ยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว)

    ตอนที่ 22 แมลงกลืนกินจิตวิญญาณ

    เฟยหลงกำลังเดินเข้าไปแต่ไม่สามารถเข้าไปในเขตของผู้แข่งขันได้ เลยรีบเข้าไปซื้อตั๋ว แล้วเข้าไปในสนาม เพื่อคอยดูว่า หุ่นยนต์นักสู้ที่ มีกล่องใส่จิตวิญญาณนั้น จะสามารถสู้กับหุ่นนักสู้ของสนามได้หรือไม่

    พอเข้าไปในสนามต่อสู้ก็พบว่า หุ่นของสองแม่ลูกได้ เป็นคู่ที่สอง เฟยหลงมองเห็นหุ่นนักสู้แล้วรู้สึกว่า หุ่นที่สร้างนี้เหมือนหุ่นทหารในกองทัพทั่วไป ที่ทางการปลดประจำการแล้ว และได้มีการอัพเกรดขึ้นมา โดยมีเสื้อเกราะใส่ด้านหน้า เปลี่ยนแขนจักรกลที่ดูน่าจะเก็บมาจากกองขยะหุ่นยนต์มากกว่า ดูท่าเด็กน้อยนี้ใช้เครื่องมือ ตรวจสภาพหุ่นเพื่อเตรียมต่อสู้  ช่วยผู้เป็นแม่ ที่กำลัง คอยเช็ดร่างกายของหุ่นไม่ให้มีความชื้น สองคนช่วยกันดูแล้ว ทำให้เฟยหลงคิดถึงแม่ของตนที่ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยเห็นแม่เขาเลย 

    การแข่งขันคู่แรกจบลง หุ่นจิตวิญญาณตนนี้ กระโดดขึ้นไปบนเวทีทันที เจอหน้าคู่ต่อสู้ ที่เป็นหุ่นนักสู้รุ่นใหม่ เกราะที่ใส่ก็หนากว่า รอบนี้ ห้ามใช้อาวุธ ร่างหุ่นนักสู้ตัวใหม่จะดูใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยสีสันสดใส มองแล้ว อัตราการต่อรอง 1 ต่อ 2  ของเซียนพนัน  ส่วน ค่าสมัครของหุ่นนักสู้ สองพันเหรียญทอง หากชนะจะได้รางวัลถึง 10 เท่า คือ สองหมื่นเหรียญทอง

    การต่อสู้บนเวทีเริ่มขึ้น หุ่นนักสู้ของสนามชื่อว่า ซันหมายเลข 25 ส่วนหุ่นของสองคนแม่ลูก ชื่อว่า จอน หุ่นทั้งสองยืนเผชิญหน้ากัน เสียงสัญญาณเริ่มต่อสู้ก็ดังขึ้น

    หุ่นทั้งสอง ใช้หมัดปะทะกันเป็นท่าแรก แต่ว่า หุ่นจอนนั้นไม่ปะทะด้วยหลบฉากแล้วแย็บหมัดขวาเข้าหน้า หุ่นซัน25 ได้อย่างจัง เปรี้ยง !  แต่ว่า มันไม่มีอาการเซเลยยังคงรู้สึกเฉยๆ กลับเดินเข้าหาหุ่นจอนอย่างไม่ย่อท้อ หุ่นซัน 25 ต่อยหมัดไปทีหลายชุด เป็นเหมือนปืนกลรัวๆ หมัดเข้าใส แต่ว่า หุ่นจอนพยายาจะหลบแต่การเคลื่อนไหว เริ่มเชื่องช้า เพราะพลังงานในกล่องวิญญาณนั้นใกล้จะหมดลงแล้ว

    ซึ่งเฟยหลง เห็นอย่างชัดเจน หากเป็นเช่นนี้ หุ่นจอนได้พังยับแน่ ยิ่งเวลานี้แขนซ้าย ถูกต่อยจนแขนหลุดออกมา เพราะการเคลื่อนไหวช้าเกินไป จะทำให้คู่ต่อสู้ไล่ชกเข้าเป้าได้มากกว่า 

     แล้วในที่สุดหุ่นจอนก็ถูกยำเละ ล้มลุกคลุกคลาน สองคนแม่ลูกกอดคอกันร้องไห้ สงสารหุ่นจอน แล้วสุดท้ายหมัดของหุ่นซันหมายเลข 25 ก็ซัดเข้า  โครม !  ทะลุอก ของ หุ่นจอน สิ่งนี้คงเป็นความตั้งใจของหุ่นจอน และใช้สันหมัดกระแทกเข้าคอหอย ของ หุ่นซันหมายเลข 25 จนหัวห้อยลงมา 

