ตอนที่ 3 : ความจริงที่ถูกซ่อนเร้น
“นี่คือ!!!!” ชายหนุ่มใ เมื่อเห็นรายงานที่หญิงสาวทิ้งไว้ให้ ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วเริ่มตั้งใจ อ่านเนื้อหาในรายงานอย่างจริงจัง เนื้อความในรายงาน ระบุถึงความลับที่สำคัญอย่างมาก เกี่ยวกับต้นตอโรคระบาด ของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่มีชื่อว่า “ไวรัสโรโคน่า (Rocona) ” หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า โคเวิร์ด – 19 (Coword – 19) ซึ่งความจริงแล้วไวรัสชนิดนี้นั้น มันมาจากนอกโลก
ทางองค์กรระดับโลก ที่รวมประเทศมหาอำนาจ หลายประเทศเข้าด้วยกัน ชื่อว่า “ซุส (Zues) ” ได้ค้นพบวัตถุที่มาจากนอกโลก ซึ่งมีรูปร่างคล้ายยานอวกาศ เมื่อปี 2018 ทาง “ซุส (Zues) ” ได้ทำการศึกษาวิจัยเป็เวลากว่าหนึ่งปีเต็ม จนสามารถเปิดประตูของยานอวกาศลำนี้ได้ ในยานนั้นปรากฏว่า มีศพวานรั์ ในรายงานมีรูปประกอบศพของวานร พอชายหนุ่มเห็นก็ใ อุทานออกมาว่า “วานรเทพ 9 กร!!!”
ในขณะนั้น หญิงสาวใส่แว่นรีบวิ่งกลับมา ดึงรายงานที่ชายหนุ่ม กำลังตั้งใจอ่านอยู่
“นายคงไม่ได้อ่านมันไปแล้วใช่ไหม!!! แล้วอะไร??? ที่นายเรียกว่า วานรเทพ 9 กร นายรู้อะไรมาใช่ไหม” ชายหนุ่มเอามือกุมศีรษะ แล้วรู้สึกปวดเป็อย่างมากจนสลบไป
ณ ห้องพยาบาล ชายหนุ่มลืมตาขึ้น เห็นหญิงสาวใส่แว่น นั่งขมวดคิ้วมองมาที่ชายหนุ่ม และกล่าวว่า “รัน นาย... นายอ่านมันจนหมดแล้วสินะ”
“อืม... ก็เกือบทั้งหมดแหละนะ สรุปคือ ไอ้ไวรัสบ้านั่น มันมาจากศพวานรใช่ไหม เดี๋ยว!!! สรุปคุณเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงมีรายงานหลุดโลกนี้ได้ จากใต้รายงานมีชื่อ Beta Seed นั่นคงเป็โค้ดเนมของคุณสินะ” ชายหนุ่มถาม
“เฮ้อ... ในเมื่อนายอ่านมันหมดแล้ว ก็คงต้องตกเป็ผู้สมรู้ร่วมคิด กับทางเราแล้วล่ะ” หญิงสาวใส่แว่นเอ่ยขึ้น
“เฮ้ย!!! เดี๋ยว ๆ ถ้าคุณผู้หญิงไม่พูด ก็คงไม่มีใครรู้หรอกครับ ว่าผมได้อ่านรายงานหลุดโลก นั่นแล้วจริงไหม” ชายหนุ่มร้องเสียงหลงออกมา
“น้องชาย… ไม่ทันแล้ว!!! เห็นกล้องวงจรปิดนั่นไหม รายงานนี้มีปกสีแดง เป็ขององค์กรระดับชาติ นามว่า “ซุส (Zues) ” นั่นแหละ พวกเราเหล่าองค์กรใต้ดิน ได้รับข้อมูลที่สำคัญ มาจากสายลับที่แฝงตัว อยู่ในองค์กรซุส แต่นี่ก็ผ่านไปตั้งหกชั่วโมงแล้ว ที่สายลับของเราขาดการติดต่อไป พวกเราคิดว่า สายลับคนนั้นคงโดนจับได้ หรือไม่ก็โดนเก็บไปแล้ว” หญิงสาวใส่แว่นอธิบาย
“เวรกรรม!!! ทำไมรายงานบ้านี่ ต้องมีปกสีแดงด้วยวะ” ชายหนุ่มสบถ
“ฮ่า...ฮ่า... นายนี่ตลกชะมัด” หญิงสาวใส่แว่น มองชายหนุ่มอย่างขบขัน
“เออ... แล้วผมต้องทำยังไงต่อดีหละเนี่ย” ชายหนุ่มถาม
“แต่ก่อนอื่น… นายควรจะบอกมาก่อนว่า ทำไมนายถึงเรียกศพลิงั์ นั่นว่า วานรเทพ 9 กร” หญิงสาวใส่แว่นถามอย่างสงสัย
