บทที่ 57 เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับฉันตรงไหน
ลู่เฉิงเหวินอยากจะด่าพ่อล่อแม่อีกฝ่ายจริง ๆ!
อยู่ตรงไหนไม่อยู่! ฮวาเสวี่ยหนิงทหารรับใช้ใกล้ชิดประจำตัวไอ้หลงอ้าวเทียน ทว่าตอนนี้เธอดันมาซ่อนตัวอยู่ใต้กำแพงที่เขาปีน
ที่เขาร่วงตกลงมาคงเป็นเพราะเธอปาหินใส่แน่ ๆ!
ตอนนี้ขาของเขาชาไปหมด คงได้แต่เดินกะเผลก หลังจากนี้คงจะปีนขึ้นกำแพงหนีอีกไม่ได้แล้ว
ประตูใหญ่!
ตอนนี้หลงอ้าวเทียนน่าจะเข้าไปในบ้านแล้ว ถ้าเดินออกทางประตูใหญ่ก็ไม่น่าจะเจอ
แต่เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวลู่เฉิงเหวินก็ล้มลง คนในคฤหาสน์ที่เห็นจึงพากันมาประคองราวกับดาวล้อมเดือน และช่วยพยุงชายหนุ่มกลับไปยังห้องรับแขก
ในห้องหนังสือ
เหลิ่งเทียนหาวยังคงนั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน
ลู่เฉิงเหวินกับหลงอ้าวเทียนนั่งอยู่บนโซฟารับแขก หลงอ้าวเทียนหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม
ส่วนลู่เฉิงเหวินทำใจดีสู้เสือฝืนยิ้มเอาใจคนข้าง ๆ
เหลิ่งชิงชิวที่นั่งอยู่อีกด้านคิดในใจ ทำไมอยู่ที่ไหนก็จะต้องมีหลงอ้าวเทียนอยู่ด้วยตลอด? แล้วทำไมพี่เฉิงเหวินถึงต้องกลัวคนคนนี้ด้วย?
เหลิ่งเทียนหาวพูด “คุณหลงช่วยเล่ารายละเอียดของเรื่องนี้ให้ฟังหน่อยสิครับ”
หลงอ้าวเทียนพูด “ต้าอวี่กรุ๊ปเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศหนัน ผมคิดว่าเรื่องนี้คุณเหลิ่งน่าจะรู้อยู่แล้ว?”
“ใช่” เหลิ่งเทียนหาวพูด “แค่ภายในประเทศ ต้าอวี่กรุ๊ปก็สร้างโครงการสวนสนุกขนาดใหญ่ถึงสี่สิบกว่าแห่งในสามสิบกว่าเมืองแล้ว นอกจากนี้ยังสร้างและพัฒนาโครงการต่าง ๆ ด้วย... มีทั้งธุรกิจโรงแรม โรงภาพยนต์ การพัฒนาเมืองท่องเที่ยว และการก่อสร้างหอศิลป์ พวกเขามีมูลค่าทรัพย์สินราว ๆ สี่ล้านล้าน เป็นนายทุนกลุ่มใหญ่เลยละ”
หลงอ้าวเทียนพยักหน้า “สำหรับโครงการนี้ พวกเขาได้วิเคราะห์อย่างลับ ๆ มานาน และตอนนี้ก็เลือกสถานที่ไว้แล้วครับ ข่าวนี้ถือเป็นความลับสุดยอด แต่ผมสามารถบอกคุณได้ พวกเขาจะเริ่มทำการเจรจาในอีกไม่นานนี้ และพวกเราจะต้องซื้อที่ผืนนั้นมาก่อนโดยไม่ให้พวกเขาตั้งตัวทัน เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราก็แค่นั่งนิ่ง ๆ รอให้พวกเขาเข้ามาขอเจรจากับพวกเราเอง”
เหลิ่งเทียนหาวพยักหน้ารับพลางกัดฟัน เขารู้สึกตื่นเต้นจนแทบทนไม่ไหว “สองพันกว่าล้าน ถ้าสามารถซื้อที่ผืนนั้นมาได้ พวกเราจะสามารถดีดราคาให้สูงกว่าเดิมได้ถึงสามเท่า!”
หลงอ้าวเทียนส่ายหน้า “ไม่ครับ”
“คุณคิดว่าผมขายแพงไปเหรอ?”
“ขายถูกไปต่างหากครับ”
หลงอ้าวเทียนยิ้มพลางพูด “การขายที่ดินเป็นการซื้อขายครั้งเดียว มันไม่ได้มีความหมายอะไรนัก ด้วยที่ดินผืนนี้ ผมคิดว่าพวกเราสามารถทำอะไรได้อีกเยอะครับ”
“เช่น?”
