48 งานเลี้ยงส่งอำลา
ฮ่องเต้ต้าหยางรับสั่งถามกุนซือคู่พระทัย ในขณะที่กำลังเสวยพระกระยาหารมื้อค่ำพร้อมทั้งองค์หญิงทั้งเก้าและเสียมหลอหลง ถือว่าเป็นการเลี้ยงส่งเขาก่อนเดินทางไปรับตำแหน่ง “ ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท พรุ่งนี้หม่อมฉันจะออกเดินทางไปรับตำแหน่งที่นั่นแล้ว ฝ่าบาททรงมีเรื่องใดที่จะมอบหมายหม่อมฉันเพิ่มเติม ทรงรับสั่งมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ” นายอำเภอหนุ่มกราบทูลต่อองค์ไท่จง ในขณะที่องค์หญิงห้าและองค์หญิงหกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาต่างผลัดกันส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใยมาที่เขาเป็นระยะ “ อ้อ ไม่มีเรื่องใด เราเพียงแค่รู้สึกเสียดายที่จะไม่มีท่านเคียงข้างกายคอยให้คำปรึกษาตั้ง 6 เดือน แต่เมื่อคิดอีกที การที่ท่านจะไปสร้างหลงซานให้พลิกโฉมเพื่อเป็นต้นแบบอำเภอในฝัน ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เราก้าวไปเป็นมหาราชในอนาคตได้ เราก็คิดว่าคุ้มค่า” องค์ไท่จงทรงรู้สึกเสียดายอย่างมาก แต่เพื่อการใหญ่พระองค์จึงต้องทรงตัดใจ และยอมปล่อยให้กุนซือคู่พระทัยออกไปสร้างผลงานข้างนอก ก่อนจะกลับมารับตำแหน่งใหญ่ที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ให้ “ หม่อมฉันจะทำอย่างสุดความสามารถ และจะไม่ทำให้พระองค์ทรงผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ” อาหลงกราบทูลให้พระองค์คลายพระทัยลง ในขณะที่องค์หญิงใหญ่และองค์หญิงรองเองก็คอยลอบส่งสายตามาที่เขาเป็นระยะเช่นกัน “ ท่านกุนซือ ช้อนส้อมและมีดที่ท่านนำมาถวายพวกเราใช้งานได้สะดวกดียิ่ง ขอบคุณท่านมาก ๆ” องค์หญิงหกรับสั่งขอบคุณอีกฝ่าย ในขณะที่นางกำลังใช้ช้อนส้อมทานอาหารอย่างคล่องแคล่วราวกับใช้งานมันมานานเป็นปี “ มิเป็นไรมิได้พ่ะย่ะค่ะ เป็นหน้าที่ของหม่อมฉันที่ต้องถวายความสะดวกต่อฝ่าบาทและเหล่าองค์หญิงอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ เมื่อพระองค์ทรงโปรด หม่อมฉันก็รู้สึกยินดีพ่ะย่ะค่ะ” “ ท่านกุนซือ เราไม่รู้จะกล่าวคำขอบคุณและตอบแทนท่านเช่นไร ถึงจะเพียงพอต่อการที่ท่านได้ช่วยเหลือต้าหยางของเราในทุก ๆ ด้าน” ฮ่องเต้ต้าหยางรับสั่งต่อนายอำเภอหนุ่มด้วยความซาบซึ้งพระทัย เพราะแต่ละความคิดและแผนการที่เขานำเสนอ เมื่อนำไปปฏิบัติล้วนได้รับผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมและประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงทุก ๆ อย่าง “ งานประมูลที่ผ่านมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ราชสำนักของเราได้รับรายได้จากการประมูลสูงถึง 50 ล้านตำลึง ลำพังแค่ภาพวาดของเราสองภาพ ก็สามารถทำเงินได้ถึง 30 ล้านตำลึง