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เหมือนรู้สึกได้ว่า เคยเห็นมันมาก่อน จากที่ไหนสักแห่ง... เออใช่แล้ว!!! บางทีคงจะเป็ในความฝัน ชัวร์!!! ใช่แน่นอนเลย” ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้น จนพูดออกมาเสียงดัง ลั่นห้องพยาบาล
โทรศัพท์ของหญิงสาวใส่แว่น มีสัญญาณสีแดงแจ้งเตือนขึ้นมา ข้อความที่ส่งมานั้น ระบุว่า สายลับได้ถูกสังหารไปแล้ว ให้รีบนำข้อมูลที่ได้ กลับไปยังสำนักงานใหญ่ด่วน หญิงสาวใส่แว่นหันมามองชายหนุ่ม และเรียกขึ้น “เร็ว!!! เตรียมตัว เราต้องรีบหนีออกจากที่นี่ เพราะพวกองค์กร “ซุส (Zues) ” ระบุรูปพรรณของเราทั้งสองคน เป็ที่เรียบร้อยแล้ว และจะทำการกวาดล้าง เพื่อปกปิดข้อมูลที่รั่วไหล”
“เออ... พี่สาวคนสวยครับ ทำไมองค์กรบ้านั่น ต้องมาตามเก็บเราด้วย หรือว่ารัฐบาลโลก กำลังปกปิดเื่บางอย่าง ที่สำคัญเอาไว้ เทคโนโลยี!!! ปีศาจ!!! ศพวานร!!! เดี๋ยวก่อน!!!... วัคซีนรักษาสินะ!!! เหอะ... เหอะ… เข้าใจแล้ว ถ้าโลกได้รับรู้ความจริง จะมีอีกหลายองค์กร ร่วมกันวิจัยสิ่งมีชีวิตลึกลับ ที่องค์กรซุสเจอ และอาจร่วมกันประณาม องค์กรซุสที่ทำการเปิดกล่อง แพนดอร่านี้ขึ้น” ชายหนุ่มยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
“ถูกต้องตามนั้น เงินที่จะได้จากการขายวัคซีนรักษา จะเป็เม็ดเงินจำนวนมหาศาลมากแค่ไหน ไม่ต้องเดาก็คงจะเข้าใจสินะ น้องชาย... แต่ว่าตอนนี้ เราต้องรีบไปกันได้แล้วล่ะ” หญิงสาวใส่แว่นกล่าวอย่างร้อนรน
“พี่สาวคนสวย ผมว่าไม่น่าจะทันแล้วล่ะ ดูที่ข้างล่างนั่นสิ มีชายใส่ชุดดำอยู่หลายคน เฮ้อ... จะมาจับคนทั้งที ดันเสือกแต่งตัวมา อย่างกับในหนัง ใคร ๆ ก็ดูออก ไอ้ฟาย โง่ของแท้ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...” ชายหนุ่มมองลงไป แล้วพูดอย่างเหยียดหยาม
“เด็กน้อย!!! รีบไปได้แล้ว” หญิงสาวกล่าวอย่างโมโห และคิดในใจ เ้าหนุ่มนี่ออกจะฉลาดอยู่หรอก แต่บางทีก็เหมือนไม่ค่อยจะเต็มสักเท่าไหร่
ชายหนุ่มและหญิงสาว วิ่งไปทางบันไดหนีไฟ และเริ่มลงไปจนเกือบถึงชั้นล่าง ชายหนุ่มยกมือขึ้น ขวางหญิงสาวใส่แว่นเอาไว้ แล้วหันตัวเข้าไปในห้อง ด้านข้างของบันไดหนีไฟ พร้อมกับเรียกหญิงสาวใส่แว่นให้เข้ามาในห้อง.....
ชายหนุ่มสาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง เห็นล็อกเกอร์เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด ในนั้นมีชุดพนักงาน ทำความสะอาดอยู่หลายชุด ชายหนุ่มจึงหยิบชุดขึ้นมา เพื่อที่จะทำการเปลี่ยนชุดของตน ชายหนุ่มเริ่มถอดกางเกงออกก่อน หญิงสาวใส่แว่นมองตาแป๋ว และใบหน้าเริ่มมีสีแดง…..
ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก แล้วหันมามองหญิงสาว ขณะที่ถอดกางเกงอยู่ และกล่าวว่า
“พี่สาวคนสวย... ผมรู้ว่าหุ่นของผมมันน่ากิน แต่ตอนนี้มันใช่เวลาไหมครับ พี่สาวก็รีบ ๆ เปลี่ยนชุดได้แล้ว” จากนั้นชายหนุ่มก็เริ่มถอดเสื้อออก...