หลงอ้าวเทียนพูด “พวกเขามีเงินทุน และกำลังอยู่ในช่วงการออกแบบกับเจรจา ตอนนี้ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว ขาดแค่ที่ดิน ถ้าพวกเราสามารถกว้านซื้อที่พวกนี้มาได้สำเร็จ เราก็จะสามารถใช้มันมาเจรจาต่อรองกับต้าอวี่กรุ๊ปได้ครับ”
“พูดมาให้ละเอียดกว่านี้หน่อย”
หลงอ้าวเทียนพูด “ข้อที่หนึ่ง พวกเราสามารถเสนอเงื่อนไขขอร่วมหุ้นได้ ตามราคาหุ้นของสวนสนุกขนาดใหญ่ มันมีราคาราว ๆ เจ็ดพันล้าน พวกเราสามารถครองหุ้นได้ถึงร้อยละยี่สิบกว่า ๆ เมื่อเจรจาเรียบร้อย เราสามารถครองหุ้นได้ถึงร้อยละยี่สิบห้าหรืออาจจะมากกว่านั้น เมื่อสวนสนุกสร้างเสร็จ กำไรสุทธิที่จะได้ในแต่ละปีมีมูลค่าห้าพันกว่าล้านเป็นอย่างน้อย และนั่นก็หมายความว่าเงินปันผลที่พวกเราจะได้รับในแต่ละปีจะสูงถึงพันกว่าล้านหรือมากกว่านั้น”
“แต่นั่นมันเป็นผลประโยชน์ระยะยาว กว่าสวนสนุกจะสร้างเสร็จยังต้องใช้เวลานานอีกหลายปี เชียนเฟิงกรุ๊ปของพวกเรา...” เหลิ่งเทียนหาวไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจน ทว่าความหมายที่กล่าวนั้นเด่นชัด
มันหมายความว่าพวกเขาต้องการเงินมาให้เร็วที่สุด จะรอช้าไม่ได้ และไม่อาจรอนาน ๆ ด้วยเช่นกัน
“ฮ่า ๆ ๆ!” หลงอ้าวเทียนพูด “คุณเหลิ่ง ทำไมถึงสับสนแบบนั้นล่ะครับ? เงินในช่วงหลังก็ต้องเป็นเงินที่ได้ในช่วงหลัง เรามีที่ดินอยู่ในมือ ไม่เพียงจะสามารถเจรจาจำนวนหุ้นที่จะถือครองได้เท่านั้น แต่งานก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ กำลังคน การจัดซื้อ และการประชาสัมพันธ์... สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ พวกเราสามารถเลือกมาสักสองสามข้อเขียนลงไปในสัญญาได้ด้วย แบบนี้แล้วยังจะต้องกลัวอะไรอีกล่ะครับ?”
เหลิ่งเทียนหาวตบขาเสียงดังด้วยความตื่นเต้น “เยี่ยมไปเลย! ถ้าเป็นแบบนี้ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง เงินสองพันกว่าล้านก็จะสามารถได้กำไรคืนมาจำนวนไม่น้อย และเมื่อพวกเราเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการนี้ ธุรกิจทั้งหมดของตระกูลเหลิ่งก็จะกลับมาสดใสอีกครั้ง!”
“ถูกต้องแล้วครับ!”
เหลิ่งเทียนหาวมองลู่เฉิงเหวิน
“เฉิงเหวิน หลานไม่ใช่คนนอก สถานการณ์ในเชียนเฟิงกรุ๊ปหลานเองก็รู้ดี และหลานก็ใกล้จะหมั้นกับชิงชิวอยู่แล้ว ถือเป็นคนในครอบครัว ดังนั้นเรื่องในวันนี้อาจะไม่ปิดบังหลาน หลานคิดยังไงกับเรื่องนี้ล่ะ?”
ลู่เฉิงเหวินยังคงนั่งนวดขาอยู่
เขาคิดในใจ
‘ฉันคิดยังไง? เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับฉันตรงไหน? นี่เป็นเรื่องที่หลงอ้าวเทียนคิดจะใช้เพื่อรับลูกสาวคุณไป โครงการนี้เป็นแผนการใหญ่ของเขา’
‘คุณรีบ ๆ ทำตามที่เขาพูดซะเถอะ จากนั้นเขาก็จะช่วยคุณจัดการซื้อที่ดินผืนนั้นโดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินสักหยวน เรื่องเป็นแบบนี้แล้วคุณไม่รู้สึกดีใจเหรอ? ไม่รู้สึกซาบซึ้งใจรึไง? คุณต้องร้องไห้ออกมาให้เขาเห็นสิ!’
‘และเพราะฉันกับเหลิ่งชิงชิวไม่ค่อยจะถูกกัน ดังนั้นคุณรีบยกลูกสาวให้เขาไปซะ! ต่อไปไม่ว่าเรื่องไหนก็ให้เขาเป็นคนตัดสินใจ เชื่อฟังและทำตามที่เขาพูดก็พอแล้ว!’
เหลิ่งชิงชิวแทบจะกระอักเลือดออกมา
อีตาบ้าคนนี้มันยังไงกัน? ถึงตอนนี้แล้วก็ยังจะระแวงว่าฉันชอบหลงอ้าวเทียนอยู่อีก! ตาข้างไหนของคุณที่เห็นว่าฉันชอบเขางั้นเหรอ? ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนั้นย่ะ!
ทำไมคุณถึงเข้าใจฉันผิดตลอด!? ฉันต้องคิดหาวิธีไม่ให้เขาเข้าใจผิดอีก
เดี๋ยวก่อน!?... ทำไมฉันถึงต้องสนใจด้วยว่าลู่เฉิงเหวินจะ ‘เข้าใจผิด’ รึเปล่า?
ความจริงหัวใจของเหลิ่งชิงชิวเริ่มโอนอ่อนแล้ว แต่เธอหยิ่งทะนงจนเคยชิน ยากที่จะยอมรับความคิดในใจของตัวเองได้
สำหรับผู้หญิงอย่างเหลิ่งชิงชิวแล้ว ความเย่อหยิ่งและเย็นชาเป็นเพียงเครื่องป้องกันตัวของเธอเท่านั้น
ผู้หญิงในวัยนี้มีคนไหนบ้างที่ไม่ใช่สาวน้อยใสซื่อ? มีคนไหนบ้างที่ไม่ต้องการความรัก?
ทว่าเหลิ่งชิงชิวไม่อาจยอมรับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตัวเองในตอนนี้ได้เท่านั้น
เธอไม่มีความสามารถในด้านนี้ เธอมีปมในเรื่องนี้
ลู่เฉิงเหวินตอบอึก ๆ อัก ๆ “ผม... ผมคิดว่าพี่หลงพูดมีเหตุ...”