ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 จิตใจสงบ มั่นคง แต่รักยังคงผลิบาน

            ปกติเวลาอยู่ต่อหน้าฟางเสียนจือ จิ่งเยี่ยนกุยมักจะระมัดระวังตัวเป็นพิเศษเสมอ เพราะกลัวจะไปทำให้เขาไม่พอใจ แต่คราวนี้ด้วยความรีบร้อน เธอจึงเผลอใช้คำพูดที่ค่อนข้างต่อว่าเล็กน้อย และสีหน้าของเธอก็ดูจะมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิมอยู่บ้าง

            ฟางเสียนจือรู้สึกเหมือนมีอะไรมาข่วนที่หัวใจเบาๆ จนรู้สึกคันยิบเล็กน้อย เขาเดินเข้ามาตรงหน้าเธอแล้วพูดว่า "ก็สนุกดี"

            จิ่งเยี่ยนกุยเริ่มสัมผัสได้ว่าบรรยากาศค่อนข้างแปลก แต่ยังไม่ทันได้คิดว่ามันแปลกตรงไหน ริมฝีปากของเขาก็ประกบลงมา สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แนบลงบนริมฝีปากของเธอ ทำเอาเธองุนงงไปชั่วขณะ

            จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงร้องโวยวายอย่างขุ่นเคืองมาจากเจ้าเสี่ยวจ๋ายจ๋าย พอก้มลงมองก็เห็นมันยกอุ้งเท้าเล็กๆ ขึ้นมาตะกุยฟางเสียนจือสุดชีวิต

            จิ่งเยี่ยนกุยกับฟางเสียนจือ "..."

            ตกลงแล้วเจ้าตัวนี้มันเป็นหมาหรือแมวกันแน่?

            เพราะถูกมันก่อเรื่องแบบนี้ ทำให้ใบหน้าที่แดงก่ำของจิ่งเยี่ยนกุยค่อยๆ ทุเลาลง ที่แท้เมื่อกี้ตอนฟางเสียนจือก้มลงมา เขาเผลอทับโดนเจ้าเสี่ยวจ๋ายจ๋าย

            เธอไอเบาๆ แล้วพูดว่า "วันนี้ไม่เรียนแล้ว!"

            สายตาของฟางเสียนจือจับจ้องมาที่เธอ ดวงตาที่แลดูสลัวเล็กน้อยของเขากลับฉายแววพึงพอใจและแฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่ยากจะเข้าใจ ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยหยักยกขึ้น แสดงให้เห็นถึงอารมณ์มีความสุขของเขา

            เขาเป็นคนรู้จักหยุดแต่พอประมาณ ดังนั้นตอนนี้จึงตอบรับอย่างใจเย็น แล้วเดินออกไปข้างนอก

            ทันทีที่เขาออกไป จิ่งเยี่ยนกุยก็รีบยกมือขึ้นทาบลงบนหน้าอกของตัวเอง หัวใจของเธอกำลังเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาแล้ว!

            เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง ถึงรู้สึกว่าหายใจคล่องขึ้นบ้าง อาการหัวใจเต้นแรงก็เบาลงแล้ว

            ในขณะนั้นเอง เสียงของฟางเสียนจือก็ดังขึ้นอีกครั้ง "เธอจะเอายาให้ฉันเมื่อไหร่เหรอ?"

            คำพูดของเขาเหมือนเป็นคำถามปกติ แต่กลับทำให้จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกรอบ เธอไอเบาๆ แล้วพูดว่า "อีกสามวันแล้วกัน!"

            เธอรู้ว่าสภาพของเธอตอนนี้ดูจนตรอกเกินไปแล้ว ไม่กล้าแม้จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ

            ฟางเสียนจือหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปจริงๆ

            จิ่งเยี่ยนกุยวางเจ้าเสี่ยวจ๋ายจ๋ายลงบนโต๊ะ และเอามือข้างหนึ่งกุมหัว เธอรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย ใช่แล้ว เวียนหัวจริงๆ ไม่ใช่เพราะอย่างอื่น แต่เป็นเพราะขาดออกซิเจน

            เธอเพิ่งจะรู้สึกตัวในภายหลังว่า หลังจากที่ฟางเสียนจือจูบเธอ ตัวเองก็ถึงกับเผลอลืมวิธีหายใจไปเลย

            นี่ไม่ถือว่าเป็นจูบแรกของเธอ เพราะตอนที่เธอเพิ่งกลับมาเกิดใหม่ เขาก็เคยจูบเธอไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ตอนนั้นเธอกำลังลุกลี้ลุกลนมาก จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร ตอนนี้ทั้งสองคนสนิทกันมากขึ้น แถมยังอยู่ในสถานะคู่หมั้น ความรู้สึกทั้งหมดก็เลยแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

