ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 33 ตรวจร่างกาย
"เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าไม่ได้โกหก?"
จางหย่งหยุดชะงักเล็กน้อย ที่บอกว่าความทรงจำหายไปไม่ใช่เรื่องโกหก เขาไม่มีความทรงจำของจางหย่งคนเดิมจริงๆ ดังนั้นเขาจึงตอบอย่างมั่นใจอีกครั้งว่า
"ข้าแน่ใจขอรับ"
"เช่นนั้นก็แปลกมาก พ่อหนุ่มข้าจะช่วยตรวจร่างกายเจ้าอย่างละเอียด ช่วยพาข้าไปที่บ้านของเจ้าที"
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นจางหย่งถึงกับขมวดคิ้ว นี่เขากำลังถูกมิจฉาชีพหมายตาหรือไม่กันนะ
'เจ้านาย ผู้อาวุโสสองท่านนี้มีพลังสูงมากเลย'
เมื่อมองไปที่สองตายายคู่นั้น จางหย่งก็ถอนหายใจออกมา หน้าตาและลักษณะท่าทางพวกเขาดูน่าเชื่อถืออยู่มาก เสื้อผ้าที่ใส่ก็เป็นเสื้อผ้าเนื้อดี แถมยังมีพลังวิญญาณที่สูงมากอีกด้วย คงไม่ได้ต้องการปล้นบ้านคนจนๆ อย่างเขาหรอกกระมัง
"อ้าวเร็วเข้าสิ ข้าอยากตรวจร่างกายของเจ้าเต็มทีแล้ว"
จางหย่งคิ้วกระตุกนิดหนึ่งแต่ก็นำทางสองสามีภรรยาไปที่บ้านของเขา ระหว่างทางเขาลองสอบถามรายละเอียดของทั้งสองดู ทราบว่าทั้งสองแซ่จ้าว ออกเดินทางเพื่อท่องยุทธภพ ชายชรามีทักษะทางการแพทย์ที่สูงมากและต้องการจะตรวจร่างกายให้เขา นี่คือสิ่งที่จางหย่งรับรู้ทั้งหมดหลังจากที่ได้สอบถามมา
เมื่อจางหย่งพาสองอาวุโสมาถึงบ้าน เด็กๆทั้งสามต่างก็วิ่งมาหาด้วยความดีใจ
"ท่านพ่อกลับมาแล้ว"
"ของเล่นๆ"
เพราะจางหย่งมัวแต่สงสัยในตัวสองสามีภรรยา ทำให้เขาลืมนำเอาของเล่นออกมาจากมิติ เขาจึงหันไปเอ่ยกับลูกๆขึ้นว่า
"เดี๋ยวพ่อเอามาให้นะ แต่ตอนนี้ไปเอาน้ำมารับแขกก่อนเร็ว"
อาเฟยลูกชายคนโตตอบรับคำและเดินไปตักน้ำในบ่อมารับแขก จางหย่งที่เพิ่งสังเกตเห็นบุคคลแปลกหน้าในบ้านก็เอ่ยขึ้นว่า
"นี่เจ้าอีกแล้วหรือ? เข้ามาที่นี่ทำไมกัน"
"ท่านทิ้งเด็กพวกนี้ไส้เพียงลำพังได้อย่างไร"
หนิงเหอไม่ได้ตอบคำถามแต่ตั้งถามคำถามกลับ เมื่อนางมองไปด้านหลังของจางหย่งก็เอ่ยขึ้นว่า
"คารวะผู้อาวุโสจ้าว เจ้าค่ะ พวกท่านมาทำอะไรแถวนี้หรือเจ้าคะ"
ดูเหมือนสตรีผู้นี้จะรู้จักกับสองสามีภรรยาที่ตามเขากลับมาบ้านนะ
"อ้าวแม่นางกู้ พวกข้าเบื่อๆเลยออกท่องยุทธภพไปเรื่อย ว่าแต่เจ้ามาทำอะไรที่นี่กัน"
กลายเป็นว่าทั้งสองฝ่ายรู้จักกัน จางหย่งมองซ้ายทีขวาที บ้านเขาไม่ใช่ที่รวมญาตินะ ยังไม่ทันที่จางหย่งจะได้พูดอะไร หนิงเหอเรียกเด็กๆ เข้ามาและเอ่ยขึ้นว่า
"พวกเจ้ามาทำความเคารพผู้อาวุโสจ้าวเร็ว"
"คารวะท่านผู้อาวุโสจ้าวขอรับ"
