ความจำเป็ที่จวนขุนนางหวังต้องพาลูกสาวไปร่วมงานให้ได้ เป็เพราะฮูหยินจิ้งหวังจะหาคู่ให้กับลูกชายของเขาอีกสองคนด้วย ดังนั้นซู่หรานจึงถูกท่านป้ากำชับหลายสิ่งอย่างมาก แม้ความคาดหวังของตระกูลจิ้งจะหมายถึงซินซินก็ตาม
วันงานถูกจัดขึ้น่หน้าร้อน ซู่หรานต้องตื่นแต่เช้า..หรือเรียกว่าตื่นเที่ยงคืนก็ไม่เกินจริง เพราะอิงเถาปลุกเธอั้แ่ยามโฉ่ว [1] ต้องนั่งให้อิงเถาแต่งตัวแต่งหน้าไปสามสี่ชั่วโมง เสื้อผ้าที่ใส่ก็หลายชั้นจนเจ็บหน้าอกไปหมด และต้องรีบออกเดินทางั้แ่ยามเหม่า [2] รถม้าต้องค่อยๆ เคลื่อนตัวเพราะอาจจะทำให้เครื่องหัวของสาวๆ เสียทรง
ซู่หรานอยากแอบงีบหลับในรถม้ายังถูกดุ ง่วงนอนขนาดไหนก็ได้แต่นั่งหลังตรงหลับตา ทรมานจนเรียกว่างีบหลับไม่ได้ ในขณะที่ซินซินแม้จะขบขันเอ็นดูพี่สาว แต่เธอยังคงนั่งหลังตรงสง่างาม
กว่าจะถึงจวนตระกูลจิ้ง เวลาก็ล่วงเลยถึงปลายยามเฉิน [3] ซู่หรานไม่ค่อยแน่ใจว่าควรวางตัวเช่นไร เพราะซู่หรานคนเก่าก็ไม่เคยมางานใหญ่ขนาดนี้ เธอจึงคอยมองซินซินว่าทำอย่างไรและทำตาม
พวกผู้ใหญ่ทักทายกัน มอบของขวัญให้กัน เด็กสาวสองคนก็อยู่ด้านหลัง ก้มหน้าก้มตารักษามารยาท
คู่บ่าวสาวเข้าพิธีไปตามประเพณี หลังจากนั้นก็เป็งานเลี้ยงสนุกสนาน มีอาหารหลากหลาย มีสุรารสเลิศ และมีกิจกรรมให้หนุ่มสาวร่วมสนุกหลายอย่าง ตามความ้าของฮูหยินจิ้ง
ท่านพ่อของซู่หราน ไปร่วมวงสนทนาปรัชญาตามนิสัยบัณฑิตกับเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋น ฮูหยินหวัง แม่ของซินซินไปร่วมพูดคุยกับบรรดาฮูหยินจากจวนอื่น แม้แต่ซินซินยังไปร่วมต่อกลอน บรรเลงดนตรีแข่งกับหนุ่มสาวคนอื่นๆ
แต่สำหรับซู่หราน ทันทีที่ได้นั่งลงตรงโต๊ะอาหาร เธอก็ไม่ลุกไปไหนอีกเลย เอาแต่มองไปทางนั้นทางนี้เพื่อเก็บเกี่ยวความสุขของการได้เห็นชุดโบราณหลายแบบหลากสี ทั้งของผู้หญิง ผู้ชายและเด็กๆ ซินซินชวนไปไหนเธอก็ไม่ไป
กระทั่งซู่หรานนั่งนานเกินไปและดื่มน้ำผลไม้สด ๆ ไร้สารพิษมากเกินไป ทำให้เธอรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ เธอจึงจำเป็ต้องลุกออกจากที่นั่นเพื่อไปปลดทุกข์ แม้ต้องถามสาวใช้หลายคนกว่าจะถึงห้องน้ำได้ แต่เธอก็ไปถึงห้องน้ำพร้อมอิงเถาจนได้ในที่สุด
