ภารกิจที่เขาเห็นนั่นก็ทำให้ถึงกับอึ้งอยู่นิดๆ ฝึกฝนสัตว์อสูรระดับสี่ให้เชื่องหรอ แล้วของรางวัลนี้มันชั่งมากมายนัก หินลมปราณยุทธภายในทวีปชิงหลงนั่นเรียกได้ว่าเป็ค่าเงินตราที่สูงที่สุดของผู้ฝึกยุทธเลยก็ว่าได้ พวกมันมีคลื่นพลังยุทธภายในตัวเองอย่างมหาศาล โดยทั่วไปแล้วผู้ฝึกยุทธที่แข็งแกร่งนอกจากจะใช้เม็ดยาหรือลูกแก้วจิตอสูรบ่มเพาะพลังแล้วนั่น พวกเขาก็ยังจะใช้หินลมปราณยุทธนี้ควบคู่กันไปอีกด้วย มันจะช่วยให้พลังภายในร่างพัฒนาไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ติดขัด
ว่ากันว่าหินลมปราณยุทธนี้เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติทั่วทั้งทวีปชิงหลง พวกมันจะอยู่ภายในส่วนลึกของใต้พื้นดินพร้อมกับพลังงานฟ้าดินที่หนาแน่น เรียกง่ายๆว่ามันคือพลังงานฟ้าดินที่อัดแน่นและรวมตัวกันนั่นเองจึงทำให้พลังของมันบริสุทธิ์มากยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดและยังเป็ที่นิยมของผู้ฝึกยุทธอีกด้วย
หินลมปราณยุทธหนึ่งก้อนจะมีมูลค่าเทียบเท่ากับหนึ่งพันเหรียญทองเลยก็ว่าได้ คนธรรมดาที่มีสถานะร่ำรวยบางคนก็มีพวกมันสะสมเอาไว้บ้าง ส่วนระดับของมันก็มีแยกย่อยลงไปอีก หินลมปราณยุทธระดับต่ำ หินลมปราณยุทธระดับกลาง หินลมปราณยุทธระดับสูงและว่ากันว่ายังมีเหนือขึ้นไปกว่านั่นอีกพวกมันถูกเรียกว่าหินลมปราณยุทธระดับสูงสุด
หลินตงที่เห็นถึงรางวัลเช่นนี้ก็ได้แต่ตาลุกวาว ภายในทวีปชิงหลงแห่งนี้นอกจากจะมีผู้ฝึกยุทธแล้วก็ยังมีผู้ใช้สัตว์อสูรก่อเกิดขึ้นอีกด้วย พวกเขาจะใช้พลังของมันในการต่อสู้แทนตัวเอง แต่ละคนก็มีวิธีการฝึกฝนสัตว์อสูรให้เชื่องเพื่อให้พวกมันมาเป็พลังให้ อย่างกรณีนี้มันคล้ายคลึงกับการอัญเชิญของเขานัก ตัวอย่างที่มีให้เห็นก็เ้าหมายเลขหนึ่ง ในตอนนั่นเขาได้ใช้วงแหวนพิเศษจากศาสตร์จักรพรรดิัครอบภพในการควบคุมมันจึงทำให้สามารถบงการมันได้อย่างใจนึก
และภารกิจนี้สำหรับเขานั่นถือว่าง่ายดายนัก ถ้าเกิดว่าเขาสามารถทำให้เ้านั่นเชื่องได้ หินลมปราณยุทธระดับต่ำห้าสิบก้อนก็จะตกเป็ของเขา
หลินตงครุ่นคิดจบก็ไม่รอช้ารีบดึงใบประกาศนั่นออกมา ฝูงชนรอบๆเมื่อเห็นว่าเขาหยิบภารกิจอะไรก็เอ่ยทักท้วงออกมาในทันที
"พ่อหนุ่ม ภารกิจของเ้าเมืองอันนั่นข้าว่าอย่าเลยดีกว่า สัตว์อสูรระดับสี่ที่พวกเขาไปจับมานั่นดุร้ายยิ่งนัก ไม่มีใครเคยทำให้มันสงบนิ่งได้มาก่อน..!!"
ชายหนุ่มเมื่อได้ยินก็มองไปรอบๆและเห็นว่าแต่ละคนมองมาที่เขาอย่างน่าเวทนา มันยิ่งทำให้ตัวของเขาประหลาดใจยิ่งนัก
"แล้วมันทำไมหรอ..?"
ทุกคนที่เห็นท่าทางไม่ทุกข์ร้อนของเขาก็ต้องลอบขบขันอยู่นิดๆ ขณะนั่นก็มีคนนึงพูดออกมา
"ฟังนะ ภารกิจนี้น่ะถูกติดป้ายประกาศไว้จะหลายปีมาแล้ว มีผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรมากมายที่เข้ามารับภารกิจนี้เพียงเพราะว่าเห็นรางวัลที่น่าดึงดูดแต่ทว่าพวกเขาก็ต้องคอตกกลับบ้านไป ต้องบอกก่อนว่าเ้าเมืองเหรินซานหลินหยวนผู้นั่นถือว่าเป็คนที่เถรตรงพูดจาโผงผางอย่างไม่ไว้หน้าใคร ในตอนนั่นมีผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรคนนึงรับภารกิจนี้ไปแต่ทว่าเมื่อเขาไม่สามารถทำให้สัตว์อสูรระดับสี่ตนนั่นเชื่องได้แถมยังทำให้มันดุร้ายโกรธเกรี้ยวมากขึ้นไปอีก เ้าเมืองเหรินซานจึงอัดเขาจนปางตายเลยทีเดียวและหลังจากนั่นเมื่อเื่ราวนี้แผ่กระจายไปอย่างรวดเร็วก็ไม่มีผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรคนไหนกล้าที่จะรับมัน ต้องบอกก่อนว่าผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรคนนั่นมีพลังถึงจิตยุทธปฐีขั้นต่ำเชียวนะแล้วเ้าที่มีพลังเพียงแค่เริ่มต้นเช่นนี้จะไปทำอะไรได้..!!"
ชายวัยกลางคนๆนึงที่ยืนอยู่ข้างๆชายหนุ่มเล่าอธิบายออกมาอย่างยาวเหยียด สำหรับคำพูดประโยคของเขามันก็ทำให้ทุกคนรอบๆบริเวณต้องลอบพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ไม่มีใครในที่แห่งนี้รู้ถึงวีรกรรมของเ้าเมืองหลินหยวนผู้นั่น เขาเป็คนที่ขี้หงุดหงิดง่ายและโกรธเกรี้ยวเป็ประจำ นิสัยในด้านนี้อาจจะไม่เป็ที่ถูกใจของใครหลายๆคนแต่สำหรับพลังยุทธละก็เขายืนหนึ่งภายในอาณาเขตแห่งนี้เลยก็ว่าได้แม้แต่สำนักจิติญญาก็ยังต้องเกรงใจเขาถึงหลายส่วนเลยทีเดียว จิตยุทธปฐีขั้นปลายพร้อมกับจิติญญายุทธขั้นกลางรูปลักษณ์อสูรทำให้เป็ที่น่าเกรงขามของใครหลายๆคน
"ฮ่าฮ่า ข้าก็นึกว่าอะไร พวกท่านไม่ต้องกังวลแทนตัวของข้าหรอก"
หลินตงที่ได้ฟังก็หัวเราะขึ้นอยู่นิดๆ อย่าเอาเขาไปเทียบกับคนพวกนั่นสิ ศาสตร์จักรพรรดิัครองภพของเขานั่นไม่เกี่ยวข้องกับขั้นพลังใดๆทั้งนั่น เขาคิดว่าจะสามารถทำให้มันสงบและเชื่อฟังเ้าเมืองหลินหยวนคนนั่นอย่างแน่นอน ชายหนุ่มคิดจบก็หันหลังแหวกทางของฝูงชนไปโดยที่ภายในมือยังมีใบประกาศนั่นอยู่ ท่าทางที่มั่นใจดูสบายของชายหนุ่มทำให้หลายคนเริ่มไม่พอใจ
"เป็ชายหนุ่มที่โอหังนัก พวกเราอุตส่าห์เตือนมันดีๆแล้วนะ..!!"
"พลังเพียงแค่นั่นจะทำอะไรได้ เพียงแค่เข้าใกล้เ้าสัตว์อสูรนั่นก็คงจะฉี่ราดแล้วมั้ง ต้องบอกก่อนว่านั่นคือราชสีห์คลั่งที่ทรงพลัง..!!"
"นั่นสิ อย่าไปสนใจมันเลย หลังจากนี้ก็ให้มันรับผลที่ตามมาเองละกัน..!!"
ฝูงชนเมื่อเห็นว่าเ้าหนุ่มผมเงินคนนั่นยังดื้อดึงอยู่แบบนี้ก็พูดคุยกันไปมา บางคนถึงกับคิดว่าชายหนุ่มนั่นโง่เขลาที่ถูกของรางวัลนั่นหลอกล่อเอา ลองคิดดูสิถ้าเกิดไม่สามารถทำให้สัตว์อสูรเชื่องได้ เ้าเมืองหลินหยวนคนนั่นที่ตอนนี้กำลังหงุดหงิดอยู่คงจะได้สังหารเ้าหนุ่มทิ้งแน่ๆ แต่ก็น่ะ มันก็ช่วยไม่ได้เพราะถึงยังไงพวกเขาก็เตือนและอธิบายไปแล้ว
ที่ภายนอกตำหนักภารกิจ หลินตงตอนนี้กวาดตามองเพื่อทบทวนเนื้อหาภายในกระดาษขึ้นอีกรอบ จากที่ฟังๆมานั่นชายวัยกลางคนที่เป็เ้าเมืองถึงจะมีนิสัยที่ดุร้ายและเถรตรงแต่ทว่าเขาก็เป็คนใจปล้ำเช่นเดียวกัน ถ้าเกิดชายหนุ่มสามารถทำให้สัตว์อสูรระดับสี่ของเขาเชื่องได้ละก็รางวัลคงจะมากกว่าที่ประกาศอีกแน่
ยิ่งเขาคิดก็เริ่มตื่นเต้นอยู่หน่อยๆ ฝีเท้าทั้งสองรีบจ่ำอ้าวออกไปอย่างรวดเร็วในทันที ถ้าหลังจากนี้เขาได้หินลมปราณยุทธมาละก็คงจะใช้มันทะลวงขึ้นสู่จิตยุทธิญญาได้อย่างแน่นอน