ชิงหลงเดินทางกับกลุ่มของหลัวลี่มู่มาหนึ่งสัปดาห์เขาก็รู้สึกสนิทกับทุกคนมากขึ้น พวกเขาบอกหลาย ๆ อย่างที่ชิงหลงไม่รู้เกี่ยวกับโลกใบนี้เพราะเขาเป็ค่ารับใช้ในตระกูลฟู่ซึ่งเป็ 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่จึงคิดว่าพวกเขานั้นยิ่งใหญ่แต่ผิดคาด ในทวีปเต่าทมิฬนี้ถูกปกครองโดยราชวงศ์เจียง 4 ตระกูลใหญ่เป็เพียงแค่ขุมกำลังอันดับ 3 เพียงเท่านั้นแต่ขุมกำลังที่รองลงมาจากราชวงศ์เจียง คือ 3 นิกายใหญ่ 1. นิกายเฉิงปิง 2. นิกายกระบี่์ 3. นิกายเพลิงผลาญฟ้า
นี่คือนิกายใหญ่ทั้ง 3 ซึ่งต่อสู้แย่งชิงความเป็หนึ่งกันมายาวนานมาก ผู้นำนิกายทั้ง 3 ถูกเรียกว่าเป็ 3 ผู้แข็งแกร่งในทวีปเต่าทมิฬแห่งนี้หากไม่นับรวมราชวงศ์เจียงที่เป็ผู้ปกครองทวีปแห่งนี้ นิกายทั้ง 3 คือขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปแห่งนี้ ซึ่งแต่ละนิกายก็ทักษะที่แตกต่างกันไป
ผู้ที่จะเข้าร่วมนิกายกระบี่์ ต้องเป็คนมีพร์ในการใช้กระบี่ในระดับสูง ส่วนนิกายเพลิงผลาญฟ้า รับเฉพาะคนที่มีธาตุอัคคีเท่านั้น ซึ่งหากใครที่เกิดมามีจิติญญาธรรมาติซึ่งเป็จิติญญาเพลิงล่ะก็ มันผู้นั้นจะเป็ที่หมายปองของนิกายเพลิงผลาญฟ้าทันที นิกายเพลิงผลาญฟ้าจะทำทุกวิธีเพื่อได้คนผู้นั้นเข้ามาอยู่ในนิกาย
" ชิงหลงเ้าคงรู้สินะ ว่าจิติญญาธรรมชาติมันล้ำค่าแค่ไหน มีเพียงอัจฉริยะเท่านั้น ที่จิติญญาธรรมชาติได้ หนึ่งในล้านคนยังไม่เจอสักคนเลย "
" อืม... "
ชิงหลงที่ได้ฟังก็ไม่พูดอะไรเขาก็เป็คนหนึ่งที่จิติญญาธรรมชาติเช่นกันไม่ใช่เพียงแค่หนึ่ง แต่ถึง 2 จิติญญาธรรมชาติ ท่านอาจารย์บอกว่าจิติญญาธรรมชาติแม้เป็ดินแดนเบื้องบนก็ถือว่าหายาก แต่เขากับมีมันถึง 2 แถมยังเส้นชีพจรระดับา ที่เป็เส้นชีพจรเทพอสูรอีกตังหาก ในวันนั้นท่านอาจารย์ไม่รีรอที่จะรับเขาเป็ศิษย์
ตัวเขานั้นจิติญญาเพลิง และ จิติญญาอัสนี ซึ่งทั้งสองจิติญญาล้วนเป็ระดับสูงทั้งคู่
" นี่ลี่มู่ แล้วนิกายเฉิงปิงนี่การจะเข้าร่วมต้องมีคุณสมบัติเช่นไรบ้าง "
" อ่อใช่...นิกายเฉิงปิงนั้นไม่ได้มีอะไรมากเ้าเพียงแค่มีพลังปราณนักรบ ขึ้นไป และ เ้าต้องจ่ายค่าเล่าเรียนทุกปี ปีละ 1000 เหรียญดำ "
" 1000 เหรียญดำงั้นรึ นั่นมันเพียงพอให้ครอบครัวเล็กอยู่กินไปได้ทั้งชาติเลยนะ "
