บทที่46 รวมพลผู้กล้า
ตำนานเล่าขาน พันปีผ่านพ้นแม่น้ำสายหนึ่งในอดีตได้ถูกยกให้เป็นสถานที่ลี้ลับที่เต็มไปด้วยปริศนาแลอันตรายนานัปการไม่มีใครที่จะเดินทางข้ามผ่านมันโดยไม่พบอุปสรรค์แลความตาย ไม่มีใครที่จะกล้าลองดีย่างกรายมันจึงได้ถูกเรียกว่าบึงมรณะร้อยลี้
เมื่อเวลาพ้นผ่านมาเนิ่นนานความน่ากลัวของบึงมรณะร้อยลี้เริ่มจางหาย ความลี้ลับและปริศนาถูกคืนวันผันเปลี่ยนให้ลดน้อยไปกับกาลเวลาจากบึงมรณะจึงถูกเรียกขานให้เป็นแม่น้ำร้อยลี้แทน
ทว่ามนุษย์มักมีความฝังใจต่อภยันตรายเดิมที่เล่าขานเรื่องราวที่ตกทอดทำให้แม้ความน่ากลัวของแม่น้ำร้อยลี้จะลดลง แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดคิดอยากจะลองเอาชีวิตไปเสี่ยงกับความลี้ลับแลปริศนาที่อาจหลงเหลือเลี่ยงได้ผู้คนจึงเลือกที่จะเลี่ยง แม้นต้องเดินทางอ้อมไปยังอีกแคว้นเพื่อไปยังตำแหน่งปลอดภัยที่สามารถข้ามแม่น้ำร้อยลี้ไปยังแผ่นดินใหญ่อีกฟากฝั่งหนึ่งได้พวกมันก็ยังยินดีที่จะกระทำ
แต่ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ย่อมมีทั้งคนที่ยึดถือขนบธรรมเนียมเดิมและมีคนที่มักลองดีคิดต่างมีหลายคนเคยเข้าไปสำรวจยังสถานที่ลี้ลับอย่างแม่น้ำร้อยลี้ เคยมีคนเข้าไปเพื่อแสวงหาสิ่งวิเศษที่เล่าขานสืบต่อและเคยมีอีกหลายคนที่มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ต้องฝืนข้ามแม่น้ำร้อยลี้ในตำแหน่งที่มิใช่จุดปลอดภัยแม้ความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้จะลดน้อยลงจากในอดีตกาล แต่สุดท้ายมันก็ยังทำให้เหล่าคนที่กล้าหาญและคิดลองดีเหล่านี้ต้องพานพบกับสิ่งที่เรียกว่า
เมื่อเข้าไปย่อมมิอาจกลับออก!
และเพราะเป็นเช่นนี้ยิ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าแม้ชื่อเสียงเรื่องความน่ากลัวของสถานที่ลี้ลับแห่งนี้จะลดลง แต่ความน่ากลัวอันแท้จริงที่ซุกซ่อนของมันหาได้ลดน้อยลงไม่มิหนำซ้ำดูเหมือนปริศนาความน่ากลัวของแม่น้ำร้อยลี้แห่งนี้ยิ่งจะคงไว้ด้วยอาถรรพ์ที่ยากหยั่งถึงขึ้นไปเรื่อยๆ
ฮุ่ยจวินและปู้ชิงเถาเป็นเพราะแผนที่ที่มือสังหารมอบให้จักนำพาพวกมันทั้งสองไปยังแม่น้ำร้อยลี้แห่งนั้นพวกมันจึงได้สืบหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่อันเต็มไปด้วยปริศนาและความลี้ลับมาอย่างมากมายยิ่งได้ข้อมูลก็ยิ่งทำให้พวกมันรู้สึกว่าอันตรายในครานี้เห็นทีจะมิใช่มีแค่เหล่าขอทานจากพรรคเอกยาจกแล้ว