กล้ามเนื้อของชายหนุ่ม เข้ารูปจัดเรียงเป็มัด ๆ เสมือนมองงานภาพวาดศิลป์ชั้นสูง ต้นแขนและหัวไหล่ดูสมบูรณ์แบบจริง ๆ หญิงสาวใส่แว่น ยิ่งมองยิ่งคิดเลยเถิดไปไกล ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ ลมหายใจเกิดอาการติดขัดเล็กน้อย
นี่… พี่สาวคนสวย ตกลงจะรีบไหมครับเนี่ย ชายหนุ่มมองหญิงสาวใส่แว่นอย่างใสซื่อ
“นาย... ไปตายซะ!!!” หญิงสาวใส่แว่นคิดขึ้นได้ว่า ชายหนุ่มนั้นพูดหยอกเธอ
“หันหลังไปเดี๋ยวนี้!!!” หญิงสาวใส่แว่นตะคอกใส่ชายหนุ่ม
“คร๊าบ... คร๊าบ...” ชายหนุ่มตอบและบ่นพึมพำเบา ๆ ต่อว่า
“โด้ว!!! แค่ผลัดกันดูก็ไม่ได้ ท่าทางพี่สาวคนสวย น่าจะหุ่นดีมิใช่น้อย” น้ำลายเริ่มไหลจากปากชายหนุ่ม
“ตึบ...ตึบ...ตึบ...” เสียงเหมือนฝีเท้าดังขึ้นมา อยู่ด้านนอกของห้อง
ชายหนุ่มรีบคว้าตัว หญิงสาวใส่แว่นเข้ามาในอ้อมกอด และมองไปที่ประตู จึงเห็นเหมือนเงา ชายชุดดำเดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มจึงรีบดึง หญิงสาวใส่แว่นเข้ามาจูบ เพื่อตบตาชายชุดดำนั้นไม่ให้สงสัย
ชายชุดดำค่อย ๆ เข้ามา ห่างจากพวกเขาประมาณ 2 เมตร และพูดขึ้นมาว่า “เฮ้อ... เด็กสมัยนี้ทำไปได้ทุกที่จริง ๆ เลย เอ้า!!! พวกเด็กเวร ถ้าทำการบ้านเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมทำความสะอาดห้องนี้ด้วยหละ” ชายชุดดำถอดเสื้อคลุมสีดำออก ชายหนุ่มจึงเห็นชุดข้างในของชายชุดดำ นั่นคือ!!! ชุดทำความสะอาดนั่นเอง…..
ชายหนุ่ม ถอนริมฝีปากออกจากปาก ของหญิงสาวใส่แว่น แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“เวร!!! ใหมดเลย ที่แท้ก็เป็แค่พนักงาน ทำความสะอาดนี่เอง ดันเสือกใส่สูทสีดำ คลุมมาทำไมฟระ แล้วแค่จูบกัน… ทำไมต้องทำความสะอาดห้องด้วย จริงไหมครับพี่สาวคนสวย” ชายหนุ่มก้มลงแล้วหันมอง ที่หญิงสาวใส่แว่น และเริ่มเหงื่อตก คิดในใจว่า เวร!!! ทำไมพี่สาวไม่ใส่เสื้อ??? ทำไงดี!!!
หญิงสาวใส่แว่นตอนนี้ หน้าแดงเป็ลูกเชอร์รี่ กล่าวขึ้นมาอย่างรุนแรงว่า
“ไอ้ลามกกกกก!!! จะเอามือของนายออกไปได้รึยัง...”
มือของชายหนุ่มตอนนี้ วางอยู่บนเนินอก ที่สวยงามของหญิงสาว รีบกล่าวขึ้นอย่างร้อนรน ว่า
“เอ่อ... พี่สาวคนสวย ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ ผมกลัวว่าจะเป็พวกชายชุดดำ ที่จะมาจับตัวพวกเรา จึง...จึง...จึงดึงพี่สาวมาจูบ อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดไปนะครับ”
“เหอะ...เหอะ... เข้าใจไม่ผิดหรอก มือนายนี่อย่างไวเลยนะ ไวยิ่งกว่าจูบซะอีก” หญิงสาวกล่าว พร้อมทั้งยกมือของเธอขึ้น เพื่อปัดมือของชายหนุ่ม ที่ไม่ยอมยกออกจากเนินอกของเธอ จากนั้นเธอจึงเริ่มเปลี่ยนชุด เป็ชุดพนักงานทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวใส่แว่นเอ่ยเร่งขึ้นว่า “เรารีบไปกันเถอะ!!!”