" อีกทั้งนิกายเฉิงปิงยังขึ้นชื่อว่าเป็นิกายที่มีการทดสอบที่ยากที่สุด หากไม่ผ่านเท่ากับเ้าเสียเงินไปฟรีอย่างมหาศาล เพราะงี้นิกายเฉิงปิงจึงเป็นิกายที่ร่ำรวยที่สุด "
" ชิงหลงเ้าไม่มีเงินงั้นรึ "
" ก็ใช่ว่าข้าจะไม่มี...แล้วเมื่อไหร่จะถึงสักที "
" ก็นี่ไงถึงแล้ว "
หลังจากได้ยินหลัวลี่มู่พูดชิงหลงก็หันกลับไปมองตรงเขามันคือประตูขนาดใหญ่
" เมืองเฉิงปิง...ทำไมอักษรตรงประตูมันถึงเขียนว่าเมืองเฉิงปิง "
ชิงหลงหันไปถามหลัวลี่มู่
" เื่นั้นเป็เพราะว่าผู้นำนิกายเฉิงปิงเป็คนที่ขี้เหนียวและเห็นแก่เงินมากนอกจากเขาจะเก็บเงินคนที่้าเข้าร่วมนิกายแล้ว เขายังอนุญาตให้มาเปิดเมืองอยู่ตรงหน้านิกายโดยเ้าเมืองของเมืองเฉิงปิงจะต้องจ่ายเงินให้กับผู้นำนิกายทุก ๆ เดือนข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าเท่าไหร่แต่มันคงจะเยอะมาก "
" อย่างนี้นี่เอง เอาล่ะไปกันเถอะ "
ไม่นานคนทั้ง 6 ก็เดินมาเข้าในเมืองเฉิงปิงก่อนเข้าพวกเขายังต้องจ่ายเงินอีก 10 เหรียญทอง เมื่อเดินเข้ามาภายในเมืองทุกคนก็เห็นถนนเส้นหนึ่งที่ทอดยาวสายหนึ่ง...ชิงหลงมันใจว่าปลายทางของถนนเส้นนี้จะต้องเป็นิกายเฉิงปิงอย่างแน่นอน รอบด้านของเขาเป็ตึกอาคารขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันไป
" ข้ามามารถไปขายเ้าอสูรหมาป่าพวกนี้ได้ที่ไหน ? "
" ตามข้ามา "
คนชิงหลงเดินตามพวกลี่มู่ไปในร้านแห่งหนึ่งหลังจากเข้ามากลิ่นสมุนไพรที่หอมกรุ่นก็พุ่งเข้ามาในจมูกของเขามองไปภายในร้านมันเต็มไปด้วยศาสตราวุธมากมาย ตรงหน้าเขาเห็นชายวัยกลางคนๆ หนึ่งกำลังเดินมาหาพวกเขาดูเหมือนจะเป็คนดูแลที่นี่
" นายน้อย้าสิ่งใดกันงั้นรึขอรับ "
ชายกลางคนพูดกับพวกเขา
" เพื่อนข้า้านำสัตว์อสูรที่สังหารได้มาขายน่ะ "
" ช่วยนำมันให้ข้าดูทีขอรับ "
หลังจากได้ยินชิงหลงก็นำพวกมันออกมาจากแหวนมิติทั้งหมด
" อสูรหมาป่าขนเงิน ทั้งหมด 40 ตัว และจ่าฝูงอีก 1 ทั้งหมด 40 เหรียญดำขอรับ "
" โอ๊ะใช่ยังเหลืออีกตัว "
ตุบ
ร่างกายที่ใหญ่โตของสิ่งที่ชิงหลงนำออกมาทำให้ทุกคนตลึงเพราะร่างกายของมันใหญ่มากแม้ชิงหลงจะชำแหละมันไปนิดหน่อยแต่ก็ถือว่ายังใหญ่โตมาก
" ร...ราชสีห์นภา นายน้อยท่านเป็คนสังหารมันงั้นรึขอรับ "
ชายกลางคนพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกักแถมสายตาที่มองเขามันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวคนอื่น ๆ ภายในร้านก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่นัก