อาฟู่ลูกชายคนรองและอาฟงลูกชายคนเล็กทำตามอย่างว่าง่าย ส่วนอาเฟยที่เพิ่งไปตักน้ำมาก็เอ่ยทำความเคารพเช่นกัน ก่อนจะยื่นน้ำส่งให้ผู้อาวุโสทั้งสอง สองสามีภรรยารับน้ำไว้ในมือตามมารยาทและจิบเข้าไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตาลุกวาว รีบดื่มเข้าไปจนหมดในรวดเดียว แล้วเอ่ยขึ้นว่า
"เจ้าหนู นี่เจ้าไปเอาน้ำอันนี้มาจากไหน"
"จากบ่อข้างบ้านขอรับ"
ทั้งสองถึงกับตาลุกวาวรีบให้อาเฟยพาไปที่บ่อน้ำทันที พบว่าน้ำในบ่อทั้งหมดเป็นน้ำที่มีพลังวิญญาณ การมาท่องเที่ยวในครั้งนี้ของพวกเขาไม่เสียเปล่าจริงๆ
"พวกเจ้าตักน้ำมาจากที่ไหน พาข้าไปดูหน่อยได้หรือไม่"
อาเฟยลูกชายคนโตมองไปทางบิดา เมื่อเห็นบิดาพยักหน้าเขาก็พาเดินไปทางลำธารที่พวกเขาใช้ตักน้ำมาใส่บ่อ จางหย่งมองตามหลังทั้งสามอย่างครุ่นคิด หากสองสามีภรรยารู้ว่าน้ำที่มีพลังวิญญาณไม่ได้มาจากลำธารเขาจะทำอย่างไรดี
หนิงเหอที่เห็นปฏิกิริยาของผู้อาวุจ้าวทั้งสองก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินไปทางบ่อน้ำและวักน้ำขึ้นมาชิมดู พบว่าน้ำในบ่อน้ำนั้นเต็มไปด้วยพลังวิญญาณ มิน่าล่ะสองผู้อาวุโสถึงได้ดูตื่นเต้นนัก
หลังจากทั้งสองไปที่ลำธารตามการนำทางของอาเฟยก็รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก น้ำในลำธารไม่ได้มีพลังวิญญาณเหมือนในบ่อน้ำ สรุปคือน่าจะเป็นบ่อน้ำแห่งนั้นมีทำให้น้ำมีพลังวิญญาณ
"ตาเฒ่าจ้าว ดูเหมือนว่าเราจะลืมจุดประสงค์ที่มาที่นี่นะ"
ยายเฒ่าจ้าวเอ่ยขึ้น ทำให้ผู้เฒ่าจ้าวนึกขึ้นมาได้ เขามาที่นี่เพราะต้องการตรวจร่างกายของชายหนุ่มผู้นั้นอย่างละเอียดนี่นะ แต่เมื่อเจอน้ำที่มีพลังวิญญาณเข้า ทำให้พวกเขาสนใจจนลืมจุดประสงค์ของตัวเอง เมื่อเดินกลับมาถึงหน้าบ้าน ผู้เฒ่าจ้าวก็เอ่ยขึ้นว่า
"พ่อหนุ่ม มาๆ ข้าจะช่วยตรวจร่างกายเจ้าโดยละเอียด"
หนิงเหอที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า
"นี่ ผู้อาวุโสจ้าวจะตรวจร่างกายให้ ยังไม่รีบขอบคุณอีก รู้หรือไม่ถึงจะมีเป็นหมื่นเป็นแสนตำลึงมากองตรงหน้าก็ใช่ว่าผู้อาวุโสจะยอมตรวจให้นะ"
จางหย่งขมวดคิ้วเล็กน้อย แค่ตรวจร่างกายคงไม่ได้เสียหายอะไรหรอกกระมัง ดังนั้นเขาจึงเข้าไปในบ้านพร้อมกับผู้เฒ่าจ้าว
"อาเฟย ดูแลน้องๆก่อนนะเดี๋ยวพ่อออกมา"
"ขอรับ"
ภายในบ้านของจางหย่ง
"เจ้าถอดเสื้อออก แล้วนั่งขัดสมาธิบนนี้"
จางหย่งทำตามอย่างว่าง่าย เขาถอดเสื้อออกก่อนจะนั่งลงบนเตียง
"ต่อไปข้าจะทำการตรวจร่างกายให้เจ้า จากการตรวจเบื้องต้นข้ารู้สึกว่าร่างกายของเจ้าน่าจะมีพลังที่ถูกสกัดเอาไว้ภายใน แต่ข้าไม่แน่ใจนัก ดังนั้นข้าจึงอยากตรวจโดยละเอียดอีกครั้ง"
กล่าวจบผู้เฒ่าจ้าวก็กดไปตามจุดต่างๆในร่างกายของจางหย่ง ก่อนจะหยิบกล่องใส่เข็มออกมา จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นก็ร้องอุทานขึ้นว่า
"ท่านจะทำอะไร!!?"
