ระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง

    การตัดสินใจของหานหมิง

    ควันสีดำเข้มเริ่มฟุ้งกระจายปกคลุมท้องฟ้า สมรภูมิที่เคยดุเดือดกลับกลายเป็นนรกสีเลือดในชั่วพริบตา... และทั้งหมดนี้ เกิดจากชายหนุ่มเพียงคนเดียวเท่านั้นและใช้แค่การเคลื่อนไหวเล็กน้อยก็ส่งผลให้มีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูลอู๋ตายไปเกือบ 150 คนในพริบตาเดียว

    หานหมิง ยืนอยู่กลางความว่างเปล่าด้วยสายตานิ่งเฉย เขาไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ทั้งนั้น ทั้งจากศัตรูหรือพันธมิตรเองก็ด้วย ดาบแห่งแสงยังคงล่องลอยอยู่ในมือ ไม่มีคำพูด ไม่มีเสียงหัวเราะ มีเพียงแววตา... ที่เยือกเย็นดั่งเหวลึกที่ไม่รู้ว่าก้นเหวอยู่ตรงไหน ก่อนที่ควันสีดำจากแรงระเบิดจะปกคลุมร่างของเขาทั้งหมด

    ในม่านควันสีดำที่ยังคงปกคลุมเหนือสนามรบ หานหมิงยืนอยู่กลางกลุ่มซากศพและพลังของจักรพรรดิที่แตกกระจาย ร่างของเขาไม่ต่างอะไรจากความว่างเปล่าที่แม้แต่สวรรค์ยังมองไม่เห็น ตัวตนของหานหมิงแทบจะจางหายไปจากโลก กลายเป็นบางสิ่งที่ไม่อาจจับต้องได้ จากการปกปิดของระบบ

    ในมือของเขาบีบคอของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของตระกูลอู๋เอาไว้แน่น ดวงตาของอีกฝ่ายเบิกกว้าง แขนขากระตุกไปมา พยายามดิ้นรนเหมือนคนที่กำลังจมน้ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดที่แสดงออกอย่างชัดเจนบนใบหน้า

    ใบหน้าของหานหมิงที่ถูกควันสีดำบดบังเอาไว้แต่มันก็ไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มอันน่าสยดสยองของหานหมิงได้ และนี้ไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ชนะ แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่กำลังทดสอบของเล่นชิ้นใหม่

    ในขณะที่จักรพรรดิผู้นั้นดิ้นรนจนตาแทบถลนออกมา ระบบที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่เอง ก็ไม่ได้พูดอะไร มันมองเห็นภาพบางอย่างผ่านแผงข้อมูลของชายตรงหน้าที่โชคของเขาที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว

    มันเห็น... โชคของจักรพรรดิผู้นั้น ค่อยๆ ไหลออกจากร่าง โชคสีแดงที่เคยล้อมรอบเขา กลับค่อยๆ จางลง ราวกับถูกดูดหายไปทีละนิด ทีละนิด จนกระทั่งกลายเป็นสีดำสนิทภายในพริบตาเดียว

    มันไม่รู้ว่าหานหมิงเอาโชคเหล่านั้นไปทำอะไร มันไม่รู้ว่ากระบวนการแบบไหนที่หานหมิงกำลังทำอยู่เบื้องหน้า

    แต่มันรู้เพียงอย่างเดียว......หานหมิงในตอนนี้ ไม่ได้อยู่ในระดับของ จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ อีกต่อไปแล้ว

    เมื่อวานนี้ ระบบได้รับคำสั่งให้ปิดการรับรู้ตัวเองจากหานหมิงในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อตอนที่หานหมิงทำบางสิ่งบางอย่างกับ ระบบวายร้ายของอู๋จ้าว และมัน...ก็ทำตามโดยการปิดการรับรู้ตัวเองชั่วคราว โดยมันไม่มีสิทธิ์จะขัดคำสั่งของหานหมิงได้

    หลังจากตอนนั้น... ที่ระบบเปิดใช้งานอีกครั้ง หานหมิงก็มีการบ่มเพาะทะลุไปเหนือกว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แล้ว โดยระบบไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาหลายชั่วโมงนั้นหานหมิงทำอะไรไปบ้างกับระบบของอู๋จ้าว และก็ไม่น่ามีใครรู้อีกแล้วนอกจากตัวของหานหมิง แต่มันก็ไม่ได้สนใจอยู่ดี เพราะมันรู้ว่าตัวมันเองนั้นแข็งแกร่งกว่าระบบของอู๋จ้าวมาก

