบตอบผม
“กูดีกันแล้วเค้าบอกเื่ของเพื่อนกับเื่ของเรามันคนละเื่กัน แฟนกูน่ารักที่สุด”ไอ้ดิฟพูดและยิ้มอย่างภูมิใจ
“เคลียร์กันได้แล้วสิมึง เดินจับมือกันมาเชียว”ไอ้แดนชนไหล่ผมแสดงความยินดี
“เค้าเป็แฟนกูแต่กูยังไม่ได้เป็แฟนเค้า” ผมพูดอย่างที่ผมเข้าใจเพื่อนมองหน้าผมอย่าง้าคำอธิบาย
“สถานะอะไรของมึง” ไอ้แดนพึมพำ
“สถานะเดียวกับไอ้ดิฟไงกูเห็นนุ่มนิ่มบ่นมึงตลอด” ผมตบหลังไอ้ดิฟอย่างคนที่ตกอยู่ในสถานะเดียวกันมันก็พยักหน้ายอมรับ
“่โปรโมชั่นมึงยาวไปนะเพื่อนฮ่า ฮ่า ฮ่า” ไอ้แดนหัวเราะแซวผม
“พูดเหมือนมึงหมดโปรโมชั่นแล้ว”ผมพูดประชดมันกลับ
“พวกมึงยังมีลุ้นว่าจัดโปรแล้วจะโดนใจแต่กูกับไอ้เดียวนี่สิ จัดโปรยังไงก็เหมือนจะไม่โดนใจแถมยังมีแนวโน้มว่าจะเลิกถูกใจซะงั้น” ไอ้แดนพูดประชดกับชะตาชีวิตรักของตัวเองที่ยังไม่ได้เริ่ม
“มึงก็เปลี่ยนโปรไปเรื่อยๆเค้าคงจะโดนใจเข้าสักอันหละนะ” ไอ้ดิฟพูดแนะนำเพื่อน
“เป็ไงมึง” ผมถามไอ้เดียวที่เดินเข้ามาใหม่
“เงียบกูพูดคนเดียวั้แ่อยู่ข้างบนจนลงมาถึงนี่ เค้าไม่พูดสักคำ”
“สาหัสเลยสิมึง” ผมตบไหล่เพื่อนให้กำลังใจ
“ไม่รู้ว่ะ กูไม่ชอบแบบนี้เลยถ้าเค้าพูดกับกูสักคำคงดีกว่านี้”
“ไม่กี่เดือน เดี๋ยวเค้าก็กลับกรุงเทพแล้ว”ไอ้แดนพูดลอยๆ เหมือนจะบอกกับตัวเองมากกว่า
ทริปไหว้พระธาตุของเราผ่านไปด้วยความอิ่มใจถึงแม้จะมีเสียงนุ่มนิ่มที่คอยดุดิฟบ่อยๆ ก็ตาม หนุ่มๆ ทำหน้าที่ผู้ติดตามที่ดีอาจจะดีเกินไปจนเพื่อนสาวของฉันรู้สึกอึดอัดเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาไม่ได้แสดงออกว่าสนใจเพื่อนๆของฉันชัดเจนมากเหมือนที่เป็อยู่ในตอนนี้ พวกเรากำลังเจอศึกหนักเข้าแล้วสินะอาการรุกจีบของว่าที่วิศวกรหนุ่มพวกนี้ทำให้พวกเราที่คิดจะพักใจกับเื่รักใคร่แล้วมุ่งมั่นทำโปรเจคจบมีอันต้องสะดุดแล้วคงต้องปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมันส่วนตัวเราก็คงต้องทำทุกวันให้ดีที่สุดและมีความสุขกับมันฉันจะใช้ความเชื่อใจของฉันเดิมพันกับความรักในครั้งนี้มันจะจบลงแบบไหนฉันก็พร้อมที่จะยอมรับ ยังไงก็รักไปแล้วคงต้องรับผิดชอบกับความรู้สึกของตัวเองซะที
“กลับบ้านกันเถอะ บ่ายมากแล้ว”หนึ่งพูดขึ้นหลังจากที่พวกเราทานอาหารเที่ยงเสร็จเพราะมัวแต่ปรับความเข้าใจกันตารางอาหารเที่ยงของพวกเราก็ล่วงเลยมาเกือบจะบ่ายสองโมงแล้ว
“อย่าเพิ่งกลับเลยหนึ่ง เพิ่งจะบ่ายสองเอง”เดียวได้ทีรีบคุยกับหนึ่งเพื่อให้เพื่อนฉันตอบโต้บ้างเขา
