ย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง

    บทที่ 39 มีดหั่นเนื้อ

    ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง


    บทที่ 39 มีดหั่นเนื้อ




    หลังเรื่องยุ่งๆจบลงจางหย่งก็ดำเนินชีวิตตามเดิม เพิ่มเติมคือมีเหล่าบรรดาแขกผู้มาเยือนที่มาประจำอยู่ที่บ้านของเขา


    "น้ำบ้านเจ้านี่อร่อยจริงๆ"


    ยายเฒ่าจ้าวเอ่ยขึ้น เมื่อเช้านี้นางลุกไปยืดเส้นยืดสายในป่าที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของหนิงเหอมากนัก ทำให้นางพลาดเรื่องสนุกๆไป 


    หลังกลับมานางยังแบกหมูป่ากลับมาด้วยตัวหนึ่ง ทำให้ตอนนี้จางหย่งต้องรับหน้าที่จัดการกับหมูตัวนั้นจนเหงื่อตก มีดที่ใช้ทั้งทื่อทั้งบิ่น จนเขาทนไม่ไหวและเรียกเสี่ยวเหมาเข้ามา ก่อนจะเปิดมิติลากเอาดาบคาตานะเล่มยาวที่สุ่มได้ออกมาใช้หั่น เฉือนหมูป่าออกเป็นชิ้นๆ 


    'มีดหั่นหมูป่าของเจ้านายดูหรูหรามากเลยนะเนี่ย'


    จางหย่งไม่ได้สนใจคำพูดของสุนัขมิติ เขายังคงก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ผู้อาวุโสหลิวที่เหลือบไปเห็นจางหย่งกำลังจัดการกับหมู่ป่าด้วยอุปกรณ์หน้าตาแปลกประหลาดก็เอ่ยขึ้นว่า


    "โอ้ว เจ้าหนุ่มนั่นกำลังใช้มีดชนิดไหนจัดการกับหมู่ป่าน่ะ"


    ทุกสายตาหันมองไปทางจางหย่งเป็นสายตาเดียวกัน มีเพียงอาเฟยที่รู้ว่าอุปกรณ์หน้าตาแปลกประหลาดมาจากที่ใด เขาคิดนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "นั่นคือมีดหั่นเนื้อของบ้านเราเองขอรับ"


    อาฟู่น้องชายคนรองที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยถามขึ้นว่า


    "เอ๋ พี่ใหญ่ นั่นมีดหั่นเนื้อบ้านเราหรือ เหตุใดข้าไม่เคยเห็นเลย"


    ขนาดข้ายังไม่เคยเห็น แล้วเจ้าจะเคยเห็นได้อย่างไร อาเฟยคิดในใจ ก่อนจะเอ่ยตอบว่า


    "เพราะเจ้าไม่ค่อยได้เข้าไปในห้องครัวน่ะสิ ถึงไม่เคยเห็น"


    อาฟู่พยักหน้ารับ เป็นเช่นนี้เอง สงสัยเขาต้องเข้าไปเล่นในห้องครัวบ่อยๆเสียแล้ว จะได้เจอกับของเล่นน่าสนใจอย่างนั้น อาฟงน้องชายคนเล็กไม่ได้สนใจมีดที่ใช้หั่นเนื้อ แต่กลับสนใจเนื้อที่ตัวเองจะได้กินมากกว่า เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า


    "เนื้อ หม่ำๆ"


    ทำเอาทุกคนหัวเราะออกมา เลิกสนใจมีดหั่นเนื้อแล้วหันมาสนใจเล่นกับเด็กๆทั้งสามคนแทน หนิงเหอที่เพิ่งกลับมาจากการทำธุระในเมืองก็เข้าร่วมวงกับผู้คนที่ลานหน้าบ้าน ไม่เว้นแม้แต่เสี่ยวเหมาที่เสร็จภารกิจก็เข้ามาร่วมวงที่หน้าบ้านด้วย จนจางหย่งถึงกับสงสัยว่า นี่เขามาเข้าร่างตัวละครที่รับหน้าที่เป็นคนใช้หรือเปล่ากันนะ เฮ้อ


    หลังมื้ออาหารผ่านไป จางหย่งได้มานั่งร่วมวงกับคนอื่นๆที่ลานหน้าบ้าน ผู้อาวุโสหลิวที่นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ก็เอ่ยถามขึ้นว่า


    "พ่อหนุ่ม เหตุใดอยู่ๆ เจ้าถึงมีพลังวิญญาณขึ้นมาได้เล่า หรือเรื่องนี้จะเกี่ยวกับท่าน"