ปู้ชิงเถายืนมือกอดอกทอดสายมองผ่านดงไม้ไปยังเมืองที่มีคนพลุกพล่านจำนวนมากตรงหน้า
“เพียงสถานที่ที่มีข่าวว่าคัมภีร์ลมปราณเล่มนั้นสูญหายก็นับว่าเต็มไปด้วยปริศนาและความลี้ลับแล้วเห็นทีพวกเราจะมิใช่แค่ต้องรับมือกับคนของผู้อาวุโสพรรคเอกยาจก หรือค่ายพรรคอื่นที่อาจร่วมวงแย่งชิงอย่างเดียวเท่านั้น"
ฮุ่ยจวินคลี่แผนที่ที่มือสังหารมอบให้ออกมาดูอีกรอบ
“ดูจากตำแหน่งแผนที่ซึ่งพวกเราจะไปเป็นแม่น้ำร้อยลี้ทางตอนเหนือของแผ่นดินใหญ่ซึ่งมิใช่ตำแหน่งปลอดภัยที่อยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำ ทางตอนเหนือของแม่น้ำร้อยลี้ขึ้นชื่อว่ามากด้วยอันตรายและเต็มไปด้วยปริศนามากที่สุดมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ถูกเรียกว่าบึงลี้ลับ แต่ยังไม่เคยมีใครรู้ว่าบึงลี้ลับเป็นอย่างไรตั้งอยู่จุดไหนของแม่น้ำร้อยลี้ตอนเหนือ เพราะคนที่รู้ล้วนมีแต่คนที่ตายและสูญหายเท่านั้น"
ปู้ชิงเถามองฮุ่ยจวิน
“เจ้ามีแผนการใดต่อ"
ฮุ่ยจวินม้วนแผนที่ในมือลง
“ข้อมูลของสถานที่ก็ได้มามิน้อยแล้วแต่นั่นยังมิใช่อุปสรรค์ของพวกเราในตอนนี้ ก่อนอื่นต้องหาทางมุ่งไปสู่แม่น้ำร้อยลี้โดยหลีกเลี่ยงการปะทะกับพรรคเอกยาจกก่อนเพราะไม่เช่นนั้นแล้วพวกเราอาจไปไม่ถึงที่นั่น"
“จริงอย่างเจ้าว่าหูตาของขอทานจากพรรคเอกยาจกมีอยู่ทุกแห่งหนทั่วแคว้นเว่ย ดังนั้นยากนักที่จะหลบเลี่ยงพวกมันอย่างปลอดภัยจนกว่าจะไปถึงถ้าหากอ้อมหลบก็จะกินเวลาเนิ่นนาน ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เสียเวลามิทันการณ์”
ฮุ่ยจวินยื่นนิ้วแตะที่ปลายคางพร้อมกับท่าทีที่ครุ่นคิดก่อนกล่าวว่า
“ท่านเชื่อคำโบราณที่ว่าที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดหรือไม่"
ปู้ชิงเถาหรี่ตา
“เจ้าคิดจะทำอะไร"
ฮุ่ยจวินกล่าวตอบ
“วันก่อนที่ข้าไปสืบข่าวเรื่องแม่น้ำร้อยลี้ที่เหลาสุราแห่งหนึ่งที่เมืองฉิงฉานเผอิญได้ยินจอมยุทธ์พเนจรกลุ่มหนึ่งกล่าวถึงเจ็ดพรรคใหญ่อันเป็นเงาแห่งวจนะ…"
ฮุ่ยจวินยังมิทันได้กล่าวจบปู้ชิงเถาก็พ่นลมหายใจออกมาก่อน