เมื่อทั้งสองเดินออกมา จากห้องด้านข้างของบันไดหนีไฟ พร้อมกับถืออุปกรณ์ทำความสะอาด เดินหลบมาจนถึง ทางออกชั้นล่างสุด ขณะที่กำลังจะเดินออกไปนั้น ก็มีชายชุดดำหันมามอง และเริ่มสงสัยพนักงาน ทำความสะอาดทั้งสองคน ชายชุดดำจึงเริ่มเดินตรงเข้ามาหา พนักงานทำความสะอาดทั้งสอง มือของชายชุดดำเริ่มขยับ ไปจับวัตถุบางอย่าง ที่อยู่บริเวณเอวของเขา
“ซวยแล้ว!!! ซวยแล้ว!!! วันนี้มันเป็วันอะไรฟระเนี่ย” ชายหนุ่มรีบกุมมือ ของหญิงสาวใส่แว่น แล้วพุ่งตัวเพื่อรีบหนี ออกจากตัวอาคาร ของบริษัทฮาดาร์ดโดยทันที
ชายชุดดำะโลั่น “นั่นไอ้สองคนนั้น!!! ข้อมูลอยู่ที่พวกมัน พวกแกรีบตามมันไปเร็วเข้า”
ชายหนุ่มและหญิงสาวใส่แว่น วิ่งออกมาจากอาคารสำนักงานของบริษัท และเข้าไปในอาคารจอดรถ ที่อยู่ด้านหลังบริษัทฮาดาร์ด ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น “ไหนรถของพี่สาว??? ”
“นั่น... สีแดง... คันนั้น” หญิงสาวใส่แว่นชี้ ไปที่รถสปอร์ตสีแดง ยี่ห้อ ปอร์เช่ รุ่น 718 เคย์แมน (Porsche 718 Cayman)
“เหอ ๆ ช่างรวยอะไรอย่างนี้ พี่สาว... ถ้าผมเข้าองค์กรกับพี่ ผมคงจะได้รถแบบนี้ไว้ใช้บ้างสินะครับ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับมีรอยยิ้มที่มุมปาก
“ผมขับนะ??? ” ชายหนุ่มพูดอย่างกระตือรือร้นเป็อย่างมาก
“อืม... เร็ว ๆ เข้า” หญิงสาวใส่แว่น รีบหยิบรีโมทกุญแจรถ และโยนให้ชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“บรึ้น...บรึ้น...บรึ้น...” เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม รถปอร์เช่สีแดงพุ่งทะยานออกจากอาคารจอดรถอย่างกับจรวด
รถยนต์สีดำสี่คัน ขับตามรถปอร์เช่สีแดง มาอย่างกระชั้นชิด รถสีดำสองคันขับฉีกขึ้นมา ทั้งซ้ายและขวาจนเกือบขนาบ ด้านข้างของรถปอร์เช่สีแดง ชายหนุ่มเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน และหักพวงมาลัยทางขวา รถสปอร์ตสีแดงหมุนวน เป็วงกลมสองรอบ พอได้จังหวะ...
ชายหนุ่มจึงดึงเบรกมือขึ้น และผ่อนเบรกที่เท้าออก ประคองรถและปลดเบรกมือออก แล้วเหยียบคันเร่งทำให้รถหยุดหมุน กลับมาตั้งลำใหม่ได้ ทำให้รถปอร์เช่กลับจากหน้าเป็หลัง ก่อนจะถึงสี่แยกไฟแดง พุ่งทะยานผ่านรถยนต์สีดำทั้งสี่คัน
“โครม...โครมมม...”
เสียงของรถสีดำสองคันแรก ที่พุ่งไปก่อนชนเข้าอย่างจัง กับรถพ่วงที่กำลังวิ่งผ่านสี่แยกไฟแดงมาพอดี เกิดไฟลุกท่วมและเริ่มลุกลาม เข้าสู่ถังน้ำมันของรถทั้งสองคัน
“โอ๊ย!!! เร็วเข้า... รีบออกจากรถ... มันกำลังจะะเิแล้ว” ชายชุดดำที่อยู่ในรถสีดำ รีบะโบอกคนในรถพร้อมกับพยายาม คลานออกมาจากตัวถังของรถ
“บึ้มมม!!! บึ้มมมม!!!”
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหว จากรถสีดำทั้งสองคัน ทำให้บริเวณสี่แยกไฟแดงนั้น เกิดการโกลาหลขึ้น
“เฮ้อ... น่าเสียดาย คิดว่าจะจัดการกับพวกมันได้ทั้งหมดซะอีก” ชายหนุ่มที่กำลังขับรถปอร์เช่สีแดงสบถออกมา