ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่ 1 ตอนที่ 19 การปะทะกันของศิษย์เก้าปราชญ์

    เพียงหนึ่งการจ้องมองจากทั้งสองก็สามารถสร้างแรงกดดันกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ทั้งยังสามารถทำให้พื้นที่ตรงกลางการปะทะของจิตคุกคามแตกร้าวได้

    ‘เพียงหนึ่งการจ้องมองก็สามารถบอกความต่างจากคนทั่วไปได้เลย อย่างที่คิดศิษย์ของเก้าปราชญ์ต่างฝึกจิตควบคู่ไปกับลมปราณ ทำให้ระดับของพวกนางต่างจากคนทั่วไป กู่ซือเอินอยู่ในรายชื่อร้อยมังกรทะยานอันดับเจ็บสิบสี่ ส่วนเซี่ยชิงเอ๋อร์คือสามสิบสอง คุณหนูกู่จะไหวหรือไม่’ อูหลินเฟิงคิดในระหว่างที่จ้องมองการต่อสู้ของทั้งคู่ เพราะหากกู่ซือเอินไม่อาจหยุดเซี่ยชิงเอ๋อร์ได้ ก็ไม่มีใครสามารถหยุดนางได้แล้ว

    เพลงกระบี่แปดวายุ กระบวนท่าที่หนึ่ง แปดกระบี่วายุ

    เซี่ยชิงเอ๋อร์โคจรลมปราณของตนเอง สายลมรอบๆ ตัวของนางเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว นางผนึกลมปราณสร้างกระบี่สายลมแปดเล่มขึ้นมาจากด้านหลังจากนั้นได้ส่งกระบี่สองเล่มพุ่งเข้าหากู่ซือเอิน

    ปราณเทวราชร้อยพิษ ฝ่ามืออสรพิษ

    กู่ซือเอินรวมปราณพิษไว้ที่ฝ่ามือจากนั้นตบไปยังกระบี่ทั้งสองเล่มที่พุ่งเข้ามา จนกระบี่ทั้งสองเปลี่ยนทิศพุ่งไปปักลงบนพื้นแทน กระบี่สายลมสีขาวทั้งสองบริเวณที่โดนกู่ซือเอินใช้ฝ่ามือตบได้เกิดรอยสีเขียวค่อยๆ กระจายไปทั่วกระบี่จากนั้นกระบี่สายลมก็ค่อยๆ สลายหายไป

    ปราณเทวราชพิษ ปราณพิษระดับสูงของตระกูลกู่ ฝึกได้โดยการดูดกลืนพิษจากสัตว์อสูรเข้าสู่ร่างกาย เมื่อสามารถดูดกลืนพิษได้สิบชนิดจากกลายเป็นปราณเทวราชสิบพิษ หากดูดกลืนได้ร้อยพิษก็จะเป็นปราณเทวราชร้อยพิษ ปราณเทวราชพันพิษ และ ขั้นสุดท้ายปราณเทวราชหมื่นพิษ ตามจำนวนสัตว์อสูรที่ดูดกลืนเข้าไปได้ ในตระกูลกู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีเพียงผู้นำตระกูลคนแรก เทพเทวราชหมื่นพิษ เท่านั้นที่สามารถดูดกลืนสัตว์อสูรพิษได้มากกว่าหมื่นตัว เพราะกว่าที่จะดูดกลืนพิษสัตว์อสูรได้จะต้องได้รับความทรมานจะพิษนั้นๆ เสียก่อน ทำให้ผู้ที่สามารถฝึกปราณเทวราชพิษ นอกจาก เทพเทวราชหมื่นพิษ กู่หมิน แล้วไม่เคยมีใครในตระกูลกู่ฝึกจนสำเร็จขั้นนี้มาก่อน