“เฮอะ สุนัขรับใช้นิกายเทวะวจนะถึงกับยกตนว่าเป็นเงาแห่งวจนะช่างเป็นชื่อที่สวยหรูดูดีแตกต่างจากภายนอกนัก"
ฮุ่ยจวินมองใบหน้าของพี่ร่วมสาบานแล้วกล่าว
“เหตุใดท่านดูไม่สบอารมณ์เมื่อได้ยินชื่อเจ็ดพรรคใหญ่นี้"
ปู้ชิงเถากล่าวว่า
“ถึงข้าจะมิเห็นด้วยในวิถีการฝึกญาณอันเป็นการชิงพลังธรรมชาติแต่ผู้ที่ขายเพื่อนเพื่อเอาตัวรอดอย่างเจ็ดพรรคใหญ่ นับเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจยิ่งนักพวกมันก็เป็นผู้ฝึกญาณ แต่ยินยอมมอบความลับแก่นิกายเทวะวจนะ ช่วยเป็นมือเป็นเท้าสังหารพวกเดียวกันเองสังหารเพื่อนร่วมวิถีเพื่อให้ตนหลุดพ้นจากแสงแห่งวจนะ หากพวกมันเลือกที่จะหลบหนี เลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนเฉกเช่นผู้ฝึกญาณคนอื่นยังดูจะน่านับถือยิ่งกว่าทั้งล่าสุดเห็นว่าถูกบีบให้ทำลายพลังฝึกปรือด้านพลังญาณ ถูกขูดรีดขูดเนื้อจากนิกายเทวะวจนะมากกว่าศิษยานุศิษย์ทั่วไปหลายเท่าพวกมันถึงได้ตกต่ำและคิดมาแสวงหาวิถีแห่งพลังลมปราณสามัญเพื่อประคองพรรคของพวกตนมิให้ถูกล้างแค้นจากเหล่าผู้ฝึกญาณที่หลบซ่อนและเพื่อให้มีอำนาจสืบต่อในปฐพีของเหล่าจอมยุทธ์ลมปราณสามัญได้”
“ได้ฟังเช่นนี้ข้าเองก็รู้สึกไม่ถูกชะตาต่อพวกมันเช่นเดียวกันแต่เพื่อให้การเดินทางไปยังแม่น้ำร้อยลี้ราบรื่น พวกเราก็ต้องอาศัยพวกมัน"
ปู้ชิงเถาผ่อนลมหายใจ
“ทำเช่นไร"
ฮุ่ยจวินกล่าวต่อ
“วันนั้นที่เหลาสุราข้าได้ยินจอมยุทธ์พเนจรบอกว่าเจ็ดพรรคใหญ่ประกาศรับสมัครผู้กล้าทั่วแผ่นดินร่วมเดินทางสู่แม่น้ำร้อยลี้แต่เหตุผลว่าทำไมต้องไปยังสถานที่ที่เป็นปริศนาแลลี้ลับมิได้บอกกล่าว”
“พวกมันคงมีข้อมูลเกี่ยวกับคัมภีร์ลมปราณในตำนานเช่นเดียวกับพวกเราและพรรคเอกยาจกแต่ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกมันจึงต้องรับสมัครผู้อื่นร่วมไปด้วย ไม่กลัวจะมีผู้แย่งชิงคัมภีร์เพิ่มขึ้นอีกหรือ”
ครั้งหนึ่งฮุ่ยจวินและพรรคพวกในสำนักคุ้มภัยเมืองต้าหยางได้เคยถูกว่าจ้างให้ไปเป็นตัวตายตัวแทนในการรับมือกับค่ายกลมาแล้วเช่นนั้นมันจึงคิดไปในทางที่ว่า หรือเจ็ดพรรคใหญ่ก็คิดจะใช้ผู้อื่นเป็นตัวตายตัวแทนแลรับมือกับสิ่งลี้ลับและปริศนาแทนพวกพ้องของตนเมื่อได้คิดเช่นนี้ฮุ่ยจวินก็เริ่มที่จะไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