“นั่นสิบอกป๊ากับม๊าว่าจะกลับวันนี้ด้วยทุกคนอิ่มกันหรือยัง จะได้จ่ายตังค์” นุ่มนิ่มจ้องหน้าดิฟนิ่งๆเป็อันเข้าใจว่า้าบอกกล่าวกับดิฟโดยเฉพาะ
“โอเคครับ เข้าใจแล้วครับ งั้นก็ไปจ่ายตังค์กัน”ไม่พูดเปล่าดิฟยังดึงแขนนุ่มนิ่มไปจ่ายค่าอาหารที่พวกเรากินกันที่เคาน์เตอร์เก็บเงินของร้านข้าวซอยเล็กๆที่มีพวกเราเป็ลูกค้าเพียงแปดคน ถึงร้านจะเล็กและมีโต๊ะให้บริการไม่ถึงสิบโต๊ะแต่รสชาติของอาหารนับว่าดีมากทีเดียวเพราะหนุ่มๆ ถึงกับเบิ้ลกันคนละสองชาม
“ยังไม่อยากกลับเลย”ดินกุมมือออดอ้อนฉันเห็นใจเขา
“จะช้าหรือเร็วก็ต้องกลับ”ฉันทำเพียงบีบมือเขาเบาๆ อย่างปลอบใจ
“น้ำดูหน้าเพื่อนเราสิ”เขาสะกิดฉันให้มองไปยังเดียวที่ยังคงนั่งคุยกับหนึ่งอย่างไม่มีผลอะไรเธอยังคงทำเหมือนเขาเป็อากาศธาตุ สายลม แสงแดด
“น้ำช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ ดินเองก็เหมือนกันสนใจเื่ของตัวเองเถอะ” ฉันยิ้มขำกับท่าทางการคุยกับหนึ่งของเดียว
“ตั้งใจทำโปรเจคให้เสร็จไวๆจะกลับวันไหนต้องโทรบอก เราจะได้มารับ”
“มารับที่ไหน เชียงใหม่หรือเปล่า”ฉันถามเขาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าล้อเลียน
“ใช่จะไปรับถึงที่เลย” เขากลับจ้องตาฉันและตอบกลับอย่างจริงจัง
“อูยยยย จะเป็ผู้ชายคลั่งรักอีกคนหรือไงคะ อิอิ อิ” ฉันแกล้งล้อเลียนเขาแก้เขิน
“ระวังหัวใจไว้ให้ดี ตอนนี้เราขุดหลุมแล้วเดินดีๆระวังตก เพราะถ้าตกลงมาเราไม่ปล่อยให้ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน”
“ขอบคุณที่เตือนนะคะ อิ อิ อิ”ฉันค้อมตัวให้เขาเล็กน้อยแสดงท่าทางว่าขอบคุณ
“อย่าลืมดูแลตัวเอง เราจะโทรหาทุกวันคิดถึงเราให้มากๆ และที่สำคัญอย่าลืมคิดถึงเื่ของเราสองคนด้วยนะครับ”
“ครับผม” ฉันทำท่าวันทยาหัตถ์เหมือนทหารที่ได้รับคำสั่งเขาเลยยกมือขึ้นยีผมฉันคงเพราะอดเอ็นดูในความน่ารักของฉันไม่ได้
“อย่าลืมโทรหาเรานะ”
“รู้แล้วน่าแล้วนี่จองตั๋วเครื่องบินกันหรือยัง”
“เรียบร้อยครับ ขึ้นเครื่องทุ่มนึง”
“ถ้าอย่างนั้นน้ำขอฝากของไปให้พี่หลินพี่โจ้หน่อยสิของฝากจากเชียงใหม่หนะ”
“ได้สิ”
“ตอนแรกน้ำคิดเอาไว้ว่าจะเอาไปให้หลังจากกลับถึงกรุงเทพแล้วดินมาแล้วขอฝากเลยแล้วกัน”พวกเราเดินเลือกซื้อของฝากให้พี่หลินกับพี่โจ้สองสามอย่างก่อนจะแยกย้ายกันกลับและของฝากของพวกเราถึงมือของพี่ทั้งสองในคืนนั้น ั้แ่วันนั้นเขาก็โทรหาฉันทุกวันบอกรักและคิดถึงทุกวัน ฉันชอบนะที่เขาทำแบบนี้ฉันได้แต่หวังว่าพวกเราจะเป็แบบนี้ไปอีกนานเพราะตอนนี้ฉันตกหลุมรักที่เขาเป็คนขุดเข้าให้แล้วหลุมนี้คงจะลึกมากซะจนตัวฉันไม่มีแรงจะปีนขึ้นมาได้แล้วจริงๆ