    'ถึงขนาดใช้มือเปล่าปัดกระบี่ของข้าได้? แล้วพิษของนางถึงกับส่งผลก็ลมปราณได้โดยตรง เหมือนกับที่อาจารย์เคยว่าไว้ไม่มีผิด กระบี่สายลมไม่อาจโจมตีนางได้ ถ้าเช่นนั้นก็เปลี่ยนรูปแบบโจมตี' เซี่ยชิงเอ๋อร์รวมหกกระบี่ที่ลอยอยู่ด้านหลังเป็นหนึ่งกระบี่จากนั้นนำมาถือไว้ที่มือ เพ่งจิตรวมปราณ รวมสำนึกแห่งกระบี่รวมไว้ในกระบี่ของตวัดกระบี่รังสีกระบี่ออกไปหนึ่งเส้น เป็นรังสีกระบี่ที่มีความเร็วสูง รังสีกระบี่ให้ความรู้สึกราวกับสามารถตัดได้ทุกสิ่ง

    รังสีกระบี่ที่ถูกบีบอัดไว้ด้วยปราณวายุและจิตกระบี่พุ่งเข้าหากู่ซือเอินด้วยความเร็วสูง หากเป็นผู้อื่นต่อให้เป็นผู้ใช้ปราณวายุหรืออัสนีที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เน้นความก็ไม่อาจหลบหนีจากรังสีกระบี่ของเซี่ยชิงเอ๋อร์ได้โดยง่ายแต่ว่า

    ท่าเท้า เทวราชเงาอสรพิษ

    กู่ซือเอินกลับสามารถหลบออกจากรังสีกระบี่ของเซี่ยชิงเอ๋อร์อย่างง่ายดายด้วยความเร็วที่เหนือกว่า

    'เร็วมาก!! อะไรกันความเร็วของนางเร็วกว่าผู้ใช้ปราณวายุระดับหกขั้นกลางเสียอีก' เซี่ยชิงเอ๋อร์คิดในใจ กู่ซือเอินไม่ใช่ผู้ใช้ปราณวายุแต่ความเร็วที่แสดงออกมานั้นเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นความเร็วที่ผิดแปลกเกินไป

    เมื่อหลบรังสีกระบี่ของเซี่ยชิงเอ๋อร์ได้ กู่ซือเอินก็พุ่งเข้าหาเซี่ยชิงเอ๋อร์ด้วยความเร็วสูง เพียงพริบตาก็สามารถประชิดตัวของเซี่ยชิงเอ๋อร์ได้แล้ว

    ปราณเทวราชร้อยพิษ ฝ่ามืออสรพิษ

    กู่ซือเอินฟาดฝ่ามือเข้าหาเซี่ยชิงเอ๋อร์ แต่ปฏิกิริยาตอบโต้ของเซี่ยชิงเอ๋อร์เองก็สูงเช่นกันสามารถยกกระบี่ขึ้นป้องกันฝ่ามือของกู่ซือเอินได้ทัน ตึง เสียงปะทะของฝ่ามือและกระบี่ดังขึ้น แม้เซี่ยชิงเอ๋อร์จะสามารถป้องกันได้ทันแต่ว่าก็กระเด็นออกไปกว่าสามเมตรก่อนที่จะทรงตัวได้

    กู่ซือเอินไม่รอช้าพุ่งตัวเข้าไปหาเซี่ยชิงเอ๋อร์อีกรอบ จากนั้นก็กระหน่ำซัดฝ่ามือใส่เซี่ยชิงเอ๋อร์ เซี่ยชิงเอ๋อร์ที่ตั้งหลักได้จึงรวมปราณและจิตแห่งกระบี่ออกท่าปัดป้องฝ่ามือทั้งหมดของกู่ซือเอิน