    ในตอนนี้ หานหมิงปล่อยร่างของจักรพรรดิที่ถูกดูดโชคจนหมดแรงให้ร่วงลงพื้นราวกับทิ้งขยะ ก่อนจะหันไปยังกลุ่มศัตรูที่ยังหลงเหลืออยู่ สายตาของเขาเรียบเฉย แต่พลังบางอย่างจากภายในกลับเริ่มหมุนวน ก่อนจะพุ่งตรงเข้าไปสังหารทุกคนอย่างโหดเหี้ยม พร้อมกับดูดโชคของพวกมันมาและก็ฝังบางอย่างไว้ในเศษจิตวิญญาณของพวกเขาด้วย

    เขาย่างเท้าไปช้าๆ พร้อมเสียงเตือนจากระบบที่ดังขึ้นอีกครั้ง

    [โฮสต์ ตรวจพบศิษย์ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขระดับ 10 ครบทุกด้าน ศักยภาพ ความเข้าใจ มีโชคสีทอง หรือ ดำ และ มีตัวตน??? พร้อมกับอยู่ในสภาพย่ำแย่]

    หานหมิงฟังด้วยความสนใจพร้อมลอยนิ่งไปสักพัก เขาหลับตาลงก่อนจะบีบคอเพื่อฆ่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อีกคนก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้น

    "นำทางไปสิ"

    เมื่อพูดจนจบ ร่างของเขาก็หันหลังเตรียมจะเคลื่อนตัวจากสมรภูมิที่ยังคุกรุ่นด้วยกลิ่นเลือด เพราะตอนนี้ไม่เหลืออะไรให้เขาทำอีกแล้ว ในสถานการณ์ตอนนี้จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จากตระกูลอู๋กว่า 200 คนถูกสังหารไปแล้วเหลือเพียงแค่ 22 คนเท่านั้นซึ่งนั้นไม่ใช่ปัญญาสำหรับคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะแน่นอน แต่ก่อนที่เขาจะวาร์ปออกไป เขาก็ส่งเสียงภายในไปหาไป๋จิงเซิน

    “ตาแก่ ข้าฝากที่เหลือด้วย เดี๋ยวข้าจะไปหาศิษย์ก่อน แล้วจะรีบกลับมา”

    เสียงของหานหมิงเบา แต่ชัดเจน ไป๋จิงเซินที่ได้ยินถึงกับระเบิดเสียงตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด

    “มันใช่เวลาไหม ไอ้เด็กเวร! ตอนขอให้หาศิษย์ ก็หาข้ออ้างมาร้อยแปดพันเก้า แล้วทีนี้พอถึงเวลาให้สู้ กลับจะหนีไปหาศิษย์?! ข้าถามจริงนะ ถ้าเจ้าไม่โดนด่าสักวัน มันคงนอนไม่หลับสินะ!”

    หานหมิงหัวเราะเบาๆ แต่เสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความเบื่อหน่าย

    “ละครลิงแบบนี้มันไม่ต้องใช้ตัวละครเยอะหรอกนะ พวกท่านแก่แล้วก็แสดงกันไปเถอะ ข้าอายุยังน้อยยังมีอนาคตที่ต้องใช้อยู่แล้วเดี๋ยวข้าค่อยโผล่มาเป็นตัวประกอบฉากสุดท้ายให้”

    “โอสถก้าวข้ามการบ่มเพาะ 8 เม็ด…. เรื่องเงียบ….”

    ไป๋จิงเซินส่งเสียงภายในไปหาหานหมิง ส่วนหานหมิงเพียงยักไหล่ ก่อนจะหันกลับมาแล้วยิ้มให้

    “จัดไป พี่ชายข้า”

    ทั้ง 2 คนยิ้มให้กันจากนั้น... หานหมิงก็หายตัวไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเบาๆ

    ที่อีกด้านหนึ่งของสมรภูมิไกลออกไปจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ บนพื้นที่ราบที่ปกคลุมด้วยกลิ่นอายแห่งความตายและเถ้าธุลี กองทัพเกราะสีขาวของซุยจื่อเมิ่งนับพันนายลอยอยู่เหนือท้องฟ้าอย่างเป็นระเบียบดั่งกำแพงเหล็กที่พร้อมบดขยี้ทุกสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง

    ทุกสายตาจับจ้องไปยังชายคนหนึ่งที่กำลังเดินอย่างเงียบงันอยู่เบื้องล่าง ชายหนุ่มผมสีเงินยาวยุ่งเหยิงใบหน้าเย็นชา แต่เต็มไปด้วยบาดแผล แผ่นหลังของเขาแบกหญิงสาวผมสีม่วงคนหนึ่งที่หมดสติอยู่บนหลัง ส่วนมือทั้งสองข้างของเขา... ขาดหายไปเหลือเพียงแต่แขนเท่านั้น แต่เหมือนว่ามือของเขามันจะขาดมานานแล้วเพราะแผลมันสมานตัวแล้ว

    ชายคนนั้นเดินต่ออย่างเงียบงันท่ามกลางแรงกดดันนับพันสายจากฟากฟ้า โดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง

    ขณะนั้นเอง เสียงของใครบางคนก็ดังตวาดออกมาจากกองทัพเกราะสีขาว เสียงนั้นทรงพลังจนกระแทกอากาศให้แตกกระจาย

    “ไอ้เด็กเหลือขอ! ส่งสายเลือดของไอ้ตระกูลทรยศนั่นมาเดี๋ยวนี้! สายเลือดสกปรกของเทพพระเจ้าดั้งเดิมนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะมีตัวตนอยู่ต่อไป! นางต้องตาย เพื่อชำระบาปของเทพพระเจ้าดั้งเดิมเหล่านั้น!”

    ชายผมเงินยังคงก้าวเท้าอย่างไม่สนใจสิ่งใด เขาไม่ตอบกลับ ไม่หยุดเดิน เขายังคงแบกหญิงสาวคนนั้นไว้บนหลัง

    บนท้องฟ้าที่ห่างไกล หานหมิงลอยอยู่กลางอากาศ สายตาของเขามองลงมาด้วยความสงบ เขาเพ่งมองไปยังเด็กหนุ่มและหญิงสาวด้านล่าง ก่อนที่ข้อมูลจากระบบจะปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาทันที

    [ชื่อ: กวนจื่อซวน]

    [อายุ: 17 ปี]

    [ตัวตน: ตัวร้ายแห่งโชคชะตา,???]

    [ระดับการบ่มเพาะ: (พังทลาย) ]

    [ร่างกายพิเศษ: ร่างกายแห่งเสียงเพลง (ระดับ???) ]

    [ศักยภาพ: 10 ดาว]

    [ความเข้าใจ: 10 ดาว]

    [โชค: สีดำ]

    [ความภักดี: 0]

    ……………………..

    [ชื่อ: เย่ลี่อิน]

    [อายุ: 17 ปี]

    [ตัวตน: ตัวเอกแห่งโชคชะตา,???]

    [ระดับการบ่มเพาะ: (พังทลาย) ]

    [ร่างกายพิเศษ: ร่างกายแห่งความโกลาหล (ระดับ???) ]

    [ศักยภาพ: 10 ดาว]

    [ความเข้าใจ: 10 ดาว]

    [โชค:???]

    [ความภักดี: 0]

    หานหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้สนใจทั้งสองคนมาก ชายผมเงินนั่นคือ ตัวร้ายแห่งโชคชะตา ส่วนหญิงสาวผมสีม่วงคือ ตัวเอกแห่งโชคชะตา แล้วทำไม... ตัวร้ายถึงได้ยอมแบกตัวเอกไว้บนหลังแบบนั้นกัน? พวกเขาไม่ควรต่อสู้กันเองอย่างงั้นเหรอ?

    หานหมิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามระบบในใจ

    “ระบบ... ความแตกต่างระหว่าง ตัวเอกแห่งโชคชะตา กับ บุตรแห่งโชคชะตา และ ธิดาแห่งโชคชะตา คืออะไร?”