“พวกมันอาจจะใช้คนนอกเป็นผู้เผชิญกับความลี้ลับแลปริศนาของแม่น้ำร้อยลี้ก็เป็นได้"
“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงพวกมันก็นับเป็นพวกเห็นแก่ตัวดีๆ นี่เอง"
“แต่ความเห็นแก่ตัวของพวกมันจะช่วยกันเราจากพรรคเอกยาจกได้"
ปู้ชิงเถาเข้าใจขึ้นมาทันทีอย่างไรเจ็ดพรรคใหญ่ก็ยังเป็นสุนัขรับใช้ของนิกายเทวะวจนะ หากร่วมขบวนไปกับคนของเจ็ดพรรคใหญ่ได้อย่างน้อยเหล่าขอทานจากพรรคเอกยาจกก็คงกริ่งเกรงและไม่มาวอแวหรือกล้าสร้างเรื่องวุ่นวายท่ามกลางเหล่าคนจากเจ็ดพรรคใหญ่อย่างพละการได้พวกมันทั้งสองก็จะเดินทางได้อย่างสะดวก แม้จะอยู่ในที่แจ้ง แม้จะเปิดเผยจนอาจเป็นอันตรายแต่ที่ที่อันตรายก็กลับกลายเป็นที่ที่ปลอดภัยให้พวกมันได้ไปถึงแม่น้ำร้อยลี้อย่างราบรื่นจริงๆ
ปู้ชิงเถาผงกศีรษะ
“ขอให้ไปถึงแม่น้ำร้อยลี้ได้อย่างรวดเร็วแลราบรื่นก็พอส่วนไปถึงแล้วนั้นจะพานพบต่อเรื่องไม่คาดฝันใด พวกเราค่อยหาทางแก้ไปทีละปม"
หลังจากที่ทั้งสองปรึกษาแลตัดสินใจเสร็จสรรพพวกมันก็ล่าถอยออกจากดงไม้ที่หนาตาแลช่วยอำพรางได้เป็นอย่างดีนี้ พวกมันลัดเลาะออกไปทางป่าใหญ่รอบเมืองหลบเหล่าขอทานที่กระจายตัวตามจุดต่างๆ ขอทานจากพรรคเอกยาจกยังคงควานหาตัวของปู้ชิงเถาทุกกระเบียดนิ้วเส้นทางสำคัญ เมืองต่างๆ ทั่วแคว้นเว่ยมิอาจรอดพ้นจากสายตาของพวกมัน ทำให้ปู้ชิงเถาและฮุ่ยจวินต้องคอยหลีกเลี่ยงเพราะยังไม่พร้อมจะประจันหน้าในตอนนี้หลีกเลี่ยงคราหนึ่งก็ต้องวกอ้อมไปไกลกินเวลามากกว่าปกติ หากเป็นเช่นนี้มันและฮุ่ยจวินคงเดินทางได้มิถึงไหนจะให้ใช้ท่าเท้าเหยียบม่านเมฆาหลบหลีกอย่างเดียวก็เหนื่อยล้าแลสิ้นเปลืองพลังลมปราณเช่นนั้นวิธีที่จะร่วมไปกับคนของเจ็ดพรรคใหญ่ที่ฮุ่ยจวินเสนอมาจึงนับเป็นทางออกที่ประเสริฐสำหรับพวกมัน
เจ็ดพรรคใหญ่มีการนัดหมายเหล่าผู้กล้าที่ต้องการร่วมเดินทางที่เมืองหลวงแคว้นเว่ยเหล่าจอมยุทธ์พเนจรไร้สังกัดพรรคที่ชอบความท้าทายและอยากรู้อยากเห็นว่าเจ็ดพรรคใหญ่คิดทำสิ่งใดก็ต่างตบเท้ามุ่งเดินทางไปยังเมืองหลวงแคว้นเว่ยอย่างคับคั่งซึ่งผู้ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการเชิญชวนเหล่าผู้กล้าในครานี้ก็คือ สามประมุขพรรคแห่งแผ่นดินใหญ่ฝั่งตะวันตกประกอบด้วย เจียเหอ แห่งพรรคภูษิตฟ้า เฉียวชิง แห่งพรรคภูษาทมิฬ และ เหลียงคุน แห่งสำนักกระบี่ไร้เงา