    ผู้อาวุโสหลิวหันไปมองผู้เฒ่าจ้าวด้วยความสงสัย ก่อนหน้านี้ในการพบกันครั้งแรกเขาใช้พลังวิญญาณของตัวเองตรวจสอบจางหย่งก็พบว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่มีพลังวิญญาณใดๆ แต่การต่อสู้กับคนในตระกูลอี้เมื่อครู่เขากลับมีพลังวิญญาณระเบิดออกมาโดยที่ไม่มีใครทันรู้ตัว


    เมื่อผู้อาวุโสหลิวลองตรวจสอบอีกครั้งก็ยังไม่พบพลังวิญญาณใดๆ ในตัวจางหย่งเช่นเคย สาเหตุที่เขาตรวจสอบแล้วไม่พบพลัง มันมีความหมายเพียงสองอย่าง หนึ่งคือตัวของชายหนุ่มไม่มีพลังวิญญาณ สองคือพลังวิญญาณของผู้ถูกตรวจสอบสูงเกินกว่าจะมองเห็น


    ผู้เฒ่าจ้าวหัวเราะออกมาทีหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "ฮ่าๆๆ ข้าไม่ได้เก่งขนาดจะไปสร้างพลังวิญญาณในคนที่ไม่มีได้หรอกนะ"


    "แล้วเหตุใดเจ้าหนุ่มนั่นดูเหมือนจะมีพลังวิญญาณออกมาได้ล่ะ?"


    ผู้เฒ่าจ้าวเล่าถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เขาเจอเมื่อวานนี้ รวมถึงการรักษา และผลจากการรักษาของเขาด้วย ทำให้ผู้อาวุโสหลิวที่ได้ฟังขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยว่า


    "เจ้าหนุ่ม สนใจจะเป็นลูกศิษย์ของข้าหรือไม่?"


    จางหย่งที่ได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที แต่เมื่อนึกได้ว่าเขาไม่มีเวลาจะไปฝึกวิชาที่สำนักอัคคีได้ เขาก็เอ่ยขึ้นว่า


    "ข้าน้อยซาบซึ้งในน้ำใจของผู้อาวุโสมาก แต่ข้ายังมีหลายสิ่งที่ต้องทำ ไม่อาจตามไปฝึกวิชากับท่านได้ขอรับ"


    "บร๊ะ ใครบอกว่าเจ้าต้องตามไปฝึกวิชากัน"


    อ้าวไม่ใช่ว่าต้องตามไปฝึกวิชาเหมือนในหนังกำลังภายในที่เคยดูก่อนหน้านี้หรอกหรือ เสี่ยวเหมาที่ได้ยินความคิดของเจ้านายก็เอ่ยขึ้นในหัวของเขาว่า


    'เจ้านาย ท่านดูหนังมากไปนะ'


    จางหย่งถลึงตาใส่เสี่ยวเหมาจอมรู้ทันทีหนึ่ง ก่อนจะหันมาถามผู้อาวุโสหลิวว่า


    "ถ้าเช่นนั้นข้าต้องทำอะไรบ้างหรือขอรับ"


    "ขอเพียงเจ้าคำนับข้าเป็นอาจารย์ เมื่อข้ามีเวลาว่างข้าจะถ่ายทอดวิชาต่างๆให้กับเจ้า ขอเพียงเจ้าไม่ได้ใช้วิชานั้นกระทำความผิด ข้าก็จะยังคงเป็นอาจารย์ของเจ้าต่อไป"


    ผู้อาวุโสหลิวไม่ใช่คนมีพิธีรีตอง เขาเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ อันที่จริงอี้เจียวหั่วเองก็ไม่ใช่ศิษย์ของเขาโดยตรงแต่เป็นศิษย์ของสหายในสำนักเดียวกัน ดังนั้นอี้เจียวหั่วจึงเรียกผู้อาวุโสทุกคนในสำนักอัคคีว่าอาจารย์ เมื่อเห็นว่าหน่วยก้านไม่เลว ผู้อาวุโสหลิวจึงได้สอนวิชาไปบ้างบางส่วน แต่เมื่อพบเข้ากับเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อน ทำให้เขาตั้งใจจะเลิกสอนวิชาเจ้าเด็กหน้าไม่อายคนนั้นต่อไป


    "รีบๆคารวะอาจารย์ของเจ้าเสียสิ"


    ผู้เฒ่าจ้าวเอ่ยสนับสนุน ปกติเขามักจะศึกษาและเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ แม้เขาจะมีพลังยุทธแต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับสหายผู้นี้ ชายหนุ่มผู้นั้นจำเป็นต้องมีคนชี้แนะการใช้พลังอย่างถูกต้อง เพราะพลังวิญญาณถูกสั่งสมและกดเอาไว้ภายในร่างกายมานาน หากไม่ได้เรียนวิธีใช้พลังเลยอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายก็เป็นได้ ผู้เฒ่าจ้าวเองก็ยังอยากศึกษากรณีของจางหย่ง จึงยังไม่ได้จากไปไหน