"ข้าเอาเข็มออกมา ก็ต้องฝังเข็มนะสิ ถามได้"
"ตรวจร่างกายเหตุใดต้องฝังเข็ม"
เขากลัวเข็มมาตั้งแต่เด็ก ตอนที่เขาอายุได้สี่ขวบเขาเคยไม่สบายหนัก หมอวินิจฉัยโรคของเขาแล้วบอกกับครอบครัวเขาว่าต้องฉีดยาถึงจะหาย แต่หลังจากเขาฉีดยาไปแล้วกลับอาการทรุดลง เมื่อไปตรวจดูอีกครั้งพบว่าหมอวินิจฉัยผิด ทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขากลายเป็นคนกลัวเข็ม
"ข้าตรวจร่างกายให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะเป็นการรักษา ข้าจึงต้องฝังเข็ม"
"ไม่ๆ ข้าไม่อยากรักษาอะไรทั้งนั้น" จางหย่งเอ่ยขึ้นด้วยความหวาดกลัว
"เจ้าไม่อยากมีพลังที่จะปกป้องลูกๆของเจ้างั้นหรือ?"
จางหย่งถึงกับชะงักไปนิดหนึ่งกับคำพูดของผู้เฒ่าจ้าว หากเขามีพลังก็จะสามารถปกป้องลูกได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นจางหย่งก็หลับตาลงแน่นก่อนจะกัดฟันแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"รบกวนท่านผู้อาวุโสแล้วขอรับ"
"งั้นก็นอนลง หากข้าไม่อนุญาตห้ามขยับตัวโดยเด็ดขาด!"
ผู้เฒ่าจ้าวพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะเริ่มลงมือฝังเข็ม เริ่มตั้งแต่ศีรษะลงไปถึงปลายเท้า ความรู้สึกชาแปลบปลาบไปทั่วร่างกาย บางจุดที่ถูกฝังไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ แต่บางจุดให้ความรุ้สึกเหมือนกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อตทำเอาเขาถึงกับสะดุ้ง เข็มตรึงไปทั่วร่างของเขา จนตัวเขาไม่สามารถขยับได้
เวลาผ่านไปเกือบสองเค่อ ผู้เฒ่าจ้าวค่อยๆ ปลดเข็มออกทีละเข็มอย่างเบามือ จางหย่งรู้สึกได้ถึงกระแสไฟที่วิ่งไปทั่วร่างกาย ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทุกอณู ราวกับมีใครจุดชนวนระเบิดในตัวเขา จางหย่งที่รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั่นร้องออกมาเสียงดัง
"อ๊ากกก!!!!"
คนอื่นๆที่นั่งรออยู่ที่ลานบ้านถึงกับรีบวิ่งเข้ามาทันที แต่เสี่ยวเหมาที่นอนหมอบอยู่ใกล้ที่สุดได้มุดประตูผุพังเข้ามาเป็นคนแรก เมื่อมองไปที่จางหย่ง มันก็อุทานขึ้นว่า
'เจ้านาย ท่านเป็นอะไรไป!!'
จางหย่งที่รู้สึกร้อนไปทั่วทั้งร่างกายเอ่ยตอบสุนัขมิติของเขาขึ้นว่า
'สะ...เสี่ยวเหมา ข้ารู้สึกเหมือนว่าเลือดในร่างกายของข้ามันเดือดพล่าน!! ...หรือว่าข้ากำลังจะแปลงร่างเป็นซุปเปอร์ไซย่า!!'
'...' สงสัยการรักษาครั้งนี้จะกระทบกระเทือนสมองของเจ้านายไปด้วยล่ะมั้ง เสี่ยวเหมาได้แต่คิดในใจ