บทที่ 39: เตรียมตัวออกเดินทาง
ประมุขหลิงเทียนพยักหน้าอย่างอ่อนโยน พลางยื่นมือไปแตะบ่าของหลิงเซียวเบาๆ "ลุกขึ้นเถอะ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ข้าผู้ชราผู้นี้ก็จะไม่ส่งเจ้าไปมือเปล่า"
ชายชราโบกมือเบาๆ วัตถุสองชิ้นก็ปรากฏขึ้นในมือของเขาจากความว่างเปล่า
ชิ้นแรกคือม้วนหนังอสูรที่ดูเก่าแก่ เมื่อคลี่ออกก็ปรากฏเป็นแผนที่ที่วาดขึ้นอย่างละเอียดซับซ้อน
"นี่คือแผนที่ของแคว้นเมฆาคราม" ประมุขชี้ไปยังจุดเล็กๆ ที่ถูกวงไว้ "นี่คือป่าวิญญาณของเรา ส่วนนี่คือเมืองเมฆาชายป่า และหากเจ้าเดินทางไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ...ที่นี่คือที่ตั้งของนิกายกระบี่คราม มันคือการเดินทางที่ยาวไกลและเต็มไปด้วยอันตราย"
หลิงเซียวกวาดสายตามองแผนที่อย่างรวดเร็ว จิตวิญญาณของ "ภพ" จดจำรายละเอียดทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย แผนที่นี้ล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำพันชั่งสำหรับนักเดินทาง
วัตถุชิ้นที่สองคือถุงผ้าใบเล็กๆ ที่ดูธรรมดา แต่กลับปักด้วยด้ายสีเงินเป็นลวดลายเมฆที่ดูซับซ้อน
"ในนี้มี 'ศิลาปราณ' ระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อน" ประมุขยื่นมันให้หลิงเซียว "เผ่าพันธุ์ของเราไม่ค่อยได้ใช้มันนัก แต่ในโลกของมนุษย์ มันคือทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งเป็นสกุลเงินในการซื้อขาย และยังเป็นแหล่งพลังงานสำหรับใช้ในการบำเพ็ญเพียรและฟื้นฟูพลังยามฉุกเฉิน"
หลิงเซียวรับของทั้งสองสิ่งมาด้วยสองมือ ความรู้สึกขอบคุณปรากฏขึ้นในใจอย่างแท้จริง "ขอบคุณท่านประมุข"
"ไปเตรียมตัวเถอะ" ประมุขกล่าว "ออกเดินทางในตอนเช้า แสงตะวันจะนำทางเจ้า"
หลิงเซียวโค้งคำนับเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะทะยานร่างลงจากยอดไม้โบราณและกลับไปยังกระท่อมของตนเอง
เขาไม่มีสมบัติอะไรให้เก็บมากนัก ที่พักของเขาเรียบง่าย มีเพียงเตียงไม้และโต๊ะตัวหนึ่งเท่านั้น เขาเก็บแผนที่และถุงศิลาปราณเข้าไว้ในอกเสื้ออย่างดี ตรวจสอบขวดโอสถและยันต์สื่อสารที่ได้รับมาก่อนหน้านี้อีกครั้ง ทุกอย่างพร้อมแล้ว
เขานั่งลงบนเตียง ลูบไล้กระบี่สีดำที่วางอยู่ข้างกายเบาๆ นี่คือสหายเพียงหนึ่งเดียวของเขาในการเดินทางครั้งนี้
เขาใช้เวลาที่เหลือของวันไปกับการทำความเข้าใจเพลงกระบี่อสูรพันคมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และปรับสภาพจิตใจให้พร้อมสำหรับการเดินทางที่ยาวไกลและการผจญภัยครั้งใหม่
รุ่งเช้าของวันต่อมา...
หลิงเซียวในอาภรณ์สีดำชุดเดิมเดินออกมาจากกระท่อมของตนเป็นครั้งสุดท้าย เขาไม่ได้กล่าวอำลาใครเป็นพิเศษ แต่เมื่อเขาเดินมาถึงบริเวณทางออกของหมู่บ้าน เขาก็ต้องหยุดชะงัก
ชาวเผ่าวิญญาณจำนวนไม่น้อย...ทั้งคนชราและเด็กหนุ่มสาว...ต่างออกมายืนรอส่งเขาอย่างเงียบๆ
ไม่มีคำพูดอำลา ไม่มีเสียงร้องไห้ มีเพียงสายตาที่ซับซ้อนนับไม่ถ้วนที่จับจ้องมายังเขา สายตาเหล่านั้นมีทั้งความยำเกรง, ความหวาดหวั่น, และความรู้สึกขอบคุณจางๆ ที่ซ่อนอยู่
ผู้อาวุโสหลิงเฟิงก็ยืนอยู่ที่นั่นด้วย เขามองหลิงเซียวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ก่อนจะโค้งคำนับให้เขาเล็กน้อย เป็นการแสดงความยอมรับอย่างเงียบๆ
หลิงเซียวหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง เขากวาดสายตามองภาพตรงหน้า...ภาพของเผ่าพันธุ์ที่เขาไม่ได้ผูกพัน แต่ก็ได้ต่อสู้เพื่อปกป้องเอาไว้
เขาไม่ได้พูดอะไร แต่กลับโค้งคำนับตอบทุกคนอย่างนอบน้อม เป็นการอำลาในแบบของเขา
จากนั้น เขาก็หันหลังกลับ...และก้าวเดินออกจากเขตแดนของป่าวิญญาณที่คุ้นเคยเป็นครั้งสุดท้าย
แผ่นหลังที่โดดเดี่ยวแต่กลับมั่นคงนั้นค่อยๆ หายลับไปจากสายตาของทุกคน เหลือไว้เพียงตำนานบทใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
โลกอันกว้างใหญ่...เขากำลังจะไปแล้ว!