    "การาวะ ต้าน อาจาง"


    ขณะที่จางหย่งกำลังจะเอ่ยตอบรับ อาฟงลูกชายคนเล็กที่ได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าจ้าวก็พูดขึ้นมาก่อน ทำให้ทุกคนในที่นั่นถึงกับหัวเราะออกมา ผู้อาวุโสหลิวที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า


    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาเถอะๆ ข้ารับพวกเจ้าเป็นศิษย์ให้หมดทุกคนเลย"


    อาเฟยลูกชายคนโตและอาฟ่งลูกชายคนรองก็รีบเอ่ยคารวะอาจารย์ขึ้นมาทันที โดยมีจางหย่งเอ่ยตามหลัง และแล้วผู้อาวุโสหลิวก็ได้รับลูกศิษย์ทีเดียวถึงสี่คน เอาเถอะ เขาเองก็รู้สึกถูกชะตากับเจ้าพวกนี้อยู่แล้ว  จึงรับไว้เป็นศิษย์ทั้งหมดเลยก็แล้วกัน หลังจากนี้เขาจะได้รู้ว่า การรับทั้งสี่เป็นศิษย์ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเขาแล้วจริงๆ


    ด้านหนิงเหอที่ออกไปหาข่าวเกี่ยวกับเด็กทั้งสามและจางหย่งอย่างเงียบๆในเช้าวันนี้ ก็กลับมาทันร่วมวงสนทนา นางคิดทบทวนแล้วว่าหากเทียบดูระยะเวลาที่เด็กๆปรากฏตัวขึ้นพร้อมจางหย่ง เป็นเวลาใกล้ๆกันกับที่พี่สาวของนางหายตัวไป ทำให้นางค่อนข้างมั่นใจว่าเด็กๆทั้งสามคนนี้คือหลานของตนอย่างแน่นอน นางที่ได้เห็นหลานๆของตัวเองดูมีความสุขก็ยิ้มออกมาจากใจ จนจางหย่งถึงกับตกตะลึงในความงามของหญิงสาว เสี่ยวเหมาที่เห็นเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า


    'เจ้านาย น้ำลายจะไหลออกมาแล้ว'


    จางหย่งที่รู้สึกหมั่นไส้เสี่ยวเหมามาตั้งแต่ก่อนหน้านี้เอ่ยขึ้นว่า


    'ถ้าไม่อยากอดข้าวเย็นเงียบไปซะ'


    เสี่ยวเหมาถึงกับเงียบเสียงลงหดคอโดดขึ้นไปนั่งบนตักหนิงเหอ ก่อนจะส่งสายตาสื่อความหมายไว้ว่า ท่านได้แค่มอง ข้าได้สัมผัสด้วยนะ


    จางหย่งถลึงตาใส่เสี่ยวเหมาจนตาแทบถลนออกมา เสียงของผู้เฒ่าจ้าวเอ่ยขัดความคิดของจางหย่งขึ้นว่า


    "เจ้าหนูน้ำข้าหมดแล้ว ช่วยไปเอาเพิ่มให้ข้าหน่อยได้หรือไม่"


    "ของข้าด้วย"


    อาเฟยเดินไปตักน้ำในบ่อส่งให้ทั้งสองอย่างรู้ความ 


    ผู้อาวุโสหลิวมองหน้าสหายสองสามีภรรยาด้วยความสงสัย เหตุใดสหายของเขาถึงดูกระหายน้ำกันขนาดนี้ ก่อนมื้ออาหารกินไปแล้วรอบหนึ่ง หลังกินข้าวเสร็จก็กินไปเต็มๆสองกระบอก แม้จะสงสัยแต่ผู้อาวุโสหลิวก็ไม่ได้ลองดื่มน้ำที่บ้านของจางหย่ง เขาเป็นคนชอบออกเดินทาง ทำให้เขาพกกระบอกน้ำตัวเองติดตัวตลอดเวลา ด้วยความที่เขาคิดว่าน้ำภายนอกไม่สะอาดเท่าน้ำที่ผ่านการต้ม หากไม่จำเป็นเขาจะไม่ดื่มน้ำจากภายนอกบ้าน ทำให้เขาพลาดโอกาสจะได้ดื่มน้ำพลังวิญญาณไปอย่างน่าเสียดาย


    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง ที่คุณอ่าน

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371