" ใช่...มันขายไม่ได้งั้นรึ "
" ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับ ทางร้านเรายินดีอย่างยิ่งที่คุณชายขายมันให้กับเราขอพวกเราประเมินมันสักครู่นะขอรับ "
หลังจากนั้นชายชราก็หายไปพร้อมกับราชสีห์นภา
ไม่นานนักเขาก็กลับออกมา
" อสูรราชสีห์นภาโตเต็มวัย ระดับปราณปฐี ขั้น 4 ราคา 3000 เหรียญดำ ขอรับ "
" รวมทั้งหมด 3040 เหรียญดำนะขอรับ "
ชายวัยกลางคนนำเงินมาให้กับชิงหลงหลังจากที่ได้เงินเขาก็ออกไปทันทีชิงหลงรู้สึกดีมาก ๆ หลังจากที่ได้เงินมามากมายขนาดนี้ อาจารย์ของเขามอบแหมอบแหวนมิติที่เก็บของได้ไม่จำกัดให้เขาและโอสถอีกนิดหน่อยโดยที่ไม่ได้มอบเงินให้เลยสักนิดเดียว โชคดีที่ตัวเขาไปล่าอสูรราชสีห์นภาเอาจึงไม่มีปัญหาเื่เงินอีกต่อไป
" จ...เ้าสังหารอสูรตนนั้นเองจริง ๆ เหรอ "
หลัวหลินหลินน้องสาวของลี่มู่ถามเขาทุกคนเองก็แสดงสีหน้าอยากรู้เช่นกัน
" ใช่มีอะไรรึเปล่า "
" ป...เปล่าไม่มีอะไรหรอก "
ชิงหลงไม่ได้สนใจพวกเขามากนักเพราะตอนนี้ทุกคนมาถึงนิกายเฉิงปิงแล้วด้านหน้าเขาคือประตูขนาดั์เขาไม่รอช้ารีบเดินนำทุกคนเข้าไปทันที หลังจากผ่านประตูนิกายมาชิงหลงรู้สึกราวกับอยู่คนละโลกกับข้างนอกประตูนั้น เขาััได้เลยว่าพลังปราณ์และพิภพในนิกายนั้นมันหนาแน่นกว่าด้านนอกนั่นเสียอีก รอบนิกายมีกำแพงที่สูงเกือบ 40 เมตรล้อมรอบอยู่
เบื้องหน้าของเขามีประตูขนาดเล็กปรากฏขึ้นและกลุ่มคนที่ต่อแถวเรียงรายกันอยู่ชิงหลงคิดว่าคงจะต้องเข้าประตูนั้นเพื่อรับการทดสอบแต่ก่อนหน้านั้นเราจะต้องลงทะเบียนซะก่อน ใกล้ ๆ กับแถวยาวชิงหลงเห็นจุดลงทะเบียนอยู่เขาจึงเดินเข้าไปหา ตรงหน้าเขาเป็หญิงสาววัยกลางคนนั่งอยู่
" ท่านอาจารย์ ข้ามาลงทะเบียน "
" ชื่ออายุ "
นางพยักหน้าและตอบกลับมา
" ชิงหลง อายุ 15 ปี "
" ค่าเข้าทดสอบ 1000 เหรียญดำ "
" นี่ขอรับ "
หลังจากเสร็จสิ้นชิงหลงก็ได้รับป้ายไม้มาเขาจึงเดินไปต่อแถวเพื่อรอรับการทดสอบ
" นี่ชิงหลง เ้าอายุ 15 ปี จริง ๆ งั้นเหรอ "
ไม่นานนักลี่มู่และคนอื่นๆก็ตามเขามาแถมพอมาถึงก็เขย่าแขนถามเขาเลย
" ใช่ "
" งั้นเ้าก็เป็น้องข้าน่ะสิ ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าก็นึกว่าเ้าอายุเท่าข้าเสียอีก "
" โทษทีพอดีว่าข้าไม่นับคนที่อ่อนแอกว่าเป็พี่ชาย "
ได้ยินคำพูดของชิงหลงลี่มู่ก็หน้าแดงด้วยความโกรธคนอื่นๆ ที่เห็นเช่นนั้นก็หัวเราะไปตาม ๆ กัน
คนที่อยู่หน้าชิงหลงค่อย ๆ เข้าไปข้างในทีละคนจนในที่สุดก็ถึงคิวของเขาเข้าไปบ้าง ซึ่งทันทีที่ชิงหลงเข้ามาเขาก็เห็นคนที่เข้ามาก่อนเขากำลังทำการทดสอบอยู่ ในห้องนี้จะทำการทดสอบระดับพลัง อายุ และ เส้นชีพจรลมปราณ วิธีทดสอบนั้นไม่ยาก ตรงกลางห้องมีแผ่นหินอยู่ให้ผู้ทดสอบขึ้นไปเหยียบมันจากนั้นข้อมูลก็จะปรากฏในลูกแก้วตรงหน้าของผู้คุมสอบ
" ตาเ้าแล้ว "
หลังจากคนตรงหน้าเดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งชิงหลงก็ถูกเรียกให้ขึ้นไปบนแผ่นหิน
กึก
ไม่นานนักข้อมูลก็ปรากฏขึ้นบนลูกแก้ว
' ชิงหลง อายุ 15 ปี ลมปราณนักรบ ขั้น 4 เส้นชีพจรลมปราณ... "
ชื่อและระดับพลังของชิงหลงปรากฏขึ้นแต่กลับไม่ขึ้นเส้นชีพจรมันทำให้ผู้คุมสอบงงไปชั่วขณะ
" มันพังรึเปล่า...ช่างเถอะเ้าผ่านเข้าไปในห้องนั้นเพื่อรับการทดสอบต่อ "
ผู้คุมสอบให้เขาผ่านการทดสอบไปทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเขามีเส้นชีพจรอะไรชิงหลงก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะเส้นชีพจรบรรพาลการจะตรวจสอบจะต้องใช้วิธีการพิเศษเท่านั้น ผู้คุมสอบคงคิดว่าเขามีเส้นชีพจรทั่วไปจึงให้เขาผ่านเข้ามา
" หือ... "
หลังจากเปิดประตูเข้ามาชิงหลงก็รู้สึกประหลาดใจตรงหน้าของเขาคือห้องโถงขนาดใหญ่ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยผู้เข้าทดสอบจำนวนมากแทบทั้งหมดต่างก็ยืนสงบนิ่งดวงตาของเขาเหม่อลอยไปในอากาศราวกับสติได้หลุดออกไปแล้ว
" ชิงหลงห้องนี้มันคืออะไรกั... "
หลัวลี่มู่ที่เปิดประตูเข้ามาและเดินมาหาเขาก่อนจะพูดขึ้นแต่พูดยังไม่ทันขึ้นเขาก็ยืนนิ่งดวงตาเหม่อลอยเช่นเดียวกันกับคนอื่น ๆ ชิงหลงที่เห็นก็พอจะเข้าใจการทดสอบนี้ขึ้นมาแล้ว
" ภาพลวงตางั้นเหรอ เช่นนั้นก็คงผ่านไปได้เลยสินะ "
ไม่ไกลออกไปจากห้องโถงชิงหลงเห็นประตูอยู่คงจะเป็ประตูไปการทดสอบต่อไปเขาจึงเดินไปที่ประตูโดยไม่ลังเล สำหรับการทดสอบนี้ชิงหลงคิดว่ามันคือการทดสอบจิตใจ ผู้ทดสอบจะติดอยู่ภายในภาพลวงตาหากใครหลุดออกมาได้เท่ากับผ่านการทดสอบนี่คือสิ่งที่ชิงหลงเข้าใจ สำหรับเขาแล้วภาพลวงตาไม่ได้เป็ปัญหาสำหรับเขามากนักเพราะตัวเขาเคยถูกภาพลวงตาของอาจารย์มาแล้ว เขาใช้เวลาเกือบ 2 วันในการหลุดออกมาจากภาพลวงตานั้น
สถานที่แห่งหนึ่งในนิกายเฉิงปิง
ชายชรา 5 คนนั่งอยู่ในศาลาเล็ก ๆ พวกเขาจ้องมองไปที่ลูกแก้วสีขาวนวลตรงหน้าด้วยความสนใจภายในลูกแก้วนั้นปรากฏภาพของชิงหลงที่กำลังเปิดประตูเดินออกจากห้องทดสอบที่ 2 ไป
" นี่มันน่าสนใจจริง ๆ "
ชายชราคนแรกกล่าว
" สถิติของคนที่สามารถหลุดออกมาจากภาพลวงตาของการทดสอบที่ 2 ได้เร็วสุดคือ ครึ่งชั่วยามแต่เด็กหนุ่มคนนี้ั้แ่เดินเข้ามาภายในห้องเขากลับไม่รู้สึกถึงภาพลวงตาเลยหรือว่าภาพลวงตาในการทดสอบนั่นจะทำอะไรเขาไม่ได้เลยกัน "
" เมื่อนานมาแล้วตอนที่ข้าเข้ารับการทดสอบ ข้าใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วยามในการหลุดออกมาจากภาพลวงตานั่น "
" เ้าเด็กนี่เป็สัตว์ประหลาดแบบไหนกัน "
ชายชราทั้ง 5 พยักหน้าเห็นด้วยเห็นด้วยกับคำพูดเมื่อกี้
" หือ... "
หลังจากเข้าเปิดประตูเข้ามา ตรงหน้าเขาคือกลุ่มคนร้อยกว่าคนกำลังยืนอยู่ในลานประลองขนาดใหญ่แต่ทุกคนล้วนมีสติครบถ้วนสมบูรณ์ทุกคนต่างมองมาที่ชิงหลงหมดก่อนจะหันกลับไปเขามองดูรอบ ๆ นี่มันเป็เหมือนกับสนามประลองขนาดใหญ่ แต่ไม่มีคนดูแค่นั้นเอง ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังรออะไรกันอยู่ชิงหลงที่เห็นอย่างนั้นก็นั่งลงรอบ้าง
1 ชั่วยามต่อมา
ระหว่างที่เวลาผ่านไป คนอื่นก็ค่อยๆทยอยกันเข้ามา ลี่มู่ก็เดินเข้ามาพร้อม ๆ น้องสาวของเขา เทียนจิน และ หม่าเทียนก็ตามมาติด ๆ ผ่านไปสักพักก็มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นบนอากาศเขายืนอยู่เหนือหัวศิษย์ทุกคนภายในลานประลองแห่งนี้
" ข้า หยิงไห่ฉิน เป็ผู้าุโดูแลศิษย์นอก นี่คือการทดสอบครั้งสุดท้ายมันไม่ได้มีอะไรมากพวกเ้าทั้งหมด 200 กว่าคนแค่สู้กันเท่านั้น "
" และจะเหลือเพียง 50 คนเท่านั้นที่จะได้เป็ศิษย์นอกของนิกายเฉิงปิงแห่งนี้ "
สิ้นเสียงของผู้าุโทุกคนต่างก็พูดคุยกันด้วยความสงสัยพวกเขาต่างแสดงความลังเลออกมาเพราะบางคนมาเป็กลุ่มแต่บางคนมาเพียงคนเดียวแต่บางคนที่ฉลาดพวกมันเริ่มที่จะรวมกันเป็กลุ่มเพราะผู้าุโบอกแค่ว่าจะเหลือเพียง 50 คนแต่ไม่คนแต่ไม่ได้มีกฎห้ามรวมกลุ่มกันสักหน่อย
" การทดสอบที่ 3 เริ่มได้ !!! "
โปรดติดตามตอนต่อไป