นับว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริง ๆท่านกุนซือ นี่ต้องยกความดีความชอบให้ท่านจริง ๆ” โอรสสวรรค์ทรงตรัสชมเชยชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของความคิดเรื่องการประมูล ส่วนผู้ที่ประมูลภาพวาดฝีพระหัตถ์สองรูปของพระองค์ไปก็คือกันครึ่งเมืองและซ่งครึ่งเมืองนั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ชาวบ้านโจษจันกันไปทั่วเมืองในตอนนี้ “ เป็นเพราะพระบารมีของฝ่าบาท จึงทำให้งานทุกอย่างเรียบร้อยและประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายพ่ะย่ะค่ะ” เสียมหลอหลงกราบทูลต่อหยางไท่จง ก่อนที่พระองค์จะแย้มพระโอษฐ์น้อย ๆ ด้วยความพึงพอพระทัยต่อความถ่อมตัวของที่ปรึกษาผู้นี้ “ ยังมีเงินบริจาคอีก ตอนนี้ยอดรวมเงินบริจาคทั้งของขุนนางและชาวบ้านก็ร่วม ๆ 50 ล้านตำลึงแล้ว เท่ากับตอนนี้ท้องพระคลังเรามีเงินถึง 100 ล้านตำลึงเลยทีเดียว ฮ่า ๆ เช่นนี้ต้าหยางเราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณที่จะนำไปช่วยชาวบ้านที่ประสบภัยอีก รวมทั้งเรื่องรายจ่ายในการที่จะรับศึกกับต้าหมิงอีกด้วย” องค์ไท่จงรับสั่งอย่างเบิกบานพระทัย พร้อมทั้งทอดพระเนตรไปที่บรรดาองค์หญิงทั้งหก ก่อนที่จะครุ่นคิดในพระทัยว่าควรจะให้เขาเป็นราชบุตรเขยโดยคู่กับองค์หญิงองค์ใดดี แต่ก็มิได้ทรงรับสั่งอันใดออกมา “ อ้อ ยังมีการแข่งขันจับและกินตั๊กแตน ขุนนางแต่ละท้องที่ล้วนรายงานขึ้นมาว่าทุกพื้นที่ต่างประสบความสำเร็จด้วยดี เพราะชาวบ้านให้ความสนใจเข้าร่วมกันอย่างล้นหลาม อีกทั้งที่ท่านเสนอให้แต่ละท้องที่คัดเลือกร้านค้าที่จะเป็นสปอนเซอร์ หรือผู้สนับสนุนเงินรางวัล ต้องจ่ายให้ราชสำนัก 200,000 ตำลึง โดย 100,000 ตำลึงใช้เป็นค่าใช้จ่ายและเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ ส่วนอีก 100,000 ตำลึงให้แต่ละท้องที่เก็บไว้เป็นงบช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัย นับว่างานนี้มีแต่ได้กับได้ เพราะราชสำนักไม่ต้องควักเงินสักตำลึง แถมยังได้เงินเพิ่มมาอีกตั้ง 100,000 ตำลึง ความคิดของท่านกุนซือช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ เพคะเสด็จพ่อ” เป็นองค์หญิงใหญ่ ต้วนถิงฟางที่กราบทูลรายงานผลการจัดงานเมื่อวันก่อนต่อหยางไท่จง ก่อนที่องค์หญิงรอง ต้วนเซียนเอ๋อ จะกราบทูลเสริมว่า การแข่งขันในเมืองหลวงยิ่งคึกคัก เพราะผู้ชนะเลิศการกินตั๊กแตนทอด เป็นชาวบ้านผู้หนึ่งที่ถูกพวกเจ้าวายร้ายกัดกินพืชผลเสียหายจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ทำให้เขาพกพาความคับแค้นใจเป็นอันมาก จึงจัดการกินเจ้าพวกอริของเขาไปเป็นจำนวนมาก เพื่อระบายความแค้นในอก ทำให้เขาเป็นผู้ชนะเลิศและได้รับเงินรางวัลสูงถึง 20,000 ตำลึง กลายเป็นเศรษฐีภายในพริบตา