หลังออกจากห้องน้ำ ซู่หรานถึงจะสังเกตว่าห้องน้ำอยู่ห่างไกลจากสวนที่จัดงานเลี้ยงเยอะมาก ต้องเดินเข้ามาถึงเรือนชั้นใน ที่สำคัญที่นี่ไม่ได้ยินเสียงอึกทึกครื้นเครงด้านนอกสักนิด
ซู่หรานเดินออกจากเรือนชั้นใน และเริ่มได้ยินเสียงมาจากงานเลี้ยงไกลๆ แต่เธอไม่อยากกลับไปอยู่ในงานที่เสียงดังตลอดเวลานั่นอีก อย่างน้อย อยู่แถวนี้ก็อ้างได้ว่ามาเข้าห้องน้ำ
เธอมองไปรอบๆ แถวนั้นมีโต๊ะหินอย่างดีวางไว้ใต้ต้นหลิวลู่ลม ซู่หรานจึงเดินไปนั่งพัก ด้านข้างยังมีสระบัวด้วย เป็สวนที่ถูกจัดไว้อย่างดี เธอคาดว่าเพราะหนทางเข้าห้องน้ำอยู่ไกลมาก เ้าบ้านถึงได้จัดสวนตรงนี้เอาไว้นั่งพัก
อิงเถาเดินมาแตะไหล่ และทำมือบอกว่า
‘คุณหนูจะไม่กลับไปที่งานเลี้ยงหรือเ้าคะ’
“ใช่ วันนี้ข้าต้องแต่งตัวจัดเต็มมาก อึดอัดไปหมด หน้าอกนี่ก็ใหญ่จนหายใจลำบาก เ้าเองก็ไม่ได้อยากเข้าไปไม่ใช่หรือ”
อิงเถาพยักหน้า เป็เพราะนางพูดไม่ได้ หลายสายตาจึงมองแปลกๆ นางเองจึงไม่ได้ชอบออกมาข้างนอกเช่นเดียวกับซู่หราน
“ไม่ต้องยืนแล้ว ที่นี่ไม่มีใคร มานั่งพักเถิด” ซู่หรานเรียกอิงเถา
เมื่อก่อนอิงเถาไม่เคยได้นั่งเสมอคุณหนูซู่หราน แต่เดี๋ยวนี้นางทำเป็ปกติจนชิน ดังนั้นนางจึงเดินมานั่งข้างๆ ซู่หราน ทั้งสองคนนั่งเงียบๆ มองดูสระบัว ซู่หรานคาดว่าตอนนี้น่าจะเลยเวลาบ่ายไปนานแล้ว แสงแดดร้อนแรงมาก แต่ใต้ต้นหลิวนี้กลับเย็นสบาย มีลมพัดผ่าน
“เ้านี่มันโง่จริงๆ ข้าบอกกี่ครั้งแล้วให้ตรวจตราให้เรียบร้อยก่อน ตอนนี้เป็เช่นนี้จะทำอย่างไร”
มีเสียงด่าดังมาใกล้ๆ ทั้งซู่หรานและอิงเถาหันไปพร้อมกัน อิงเถากลัวมาก จำได้ทันทีว่าเป็ผู้ใด นางรีบลุกขึ้น ทำมือบอกซู่หราน
‘ใต้เท้าเหมิน’
‘อะไรจะซวยขนาดนี้ มางานมงคลยังเจอคนอัปมงคลอีก’ ซู่หรานขมวดคิ้วบ่นในใจ ก่อนจะทำมือให้นางและอิงเถารีบหลบ
สองสาวรีบหลบหลังต้นหลิวลู่ลม ได้ใบที่ระโยงยาวพลิ้วไหวของต้นหลิวลู่ลมช่วยบดบังได้บ้าง
ไม่นานใต้เท้าเหมินก็ออกมาจากทางไปห้องน้ำ แม้ห้องน้ำชายหญิงจะแยกกัน แต่ตรงนี้ถือเป็เรือนชั้นนอกแล้ว เป็พื้นที่ที่ผู้คนผ่านไปมาเป็ปกติ