    ‘แรงบ้าอะไรกัน!!!...พลังฝ่ามือระดับนี้ไม่ด้อยกว่านักสู้ระดับหกขั้นกลางเลย นางเป็นตัวบ้าอะไรกันแน่’ เซี่ยชิงเอ๋อร์ที่ใช้กระบี่ปัดป้องฝ่ามือของกู่ซือเอิน มือที่กำกระบี่สายลมไว้ถึงกลับชาเพราะแรงโจมตีจากกู่ซือเอิน สิ่งที่กู่ซือเอินได้แสดงออกมา เกินกว่าที่เซี่ยชิงเอ๋อร์คาดหมายมากนัก ทั้งพลังกำลัง ความทนทานของร่างกายและความเร็ว ทั้งหมดของกู่ซือเอินเทียบเท่าได้กับนักสู้ระดับหกขั้นกลางแล้ว ในระหว่างที่เซี่ยชิงเอ๋อร์กำลังตกใจกลับพละกำลังของอีกฝ่าย กระบี่สายลมของนางก็กำลังเปลี่ยนเป็นสีเขียวจากพิษของกู่ซือเอิน ส่วนกู่ซือเอินก็ยังซัดฝ่ามือมาเรื่อยๆ

    ‘แย่แล้ว!’ เมื่อรับรู้ถึงอันตราย เซี่ยชิงเอ๋อร์ตัดสินใจไม่ออมมืออีกต่อไป นางส่งจิตไปยังกระบี่ประจำตัวที่สะพายไว้ด้านหลัง กระบี่ด้านหลังของเซี่ยชิงเอ๋อร์สั่นไหวราวกับตื่นเต้นที่จะได้ออกจากฝักกระบี่ กระบี่ของเซี่ยชิงเอ๋อร์พุ่งออกมาจากฝักกระบี่พร้อมๆ กับการระเบิดพลังแห่งแก่นแท้แห่งกระบี่ จิตใจของเซี่ยชิงเอ๋อร์ตอนนี้ราวกับกระบี่ที่สามารถตัดได้ทุกสิ่ง กระบี่ของเซี่ยชิงเอ๋อร์ค่อยๆ ออกมาบินรอบๆ ตัวของนาง กระบี่ของเซี่ยชิงเอ๋อร์นั้นมีสีขาวราวกับหิมะ เป็นสีขาวตั้งแต่ด้ามจับยันตัวกระบี่

    กระบี่หยกขาว คือนามของกระบี่เล่มนั้นเป็นกระบี่ที่ตกทอดจากเทพกระบี่ในอดีตผู้ก่อตั้งสำนักสิบกระบี่ กระบี่วิเศษระดับสิบ เป็นกระบี่ที่มีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง การจะถือครองมันได้ ตัวกระบี่จะเป็นผู้เลือกนายด้วยตัวเอง

    "กระบี่หยกขาว"กู่ซือเอินเรียกนามของกระบี่เมื่อได้เห็นตัวของกระบี่เซี่ยชิงเอ๋อร์

    "ถูกต้อง เจ้าแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก ในลมปราณระดับเท่ากันเจ้าเป็นคนแรกที่สามารถบีบให้ข้าใช่กระบี่หยกขาวได้"เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าวยอมรับ ไม่เคยมีผู้ฝึกยุทธ์คนใดที่ระดับเท่ากันจะสามารถบังคับให้นางใช้กระบี่หยกขาวได้

    "เจ้าก็เอาจริงแล้ว"

    "ถูกต้อง หลังจากนี้คือของจริง" พูดจบเซี่ยชิงเอ๋อร์ก็เอื้อมมือไปจับกระบี่หยกที่ลอยอยู่ เมื่อมือของนางสัมผัสกระบี่คู่ใจ ทั้งกระแสลมปราณ จิตแห่งกระบี่ที่อยู่รอบตัวนางก็พวยพุ่งออกจากตัวอย่างรุนแรง ทั้งยังยกระดับขึ้นอย่างสูง จิตแห่งกระบี่ที่เคลือบบนกระบี่ยกระดับจนกลายเป็นพลังของแก่นแท้แห่งกระบี่ คนและกระบี่คือหนึ่งเดียวกัน ตอนนี้การจ้องมองไปยังเซี่ยชิงเอ๋อร์ราวกับการจ้องกระบี่ที่แหลมคมเล่มหนึ่ง