เรื่องนี้เป็นที่กล่าวขานของชาวบ้านเป็นอันมาก “ฮ่า ๆ มีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ เรื่องนี้ย่อมเป็นความดีความชอบของท่านกุนซือเช่นกัน” องค์ฮ่องเต้ทรงพระสรวลอย่างพอพระทัย พร้อมทั้งรับสั่งชมเชยอีกฝ่าย ก่อนที่จะทรงตรัสกับเสียมหลอหลงด้วยพระพักตร์ที่ยิ้มแย้มและเบิกบานพระทัยเป็นยิ่งนัก “ ยังมีอีก สี่วันที่แล้ว ได้ยินว่าท่านกุนซือและเฟยเอ๋อ จัดการเรื่องรับลงทะเบียนคนจนและคนว่างงาน รวมทั้งช่วยห้างร้านให้ได้ลูกจ้างเข้าทำงานเกือบ 50,000 คน ช่วยแก้ปัญหาคนว่างงานไปได้เกือบครึ่ง ส่วนคนที่ไม่ผ่านการพิจารณาจากห้างร้าน ถ้ามีร่างกายแข็งแรงก็ถูกส่งไปช่วยขุดคลองเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง สำหรับผู้หญิงและผู้ที่ไม่สามารถทำงานหนักได้ รวมทั้งขอทาน คนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่ ก็ถูกส่งตัวไปทำงานในโรงงานผลิตสินค้าของท่านกุนซือ โดยให้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรมพร้อมทั้งอาหารและที่พักฟรี เท่ากับว่าตอนนี้ในเมืองของเราแทบจะไม่มีปัญหาคนว่างงาน ขอทาน และคนเร่ร่อนเลยเพคะเสด็จพ่อ” เป็นองค์หญิงสามที่ช่วยกราบทูลผลงานของเสียมหลอหลงและองค์หญิงห้าต่อพระพักตร์ของพระบิดาของพวกนาง “ ท่านกุนซือ ฟังจากผลงานที่ท่านได้สร้างไว้ เรายากที่จะตัดใจส่งท่านไปหลงซาน เพราะจะเป็นการเสียของเปล่า ๆ เอาอย่างนี้ดีมั้ย เราจะเปลี่ยนราชโองการแต่งตั้งท่านไปเป็นเจ้าเมืองเสียนหยินดีหรือไม่ เช่นนี้ถึงจะเหมาะสมและคู่ควรกับความดีความชอบของท่าน?” หยางไท่จงรับสั่งกับกุนซือหนุ่ม แต่ปรากฏว่าเขากราบทูลปฏิเสธน้ำพระทัยของพระองค์ เพราะเขาต้องการที่พิสูจน์ตนเองให้ทุกคนได้เห็น ด้วยการพลิกโฉมหลงซานให้เป็นอำเภอต้นแบบของที่อื่น ๆ แทนการเดินทางลัดด้วยการขึ้นเป็นเจ้าเมืองในคราเดียว ซึ่งจะนำมาซึ่งคำครหาอย่างแน่นอน “ ท่านเกรงว่าพวกขุนนางน้อยใหญ่จะคัดค้านท่านใช่หรือไม่ เรื่องนี้ท่านไม่ต้องเป็นห่วงไป จากผลงานนานัปการของท่าน เรามีวิธีที่จะทำให้คนเหล่านั้นหุบปากและยอมรับท่านโดยดี” ฮ่องเต้ต้าหยางทรงพยายามเปลี่ยนใจเสียมหลอหลงให้ยอมรับตำแหน่งเจ้าเมือง แต่เขาก็กราบทูลปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม ทำให้สุดท้ายพระองค์ต้องทรงยอมรับการตัดสินใจของเขา “ เอาล่ะ ถ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านเถอะ เราจะไม่ฝืนใจท่าน ยังไงอีกไม่นานท่านก็ต้องได้รับตำแหน่งเหล่านั้นอยู่ดี ว่าแต่ก่อนจะไป ท่านมีเรื่องใดชี้แนะต่อเราหรือไม่? “ หม่อมฉันอยากให้พระองค์อย่าลืมคำสัญญาที่พระองค์เคยรับสั่งต่อหม่อมฉัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุรา นารี และขุนนางน้ำดีที่ควรเรียกใช้งาน เพราะถ้าพระองค์ทรงกระทำได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พระองค์ก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาราชในอนาคตพ่ะย่ะค่ะ” เสียมหลอหลงกราบทูลต่อองค์ไท่จง ซึ่งพระองค์ทรงรับปากเขาเป็นมั่นเป็นเหมาะ เพราะในพระทัยของพระองค์ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทรงต้องการเป็นมหาราชเฉกเช่นเดียวกับจิ๋นซีฮ่องเต้ ฮั่นอู่ตี้และถังไท่จง ดังนั้นช่วงหลัง ๆ ทรงลดละเลิกสุรานารี ห่างไกลกังฉินและทรงเรียกใช้งานตงฉินแทน ทำให้ตอนนี้ขุนนางตงฉินและบรรดาราษฎรเริ่มกลับมาศรัทธาในตัวพระองค์และราชสำนักมากขึ้น นอกจากนี้เขายังกราบทูลย้ำเตือนเรื่องการให้องค์หญิงทั้งเก้าเข้ามาช่วยบริหารงานและดูแลราชกิจ ตามที่เขาเคยกราบทูลไว้เมื่อก่อนหน้านี้ ดังนั้นพระองค์จึงทรงรับสั่งมอบหมายงานให้กับพระธิดาทั้งหกของพระองค์ รวมทั้งพระขนิษฐาต่างมารดาอีก 3 พระองค์ ให้ช่วยกันรับผิดชอบดูแลราชกิจตามความถนัดของแต่ละพระองค์ ซึ่งองค์หญิงแต่ละองค์ต่างน้อมรับพระบัญชาด้วยความยินดีและเต็มใจยิ่ง ที่พวกตนสามารถแบ่งเบาราชกิจของฝ่าบาทได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นสตรีก็ตาม “ ดาหลิง อ้อ ท่านกุนซือ พู่กันวิเศษ ผงปรุงรส สบู่ น้ำหอม ชุดนอนไม่ได้นอน รวมทั้งหนังสือพิมพ์ เหล่านี้ล้วนเป็นสินค้าของท่านใช่หรือไม่?” องค์หญิงหก ต้วนอิ๋งอิ๋ง รับสั่งถามนายอำเภอหนุ่มด้วยความอยากรู้ หลังจากที่นางทราบมาว่าสินค้าเหล่านี้ที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล้วนขายดิบขายดีจนผลิตไม่ทัน ต้องสั่งจองสินค้าล่วงหน้าเลยทีเดียว ถือว่าเป็นที่กล่าวถึงของชาวเมืองเป็นอันมาก “ ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะองค์หญิงหก นอกจากนี้หม่อมฉันยังได้ให้คนนำสินค้าเหล่านี้ไปจัดจำหน่ายที่อำเภอหลงซานด้วย เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพความเป็นอยู่ของคนที่นั่นด้วยพ่ะย่ะค่ะ” เสียมหลอหลงกราบทูลต้วนอิ๋งอิ๋ง ด้วยความรู้สึกชื่นชมและประทับใจในความน่ารักสดใสของนาง อีกทั้งท่านผู้เฒ่ายังเคยกล่าวเป็นนัยๆ ว่าองค์หญิงจอมแก่นนางนี้จะต้องเป็นหนึ่งในภรรยาของเขาในอนาคต ทำให้เขาเปิดใจยอมรับนางมากขึ้นกว่าเดิม “ ใช่แล้วท่านกุนซือ ด้วยผงปรุงรสของท่าน ทำให้คนที่ไร้ฝีมือในการทำครัวอย่างข้า กลับกลายเป็นเซียนด้านทำอาหารไปในพริบตาเลยทีเดียว” องค์หญิงสี่รับสั่งชมเชยสินค้าของเขา หลังจากที่นางได้ลองนำผงปรุงรสไปลองประกอบอาหารที่ตำหนักของนาง และเหล่านางกำนัลที่ได้ลองชิมต่างกราบทูลเป็นเสียงเดียวกันว่าอาหารที่นางทำรสชาติยอดเยี่ยมมาก “ ถูกต้องเพคะเสด็จพี่ น้ำหอมกลิ่นเบบี๋ที่ข้าได้ทดลองใช้ก็ให้กลิ่นที่หอมสดชื่น ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา ทั้งยังหอมติดตัวไปทั้งวันอีกด้วย” องค์หญิงห้ารับสั่งถึงน้ำหอมที่นางได้ทดลองใช้ และรู้สึกประทับใจ ก่อนจะหันไปสบตากับเจ้าของสินค้าดังกล่าวด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้ง “ ข้าชอบสินค้าของท่านทุกชิ้นเลยนะท่านกุนซือ ยกเว้นก็แต่เจ้าชุดนอนไม่ได้นอนของท่านนี้ ข้าไม่กล้าสวมใส่มันจริง ๆ” เป็นองค์หญิงหกที่รับสั่งกับชายหนุ่มที่นางรู้สึกชื่นชมด้วยพระพักตร์ที่แดงระเรื่อ ซึ่งหลังจากที่นางได้ยินท่านลุงใหญ่ทักว่านางต้องเป็นผู้หญิงของนายอำเภอหนุ่มผู้นี้ ก็ยิ่งทำให้นางปักใจและเฝ้าแต่คิดถึงเขาทุกเช้าเย็น ไม่ต่างไปจากพี่ห้าของนางเลยทีเดียว “ ชุดชั้นในพวกนี้ ตอนนี้ขายดีในหมู่สตรีทั้งสาวน้อย สาวใหญ่ ต้องขอบพระทัยเหล่าองค์หญิงทั้งหลายที่ให้เกียรติไปเป็นประธานในงานแฟชั่นโชว์ ทำให้เป็นที่สนใจและรู้จักของชาวเมือง รวมทั้งยังเสด็จไปร่วมในพิธีเปิดห้างเทียนหยางพลาซ่าของหม่อมฉันด้วย นับเป็นพระมหากรุณาอย่างล้นพ้นพ่ะย่ะค่ะ” เสียมหลอหลงกราบทูลด้วยความซาบซึ้งในน้ำพระทัยของเหล่าองค์หญิง ที่ช่วยให้งานและกิจกรรมที่ตนจัดขึ้นผ่านไปด้วยดีและประสบความสำเร็จเกินที่คาดไว้เป็นอย่างมาก “ ท่านนายอำเภอไม่ต้องเกรงใจไป ถือว่าที่พวกเราทำเป็นการตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ท่านช่วยถวายงานและแบ่งเบาราชกิจของเสด็จพี่ก็แล้วกัน” ต้วนอี้หลิน พระขนิษฐาที่รุ่นราวคราวเดียวกับพระธิดาของหยางไท่จงรับสั่งกับเสียมหลอหลง หลังจากที่นางเองก็มีโอกาสไปร่วมงานแฟชั่นโชว์ เดินแบบ แถมยังได้ชุดชั้นในกลับมาทดลองใส่ที่ตำหนักอีกด้วย ซึ่งชุดเหล่านั้นเป็นที่ถูกพระทัยของนางยิ่งนัก ทั้งนี้นางเองก็รู้สึกชื่นชมในตัวชายหนุ่มผู้นี้เช่นกัน เพราะเขาทำให้นางได้เปิดหูเปิดตาหลายอย่าง ที่สำคัญเขาทำให้นางได้มีโอกาสได้เข้ามาช่วยดูแลงานและบริหารราชกิจช่วยพระเชษฐาที่เป็นเจ้าแคว้น อย่างที่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสตรีอย่างนางจะได้รับโอกาสดี ๆ เช่นนี้ “ ขอบพระทัยพระขนิษฐาพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอันมาก และรู้สึกชื่นชมในความสามารถของพระองค์มานานแล้ว หม่อมฉันเชื่อว่าสำนักขนส่งที่จัดตั้งขึ้นใหม่ภายใต้การกำกับดูแลของพระองค์จะต้องประสบความสำเร็จด้วยดีอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” นายอำเภอหนุ่มกราบทูลองค์หญิงต้วนอี้หลิน ซึ่งมารดาของนางสืบเชื้อสายมาจากสำนักขนส่งอันดับหนึ่งแห่งต้าหยาง “ หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ที่ท่านพิมพ์ออกมาจำหน่ายช่างน่าสนใจจริง ๆ ท่านกุนซือ ท่านรู้มั้ยว่าหลังจากที่ท่านแจกฉบับแรกฟรี ปรากฏว่าฉบับที่สองที่ขายในราคาฉบับละ 1 ตำลึงกลับขายเกลี้ยงเพียงแค่ไม่นานหลังจากที่วางขาย ขนาดข้าเองก็ยังซื้อไม่ทัน ช่างน่าเสียดายจริง ๆ” ต้วนเฟยเซียน พระขนิษฐาอีกพระองค์ของฮ่องเต้ต้าหยางรับสั่งกับชายหนุ่มเจ้าของหนังสือพิมพ์อันโดดเด่นฉบับนั้นด้วยความรู้สึกเสียดายที่นางต้องพลาดเจ้าสิ่งที่น่าสนใจนี้ไป “ ใช่แล้วเพคะเสด็จอา หม่อมฉันโชคดีที่ให้นางกำนัลไปรอซื้อตั้งแต่ห้างเทียนหยางยังไม่เปิด ทำให้ได้เทียนหยาง นิวส์มาอ่านสมใจ ยอมรับว่าเจ้าสิ่งนี้ช่างอ่านสนุก ได้ความรู้ คุ้มค่าเกินราคา 1 ตำลึงที่จ่ายไปเพคะ” ต้วนอิ๋งอิ๋งทูลเสริมต่อเสด็จอาที่รุ่นราวไล่เลี่ยกับนางด้วยความตื่นเต้น และแสดงออกว่าชื่นชอบเจ้าเทียนหยาง นิวส์นี้เป็นอันมาก “ ข้าเองก็ชอบสิ่งนี้เช่นกัน โดยเฉพาะคอลัมน์ที่เกี่ยวกับการสอนภาษาอิงหยี่ มันทำให้ข้ารู้สึกตื่นเต้นที่ผู้คนในเมืองเทียนหยางจะเรียนรู้และเข้าใจภาษาของท่านแม่ของข้ามากขึ้น” ต้วนอันนา พระขนิษฐาที่มีสายเลือดชาวอิงกว๋อเช่นเดียวกับหลี่ซา รับสั่งกับอีกฝ่ายด้วยความชื่นชมในความคิดที่สร้างสรรค์ของชายหนุ่ม “ ส่วนข้าชื่นชอบนิยายเรื่องย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน ที่ซ่งเส้าเหลียง ตัวเอกของเรื่องเดินทางมาจากอนาคต จากแคว้นเสียมหลอ เพื่อเปลี่ยนแปลงอาณาจักรต้าหยินชนิดพลิกฟ้าคว่ำดิน เพียงแค่ผ่านไปสองตอนแรกก็สนุกจนแทบอดใจไม่ไหว อยากให้ถึงสัปดาห์หน้าไว ๆ จะได้อ่านตอนต่อไป” องค์หญิงสี่ รับสั่งเสริมอีกคน เพราะนางติดใจในนิยายที่อาหลงเป็นคนแต่งเป็นอันมาก เรียกว่าเป็นแฟนคลับตัวยงของเขาเลยก็ได้ “ ข้าเองกลับชอบนิทานอีสปเรื่องราชสีห์กับหนู เรื่องราวนี้ช่วยให้ข้อคิดและสอนใจคนได้อย่างแยบคายจริง ๆ แล้วท่านล่ะเสด็จพี่” เป็นองค์หญิงสามที่แสดงความคิดเห็นของตนบ้าง เพราะนางรู้สึกว่าคอลัมน์นิทานอีสปนี้ช่างสนใจมากจริง ๆ ก่อนจะหันไปถามองค์หญิงใหญ่ ว่านางชอบเนื้อหาส่วนใด “ ข้าชอบคอลัมน์ซุนวู สอนว่า... เพราะว่าข้าได้เรียนกลศึกและกลยุทธต่าง ๆ ผ่านกรณีศึกษาในอดีตที่วิเคราะห์ได้สนุกและน่าสนใจจนแทบจะวางไม่ลงเลยทีเดียว” องค์หญิงใหญ่ตอบคำถามของน้องสามด้วยความพอพระทัย ก่อนจะหันไปรับสั่งถามองค์หญิงรองบ้าง “ หม่อมฉันชมชอบคอลัมน์ผู้ก่อการดีเพคะ เพราะว่าในนั้นนำเรื่องราวของผู้ที่ทำความดี มาประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ ทำให้ผู้คนมีกำลังใจและอยากจะทำความดีมากขึ้นเพคะ แล้วเจ้าล่ะน้องห้า เจ้าชอบเนื้อหาส่วนใด?” “ หม่อมฉันชอบข่าวราชสำนักเพคะเสด็จพี่รอง เพราะว่ามันทำให้ราษฎรได้รับรู้เรื่องราวและเข้าถึงพวกเรามากขึ้น ทำให้พวกเรากับราษฎรใกล้ชิดกันมากขึ้น หลังจากที่หม่อมฉันมีโอกาสได้ไปตั้งโรงทานให้กับชาวบ้านเมื่อวันก่อน ปรากฏว่าเหล่าราษฎรเริ่มกลับมาศรัทธา เชื่อมั่น และพูดถึงเสด็จพ่อและราชสำนักของเราในแง่บวกมากขึ้น นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีจริง ๆ เพคะ” ต้วนอี้เฟยแสดงความคิดเห็นของบ้าง