    หุ่นจอนชนะ แต่ว่าร่างกายเป็นรูกลวงโบ๋ แขนซ้ายรุ่งริ่ง เดินไปเซไป พลังงานวิญญาณเหลือเพียงริบหรี่ เด็กน้อยกระโดดดีใจ แต่ว่าผู้เป็นแม่กลับนิ่งเงียบเหมือนจะรู้ว่า ครั้งนี้ หุ่นจอนไม่มีโอกาสกลับมาต่อสู้บนสังเวียนนี้ได้อีกแล้ว

    ทั้งสองไปขึ้นเงิน แล้วเดินออกจากสนามไป เฟยหลงเห็นแล้วก็ตามไปในทันที

    พอสองแม่ลูกไปถึงบ้านหุ่นจอน ก็ค่อยๆ ล้มลงลุกไม่ขึ้นหมดแรงเดิน

    “ ท่านพี่ ท่านต้องไม่เป็นอะไรนะ”

    “ ท่านพ่อ ท่านเป็นอะไร ท่านลุกขึ้นมาซิ”

    “ พลังชีวิตของข้าใกล้หมดแล้ว ต่อไปพวกเจ้านำเงินก้อนนี้ที่ได้มา ใช้ชีวิตต่อไป ไม่ต้องคิดถึงข้าอีกแล้ว” หุ่นจอนพูดได้ แต่น้ำเสียงอ่อนแรงลงไปมาก

    “ ไม่ได้ ท่านพี่ไปแล้วพวกเราจะอยู่กับใคร” สองคนร้องไห้กอดหุ่นยนต์จอนแน่น น้ำตาไหลพราก เฟยหลงมาถึงพอดีแล้วเอ่ยว่า

    “ กล่องวิญญาณของเขาหมดสภาพ ไม่สามารถเก็บวิญญาณได้แล้ว ข้าจะช่วยรักษาเขาเอง”

    “ นี่ท่านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?” แม่เด็กน้อยเอ่ยด้วยความตกใจ

    “ ข้าเคยช่วยรักษาหุ่นวิญญาณมาแล้ว แต่ก่อนอื่น ข้าอยากถามว่า ท่านเทพตู้ฉางฟง เป็นผู้สร้าง กล่องวิญญาณนี้ ให้กับท่านใช่ไหม”

    “ ใช่แล้ว ตอนนั้นสามีข้าบาดเจ็บหนักใกล้ตาย ท่านเทพตู้ฉางฟงได้ผ่านทางมาพบเห็นเลยช่วย สร้างกล่องวิญญาณนี้ให้แล้วนำมาใส่กล่องหุ่นยนต์ตัวนี้ ทำให้วิญญาณของ สามีของข้าได้อยู่กับพวกเรามาตลอด แต่ว่าพวกเราไม่มีเงิน เลยต้องไปต่อสู้บ่อยๆ เลยทำให้ หุ่นยนต์และกล่องวิญญาณได้เสื่อมสภาพลงไปอย่างรวดเร็ว”

    “ ท่านอาจารย์ ท่านช่วยซ่อมกล่องวิญญาณ ให้เขาด้วยเถิด”

    “ ไม่มีปัญหา”

    ศิลานักปราชญ์ ปรากฏกายขึ้น พร้อมกับ ซ่อมกล่องวิญญาณขึ้นมาอยู่ในสภาพใหม่เอี่ยม แล้วลงอักขระยันต์ ป้องกันเอาไว้ 

    “ เรียบร้อย ที่เหลือภายนอกเจ้าจัดการเองละกัน เวลานี้พลังงานข้าหมดแล้ว ต้องเพิ่มพลังงานสักหน่อย” ศิลานักปราชญ์เอ่ยจบ ก็เข้าไปกินทองคำต่อ ส่วนเฟยหลงก็เปลี่ยนแขน แล้ว ใส่เปลี่ยนเกราะให้เขาใหม่ ทำให้หุ่นยนต์จอนกลับฟื้นคืนมาแข็งแรงยิ่งกว่าเดิม  แม่ลูก กับหุ่นยนต์ต่างดีใจกอดกันแน่น

    “ ขอบคุณนายท่าน”  หุ่นยนต์จอนกล่าวขอบคุณเฟยหลง

    “ ท่านเคยเป็นทหารมาก่อนใช่ไหม?”

    “ ใช่แล้ว หุ่นตัวนี้เป็นหุ่นผู้พิทักษ์ของข้ามาก่อน”

    “ ถ้าเช่นนั้น ท่านคงจะรู้จัก ราชครูเฝิงจ้าน อาจารย์ของรัชทายาทคนปัจจุบันใช่ไหม?”