ประมุขเจียเหอกล่าวขึ้น
“แผ่นดินใหญ่ซีกตะวันออกเป็นเช่นไร"
เป็นประมุขเฉียวชิงที่กล่าวตอบ
“สี่ประมุขพรรคแห่งแผ่นดินใหญ่ฝั่งตะวันออกได้รวบรวมเหล่าผู้กล้าที่เมืองซานตงแคว้นถาน ถึงตอนนี้ได้ข่าวว่ามีผู้กล้าจำนวนมากเข้าร่วมแลมุ่งสู่จุดนัดหมายที่ท่าน้ำซีเหอแล้วอีกห้าวันก็คงบรรลุถึง”
เจ้าสำนักเหลียงคุนผงกศีรษะ
“นับว่าสี่ประมุขฝั่งตะวันออกดำเนินการได้รวดเร็วดีขาดแต่พวกเรายังช้าอยู่ก้าวหนึ่ง"
เจียเหอกล่าวว่า
“ล่าช้าเพียงเล็กน้อยนั้นไม่สำคัญจำนวนผู้เข้าร่วมจึงจะสำคัญกว่า"
เฉียวชิงกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล
“พวกเราไม่บอกกล่าวเหตุผลของการเดินทางเช่นนี้ยังจะมีผู้กล้าเข้าร่วมอยู่หรือ"
เหลียงคุนแย้มยิ้ม
“เจ้าไม่รู้อะไรสิ่งใดที่เป็นความลับ สิ่งใดที่เป็นปริศนา สิ่งนั้นมักจะดึงดูดคนได้ดีที่สุด เจ้าคอยดูเถิดอีกสามวันที่จะถึงนี้จะมีคนสนใจร่วมเดินทางจนเจ้ารับมือไม่ไหว"
เฉียวชิงกล่าวว่า
“หากเป็นเช่นนั้นก็ดีจะได้ไม่ขายหน้าต่อเหล่าสี่ประมุขฝั่งตะวันออก"
เจียเหอกล่าวขึ้น
“เจ้ายังจะห่วงเรื่องขายหน้าอันใดความสำคัญอยู่ที่บึงลี้ลับนั่นต่างหาก"
เหลียงคุนจุ๊ปากขึ้นสามคราการสนทนาของประมุขทั้งสามก็เงียบลงในทันที โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ที่ตั้งกลางเมืองหลวงแคว้นเว่ยก็คล้ายจะเงียบตามลงไปด้วย
ฟังจากการสนทนาเมื่อครู่ดูเหมือนเจ็ดพรรคใหญ่จะแยกกันทำงานเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยู่อีกฟากของแผ่นดินใหญ่และทำการรวบรวมคนเช่นเดียวกันแผ่นดินใหญ่แห่งนี้เป็นเพราะมีแม่น้ำร้อยลี้ที่กว้างใหญ่และยาวเหยียดลากตัดผ่านตั้งแต่เหนือจรดใต้แผ่นดินใหญ่จึงคล้ายกับว่าถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ซึ่งผู้คนจะเรียกผืนแผ่นดินตามการแบ่งของธรรมชาตินี้ว่าแผ่นดินใหญ่ฝั่งตะวันออก และแผ่นดินใหญ่ฝั่งตะวันตก
ซึ่งปู้ชิงเถาและฮุ่ยจวินก็กำลังมุ่งเดินทางวกอ้อมมายังเมืองหลวงแคว้นเว่ยบ้างก็ตีฝ่าเหล่าขอทานจากพรรคเอกยาจก บ้างก็หลบเลี่ยงอย่างยากลำบากเพื่อมาร่วมทางกับเหล่าเจ็ดพรรคใหญ่ฝั่งตะวันตกนี้