ก่อนที่นางจะหันไปทางน้องเล็กของนาง เป็นเชิงให้อีกฝ่ายแสดงความคิดเห็นบ้าง “ จริง ๆ หม่อมฉันชอบเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้มากที่สุดเพคะ อุ๊ย ขอประทานอภัยเพคะเสด็จพ่อ เสด็จพี่ หม่อมฉันแค่ล้อเล่นเท่านั้น” องค์หญิงหกจอมแก่นที่ปากไวกว่าความคิด เผลอบอกความรู้สึกของตนออกไป ทำเอาเสียมหลอหลงถึงหน้าเหวอและทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว ในขณะที่องค์หญิงห้าถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดูในความไร้เดียงสาของน้องเล็กของตน ก่อนที่ต้วนอิ๋งอิ๋งจะแก้เก้อด้วยการถามชายหนุ่มเจ้าของหนังสือพิมพ์ว่าทำอย่างไรเทียนหยางนิวส์ฉบับต่อไปถึงจะเพียงพอต่อความต้องการของผู้อ่าน “ องค์หญิงหกไม่ต้องเป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันจะสั่งเพิ่มจำนวนการพิมพ์จาก 50,000 ฉบับเป็น 100,000 ฉบับ และจะเปิดให้ผู้ที่สนใจสมัครสมาชิกรายปี ก็จะได้รับเทียนหยาง นิวส์ส่งถึงบ้านครบทุกฉบับโดยไม่ต้องเหนื่อยออกจากบ้าน ในราคาสุดพิเศษ เช่นนี้ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” อาหลงกราบทูลต่อองค์หญิงหก สร้างความพึงพอใจให้กับนางเป็นยิ่งนัก จนนางแทบอยากกระโดดกอดและหอมแก้มอีกฝ่าย แต่ติดที่ตนเป็นขัตติยะนารี จึงมิอาจทำเช่นนั้นได้ “ ฝ่าบาท พระสนมฉินขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” หลู่กงกงเข้ามากราบทูลรายงานต่อหยางไท่จง ก่อนที่พระองค์จะมีรับสั่งให้เบิกตัวนางเข้าเฝ้าได้ “ หม่อมฉัน ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปีเพคะ” พระสนมฉินถวายพระพร ก่อนที่พระองค์จะประคองนางให้ลุกขึ้น ก่อนที่จะทรงแนะนำนางให้รู้จักกับเสียมหลอหลง “ ฮันนี่ ท่าน ท่าน...เอ่อ หม่อมฉันขอถวายพระพรพระสนมฉินพ่ะย่ะค่ะ” ...............................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วนะครับ ตามมาติด ๆ สำหรับตอนที่ 48 เพื่อให้รีดที่น่ารักทุกท่านได้อ่านอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นการชดเชยที่ไรท์หายไปนาน สำหรับตอนนี้ถือว่าเรื่องราวเริ่มเข้มข้นมากขึ้นเป็นลำดับ สินค้าและบริการหลายอย่างขออาหลงเริ่มได้รับความนิยม โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ เทียนหยาง นิวส์ ที่ได้รับความสนใจและถูกกล่าวถึงกันแพร่หลาย แต่ที่สำคัญคือพระสนมฉินพระองค์ใหม่คือใคร จะเป็นคนที่อาหลงรู้จักหรือไม่ รอลุ้นและรออ่านได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณรีดที่น่ารักทุกท่าน ที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ...........................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ข้าคงบินเหมือนนกอินทรีไม่ได้ ถ้าข้ามัวแต่คลุกคลีอยู่กับนกกระจอก”