“วางยาไม่ได้ก็ใส่ไว้ด้านในป้ายแสดงความยินดี อีกเดี๋ยวข้าจะหาทางให้นางเป็คนเข้าไปดมยาพิษเองให้ได้ ดูสิว่าบุรุษจวนใดจะยังชอบสตรีเช่นนั้นอีก”
“ขอรับ”
ใต้เท้าเหมินและผู้ติดตามรีบร้อนเดินจากไป ไม่ได้สังเกตว่ามีใครอยู่หลังต้นหลิว พวกมันยังวางแผนจะทำร้ายสตรีคนใดสักคนด้วย ซู่หรานรู้สึกไม่ดีมาก เธอพยายามเค้นความทรงจำว่าซู่หรานคนเก่ารู้อะไรเื่แผนวันนี้บ้าง แต่ไม่มีอะไรเลย
“เราคงต้องกลับเข้าไปในงาน คอยจับตาใต้เท้าเหมินนั่นไว้ ข้าจะไม่ยอมให้มันทำเื่ชั่ววันนี้แน่” ซู่หรานบอกอิงเถาเบาๆ
สองสาวรีบตามกลับมาในงาน แต่ไม่ทัน ไม่รู้ว่าใต้เท้าเหมินหายไปทางไหน ซู่หรานจึงนัดกับอิงเถาให้แยกย้ายตามหา ถ้าพบแล้วให้กลับมารอที่โต๊ะอาหารเดิมของซู่หราน
ซู่หรานให้อิงเถาเดินไปดูทางที่พวกขุนนางทั้งหลายนั่งสนทนา และกลุ่มของบรรดาฮูหยิน เพราะหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานเช่นซู่หรานไม่สะดวกเข้าไปในสถานที่เช่นนั้น ส่วนซู่หรานจะไปหาตามกลุ่มต่อกลอน เล่นดนตรี ปาลูกดอกของคนหนุ่มสาวทั้งหลาย
ซู่หรานเดินไปดูหลายที่ก็ยังไม่เจอ เธอเดินมาถึงบริเวณข้างกำแพงสูง มีลานกว้างถูกจัดให้เป็สถานที่แข่งปาลูกดอก มีเสียงเฮ เสียงะโครึกครื้น ในใจของซู่หรานกระตุก หัวใจของเธอกำลังเต้นแรงเพราะอยากเข้าไปร่วมแข่งขันด้วย แต่เพราะคนเยอะเกินไปเธอจึงไม่กล้าเดินเข้าไป
ซู่หรานยืนใต้ต้นไม้ มองอยู่ไกลๆ ดูทั้งชายและหญิงคนแล้วคนเล่าปาลูกดอกลงกระถางบ้างไม่ลงบ้าง เธอไม่เห็นใต้เท้าเหมิน แต่เธอเห็นน้องสาวของตัวเองและผู้ชายที่เธอแน่ใจว่าเป็คนในความทรงจำของซู่หรานคนเก่า!
ผู้ชายคนนั้นใส่เสื้อมัดแขนแบบชาวหู ท่าทางคล่องแคล่ว เวลายิ้มช่างงดงามหล่อเหลายิ่ง รูปร่างสูงใหญ่ ขนาดใส่เสื้อผ้าแล้วซู่หรานก็ยังมั่นใจว่าภายใต้เสื้อผ้าพวกนั้นต้องเต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่ๆ
เขาเขินอายหน้าแดง ระหว่างที่สอนให้ซินซินปาลูกดอก แม้ซินซินจะปาได้แย่มาก แต่เขาก็ยิ้มหัวเราะดีใจ ั์แววตาของชายหนุ่มคนนั้นบ่งบอกชัดเจนว่าเขากำลังหลงรักซินซิน
[1] เวลา 01.00-02.59 นาฬิกา
[2] เวลา 05.00-06.59 นาฬิกา
[3] เวลา 07.00-08.59 นาฬิกา