[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    46 เรียนให้ชำนาญ

    “อย่าพึ่งแตะก็แล้วกัน”


    แอนเดอร์สันมองไปยังตั๋วจำนวน 127 ใบ เขาอยากจะซื้อการ์ดเร่งการเรียนรู้ 7 ใบที่เหลืออยู่เพราะใกล้จะรีเซ็ตระบบแล้ว แต่อีกใจหนึ่งเขาอยากจะนำตั๋วทั้งหมดมาสุ่มเพื่อเพิ่มพลังเวทย์และลุ้นของรางวัลใหญ่ อย่างไรก็ตามเขาจะพักความคิดที่อยากใช้ตั๋วเอาไว้ก่อน เนื่องจากว่าวันนี้จะต้องเลือกสาขาย่อย เผื่อมีเหตุการณ์แปลกประหลาดทำให้เขาจำเป็นต้องใช้งานตั๋ว


    “เร่เข้ามา เร่มาทางนี้! น้องใหม่หน้าลาย น้องชายหน้าสวย อาหมวยหน้าเทา หรือจะเป็นสาวสวยชายหล่อ เชิญมาทางนี้ สาขานักเวทย์ธาตุไฟยินดีต้อนรับรุ่นน้องทุกคน หากเลือกสาขานี้ พวกเรารุ่นพี่ขอรับรองเลยว่าจะทำให้ทุกคนเรียนเวทย์ได้ไวขึ้นจากการชี้แนะของพวกเรา เร่เข้ามา!”


    เสียงร้องตะโกนดังลั่นจากนักเรียนปี 2 และปีที่สูงกว่ากำลังตั้งโต๊ะร้องตะโกนเปิดรับรุ่นน้องเข้าสาขาย่อยของสาขาศาสตร์แห่งเวทมตร์ แอนเดอร์สันที่มายังลานกว้างที่ 2 ที่ถูกใช้เป็นพื้นที่รับสมัครคนเข้าสู่สาขาย่อยก็ได้กวาดตามองไปรอบๆเพื่อสังเกตสาขามากมายที่เปิดสอน


    ไม่ว่าจะเป็นสาขานักเวทย์ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุสายฟ้า ธาตุน้ำแข็ง ธาตุไม้ ธาตุแสง ล้วนมีให้เลือกหลากหลาย แอนเดอร์สันกลับไม่ได้สนใจสาขาย่อยเหล่านี้ จากข้อมูลที่เขามี ตระกูลสกอร์เปี้ยนเป็นตระกูลผู้บ้าคลั่ง หนึ่งในธาตุที่ทุกคนภายในตระกูลต้องเรียนนั้นคือคำสาป แม้สหพันธ์จะมีกฎห้ามสอนในวิทยาลัยก็ตาม สหพันธ์กลับไม่ได้ห้ามให้ผู้ที่พบเวทย์คำสาปศึกษามัน แอนเดอร์สันที่มองไปเห็นสาขาผู้ถอนคำสาปจึงมุ่งเป้าไปยังมัน เนื่องจากว่าการเผชิญหน้ากับพี่ชายมากมายในอนาคตนั้น เขาจำเป็นต้องรู้วิธีเอาตัวรอดจากคำสาป


    ตอนนี้เขายังไม่ใช่ผู้ที่สามารถเรียนรู้คำสาปของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ได้เพราะคุณสมบัติยังไม่เพียงพอ นับว่าเป็นลูกชายผู้นำตระกูลที่อ่อนแอมาก ถึงอย่างนั้นเขากลับต้องหาทางรับมือกับมันด้วยเวทย์ถอนคำสาปเพื่อไม่ให้เขาพลาดท่า ทันทีที่แอนเดอร์สันปรากฎตัวตรงหน้าโต๊ะสาขาผู้ถอนคำสาป ทุกคนที่อยู่รอบข้างต่างจับจ้องมองมายังแอนเดอร์สัน เนื่องจากสาขานี้มีผู้เรียนน้อยมาก ทุกปีจะมีคนเข้าเรียนไม่ถึง 10 คน


