ดารินรู้สึกแย่ทันทีเมื่อได้ยินคำถามของเจ้ากรมกลาโหม ด้วยความไร้เดียงสาที่มีอยู่เต็มเปี่ยมของปลายฝน เธอค่อนข้างมั่นใจเกิน 90% ว่าปลายฝนต้องบอกว่าพวกเธอไปไหนมา ดารินไม่ได้ไม่เชื่อใจเจ้าหญิงของเธอ แต่เป็นเธอเองที่ไม่ได้นัดแนะตกลงกันไว้กับปลายฝนและคนอื่น ๆ ว่าควรทำอย่างไรเมื่อมีคนถามเช่นนี้
“หนูอยู่ที่โรงเรียนทหารวารีมนตราค่ะ” ปลายฝนยิ้มเล็กน้อยขณะตอบ
คำตอบของปลายฝนทำให้ทุกคนประหลาดใจ โดยเฉพาะดาริน เธอแอบดีใจที่ปลายฝนเลือกจะตอบออกไปแบบนั้น
‘แสดงว่าเธอก็สัมผัสได้ถึงความแปลกในเรื่องนี้สินะ ปลายฝน’ ขณะดารินคิด เธอแทบจะอยากไปกอดปลายฝนเพื่อชื่นชม
แม้แต่ดิเรกก็ประหลาดใจเช่นกัน มันทำให้เขาสับสนว่าเขาควรจะไว้ใจเจ้ากรมกลาโหมหรือไม่ ขนาดเจ้าหญิงของเขายังเลือกโกหกกับอาของตัวเอง แสดงว่าเจ้าหญิงของเขาอาจจะรู้สึกชอบมาพากลบางอย่างถึงได้ตอบไปเช่นกัน
แต่ความจริงแล้วใครจะรู้ว่าปลายฝนไม่ได้คิดไปทางที่คนอื่นเข้าใจ เธอเพียงปิดบังความจริงเพื่อปกป้องดิเรกเท่านั้น เธอไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าเจ้ากรมกลาโหมทำตัวผิดปกติแต่อย่างใด เธอแค่กลัวว่าดิเรกจะเดือดร้อนไปมากกว่านี้
หนังตาเจ้ากรมกลาโหมกระตุกหลังได้ยินคำตอบของปลายฝน มันไม่เป็นอย่างที่เขาคิด หากเป็นอย่างที่ปลายฝนพูดจริง การพยายามหนีออกจากคุกไปของดิเรกดูไม่สมเหตุสมผลเลย การที่ดิเรกแหกคุกออกมาเช่นนี้ เขาก็ควรไปที่อื่นพร้อมกับปลายฝนหรือไม่ก็หนีหายไปคนเดียวเลยเสียมากกว่า ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องกลับมาเช่นนี้เลย
“แล้วทำไมหลานถึงได้อยู่กับเจ้าอดีตองครักษ์ดิเรกได้ล่ะ?” เจ้ากรมกลาโหมลองหยั่งเสียงถามอีกครั้ง
“พี่ดิเรกเขาไปหาหนูที่โรงเรียนค่ะ” ปลายฝนตอบได้เป็นธรรมชาติ เธอถามย้อนถามอย่างไร้เดียงสา “เขาเป็นองครักษ์ประจำตัวหนู ทำไมท่านอาถึงเรียกเขาว่าอดีตองครักษ์คะ?”
เจ้ากรมกลาโหมชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกย้อนถาม ด้วยท่าทางไร้เดียงสาที่เป็นธรรมชาติของปลายฝนทำให้เขาดูไม่ออกเลยว่าหลานสาวของเธอพูดความจริงอยู่หรือไม่
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ เขาแค่ทำความผิดอะไรลงไปนิดหน่อย เขาก็เลยถูกพักงาน” เจ้ากรมกลาโหมฝืนยิ้มออกมา
แล้วปลายฝนก็หันได้เอ็ดใส่ดิเรก “พี่ดิเรกทำอะไรลงไป? ทำไมพี่ถึงไม่บอกฉันเลย”
เนื่องจากดิเรกยังถูกปิดปากไว้ เขาจึงได้แต่ทำท่าทางโค้งให้ปลายฝนเพื่อแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเขากำลังแสดงความขอโทษต่อเธอ
ดารินแอบชื่นชมปลายฝนอีกครั้ง เธอใช้ความไร้เดียงสาของเธอได้อย่างถูกที่ถูกเวลา หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็คงยากแล้วที่เจ้ากรมกลาโหมจะล้วงความลับจากปลายฝนได้
ไม่นานพวกเขาก็เข้าสู่เขตพระราชวัง ไม่ว่าดารินจะหันไปมองทางไหน เธอไม่เห็นทหารพระราชวังเลย หากเธอไม่เข้าใจไม่ผิด ตอนนี้มันเหมือนถูกแทนที่ด้วยทหารของกองทัพแทน
เมื่อถึงประตูทางเข้าสู่พระราชวัง ประตูบานใหญ่ถูกปิดสนิท แม้ตอนนี้จะเป็นเวลายามเย็นแล้ว แต่กระนั้นมันก็ไม่ควรจะถึงเวลาปิดประตูพระราชวัง เว้นแต่จะมีคำสั่งพิเศษจากพระราชาเท่านั้น ประตูนี้ถึงจะปิดก่อนเวลา นอกจากประตูหลักแล้ว แม้แต่หน้าต่างและประตูเข้าออกทางอื่น ๆ ก็ปิดตัวลงเช่นกัน แสดงให้เห็นว่ามันถูกสั่งให้ปิดเพื่อกันบางสิ่งเข้าไป
“ท่านพี่ เปิดประตูออกมาคุยกันหน่อยสิ ฉันพาหลานสาวที่น่ารักมาส่ง” เจ้ากรมกลาโหมพูดเสียงดังเมื่ออยู่ต่อหน้าประตูพระราชวังที่ปิดสนิท
เงียบสนิทไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ จากอีกฝั่งของประตู
“ดูเหมือนคุณพ่อของเธอจะไม่เชื่อฉันนะ” เจ้ากรมกลาโหมยักไหล่ขณะพูด แล้วเขาก็หันไปยิ้มให้ปลายฝนพร้อมกับพูดว่า “หลานรัก หลานช่วยอาเรียกพ่อของหลานหน่อยสิ”
ปลายฝนพยักหน้า แล้วเธอก็เอ่ยออกมาเสียงดัง “ท่านพ่อคะ หนูมาแล้ว”
แอด...
หลังผ่านไปชั่วครู่ ประตูที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออกมาอย่างช้า ๆ ภายหลังบานประตูเปิดออก มีชายในชุดคลุมหรูหราคนหนึ่งอยู่ด้านหลังบานประตูบานใหญ่
“ท่านเจ้ากรมมหาดไทย” เจ้ากรมกลาโหมเรียกคนที่ชื่อปรากฏตัว