    "เช่นนั้นข้า…ก็ต้องเอาจริงบ้างแล้ว"จากนั้นกู่ซือเอิน หยิบกริชคู่สีดำของมาจากแหวนมิติของนางเป็นกริชสีดำสนิทตั้งแต่ด้ามจับจนถึงตัวกริช เป็นกริชที่แม้จะมองแล้วรับรู้ว่ามันไม่ธรรมดา แต่ว่ากลับไม่มีกระแสลมปราณหรือรังสีอะไรออกมาจากกริชทั้งสองเล่มเลยราวกับว่ากริชทั้งสองเล่มเป็นกริชธรรมดา

    แต่ว่ากระบี่หยกขาวกลับสะท้านเมื่อกู่ซือเอินนำกริชทั้งสองออกมา ตัวกริชทั้งสองเล่มเองก็สั่นสะท้านคล้ายๆ กัน แสดงให้เห็นว่าตัวของกระบี่หยกขาวรู้จักกับกริชสีดำทั้งสองเล่มเป็นอย่างดี

    "อะไรนะ!! กริชคู่เงาทมิฬ" เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าวทวนสิ่งที่ได้ยินจากกระบี่หยกขาว มองไปยังกริชคู่ในมือของกู่ซือเอิน

    กริชคู่เงาทมิฬ เป็นกริชวิเศษระดับสิบ กริชระดับสิบของเทพพิษเทวราชผู้ก่อตั้งตระกูลกู่ในอดีต และตัวของเทพกระบี่และเทพพิษเวทราชเองก็ในอดีตก็เคยปะทะกันมาก่อน ศาสตราประจำตัวของทั้งสองจึงเคยปะทะกันอยู่บ่อยๆ ในครั้งนี้ผู้สืบทอดของทั้งสองก็ยังมาปะทะกันอีกตามรอยผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต

    กู่ซือเอินที่ถือกริชคู่เงาทมิฬ แตกต่างกับเซี่ยชิงเอ๋อร์โดยสิ้นเชิง เมื่อเซี่ยชิงเอ๋อร์ถือกระบี่หยกขาวทั้งระดับลมปราณ ทั้งจิตสำนึกและระดับของแก่นแท้แห่งกระบี่พวยพุ่งออกมาจากตัวของเซี่ยชิงเอ๋อร์ แต่ว่ากู่ซือเอินที่ถือกริชคู่เงาทมิฬนั้นเมื่อถือกริชความรู้สึกที่ออกมาคือการไร้ตัวตน ทั้งกระแสลมปราณ จิตสำนึก พิษ ค่อยๆ หายออกไปจากสัมผัสของผู้คน ราวกับกู่ซือเอินไร้ตัวตนแม้กำลังจ้องมองกู่ซือเอินอยู่ก็ตาม

    เพลงกระบี่แปดวายุ กระบวนท่าที่หนึ่ง แปดกระบี่วายุ

    เซี่ยชิงเอ๋อร์ออกกระบวนท่าเดิม แต่กระบี่ที่ออกมาครั้งนี้ กระบี่ทุกเล่มแฝงไว้ด้วยแก่นแท้แห่งกระบี่ความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

    "จงล่าสังหาร" แปดกระบี่พุ่งเข้าหากู่ซือเอินอย่างรวดเร็ว ความเร็วนี้เร็วกว่ากระบี่สายลมครั้งแรกถึงสามเท่า

    เคร้ง เคร้ง กู่ซือเอินก็ยังคงสามารถปัดป้องกระบี่สายลมได้เช่นเคยแต่ว่าหากนางไม่เอากริชออกมา อาศัยเพียงพลังฝ่ามือคงไม่อาจต้านกระบี่นี่ได้แล้ว แต่ครั้งนี้ปราณพิษของกู่ซือเอินไม่อาจสลายกระบี่สายลมได้เหมือนที่ผ่านมา จึงทำได้เพียงปัดป้อง