            เธอรู้สึกว่าในฐานะคนที่ใช้ชีวิตมาแล้วสองชาติ ประสบการณ์ด้านนี้ของเธอน้อยนิดเกินไป แถมการตอบสนองก็ปอดแหกมาก

            แต่เมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นกระดาษข้อสอบบนโต๊ะ สติก็เริ่มกลับมาสงบลง เธออยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่มากตอนนี้ ยังจะมีสิทธิ์อะไรไปคิดถึงเรื่องรักใคร่แบบนั้น

            เธอไม่ได้รังเกียจเขา แถมในใจก็ยังรู้สึกชอบเขาอยู่บ้าง แต่ทั้งสองคนจะได้ลงเอยกันหรือไม่นั้น ท้ายที่สุดก็ยังไม่มีใครรู้

            เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ และสงบสติอารมณ์ ความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นภายในใจก็ค่อยๆ ลดน้อยจนสงบลงได้

            เธออุ้มเจ้าเสี่ยวจ๋ายจ๋ายจากโต๊ะหนังสือไปวางไว้บนพื้น ก่อนจะหยิบกระดาษและปากกาขึ้นมาเขียนหนังสือสัญญาฉบับหนึ่ง

            เนื้อหาของหนังสือสัญญาฉบับนั้นเรียบง่าย เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า หากเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ในปีหน้า เธอก็จะถอนหมั้นกับฟางเสียนจือ เรื่องนี้เธอเป็นคนเสนอเอง จุดประสงค์ก็เพื่อสร้างความสบายใจให้กับเจียงอี่โหลว และยังเป็นเป้าหมายที่เธอจะต้องพยายามทำให้สำเร็จด้วย

            เช้าวันต่อมา จิ่งเยี่ยนกุยตื่นขึ้นมาแต่เช้าแล้วเดินตรงไปยังสวนผักของบ้านตระกูลฟาง นั่นก็เป็นเพราะเธอรู้ว่าเจียงอี่โหลวมีนิสัยชอบไปเก็บผักที่ต้องการจากสวนแล้วเอากลับบ้านทุกเช้า

            และก็เป็นจริงอย่างที่เธอคิด ตอนที่จิ่งเยี่ยนกุยไปถึงสวนผักของบ้านตระกูลฟาง เจียงอี่โหลวกำลังเก็บผักอยู่ แล้วเธอก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นจิ่งเยี่ยนกุย

            จิ่งเยี่ยนกุยยิ้มทักทายและเดินไปข้างๆ  จากนั้นยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้เจียงอี่โหลว

            เจียงอี่โหลวเปิดกระดาษพลางพูดว่า "เธอนี่ก็ถือเป็นคนรักษาสัจจะเหมือนกันนะ"

            "หนูแค่อยากให้ป้าเจียงเห็นศักยภาพของหนูค่ะ" จิ่งเยี่ยนกุยพูดเสียงเบาต่ออีกว่า "และอยากบอกให้ป้าเจียงรู้ว่า หนูคู่ควรกับฟางเสียนจือ"

            สายตาที่เจียงอี่โหลวมองว่าที่สะใภ้ซับซ้อนเหลือเกิน เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ ที่เธอรู้จัก และทัศนคติที่ฟางเสียนจือมีต่อจิ่งเยี่ยนกุยนั้น เธอก็รู้ดีกว่าใคร

            เจียงอี่โหลวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ฉันก็เชื่อว่าหนูคู่ควรกับเสียนจือ แต่ว่านะเยี่ยนกุย ตอนนี้เธอจะต้องพยายามให้มากขึ้น"

            จิ่งเยี่ยนกุยเพียงยกยิ้ม "หนูเชื่อว่าเวลาจะพิสูจน์ทุกอย่างค่ะ"

            คำพูดไม่กี่ประโยคของทั้งสองคนเหมือนกำลังเล่นเกมใบ้คำ แต่ในคำพูดเหล่านั้นกลับมีความหมายซ่อนอยู่ ทั้งสองคนต่างเข้าใจดีว่าหากจิ่งเยี่ยนกุยสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ กระดาษแผ่นนี้ก็จะเป็นแค่กระดาษไร้ค่า และเรื่องนี้จะไม่ทำให้พวกเขาเกิดความขุ่นเคืองใจ

            แต่ถ้าจิ่งเยี่ยนกุยสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ด้วยท่าทีที่ฟางเสียนจือมีต่อเธอในตอนนี้ ถึงเธอจะผิดสัญญา เจียงอี่โหลวก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้

            ประโยคสุดท้ายของจิ่งเยี่ยนกุยก็แค่ต้องการจะบอกให้เจียงอี่โหลวรู้ว่า เธอเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น

            หลังจากจิ่งเยี่ยนกุยไปแล้ว เจียงอี่โหลวก็มองตามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคิด อีกทั้งยังรู้สึกว่ากระดาษในมือของเธอดูไม่ต่างจากเผือกร้อนเลย

            เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จิ่งเยี่ยนกุยเสนอขึ้นมาเอง แต่ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปก็อาจทำให้คนเข้าใจผิดได้ง่าย คิดว่าเธอเป็นคนบังคับให้จิ่งเยี่ยนกุยเขียนมันขึ้นมา

            เจียงอี่โหลวก็รู้ถึงความคดเคี้ยวของเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก แต่เธอยังอยากที่จะเก็บกระดาษแผ่นนี้เอาไว้ สาเหตุไม่มีอะไรมาก เธอแค่ต้องการจะดูว่าจิ่งเยี่ยนกุยเป็นเด็กผู้หญิงแบบไหน

            เธอไม่คิดจะสนใจฐานะทางครอบครัวของบ้านตระกูลจิ่งด้วยซ้ำ จิ่งเยี่ยนกุยต้องพึ่งพาตัวเองในทุกๆ อย่าง หากจิ่งเยี่ยนกุยเป็นคนที่ไม่เอาไหน แถมยังไม่รักษาคำพูด เธอจะไม่มีวันให้จิ่งเยี่ยนกุยเหยียบเข้ามาในบ้านตระกูลฟาง ถึงแม้จะต้องทะเลาะกับลูกชายตัวเองจนแตกหักก็ตาม

            ในฐานะคนเป็นแม่ เจียงอี่โหลวรู้สึกว่าตัวเองคิดมากเกินไปหน่อย ขณะเดียวกันก็ยังรู้สึกจนปัญญาอยู่บ้าง

            "แม่ครับ เมื่อกี้เยี่ยนกุยมาหาแม่ทำไมเหรอครับ?" เจียงอี่โหลวได้ยินเสียงของฟางเสียนจือในขณะที่กำลังจมอยู่ในความคิด

            ในชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกใจฝ่อขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล แต่กลับยิ้มแล้วตอบว่า "เธอเป็นเด็กขยัน เห็นฉันเก็บผักอยู่ตรงนี้ก็เลยเข้ามาช่วย"

            "แล้วทำไมเธอถึงรีบกลับไปเร็วขนาดนั้นล่ะครับ?" ฟางเสียนจือถามอีก

            เจียงอี่โหลวยังคงยิ้มแล้วตอบว่า "เธอเป็นเด็กรู้ความ แม่ก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล เธอยังไม่ได้ข้ามประตูเข้ามาเป็นสะใภ้ของเรา จะไปใช้งานเธอได้ยังไงล่ะ? ถ้าเป็นแบบนั้นพวกปากหอยปากปูในหมู่บ้านคงเอาไปพูดกันไม่หยุดปากแน่ แม่ก็เลยให้ช่วยเลือกผักนิดหน่อย แล้วปล่อยเธอกลับไป"

            "แต่เมื่อกี้ผมเหมือนจะเห็นเธอให้ของอะไรบางอย่างกับแม่นะ" ฟางเสียนจือกล่าวอีกครั้ง

            เขามีนิสัยชอบออกกำลังกายตอนเช้า ถึงแม้ขาจะได้รับบาดเจ็บจนไม่สะดวกที่จะออกกำลังกาย แต่เขาก็ยังไม่เลิกนิสัยตื่นแต่เช้า สวนผักของบ้านตระกูลฟางอยู่ไม่ไกลจากตัวบ้าน ตอนที่เขากำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ตรงหน้าต่าง ก็เห็นจิ่งเยี่ยนกุยไปที่สวนผักของบ้านตระกูลฟางพอดี

            ขาของเขาเจ็บจนขยับเคลื่อนไหวไม่สะดวก เช่นนั้นหลังจากที่เขาลงจากบ้านแล้วตรงไปที่สวนผัก จิ่งเยี่ยนกุยก็กลับไปเสียแล้ว

            เขามองแม่แท้ๆ ของตัวเองด้วยความสงสัย รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่น่าจะง่ายอย่างที่คิด แต่เขาในตอนนี้ยังเดาไม่ออกว่า ทั้งสองคนนี้ได้เขียนสัญญาอะไรกันลับหลัง และสัญญานั้นยังมีส่วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาเสียด้วย

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808