    “น้องชายแอนเดอร์สัน” ชื่อของแอนเดอร์สันถูกเรียกจากรุ่นพี่ ด้วยพลัง 150 ปีทำให้แอนเดอร์สันรู้ความห่างระหว่างปี 1 และปี 2 เขาจึงยิ้มรับการเรียกชื่อของรุ่นพี่เพราะภายในวิทยาลัยหากอีกฝ่ายมาดี เขาก็ควรจะดีตอบเพื่อให้เขาสามารถติดต่อกับคนเหล่านี้ได้ในอนาคต


    “คิดดีแล้วเหรอจะเข้าสาขาผู้ถอนคำสาป ภายในสาขานี้มันไม่มีอะไรเลยนะนอกจากเรียนเวทย์ถอนคำสาป หากคิดว่าจะได้เรียนเวทย์คำสาปแล้วล่ะก็ล้มเลิกไปได้เลย ถ้าน้องเลือกสาขานี้แล้วล่ะก็น้องก็เหมือนกับเอาพรสวรรค์ไปทิ้งเลยนะ นอกจากจะโจมตีไม่ได้แล้ว ยังทำได้เพียงแค่ถอนคำสาปเท่านั้น มาสาขานักเวทย์ธาตุไฟของพวกพี่ดีกว่า”


    “อย่า อย่าไปฟังมัน มาสาขานักเวทย์ธาตุลมดีกว่า ตระกูลของน้องคือตระกูลเฟียร์ใช่ไหม สาขานักเวทย์ธาตุลมสิเหมาะกับนาย มาเร็วเข้า มากรอกใบสมัครแล้วรับผ้าคลุมไปเลย เราอยู่กันแบบพี่น้อง!”


    “เฮ่ยๆ”

    แอนเดอร์สันหันไปยิ้มกับรุ่นพี่ที่พยายามเสนอรายละเอียดของสาขาที่พวกเขาสังกัด สำหรับแอนเดอร์สันขอเพียงแค่เขามีการ์ดเร่งการเรียนรู้สาขาเหล่านี้ล้วนแล้วเข้าใจได้ไม่ยาก ซึ่งการเรียนสาขาผู้ถอนคำสาปเขาไม่ได้เพียงแค่ต้องการเรียนเวทย์ถอนคำสาปเท่านั้น เขาต้องการบรรยากาศอันสงบและผู้คนไม่พลุกพล่าน ด้วยการที่สาขาผู้ถอนคำสาปมีนักเรียนอยู่ไม่มากเขาจึงต้องการเข้ามายังสาขานี้ แม้มันจะทำให้เขาไม่ได้กลายเป็นตัวเด่นในวิทยาลัย แต่แอนเดอร์สันคิดว่าการที่เขาเลือกสาขาที่ผู้คนไม่สนใจแล้วใช้ความสามารถของตัวเองตบหน้าสาขาอื่นๆ คงจะทำให้เขาได้ตั๋วไม่น้อยจึงต้องการเข้าสาขานี้


    “ขอบคุณพี่ชายมากๆ ตระกูลทางฝั่งพ่อของผมเป็นตระกูลผู้ใช้คำสาป ผมจึงอยากจะเรียนเวทย์ถอนคำสาปเอาไว้ป้องกันตัว หวังว่าพี่ๆทุกคนจะไม่โกรธผมนะครับ”


    “ให้ตายสิ แต่ถ้าเปลี่ยนใจมาหาพวกเราได้ สาขานักเวทย์ไฟต้อนรับเสมอ”


    แอนเดอร์สันมองจ้องไปยังใบสมัครเข้าสาขาย่อยแต่ละสาขาที่ยื่นมาให้ เขาจึงเก็บไว้อย่างดีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ จากนั้นก็หันมองไปยังชายสวมแว่นตาดำขอบตาคล้ำกำลังนั่งอ่านหนังสือไม่สนใจว่าใครจะมาสมัครสอบเข้าสาขาผู้ถอนคำสาป


    “พี่ชายครับ ผมอยากจะเข้าสาขาผู้ถอนคำสาป”


    ดวงตาที่กำลังหมองคล้ำเปล่งประกายในทันที แอนเดอร์สันถึงขั้นตกใจตื่นเมื่อจู่ๆชายตรงหน้าก็มีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากได้ยินเสียงของเขา


    “รุ่นน้อง นายอยากจะเข้าสาขาผู้ถอนคำสาปจริงๆเหรอ”


    “ครับ มะ ..มีอะไรเหรอครับ” แอนเดอร์สันมองไปยังมือตัวเองที่ถูกชายตรงหน้ากุมเอาไว้ เขาจึงพยายามสอบถามถึงอาการดีใจที่ชายตรงหน้าแสดงออกมา


    “นายรู้ไหมปีนี้น่ะสาขาของเราไม่มีใครสนใจเลย ทุกคนล้วนแล้วสนใจเวทย์แสงมากกว่าเพราะทำได้ทั้งถอนคำสาปและรักษาตัว รวมไปถึงโจมตีได้ด้วย ต่างจากเราที่ทำได้เพียงแค่ถอนคำสาปเท่านั้น”


    แอนเดอร์สันพอรู้เกี่ยวกับเวทย์แสง อย่างไรก็ตามเขาได้ศึกษาเวทย์แสงไปแล้วในช่วงที่อยู่ตระกูลเฟียร์ มันกลับไม่มีเวทย์ถอนคำสาปให้เขาเรียน มีเพียงเวทย์ชำระล้างที่เขาไม่มั่นใจเลยว่าจะรักษาคำสาปได้


    “เอาล่ะ เซ็นตรงนี้นะ กรอกข้อมูลลงไป ส่วนพี่ชายคนนี้ชื่อเจอรี่ยินดีที่ได้รู้จัก”


    “ครับ” แอนเดอร์สันรับมือกับความกระตือรือร้นของอีกฝ่ายไม่ถูก เขาจึงพูดตะกุกตะกักแล้วกรอกข้อมูลตัวเองลงไปในหนังสือ ระหว่างนี้เองเขาก็ได้ยินเสียงเหน็บแหนมจากรุ่นพี่เจอรรี่ที่กำลังพูดเหน็บแหนมเวทย์แสง


    “เหอะ ดูไอ้พวกนั้นสิ มองเราอยากกับเป็นสาขายาจก หากไม่มีพวกเราสาขาผู้ถอนคำสาปพวกมันไม่สามารถอวดเบ่งกับใครได้หรอก คงคิดว่าเวทย์แสงรักษาคำสาปได้ถึงได้แสดงท่าทางแบบนั้นสินะ ใช่สิ พวกแกไม่รู้นี่ว่ามีคำสาปมากมายที่เวทย์แสงของพวกแกลบล้างไม่ได้”


    “พี่เจอรี่ มีเวทย์คำสาปที่ลบล้างด้วยเวทย์แสงไม่ได้จริงๆเหรอครับ” 


    แอนเดอร์สันสนใจเพราะในความทรงจำของเขาและจากการอ่านหนังสือเวทย์ธาตุแสงพื้นฐานไปจนถึงเวทย์แสงระดับ 1 อธิบายไว้เพียงแค่ว่าเวทย์แสงใช้ทั้งรักษา ป้องกัน ถอนคำสาปและโจมตีได้ ซึ่งมันไม่ได้อธิบายถึงข้อจำกัดของเวทย์แสงเอาไว้เลย แต่เมื่อเขาได้ยินข้อจำกัดใหญ่หลวงของเวทย์แสงในด้านการใช้งานกับคำสาป ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเลือกถูกที่เข้ามาเรียนในสาขานี้ เพราะมีคำสาปที่เวทย์แสงไม่สามารถชำระล้างและรักษาได้


    “จริงสิ ขนาดพวกเราเรียนสาขาถอนคำสาปโดยตรงยังยากที่จะถอนมันออกจากตัว คำสาปน่ะร้ายแรงกว่าที่คิดอีกนะ หากไม่รู้จักมันเราก็ถอนสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้มีแต่ตายกับตายเท่านั้น”


    แอนเดอร์สันตะลึงมากขึ้นไปอีก เมื่อรู้ว่าเวทย์ถอนคำสาปจำเป็นต้องเรียนหลากหลาย เขาไม่สามารถเรียนเพียงแค่ 1 หรือ 2 วงเวทย์ให้ครอบคลุมการถอนคำสาปได้


    “แต่ไม่ต้องห่วงในสาขาของเรามีคำสาปทั้งหมด 12,015 รูปแบบให้ทดลอง และมีเวทย์ถอนคำสาป 20,100 ชนิดที่ถูกคิดค้นขึ้น เพียงเท่านี้ก็น่าจะครอบคลุมคำสาปในปัจจุบันที่ค้นพบได้ราว 60 % แล้ว”


    แอนเดอร์สันตะลึงมากกว่าเดิมขึ้นไปอีกหลังจากเขารู้ว่าตัวเองจำเป็นต้องมีสมองที่เหมือนกับคอมพิวเตอร์สามารถจดจำวงเวทย์ให้ได้มากกว่าหมื่นบท อย่างไรก็ตามเขายังคงภาวนาให้เวทย์ถอนคำสาปไม่ได้เรียนยากเหมือนเวทย์ธาตุอื่นๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องเสียการ์ดเร่งการเรียนไปมากมายเพื่อเรียนเพียงแค่การถอนคำสาป


    “เอาล่ะ เสร็จสิ้นแล้ว ยินดีต้อนรับสู่สาขาผู้ถอนคำสาป”


    แอนเดอร์สันรับผ้าคลุมสีม่วงอมดำมาสวมใส่ มันไม่ใช่ผ้าคลุมยาวเป็นเพียงผ้าคลุมไหล่ยาวถึงกลางหลังเท่านั้น อย่างไรก็ตามเขายังคงมีความสงสัยหนึ่งอย่างจึงได้ถามรุ่นพี่เจอรี่


    “รุ่นพี่ครับ ทำไมสาขานี้ถึงเรียกว่าสาขาผู้ถอนคำสาป ไม่เรียกสาขานักเวทย์ธาตุเหมือนสาขาอื่นครับ”


    “คำสาปมันไม่มีธาตุตายตัว บางคำสาปก็เป็นธาตุไฟ ธาตุลมบ้าง ธาตุไม้บ้าง ธาตุความมืดบ้าง อีกมากมายและเราก็ทำได้เพียงแค่ถอนคำสาปเหล่าอาจารย์จึงเรียกสาขานี้ว่าสาขาผู้ถอนคำสาป เพื่อให้เวลารวมกลุ่มทุกคนจะได้รู้ทันทีว่าเราทำได้เพียงแค่ถอนคำสาปเท่านั้น จะได้ไม่เอาเราไปไว้แนวหน้า”


    “ อ๋อครับ” แอนเดอร์สันทำหน้าเข้าใจ


    “งั้นพรุ่งนี้เช้าเจอกันที่สาขา ไปเก็บข้าวของได้แล้ว เขตที่นายอยู่เป็นเวลา 2 เดือนจะถูกปิด ต่อจากนี้ไปนายจะต้องก้าวเข้าสู่โลกของนักเวทย์เต็มตัว

    ”


    แอนเดอร์สันพยักหน้าให้รุ่นพี่แล้วกลับไปยังห้องเพื่อเก็บของ การเลือกสาขาไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกข้อความติดป้ายชื่อ มันเป็นการเลือกห้องพักและที่อยู่ให้กับเขาด้วยเช่นกัน สำหรับพื้นที่ที่เขาอยู่เป็นเวลา 2 เดือนนิดๆนั้น เป็นเพียงพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้เด็กใหม่ที่เข้ามาค้นหาความเหมาะสมและความชอบในการเป็นนักเวทย์ของตนเอง


    “มีแค่นี้ล่ะนะ”


    แอนเดอร์สันมองไปยังรูปแม่ของเขาที่ใส่กรอบเอาไว้ มันเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะเก็บติดตัวไปด้วย ส่วนหนังสือเวทย์ภูติสายลมจำแลงร่างเขาคืนให้กับตระกูลเฟียร์แล้วเพื่อให้คนอื่นๆได้ศึกษา อย่างไรก็ตามกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้เขามีเวลาเหลืออยู่อีก 1 คืน แอนเดอร์สันจึงเดินไปยังห้องฝึกซ้อมที่นักเรียนสามารถใช้งานได้วันละ 1 ชั่วโมง


    จากการต่อสู้กันกับอาจารย์วิเอร่าที่มีระดับพลังสูงกว่าทำให้เขาเห็นช่องโหว่ของตัวเอง ช่องโหว่นั้นก็คือความเร็วในการใช้เวทย์ เขาจำเป็นต้องมีความเร็วในการใช้เวทย์ที่เร็วกว่านี้  สิ่งที่ทำให้เขาแข็งแกร่งคือเวทย์ภูติสายลมจำแลงร่างของตระกูลเฟียร์เพราะเป็นการใช้เวทย์ครั้งเดียวแล้วเขาสามารถคิดให้เกิดเวทย์ลมในรูปแบบต่างๆเพื่อโจมตี ไม่ว่าจะเป็นเวทย์ที่ใช้กับการต่อสู้ระยะประชิด เวทย์โจมตีระยะไกลเขาสามารถใช้ได้ผ่านเพียงแค่ความคิด


    อย่างไรก็ตามเวทย์ประจำตระกูลเฟียร์กลับต้องใช้เวลา 5 นาทีในการใช้งาน ตอนนี้เงินของเขามีจำกัด การจะซื้อกระดาษเขียนเวทย์มาใช้โดยเฉพาะมันก็ดูทำร้ายกระเป๋าเงินของเขามากเกินไป อีกอย่างกระดาษก็ใช้ได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น หากต้องการสลักเวทย์ลงไปในอาวุธเวทย์ เขาไม่สามารถให้ใครเห็นวงเวทย์ที่แท้จริงของตระกูลได้อีก ดังนั้นทางเดียวที่จะทำให้เขาใช้เวทย์ตระกูลได้ในตอนที่มีเงินน้อยก็คือ เรียนเวทย์ที่ทำให้เขาเอาตัวรอดในเวลา 5 นาทีให้ได้ มันจะต้องเป็นเวทย์ที่ทำให้เขาต่อสู้และเขียนเวทย์ตระกูลไปพร้อมกัน


    แอนเดอร์สันที่มาถึงห้องฝึกซ้อมแล้วนั้นเขาก็เริ่มเขียนรายชื่อเวทย์ที่เขาจำเป็นต้องฝึกให้ชำนาญเพื่อเป็นพื้นฐานและเป็นการปิดช่องว่างระหว่างร่ายเวทย์ประจำตระกูล โดยเวทย์ที่เขามองเอาไว้หลักๆที่ทำให้เขาแข็งแกร่งและเอาชีวิตรอดได้ใน 5 นาทีแรกของการต่อสู้ มันจะต้องให้การป้องกันที่สูงและสามารถทำให้เขาหลบการโจมตีได้


    “ธาตุลมใช้เวทย์เสริมความเร็ว ส่วนธาตุไม้ใช้เวทย์เกราะพฤกษา ส่วนการโจมตีใช้ผ่านปืน ที่เหลือมีเพียงแค่วาดมันทั้งสองให้ได้ภายใน 1 วินาทีสินะ”


     ฉายาผู้ใช้สายลมและฉายาเจ้าแห่งพืชพรรณทำให้เวทยธ์ธาตุลมและธาตุไม้ของแอนเดอร์สันรุนแรง ดังนั้นเขาจึงโฟกัสไปที่เวทย์สองธาตุนี้เพราะมันมีโอกาสสูงกว่าเวทย์ธาตุอื่นๆที่ไม่มีความช่วยเหลือจากพร






    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน