ฉลามคลั่งรัก 8 : ผู้ชายปริศนา
#ฉลามคลั่งรัก
คุณหมอดูจะอึ้งตอนที่ได้ยินแบบนั้นผมเลยทำเป็หัวเราะกลบเกลื่อนให้พยาบาลดูสายน้ำเกลือให้ ไม่มีข้อแก้ตัวอะไร และผมก็ไม่รู้ด้วยว่าจะได้สานสัมพันธ์กับเขาไหมผมแค่รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ถูกใจซึ่งมันคงดีถ้าเราได้มีไมตรีต่อกันเหมือนที่ผมทำกับผู้ชายคนอื่น ๆ ที่ผ่านมา
ติดตรงที่ว่าเขาอาจจะอยู่เหนือกว่านิดหน่อยซึ่งนั่นก็จะถูกตัดสินจากการกระทำของเขาว่าทำให้ผมพึงพอใจแค่ไหน
แต่เราคงทำอะไรตอนนี้ไม่ได้ก็ผมยังเจ็บหนักอยู่หนิ
“เอาเป็ว่าเราปล่อยให้คุณพักก่อนแล้วกันถ้ามีอะไรก็เรียกหมอแล้วกันนะครับ”
“ขอบคุณครับ” ผมยกยิ้มให้คุณหมอโคลงหัวให้เขานิดหน่อยเป็การบอกลาตอนนี้ในห้องก็เลยเหลือแค่ผมแล้วก็ผู้ชายปริศนาที่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร
แต่เขาถูกใจผมเหลือเกิน
“คุณอยากให้ผมอยู่เฝ้าไหม ?”
“แล้วแต่ที่คุณสะดวกเลยครับ” ผมตอบกลับแม้ว่าใจจริงอยากจะรั้งเขาไว้ก็ตาม“ถ้าคุณไม่ติดธุระก็อยู่เป็เพื่อนคลายเหงาผมสักพัก ผมไม่มีญาติที่ไหนก็เลยไม่รู้จะเรียกใครมาคุยด้วย”
“คุณไม่มีญาติเลยเหรอ ?”
“ไม่ครับ ไม่มี” ผมส่ายหน้า “พวกเขาทิ้งผมไปหมดผมเลยอยู่คนเดียวมาทั้งชีวิต”
“…”
“มันก็ไม่ได้แย่นะ สนุกดี” ผมขบขัน ชินชาแล้วกับการมีชีวิตอยู่ตามลำพังเอาแต่หาเื่สนุกทำไปวัน ๆ และเลี้ยงเ้าปลาฉลามที่พร้อมจะกินผมตลอดเวลา “แล้วคุณล่ะ เป็ใครมาจากไหน เป็นักท่องเที่ยวหรือว่ามาทำงานที่นี่ผมมาเกาะนี้หลายครั้งไม่ยักเคยเห็น”
“คงเพราะคุณไม่เคยสังเกต”
“หืม ?”
“ผมก็เห็นคุณออกจะบ่อย”เขาว่าพลางเสตามองออกนอกหน้าต่าง เวลานี้กำลังจะพลบค่ำ ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว“คุณชอบมาเที่ยวเล่นแล้วก็...ควงใครสักคนออกไปด้วยกัน”
“ไม่ยักรู้ว่าคุณมีงานอดิเรกตามดูชีวิตคนแปลกหน้า”
“ก็ไม่แปลกหน้าเท่าไหร่หรอก” ผมย่นคิ้ว หัวเราะเบา ๆ ให้กับคำพูดพวกนั้นดวงตาของเราสบกันและรู้สึกว่ามันช่างมีเสน่ห์ตรึงใจผมเหลือเกิน “ว่าแต่คุณหิวไหม ผมจะไปซื้ออะไรมาให้กิน”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
“แต่คุณผอมมากเลยรู้ตัวไหม”
“คุณยังไม่เคยเห็นด้านในแล้วจะรู้ได้ไงว่าผมผอมจริง”
“อะ...”
“บางทีผมอาจจะซ่อนรูปอยู่ก็ได้นะครับ” ผมยิ้มเ้าเล่ห์แววตาเต็มไปด้วยความสนุกสนานเวลาผมเจอผู้ชายที่ทำเหมือนว่าเขาไม่คิดอะไรแล้วรู้สึกอยากลองของชะมัดต่อให้สภาพร่างกายผมตอนนี้จะไม่เหมาะกับการทำแบบนั้นก็ตาม
แต่ผมชอบเวลาที่เขานิ่งทำหน้าครุ่นคิดประมวลผลตาม เขาดูเป็ผู้ใหญ่ที่ก้าวไม่ทันเด็กอย่างผม
“ว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอครับั้แ่มาผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลย”
“เราจำเป็ต้องรู้ชื่อกันด้วยเหรอ”
กึก !
“ผมนึกว่าคุณจะจำแค่ชื่อคู่นอนซะอีก”
“โว้ว...” ผมอุทาน นี่เป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีคนตบหน้าผมด้วยคำพูดแบบนี้แถมใบหน้าเรียบเฉยนั่นก็ตอกย้ำผมอย่างดีว่าผมเป็ยังไงในสายตาเขาเ้าตัวกระตุกยิ้มมุมปาก ดูพอใจที่ทำให้ผมเสียหน้าได้ “คุณปากร้ายใช่เล่นเลยนะรู้จักผมดีขนาดนั้นเลยหรือไงถึงคิดว่าผมจะจำแค่ชื่อคู่นอนตัวเอง”
“แล้วมันไม่ใช่เหรอ ผมคิดว่าคนอื่นก็คิดแบบนั้น”
“ผมไม่สนใจหรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไง นี่มันชีวิตของผม”
“…”
“และส่วนใหญ่คนที่คิดแบบนี้กับผม ก็มักจะกลายมาเป็ชื่อคู่นอนของผมด้วยสิ” กลายเป็าขนาดย่อมเพราะผมไม่ใช่พวกที่จะยอมให้ใครมาด่าผมฟรี ๆถึงผมจะไม่รู้ว่าเขาจับตาดูผมขนาดไหน แต่การพูดแบบนั้นมันไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่
มันถือว่าเป็การลองดีบางทีเขาอาจไม่รู้ว่าผมมีอิทธิพลกับเกาะนี้เหมือนกัน
“คุณอยากมาเป็หนึ่งในนั้นไหมล่ะ ?”
“คุณชวนแบบนี้กับทุกคนที่เจอเลยหรือเปล่า”
“อะ...”
“คุณไม่คิดจะเลือกคนหน่อยเหรอโซล อิลเดนสันผมคิดว่าคุณมีค่าเกินกว่าจะมั่วกับใครไปทั่วนะ” เ้าตัวว่าพลางสาวเท้ามาหาผมหยุดยืนอยู่ตรงหน้าจ้องลึกเข้ามาในดวงตาสีน้ำตาลโน้มหน้าลงมาเพื่อคุยกันในระยะประชิด ผมไม่ได้หันหน้าหนีการวิ่งหนีไม่ใช่นิสัยของผมเท่าไหร่
เว้นแต่เื่ที่ผมรับไม่ไหวเช่นการเห็นเมกาโลดอนฆ่าคนตายต่อหน้าแบบนี้ผมก็ขอหนีมาทำใจสักระยะ
“หรือว่าคุณมองเห็นค่าตัวเองต่ำขนาดนั้น”
“...”
“คุณไร้ค่าั้แ่เมื่อไหร่โซล” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปากขณะที่ดวงตาเรายังผสานกันเป็หนึ่งเดียวกันผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดึงให้จมน้ำตายไปด้วยกันสมองก็ประมวลผลตามสิ่งที่เขาคิดก่อนจะค้นพบว่าผมเริ่มทำตัวแบบนี้ก็ั้แ่ที่พ่อแม่จากไป
ผม้าความรักผม้าการเอาใจใส่
แต่ผมไม่มีอะไรเลยนอกจากปลาโง่ๆ สองตัว
“ผมคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณควรถามคนแปลกหน้านะครับ”
“ผมก็แค่อยากรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ถึงปล่อยตัวขนาดนี้”
“…”
“ชอบเหรอที่โดนกดขี่ บางทีผมอาจช่วย...” ไม่รอให้เขาพูดจบผมก็เอื้อมไปขยุ้มเรือนผมอีกฝ่าย กดให้เขาโน้มหน้าลงมาขณะที่เชิดหน้าขึ้นไปกดจูบลงกับริมฝีปากใจร้ายที่เอาแต่ว่าผมไร้ค่าไม่ยอมหยุดผมกัดปากเขาหนักหน่วงจนรับรู้ถึงรสชาติเืที่แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากเป็การสั่งสอนว่าเขาไม่ควรพูดจากับคนที่เขาไม่รู้เื้ัอย่างแน่ชัด
และแทนที่เขาจะผละหรือผลักผมออกเขากลับบดขยี้ความรุ่มร้อนลงมาเป็การสวนกลับ ปลายลิ้นชื้นสอดลึกเข้ามาในปากกวาดต้อนความหวานด้านในไปจนหมด ตอบรับด้วยรสเืที่เฝื่อนขมผมไม่ชอบรสชาติของมันเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพอมันรวมกับน้ำลาย...
มันกลายเป็น้ำหวานขึ้นมา
“อื้อ” ผมครางในลำคอ เป็ครั้งแรกที่ถูกจูบจนลมหายใจหมดผมเบือนหน้าหนีขณะที่อีกคนจับปลายคางผมให้กลับมาจูบอีก เขาประคองใบหน้าผมไว้บดเคล้าเรียวปากซ้ำ ๆ อย่างเอาแต่ใจ มีการดันผมให้นอนราบลงไปกับเตียงกักตัวผมไว้ในวงแขนโดยไม่สนใจว่าผมมีแผลเต็มตัวขนาดไหน
เขาสูบเอาลมหายใจรวมถึงเรี่ยวแรงในร่างกายไปจนหมดผละออกเล็กน้อยให้ผมโกยอากาศเข้าปอดแล้วบดขยี้ลงมาอีกครั้งเป็การสั่งสอนกลับผมรู้สึกเจ็บช้ำไปทั่วริมฝีปาก ไม่เคยมีใครจูบผมหนักขนาดนี้มาก่อนนิ่วหน้าเล็กน้อยตอนััได้ว่าปากตัวเองเืออก
คนแปลกหน้ากัดปากผมเป็การเอาคืน
“แฮ่ก” ผมหอบหนักมองคนที่ผละถอยจนหยาดใสยืดยาวเป็สายผมเลียปากตัวเองที่ช้ำไปถึงข้างใน สบตากับคนใจร้ายที่กระตุกยิ้มมุมปาก
ลิ้นร้อนถูกแลบออกมาละเลียดริมฝีปากผมเบาๆ เป็การปลอบขวัญก่อนที่คำพูดถัดมาเป็ตัวเชื่อมโยงจะฉุดผมลงนรกไปด้วยกัน
“คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดเยอะ โซล”
“คุณ...”
“แต่นั่นไม่ได้ทำให้คุณมีค่าขึ้นเลย”เหมือนกับโดนกดขี่ไว้ข้างใต้ ผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากก้มหน้ารับความจริงที่เขาบอกจู่ ๆ ก็รู้สึกเกิดอาการหายใจไม่ออก ไม่รู้ว่าจะใช้คำพูดอะไรตอบโต้ให้เขาหงายหลังประจำผมจะรับมือกับผู้ชายแบบนี้ได้มาก เรียกได้ว่าไม่เคยมีคนต้านทานผมได้
แต่ผู้ชายคนนี้...ผมไม่เข้าใจ
เขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็เด็กโง่คนหนึ่ง
“พอจะเข้าใจบ้างไหม”
“เข้าใจว่าคุณมันปากร้ายแค่ไหนน่ะเหรอ”
“อะ...”
“ขอโทษทีนะคุณผู้ชาย ผมไม่เคยขอให้ใครมาวัดค่าผมหรอก” ผมตีหน้ายิ้ม มันคือการเสแสร้งเพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าผมไม่ใช่พวกที่จะยอมคนง่ายๆ “อย่ามาตัดสินผมเพียงเพราะคุณเห็นผมไปกับผู้ชายคนที่จะให้ค่าชีวิตผมได้ไม่ใช่คนแปลกหน้าอย่างคุณ”
“...”
“และคุณประเมินผมซะต่ำเชียว” ผมกระตุกยิ้มตบแก้มเขาสองสามทีเป็การท้าทาย ดวงตาสีดำไล่ต้อนจนผมสบกับเขาได้ผมเลือกที่จะดันหน้าเขาออกไปถึงจะฝืนร่างกายไปหน่อยแต่มันก็ดีกว่าให้เขามารินรดลมหายใจใส่ผม “ผมคิดว่าผมอยู่คนเดียวได้ ขอบคุณที่สละเวลามาคุยด้วยกัน”
“คุณโกรธผม ?”
“ผมไม่ให้ค่าคนที่ประเมินผมต่ำหรอกครับ อย่าสำคัญตัวผิด”
“โซล”
“และกรุณาเรียกผมว่าคุณโซลด้วยนะครับเพราะเราไม่ได้สนิทกันขนาดที่คุณจะมาเรียกชื่อผมห้วน ๆ ได้” เ้าตัวนิ่งงันไม่รู้เลยว่าอะไรซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบนั่น“คุณกลับไปเถอะ และถ้าว่างก็มาเยี่ยมผมใหม่ตอนนั้นผมอาจจะสู้ฝีปากกับคุณได้”
“…”
“ส่วนตอนนี้ออกไปได้แล้ว ผมรำคาญ” ไม่มีการญาติดีอะไรทั้งนั้นผมไม่จำเป็จะต้องทำตัวน่ารักกับคนที่ด่าผมจนหน้าชาให้เขาลากผมไปตบกลางสี่แยกยังดูจะเจ็บน้อยกว่าเสียดายที่สภาพผมคงไม่เหมาะกับการโดนทำร้ายร่างกายเท่าไหร่
เราสบตากันอีกครั้งผมใช้หลังมือเช็ดเืที่ไหลซึมมุมปาก อะไรนิยามว่าการโดนด่าจะต้องทำให้ผมสำนึกได้
ก็เขาพูดถูกแค่ส่วนเดียวเท่านั้นและทำไมเราจะต้องให้ค่ากับคนที่เราไม่รู้จัก
ถึงอย่างนั้นผมก็สนใจเขานะ
พวกที่โค่นล้มยากมันมักจะล้มดังกว่าคนอื่น
“เชิญครับ”ผมผายมือเชิญให้เขาออกไปจากห้องพักไม่มีความจำเป็อะไรที่เราจะต้องสานต่อกับสิ่งที่จบไปแล้ว ตอนนี้ผมเหนื่อยการได้นอนคิดว่าตัวเองไร้ค่าแค่ไหนคงจะทำให้ผมดีขึ้นได้ไม่ยากเ้าตัวคนแปลกหน้าส่ายหัวให้กับผมเบา ๆ ถึงอย่างนั้นก็ยอมเดินออกไปจากห้อง
ผมข่มตาลงไม่ยอมลืมตามอง
สะกดความรู้สึกไร้ค่าของตัวเองไว้
ถ้าผมไม่สนใจคำพูดนั้นก็จะเป็เพียงเสียงแมลงที่บินผ่านไปทว่าก็น่าเสียดาย...
ผมดันสนใจเ้าแมลงนั่นด้วยสิ
“คุณได้เจอดีแน่”
ร่างสูงเดินออกมาหลังจากถูกไล่ั์ตาสวยหลุบลงไปขณะที่ลมหายใจผ่อนออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายดูท่าว่าเ้าเด็กร้ายจะไม่ฟังที่เขาพูดเท่าไหร่ขนาดสั่งสอนไปแล้วก็ยังถูกต่อว่าว่าประเมินเขาต่ำเกินไป
ใครจะรู้ว่าเขาจะร้ายกว่าที่คิดไว้หลายขุมล่ะ
“ถ้าให้เดาคือเขาไม่ฟัง”
ตึก !
“และพี่ก็กำลังหงุดหงิด”เสียงทุ้มต่ำรั้งให้หันไปมองเ้าของั์ตาสีเดียวกันที่เดินล้วงกระเป๋ามาหารอยยิ้มขี้เล่นที่ติดเ้าเล่ห์นั่นทำให้เขาไม่อยากจะมองหน้า เลยจำต้องเบือนสายตาไปมองทะเลครามที่ใกล้จะมืดดำตามดวงอาทิตย์“พี่เมินผมได้ใจร้ายมาก”
“ถ้าจะมาเยาะเย้ยก็กลับบ้านไปซะ”
“...”
“นายรู้ว่าการกวนประสาทตอนฉันอารมณ์ไม่ดีมันจะเป็ยังไง”
“มันก็เหมือนฉลามทำลายล้างไง”
“...”
“ทุกคนอาจตายได้เลย”เสียงหัวเราะไม่ได้พาให้เขาขบขันกลับกันเขาเลือกที่จะตวัดสายตาไปปรามเ้าน้องชายงี่เง่าที่เอาแต่จ้อไม่หยุด “แต่พี่คงไม่ทำหรอก เพราะเขาอยู่ที่นี่ถ้าเกิดพี่ทำเราก็คงตายกันหมด”
“คิดว่าเขาทำอะไรเราได้หรือไงก็แค่เด็กตัวเล็ก ๆ คนเดียว”
“เด็กตัวเล็กที่ลีลาถึงใจ”
“นี่...!”
“บางทีพี่ควรลองให้หนำใจแล้วจะรู้ว่า์มีจริง”
ปึง !
“หุบปาก”
“อึก !”ร่างกายสูงใหญ่ถูกกระแทกกับกำแพงจนขึ้นรอยร้าวหนักหน่วงจนรู้สึกว่าร่างกายเกือบจะหัก มือหนาที่กระชับคอเสื้อไว้ด้วยมือเดียวนั้นทำเอาคนโดนกระทำกัดฟันข่มความเจ็บหลุบตาต่ำไม่กล้ามองพี่ตัวเองที่เวลานี้ดวงตาวาวโรจน์แสดงให้เห็นถึงอำนาจที่มากโข
หากสิงโตคือราชสีห์ในพิภพคนตรงหน้าก็เป็ราชันเหนือสิ่งใด
อิทธิพลที่ส่งผ่านมาทำให้ต้องก้มหัวรับคำไปใครจะสู้บารมีของพี่ชายได้กัน
“ฉันไม่เคยสอนนายให้พูดแบบนี้ ดีแลนอย่ามาทำเหมือนว่าเขาเป็แค่เศษสวะ”
“ผม...ผมก็แค่แนะนำ”
“…”
“พี่ควรจะทำอะไรบ้างไม่ใช่แค่นั่งมองเขาได้กับคนอื่น”
“แล้วนายทำตัวต่างจากคนอื่นตรงไหน”
“พี่...อึก !”
“นายเองก็ทำให้เขารู้สึกไร้ค่าไม่ต่างกัน” กดเสียงต่ำขณะที่พูดลอดไรฟันเป็การข่มขู่ที่ชวนให้ขาดอากาศหายใจร่างสูงที่ตัวใหญ่กว่าเขาบีบเข้าที่ต้นคอคล้ายกับจะฆ่ากันให้ตายมือหนาเลยต้องเอื้อมไปจับข้อมือเขาไว้ ััได้ว่าเท้ากำลังลอยเหนือพื้น “ฉันเคยบอกนายแล้วว่าอย่าทำแบบนั้นที่ฉันปล่อยให้นายทำไม่ได้แปลว่านายจะเอามาอวดกับฉันได้”
“พี่ อึก ผมหายใจไม่ออก”
“พูดคำนั้นออกมา”
“อ๊ะ !”
“ฉันบอกให้พูดคำนั้นออกมา ดีแลน !” ตวาดเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามองต่างใที่พี่น้องมาทะเลาะกันในโรงพยาบาลแห่งนี้ดวงตาสีนิลแข็งกร้าวมองเด็กหนุ่มที่เด็กกว่าเขาเกือบสี่ปีเ้าตัวกัดปากแน่นไม่นานนักก็ยอมคายสิ่งที่พี่ขอออกมา
“ผม...ขอโทษ”
“อีกที”
“ผมขอโทษ อึก ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“…”
“ไว้...ไว้ชะ...ชีวิตผมด้วย ดะ...ดีวาน” เสียงที่หลุดออกมาอย่างทรมานพาให้ลมหายใจถูกผ่อนทิ้งร่างของดีแลนร่วงลงกับพื้นทันทีที่เขาคลายมือออกส่งผลให้คนน้องรีบโกยอากาศเข้าไปเติมเต็มร่างร่างสูงเ้าของปริศนามากมายได้แต่ส่ายหน้า ไม่บ่อยนักที่เขาจะลงไม้ลงมือกับน้องชายตัวเอง
แต่การมาพูดถึง‘เื่ต้องห้าม’แบบนั้นมันก็ข่มอารมณ์ไม่ไหวจริง ๆ
“อย่าให้ฉันได้ยินนายพูดแบบนั้นอีกไม่งั้นนายจะไม่มีวันได้เห็นเขาอีกเป็ครั้งที่สาม”
“ผมก็แค่อยากหยอกพี่บ้าง ทำไมต้องจริงจังขนาดนั้น”
“แล้วถ้าเกิดฉันพูดแบบนั้นกับนายบ้าง นายจะรู้สึกยังไง”
“…”
“จำใส่หัวไว้ อย่ามาลองดีกับฉัน ดีแลน”
ผม...ฝันร้าย
ในฝันผมเห็นภาพตัวเองที่ตกลงสู่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่มีฉลามมากมายรายล้อมตัวผมไว้พวกมันกัดกินซากคนตายที่มองยังไงก็เป็ร่างของพ่อแม่ผมชัด ๆ มันทำให้ผมน้ำตาไหลพยายามส่งเสียงเรียกขอให้พวกมันปล่อยพวกท่านไปทว่าเสียงที่ได้ยินกลับมีเพียงเสียงร้องไห้
และคำพูดที่ส่งผ่านไปไม่ถึง
‘ฮึก แม่ครับ พ่อครับ’
‘การร้องไห้ไม่ได้ทำให้คุณดูสูงขึ้น’
‘อะ...’
‘กลับกันคุณดูไร้ค่ากว่าเดิม’เสียงทุ้มต่ำดังวนอยู่รอบตัวคล้ายกับมัจจุราชที่ลงมาเล่นกลให้ตายด้านั์ตาของผมกวาดมองทั่วพื้นน้ำ มันไม่มีอะไรเลยนอกจากเืสีแดงฉานและเศษซากที่พวกปลาฉลามนับสิบทิ้งเอาไว้
ผมหายใจไม่ออกอากาศกำลังจะหมดและผมใกล้จะตาย
ผมบอกให้ตัวเองหยุดร้องไห้ขณะที่ใครบางคนว่ายน้ำเข้ามาหาผม
ดวงตาผมปิดลงยามริมฝีปากนั้นป้อนลมหายใจผมมองไม่เห็นว่าเขาเป็ใครราวกับถูกปิดไว้ให้ไขปริศนาเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูนุ่มให้รู้สึกว่าหัวใจไม่ด้านชามันทำให้ผมร้องไห้และยินดีรับคำพูดใจร้ายที่สาดมาให้ทารุณ
‘คุณไร้ค่าแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่โซล’
‘ไม่...’
‘คุณไม่ได้มีค่าขึ้นเลย’
‘ไม่นะ !’
“เฮือก...!” ผมสะดุ้งลืมตาโพลงในเช้าวันใหม่เหงื่อกาฬไหลซึมไปทั่วใบหน้าเช่นเดียวกับน้ำตาที่ผ่านหางตาหยดลงบนหมอนผมหอบหายใจกวาดตามองเพื่อสำรวจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ผมยังคงอยู่ในโรงพยาบาลคืนแรกกำลังผ่านไปทดแทนด้วยแสงของวันใหม่ที่สาดส่องมาผ่านหน้าต่าง
ผมกะพริบตาค่อย ๆ ขยับกายตัวเองขึ้นมานั่ง ความเจ็บจากแผลทำให้ผมรู้ว่าตัวเองตื่นจากฝันถึงอย่างนั้นหยาดใสที่ไหลผ่านก็บอกให้ผมรู้ว่าตัวเองจริงจังกับมันขนาดไหน คำพูดของผู้ชายคนนั้นยังลอยวนอยู่ในหัวให้นึกกลัวกับคำกล่าว
ผมไม่รู้ทำไมถึงต้องเก็บมาคิดมากหรือเพราะตอนนี้ตัวเองอ้างว้างเลยรู้สึกว่าแบกรับอะไรไม่ไหว
มันจะเป็แบบนั้นได้ยังไงในเมื่อผมก็...
โดดเดี่ยวมาทั้งชีวิต
ก๊อก ๆ
เสียงเคาะประตูรั้งความสนใจให้หันไปหาคาดว่าน่าจะเป็พยาบาลที่มาเช็ดตัวให้ผมเดาจากเวลาของนาฬิกาที่ติดไว้เหนือทีวีในห้อง มันบอกว่าตอนนี้เจ็ดโมงกว่าถ้าไม่เช็ดตัวก็คงให้กินยาก่อนอาหารซึ่งไม่ว่าจะเป็อย่างไหนผมก็รีบปาดน้ำตาที่อาบแก้มทั้งสองข้างผมไม่อยากถูกเซ้าซี้ถามว่าผมเป็อะไรหรืออยากให้โทรเรียกญาติที่ไหนไหม
มันจะเป็การตอกย้ำว่าผมไม่มีใครชั้นดีเลย
“เชิญครับ” ผมะโบอกเมื่อเห็นว่าคนนอกห้องไม่เข้ามาสักทีบางทีเธอคงอยากจะให้ผมอนุญาตก่อน ก็ห้องที่ผมนอนอยู่เป็ห้องพักผู้ป่วยแบบพิเศษผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่ได้ห้องนี้ ถึงอย่างนั้นก็รีบสลัดความคิดถอนหายใจพร้อมกับสูดเข้าเพื่อตั้งสติ จะได้คุยกับคนที่เข้ามาได้รู้เื่
ต่อให้คนที่เข้ามาจะไม่ใช่คนที่ผมคิดไว้ก็ตาม
“คุณ !”
“อรุณสวัสดิ์”
“…!!!”
“ตื่นเร็วดีหนิ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นหลังจากที่ผมเบิกตากว้างเ้าของใบหน้าคมคายไม่ได้ยิ้มรับเขาเพียงแค่เข็นรถที่มีอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดมาใกล้ผมดวงตาสีดำสบลงขณะที่ผมใแทบบ้า “ทำไมต้องใขนาดนั้นผมไม่ได้จะมาฆ่าคุณสักหน่อย”
“ผะ...ผมแปลกใจที่คุณอยู่ที่นี่ต่างหาก หรือคุณจะมาว่าอะไรผมอีก” ผมสวนกลับพร้อมกับสบตาเขานิ่งพยายามวางมาดหยิ่งเพื่อให้เขารู้ว่าผมไม่ใช่คนที่เขาจะมาเล่นด้วยได้
เมื่อวานนี้เขาจิกกัดผมจนฝันร้ายถ้าวันนี้พูดอีกผมคงหนีออกจากโรงพยาบาลกลับไปโดดน้ำล่อฉลามให้กินผมให้ตาย
อย่างน้อยพวกมันก็พูดทำร้ายจิตใจผมไม่ได้เหมือนเขาคนนี้
“ถ้าคุณยังด่าผมไม่พอใจอีกผมคิดว่าคุณควรจะไปแผนกจิตเวชนะ”
“งั้นเราก็ควรไปด้วยกัน คุณจะได้รับการบำบัดสักที”
“นี่ !” ผมกัดฟันกรอดคิ้วสวยขมวดกันแน่นเมื่อถูกสวนกลับแบบนั้นเ้าของั์ตาสีนิลกระตุกยิ้มพลันก่อนจะเปลี่ยนมาเป็หรี่ตาลง จับจ้องคราบน้ำตาที่ผมไม่ทันสังเกตว่ายังอยู่บนใบหน้าซ้ำร้ายมือหนายังเลื่อนมาแตะแก้มของผมเอาไว้ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมามีอิทธิพลกับหัวใจ
จะเบือนหน้าหนีเขาก็ไม่ให้ทำ
“ร้องไห้ทำไม”
“ผมไม่ได้ร้อง”
“แต่ตาคุณแดง”
“แล้วตรรกะไหนที่บอกว่าตาแดงแปลว่าร้องไห้”
“…”
“หรือต่อให้ผมร้องไห้ มันก็ไม่ได้เป็เพราะคุณ” ผมแค่นหัวเราะส่ายหน้าไปมาคล้ายรำคาญเขาเต็มทนเอาจริง ๆ ผมก็อยากจะเอาคืนเขาเื่เมื่อวานอยู่หรอกแต่การโผล่มาตอนนี้ผมก็เหมือนตั้งรับไม่ทัน พูดตรง ๆ คือผมไม่คิดว่าเขาจะมาอีกหลังจากที่ผมไล่เขาออกไปแบบนั้น
ผมยังคิดอยู่เลยว่าถ้าเขาหายตัวไปผมจะตามหาเขาเพื่อเอาคืนหลังตัวเองออกจากโรงพยาบาล
มันเหมือนกับเกมที่เราวางเดิมพันยอมปล่อยให้หมากตัวนี้โดนกินเพื่อใช้หมากอีกตัวกินมันอีกที
เพียงแค่ต้องใช้เวลา
“คุณมาที่นี่ทำไม”
“ผมว่าง” เขาตอบสีหน้าไม่ยินดียินร้ายผิดกับผมที่แสดงความไม่เข้าใจให้ได้เห็น
“ว่างก็เลยมาเนี่ยนะ คุณบ้าหรือเปล่า”
“ก็คุณบอกเองว่าถ้าว่างแล้วให้มาหา”
“อะ…”
“และผมต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ” ปลายนิ้วกดลงบนริมฝีปากที่มีร่องรอยความบอบช้ำจากสิ่งที่ทำเมื่อวานนี้มันทำให้ผมนิ่งก่อนจะกระตุกยิ้มเมื่อคิดได้ว่าเขาเองก็ไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นที่ปรารถนาในตัวผมไม่มีใครที่ลองจูบกับผมแล้วไม่กลับมาซ้ำอีก
ถึงจะนิสัยไม่ดีแต่เขาคือคนที่เล่นเกมเป็
“ติดใจปากผมขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณผู้ชาย”
“…”
“แต่วันนี้ผมไม่ให้คุณจูบผมง่าย ๆ หรอกนะ” ผมกระซิบข้างหูเขาให้ปลายจมูกไล้แผ่นแก้มขาวมาที่ริมฝีปาก แลบลิ้นเลียมันเบา ๆ แล้วผละมามองหน้าเลื่อนตามองถังน้ำที่วางอยู่บนรถเข็นที่เขาเอามาก็เลยรู้ว่าเขาจะทำหน้าที่แทนพยาบาล“คุณจะเช็ดตัวให้ผมเหรอ ถึงถ่อสังขารมาที่นี่”
“...พยาบาลบอกว่าควรเช็ดตัวให้คุณตอนนี้”
“คุณก็เลยยอมทำง่าย ๆ ?”
“แล้วมันผิดตรงไหน”
“ผิดที่คุณมัวแต่ชักช้าไง”
“โซล”
“เอาเลยสิ ถอดเสื้อผ้าผมแล้วจัดการ”
“…”
“ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะทนได้สักกี่น้ำ:)”