    ระบบตอบออกมาโดยแสดงผลข้อความขึ้นมา พร้อมคำอธิบายสั้นๆ

    [ตัวเอกแห่งโชคชะตาเป็นผู้ได้รับการสนับสนุนจาก เต๋าสวรรค์ของโลกทั้งหมด อย่างแท้จริง เต๋าสวรรค์จะปกป้องตัวเอกด้วยทุกอย่างที่มันมี และพร้อมเปลี่ยนภัยพิบัติเป็นโอกาสให้กับพวกเขาตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในโลกใดก็ตาม]

    [บุตรหรือธิดาแห่งโชคชะตา เป็นเพียงผู้ได้รับการสนับสนุนจากเต๋าสวรรค์ของ โลกที่ตัวเองอยู่ เท่านั้น พวกเขาจะมีโชค มีโอกาส เฉพาะในโลกของตัวเอง ส่วนถ้าไปโลกอื่นแล้วเขายังเป็นบุตรแห่งโชคอยู่หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับเต๋าสวรรค์โลกนั้นๆ]

    ทันใดนั้น เสียงตะโกนดังขึ้นอีกครั้งจากกองทัพชุดเกราะขาวบนฟากฟ้า

    “ไอ้เด็กเหลือขอ! แกคิดว่าตัวเองยังเป็นบุตรแห่งพระเจ้าของตระกูลกวนอยู่งั้นเรอะ?! ตื่นจากฝันได้แล้ว! ตอนนี้แกมันก็แค่เศษขยะที่ล้มเหลวในเส้นทางการฝึกตนก็เท่านั้น!”

    แต่กวนจื่อซวนยังคงเดินเงียบๆ ไปข้างหน้าอย่างไม่แยแสคำพูดเหล่านั้น ใบหน้าของเขายังคงไร้อารมณ์ แผ่นหลังที่แบกหญิงสาวไว้ยังมั่นคงแม้ทุกคำสบประมาทจะกระแทกลงมาที่หัวใจของเขาทุกคำ

    บนฟากฟ้า หานหมิงยังคงลอยอยู่กลางอากาศพร้อมจ้องมองไปยังฉากเบื้องล่าง ดวงตาเขาเป็นประกายคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้น เขาก็ถามระบบขึ้นในใจ

    “ระบบ... ถ้าข้าต้องเผชิญหน้ากับคนจากโลกเบื้องบนที่แข็งแกร่งมากมาตามมาล่าข้า เจ้าจะช่วยข้าให้รอดได้หรือไม่?”

    เสียงของระบบดังขึ้นแสดงถึงความมั่นใจ [จัดเลยโฮสต์ ข้ารับจบเอง สบายใจได้]

    หานหมิงหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ “คำพูดของเจ้าเท่ดีนิ แต่ว่าเจ้าจะทำยังไงกันล่ะ?”

    ระบบนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะพึมพำในใจ […รอบคอบฉิบหาย…ไม่สิหรือว่าคำพูดของข้ามันฟังดูไม่น่าเชื่อถือหรือเปล่า?!]

    จากนั้น ระบบก็เปิดมิติบางอย่างขึ้นมาตรงหน้าหานหมิง ภาพที่ปรากฏนั้นราวกับเป็นห้วงแห่งความว่างเปล่าซ้อนทับกัน ภายในเงียบสงบแต่ล้ำลึกจนแทบจะหยั่งไม่ถึง

    [ข้าสามารถยัดโฮสต์กับศิษย์เข้าไปในมิติพิเศษของระบบได้ มีเพียงข้ากับท่านเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินใจในการเข้าและออก ไม่มีใครนอกจากข้าและท่านจะสามารถตรวจจับได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนระดับไหนก็ตาม แต่ว่าตอนนี้ข้าอ่อนแออยู่มันอาจจะอยู่ภายในได้ 1 เดือนและต้องออกมาอยู่ด้านนอกสัก 5 วัน]

    หานหมิงเพ่งมองเข้าไปในมิตินั้นอย่างเงียบงัน ดวงตาเขาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา ก่อนจะยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นชวนให้ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

    “ดีมาก... ขอบใจเจ้ามาก ระบบ”

    ระบบที่ได้ยินคำชมของหานหมิงก็เล่นเอาสะดุ้งเล็กน้อย อารมณ์บางอย่างที่ไม่คุ้นเคยกำลังพลุ่งพล่านอยู่ในหัวของมัน ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เรียกว่า ดีใจ จนมันไม่สามารถระงับเอาไว้ได้เริ่มล้นทะลักออกมา

    [ (⁄ ⁄>⁄ - ⁄

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง ที่คุณอ่าน