    ปราณเทวราชร้อยพิษ หมอกคางคกพิษ

    กู่ซือเอินโคจรปราณพิษของตัวเอง บริเวณผิวเส้นเลือดของกู่ซือเอินค่อยๆ กลายเป็นสีเขียว จากนั้น ร่างกายของกู่ซือเอินค่อยมีหมอกสีเขียวปกคลุมทั่วร่างและหมอกพิษยังค่อยขยายใหญ่ขึ้น แต่หมอกพิษนี้ไม่ได้ลอยไปตามลม กลับค่อยๆ ขยายแค่รอบตัวของกู่ซือเอินเท่านั้น

    กระบี่ทั้งแปดต่างพุ่งเข้าออกม่านหมอกพิษของกู่ซือเอินแต่ว่ากลับไม่มีเล่มไหนที่สามารถสัมผัสถูกกู่ซือเอินได้แม้แต่น้อย กู่ซือเอินใช้หมอกพิษบดบังสายตาของเซี่ยชิงเอ๋อร์ จากนั้นเร่งลมปราณออกท่าเท้าพุ่งเท้าหาเซี่ยชิงเอ๋อร์ด้วยความเร็วสูง

    เคลื่อนเงาเทวราชอสรพิษ

    'อะไรกัน!!!..นางยังเร็วได้อีกงั้นหรือ'เซี่ยชิงเอ๋อร์ตกใจกับความเร็วของกู่ซือเอินอีกครั้ง

    ปราณเทวราชร้อยพิษ ฝ่ามืออสรพิษ

    กู่ซือเอินใช้กระบวนท่าฝ่ามือพิษส่งพิษไปยังกริชที่ถืออยู่ จากนั้นฟันกริชคู่เข้าหาเซี่ยชิงเอ๋อร์ ถึงแม้กู่ซือเอินจะใช้ความเร็วที่ไม่ธรรมดา แต่ว่าเซี่ยชิงเอ๋อร์ก็ยังสามารถป้องกันได้เช่นเดิมแต่ครั้งนี้เซี่ยชิงเอ๋อร์ไม่ได้กระเด็นออกไปเหมือนที่ปะทะกันครั้งแรก เคร้ง เคร้ง กริชและกระบี่ปะทะสวนกันไปมาหลายสิบครั้ง กระบี่สายลมทั้งแปดที่พุ่งตามมาที่หลังก็แทงเข้าใส่กู่ซือเอินจากทางด้านหลัง ทำให้นางจำเป็นต้องถอยออกจากตำแหน่งเดิม

    เพลงกระบี่แปดวายุ กระบวนท่าที่สอง แปดกระบี่ตัดเวหา

    เซี่ยชิงเอ๋อร์ออกกระบวนท่าแปดกระบี่เข้าโจมตีกู่ซือเอินอย่างต่อเนื่อง แม้จะสามารถปัดป้องได้บางเล่มแต่ว่าไม่อาจปัดป้องกันทุกเล่ม

    ปราณเทวราชร้อยพิษ ใยแมงมุมพิษ

    เมื่อไม่อาจหลบทั้งหมดได้กู่ซือเอินจึงสร้างพิษที่มีความเหนียวสร้างเป็นใยแมงมุมทำให้กระบี่ทั้งแปดติดอยู่ภายในใยแมงมุมพิษของกู่ซือเอิน

    “หยุดกระบี่ของข้าได้ดี แต่ว่าจบเพียงเท่านี้” เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าว แปดกระบี่ของนางก็แต่ตัวล่อดึงความสนใจเพียงเท่านั้น ในระหว่างที่กู่ซือเอินสนใจแปดกระบี่ นางได้รวมพลังทั้งหมดเพื่อที่จะออกกระบวนท่าปิดฉากให้ได้

    เพลงกระบี่แปดวายุ กระบวนท่าที่แปด แปดกระบี่รวมศูนย์ 

    เพลงกระบี่ที่รุนแรงที่สุดของเซี่ยชิงเอ๋อร์ ได้ถูกใช้ออกมา กระบี่วายุทั้งแปดที่โดนตรึงเอาไว้ถูกสลายและกลับมารวมเอาไว้ภายในกระบี่หยกขาว คลื่นพลังแห่งกระบี่และวายุระเบิดออกมาได้อย่างรุนแรง เพลงกระบี่ที่เคยเอาชนะนักสู้ระดับหกขั้นสูงได้แทงไปยังร่างของกู่ซือเอินด้วยความเร็วสูง เมื่อเห็นว่าไม่อาจหลบพ้น กู่ซือเอินจึงเร่งลมปราณเข้าสู้ นางตัดสินใจใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของนางเช่นกัน

    ปราณเทวราชพันพิษ ฝ่ามืออสรพิษ

    ปราณพิษที่เคยเป็นสีเขียวของนางกลับกลายเป็นปราณพิษสีครามแสดงถึงปราณพิษที่รุนแรงกว่าเดิม กู่ซือเอินประสานลมปราณพิษ เข้าสู่กริชแล้วแทงพิษทั้งหมดเข้าหารังสีกระบี่ที่พุ่งเข้ามา ในครั้งนี้พิษของกู่ซือเอินถึงกับสามารถส่งผลต่อรังสีกระบี่ที่ประสานไว้ด้วยแก่นแท้แห่งกระบี่ แม้ว่าจะสามารถทำให้พลังของมันอ่อนลง แต่ว่าก็ยังไม่สามารถหยุดรังสีกระบี่นี้ไว้ได้ รังสีกระบี่แทงทะลุตัวของกู่ซือเอินแล้วอย่างจัง ท้องของกู่ซือเอินถึงกับมีรูโหว่ขนาดเท่ากำปั้น

    “อั๊ก” กู่ซือเอินกระอักเลือดจำนวนมากออกมา

    “ยอมแพ้ซะ หากเจ้าออกจากการแข่งกันตอนนี้…เจ้าอาจรอด แต่ว่าหากยังดึงดันต่อไปเจ้าอาจตายจริงๆ ก็ได้" เซี่ยชิงเอ๋อร์กล่าวเมื่อเห็นสภาพของกู่ซือเอิน แต่เมื่อนางมองไปยังดวงตาของกู่ซือเอิน มันไม่ใช่สายตาของคนที่ยอมแพ้

    “พูดเรื่องอะไร…แค่นี้ฆ่าข้าไม่ได้” ทันทีที่กู่ซือเอินพูดจบ แผลที่โดนแทงทะลุกลับฟื้นฟูอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงสิบวินาทีแผลทั้งหมดของนางก็หายไปเหมือนนางไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน

    “อะไรกัน!!! บาดแผลของเจ้าหรือว่าร่างกายนั้น คือ ร่างกายในตำนานนั่น....” ต้องใช่แน่ๆ ทั้งพละกำลังมหาศาล ทั้งความเร็ว ที่มากกว่าระดับลมปราณไปไกล ทั้งการฟื้นฟูร่างกายระดับสูง มีแค่ร่างกายแห่งเทพอสูรอมตะเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้

    “ข้ายังสู้ได้อีกนาน” กู่ซือเอินบอกกับเซี่ยชิงเอ๋อร์ พร้อมเร่งลมปราณทั้งหมดของนางแสดงลมปราณพิษทั้งหนึ่งพันที่นางดูดกลืนมาจนผิวกายเปลี่ยนเป็นพิษสีครามทั้งตัว

    ปราณเทวราชพันพิษ ร่างเทวราชแห่งพิษ

    เมื่อเซี่ยชิงเอ๋อร์จ้องมองไปยังกู่ซือเอิน นางสัมผัสได้จึงความคุ้นเคยบางอย่างจากกู่ซือเอิน จะว่าคุ้นเคยก็ไม่เชิงเป็นความรู้สึกเหมือนกันคล้ายกับแก่นแท้แห่งกระบี่ของนาง

    “หรือว่าแก่นแท้แห่งพิษ”

     

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน