"แล้วทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่?" เคียวถาม
"ข้าไม่รู้" เอลล่าตอบ "แต่ข้าคิดว่ามันอาจจะมีเหตุผลบางอย่าง"
เคียวพยักหน้า เขาคิดว่าเอลล่าพูดถูก สัตว์ประหลาดตัวนั้นไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่โดยไม่มีเหตุผล
"เราต้องหาคำตอบ" เคียวเอ่ย
"ใช่" เอลล่าตอบ "แต่เราต้องระวังให้มากขึ้น"
ทั้งคู่นั่งคุยกันต่อจนกระทั่งดึก พวกเขาตัดสินใจที่จะนอนพักผ่อน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอาทิตย์ลอดผ่านปากถ้ำเข้ามา เคียวและเอลล่าตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น พวกเขาเตรียมตัวออกเดินทางต่อ
"เราจะไปที่ไหนกันต่อ?" เคียวถาม
"ข้าคิดว่าเราควรไปที่เมืองเอลเดอร์ฟอร์ท" เอลล่าตอบ "เป็เมืองที่อยู่ใกล้กับดินแดนทางเหนือ เราอาจจะหาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดตัวนั้นได้"
"ข้าเห็นด้วย" เคียวตอบ
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางออกจากถ้ำและมุ่งหน้าไปยังเมืองเอลเดอร์ฟอร์ท เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึง พวกเขาได้พบกับเมืองที่เต็มไปด้วยชนเผ่าเร่ร่อนมากมายที่มาตั้งถิ่นฐานนะที่ดินแดนแห่งนี้ พวกเขาได้ยินเื่ราวเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายและอันตรายที่อาศัยอยู่ในดินแดนทางเหนือจากปากของกลุ่มชนเผ่าเร่ร่อนพวกนั้นอย่างหนาหู
"ต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดตัวนั้นให้ได้" เคียวกล่าว
"ใช่" เอลล่าตอบ "ข้าจะไปที่หอสมุดของเมืองเพื่อหาข้อมูล"
เอลล่าเดินไปยังหอสมุดของเมือง ส่วนเคียวเดินไปยังโรงเตี๊ยมเพื่อหาข้อมูลจากชนเผ่าเร่ร่อนคนอื่น ๆ
เอลล่าใช้เวลาหลายชั่วโมงในการค้นหาข้อมูลในหอสมุด เธอพบข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายที่เรียกว่า "ปีศาจวัวพันปี" มันเป็สัตว์ประหลาดที่มีร่างกายใหญ่โต ตัวสีขาว และดวงตาสีเหลืองอำพัน มันมีพลังและความดุร้ายที่น่าสะพรึงกลัว
"ปีศาจวัวพันปีเป็สัตว์ประหลาดที่อันตรายมากจริงๆ ข้าคิดว่ามันจะโดนนักเวทฝีมือดีปราบไปแล้วซะอีก" เอลล่าคิด
เคียวได้ข้อมูลจากชนเผ่าเร่ร่อนคนอื่น ๆ ว่า ปีศาจวัวพันปี เป็สัตว์ประหลาดที่มาจากดินแดนทางเหนือ มันเป็สัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งและดุร้าย มันมักจะโจมตีเมืองและหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับดินแดนทางเหนือ
"เราต้องหาทางหยุดมัน" เคียวคิด "มันอันตรายเกินไป มันไม่สมควรจะอยู่ต่อบนดินแดนที่สงบแห่งนี้"
เคียวและเอลล่าพบกันที่โรงเตี๊ยม พวกเขาแลกเปลี่ยนข้อมูลที่พวกเขาได้มา
"ปีศาจวัวพันปี เป็สัตว์ประหลาดที่อันตรายมาก" เอลล่ากล่าว "พวกเราต้องหาทางหยุดมัน"
"เราจะทำยังไง?" เคียวถาม
"เราต้องไปที่ถ้ำของมันและกำจัดมันซะ" เอลล่าตอบ
"จากที่ข้าฟังมาคนแถบนี้หวาดกลัวมันเป็อย่างมาก" เคียวกล่าว
"ข้ารู้ ข้าไม่คิดว่ามันยังมีชีวิตอยู่" เอลล่าตอบ
เคียวมองหน้าเอลล่าด้วยความสงสัย
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ปีศาจวัวพันปี มันเคยบุกไปที่เอลเดอร์เรียแล้วครั้งนึง แต่มันโดนนักเวททุกคนในเมืองรวมตัวกันกำจัดมันจนมันแน่นิ่งไป” เอลล่าตอบด้วยสีหน้ากังวลใจ
“เ้าเห็นกับตาหรือว่ามันโดนกำจัดไปแล้วจริงๆ”
“คือ..ข้าเห็นแค่ว่ามันนอนแน่นิ่งไปแล้ว ทุกคนจึงพยายามลากซากของมันไปทิ้งที่หน้าผาตรงหัวเมือง"
เคียวพยักหน้า "เราจะออกเดินทางเมื่อไหร่?"
"พรุ่งนี้เช้า" เอลล่าตอบ
ทั้งคู่เดินไปหาที่พักเรื่อย ๆ จนมาสะดุดกับบ้านร้างหลังหนึ่ง พวกเขาไม่รอช้ารีบเข้าไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาออกเดินทางจากเมืองเอลเดอร์ฟอร์ท พวกเขารีบเดินทางไปหาถ้ำของปีศาจวัวพันปีอย่างขะมักเขม้น
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงก็เจอูเาสูงชันมากมายเรียงรายเต็มไปหมด อากาศที่หนาวเหน็บและอันตราย อีกทั้งยังต้องเดินทางผ่านูเาหิมะและป่าสนหนาทึบ
เเละเริ่มการค้นหาถ้ำของปีศาจวัวพันปี เเต่เคียวรู้มาว่า ก่อนหน้านี้ในเมืองเอลเดอร์ฟอร์ท เคียวได้พูดคุยกับชนเผ่าเร่ร่อนคนอื่น ๆ ซึ่งอาจมีใครบางคนเคยเห็นหรือได้ยินเกี่ยวกับถ้ำของมันมาก่อน ชนเผ่าเร่ร่อนให้ข้อมูลว่าถ้ำของปีศาจวัวซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตกซึ่งไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าหลังม่านน้ำตกไหน เพราะที่เมืองแห่งนี้ถึงจะเป็เมืองหนาวมีหิมะปกคลุมแต่ก็มีน้ำตกอยู่หลานแห่งซึ่งเป็ที่น่าแปลกประหลาดมากจริงๆ เเละจากที่เอลล่าหาข้อมูลจากหอสมุดภายในเมืองมานั้น ข้อมูลในหนังสือก็ระบุตำแหน่งที่ซ่อนของถ้ำของปีศาจวัวพันปีไว้ชัดเจนจริงๆ นั่นก็คือ ถ้ำหลังม่านน้ำตก อยู่ถัดจากูเา 2-3 ลูก โดยนับจากซ้ายมือไป จะมีถ้ำขนาดใหญ่มหึมาที่หลังม่านน้ำตกโอดากะ"
ต่อมาทั้งคู่เดินไปเจอกับร่องรอยอะไรบางอย่างซึ่งนั่นก็คือ รอยเท้าขนาดใหญ่และเขม่าควันที่ติดกับต้นสน เคียวเห็นดังนั้นก็จำได้ว่า ปีศาจวัวตัวนั้นโดนพลังแห่งแสงของเขาก่อนมันจะหนีมาที่แห่งนี้
“เขม่าควันงั้นหรือ!?” เคียวเอ่ย
“เกิดอะไรขึ้น” เอลล่าถาม
“เ้าจำได้ไหม..มันโดนพลังแสงของข้าก่อนที่มันจะหนีมาที่แห่งนี้"
“จ..จริงด้วย ท่านนี่ช่างสายตาหลักแหลมจริงๆ”
“แต่ที่น่าแปลก คือ อากาศหนาวเย็นแบบนี้ทำไมยังมีเขม่าควันติดอยู่ ทั้งๆที่มันควรจะถูกหิมะกลบไปแล้วด้วยซ้ำ”
“พลังเวทย่อมแข็งแกร่งกว่าสภาพอากาศอยู่แล้ว” เอลล่าอธิบาย
เคียวพยักหน้ารับและรีบนำเอลไปสู่ม่านน้ำตกโอดากะ และจากนั้นพวกเขาก็ใช้สัญชาตญาณในการค้นหาถ้ำที่ซ่อนอยู่
หลังจากที่เคียวและเอลล่าเจอรอยเท้าขนาดใหญ่นี้แล้วก็รีบเดินตามรอยเท้าที่อยู่บนหิมะไปเรื่อย ๆจนถึงหน้าถ้ำแห่งหนึ่ง
“อะไรกัน..ทำไมรอยเท้าถึงสุดที่หน้าปากถ้ำนี้”เคียวเอ่ย
“นั่นสิ..หรือว่าที่นี่จะเป็ม่านน้ำตกโอดากะ” เอลล่าตอบ
ในที่สุด พวกเขาก็พบถ้ำของวัวปีศาจ มันเป็ถ้ำขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังน้ำตก
"เ้าพร้อมไหม?" เคียวถาม
"ข้าพร้อมตั้งนานแล้ว" เอลล่าตอบ
ทั้งคู่ค่อยๆเดินเข้าไปในถ้ำ พวกเขาพบกับความมืดมิดและความเงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำหยดจากเพดานถ้ำเท่านั้นที่ดังเป็ระยะ ๆ
"ระวังตัวด้วย" เอลล่ากระซิบ "ข้ารู้สึกถึงพลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่ง"
เคียวพยักหน้า เขาชักดาบออกมาและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ พวกเขาเดินลึกเข้าไปในถ้ำ พวกเขาพบกับร่องรอยของปีศาจวัว เช่น รอยเท้าขนาดใหญ่ และรอยขีดข่วนบนผนังถ้ำ เเละเเน่ใจว่าต้องเป็มันเเน่ๆ
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงกลางถ้ำ และเห็นว่าปีศาจวัวกำลังนอนจำศีลอยู่ มันมีร่างกายใหญ่โตมหึมา ตัวมีสีขาว เสียงหายใจของมันดังกระจายทั่วถ้ำ
"มันหลับอยู่" เอลล่ากระซิบ "ถ้าเราจะโจมตีมันตอนที่มันหลับ ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร"
"ไม่" เคียวตอบ "เราต้องปลุกมัน"
"ทำไม?" เอลล่าถาม
"ถ้าเราโจมตีมันตอนที่มันหลับ มันอาจจะตื่นขึ้นมาด้วยความโกรธ" เคียวตอบ "เราต้องโจมตีมันตอนที่มันตื่นและเตรียมพร้อม"
เอลล่าพยักหน้า เธอเข้าใจสิ่งที่เคียวพูด…