    “ สมัยนั้น ข้ารับใช้ จักรพรรดิองค์ก่อน ซึ่งเป็นพี่ชายขององค์ปัจจุบัน ราชครูเฝิงจ้านเข้าวังมาไม่ทันเท่าไร จักรพรรดิองค์ก่อน ก็สวรรคตกระทันหัน ข้าเป็นแค่องครักษ์เฝ้าประตูก็ถูกลงโทษ เฆี่ยนตี จนบาดเจ็บเจียนตาย สุดท้ายก็ไม่รอดต้องมาเป็นหุ่นเช่นนี้ เรื่องราวหลังจากนัน ข้าเองก็ไม่รู้อีกเลย”

    “ มันที่พำนักอยู่ที่ไหน ท่านรู้หรือไม่”

    “ เรื่องนี้ คนในวังต่างรู้ดี ราชครูไปพำนัก อยู่ที่สุสานโบราณ แห่งหนึ่งทางตอนเหนือของเมือง  ว่ากันว่า ที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ ฝังเหล่าเทพเจ้า มารปีศาจ มาหลายพันปีแล้ว ไม่มีใครกล้าเข้าไป เพราะเป็นเขตหวงห้ามของ ราชวงศ์ต้วน”

    เฟยหลงคิดว่า ต้องไปหาสุสานโบราณแห่งนี้เสียแล้ว  ทันใดนั้นเองก็มี ชายวัยกลางคน แต่งชุดทหารเข้ามากับลูกน้องอีกสองคน

    “ ฮูหยินเหวิน อยู่หรือไม่”

    “ ท่านนายกองหยาง มีอะไรเร่งด่วน ดูหน้าตาตื่นเช่นนี้”

    นายกองหยางเห็น เฟยหลงอยู่ด้วยก็สงสัย ฮูหยินเหวินรีบเอ่ยว่า

    “ ท่านนี้เป็นช่าง มาซ่อมหุ่นยนต์ผู้พิทักษ์ให้เราน่ะ”

    “ อ้อ เช่นนั้นก็รู้เอาไว้ด้วยกันเลย  เวลานี้ ท้องฟ้าตอนเหนือมืดมิด ไร้แสงดวงอาฑิตย์สาดส่องไปแล้ว ความมืดกำลัง ปกคลุมไปทั่วเมือง มารร้ายใกล้เข้ามา มันเป็นดังคำทำนาย ของท่านปราชญ์หยั่งรู้แล้ว ชาวเมืองตอนเหนือบัดนี้ได้ ย้ายถิ่นฐานออกไปจากเมืองกันเป็นจำนวนมาก จนสถานีขนส่งคนแน่นไปหมด ฮูหยินเหวิน พวกเจ้าสองคนแม่ลูก อย่าอยู่ที่นี่เลย หากเป็นเช่นดังคำทำนาย ต้องมีคนตายมากมายแน่ๆ”

    “ พวกเราจะไปไหนได้เล่า” ฮูหยินเหวิน เอ่ยเสียงเครียด

    “ พวกเราไปหนีไปที่เมืองสตาร์บริดจ์ กันก่อน ข้าพอมีคนรู้จักที่นั่น” นายกองหยางแนะนำ 

    “ ท่านพี่เอาอย่างไรดี?”

    “ ทำตามพี่หยางเถอะ ท่านปราชญ์หยั่งรู้ ทำนายไม่เคยผิดพลาด คนอื่นไม่เชื่อ ก็ช่างเขา แต่ ข้าเชื่อ เพราะคำพูดของท่านไม่มีผิดพลาด”

    เฟยหลง ยืนฟังนิ่งไม่ออกความเห็น และ ยังไม่ได้ถามว่า ปราชญ์หยั่งรู้ ทำนายอะไรเอาไว้

    “ เวลานี้ ข้า ทหารรักษาเมือง หลายคน ต่างก็ลาพัก พาครอบครัว ไปหลบนอกเมืองกันหมดแล้ว  สถานีขนส่งคนแน่นไปหมด ข้าพอจะหายานบิน นำพาพวกเจ้าไปพร้อมกันได้ เจ้าหนุ่ม เจ้าจะไปกับพวกเราก็ได้นะ”

    “ ไม่ล่ะ  ข้าอยากรู้ว่ามารร้ายที่ท่านเอ่ยถึง หมายถึงอะไรกัน?”

    “ พวกเราไม่รู้หรอก แต่ว่า  คำทำนายของท่านปราชญ์หยั่งรู้นั้น ไม่เคยผิดพลาด ท่านบอกว่า 

    เมื่อใด ดวงตะวันสิ้นแสง  ความหนาวเย็นจะแผ่กระจายไปทั่วทวีป มารร้ายจะคืบคลานเข้ามา ชาวประชาจะล้มตาย เลือดนองทั่วหล้า  มนุษย์จะไร้ซึ่งศรัทธา  เทพแห่งฟ้าจะปรากฏ กำราบหมู่มารจนพ้นอันตราย ราชันที่สูญหาย จะหวนกลับคืนสู่บัลลังก์”

    เฟยหลงฟังแล้วก็ยังสงสัย ทำไมพวกเขาถึงได้งมงายกันแบบนี้

    “ อะไรที่ทำให้พวกท่านเชื่อกันขนาดนี้?”

    “ ก็ตอนนี้ รัชทายาทต้วนฉุน ที่สูญหายไปเมื่อ สิบปีก่อน บัดนี้ ได้ถูกจับกลับมาแล้ว   แล้ววันนี้ยามเที่ยงวัน  จะตัดหัวให้ชาวเมืองหลวงได้ดู พวกเขาไม่มีใครเชื่อคำทำนายเลยสักคน”

    “อะไรนะ รัชทายาทต้วนฉุน ถูกจับมาแล้วรึ?”

    “ ใช้ ท่านรองเจ้าสำนักสายฟ้า เป็นคนนำข่าวนี้มาบอกทางการ แล้วพาทหารไปจับกุมที่เทือกเขาอัสนี ตอนนี้กำรอเวลาเที่ยง ก็จะประหารที่ลานน้ำพุ หน้าวังหลวงแล้ว”

    นางกองหยางเอ่ยจบ  เฟยหลงที่มีความคิดจะไปสุสานโบราณ ต้องหยุดคิดก่อนว่าจะไปช่วย ต้วนฉุนก่อนดีหรือไม่ นึกไม่ถึง รองเจ้าสำนักสายฟ้า จะกล้าหักหลัง ท่านเจ้าสำนัก ส่งมอบตัวต้วนฉุนให้กับราชสำนัก เฟยหลงไม่สนใจพวกเขาเดินออกมาจากบ้าน เพื่อเตรียมตัวไปช่วย ต้วนฉุนก่อน

    “ นี่มันเกิดอะไรขึ้น มารร้าย จากที่ไหน จะมา แล้ว เทพแห่งฟ้าที่ไหนจะมาช่วยกันนะ  ท่านปราชญหยั่งรู้ ท่านจะทายแม่นขนาดนั้นเชียวรึ?”

    เฟยหลงเดินออกมาก็นั่งเรือเหาะไป ลานประหารทันที     พอไปถึงก็พบกับ รัชทายาทต้วนฉุน และ ว่านอี้ กลับ ศิษย์น้องอีกสองคน ถูกจับตัว ยืนเอาไว้ พวกเขาถูกตัดสินให้ตัดหัวโดยมีด กิโยตีน ที่มีอยู่ สี่อัน ทั้งหมดถูกผูกตามัดแขน และขา เพื่อรอเวลา เที่ยงตรง  ฝูงชน ที่กำลังเตรียมตัว หนีจากเมือง มายืนดูกันแน่นขนัด

    บางคนที่อายุมาก เคยอยู่ในสมัยจักรพรรดิองค์ก่อน ก็ส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญที่เห็นสภาพรัชทายาทเช่นนี้ ส่วนหนุ่มสาวที่ไม่รู้จัก ก็ไม่แสดงความรู้สึกอะไร บางคนถึงกับเร่งให้ประหารโดยเร็ว เพื่ออยากให้บ้านเมืองสงบสุข

    เฟยหลงมองไปที่ แท่นพิธี มีประธานการประหารคือ รัชทายาทต้วนไห่ และ ราชครูเฝิงจ้าน ทีบัดนี้ ได้แต่หลับตานั่งทำสมาธิ ทำเป็นไม่รู้เรื่องราวใดใด ในโลกหล้า

    “ ดี มาอยู่ที่นี่ ข้าจะได้ไม่ต้องตามหาให้ยุ่งยาก” เฟยหลงคิดในใจ

    แต่ในทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าที่สว่างไสว กลับค่อยๆ มืดมิด มีก้อนเมฆสีดำก้อนใหญ่หลายก้อน เคลื่อนตัวมาปิดบังแสงอาฑิตย์ไปทั่วเมืองหลวง

    แล้วก้อนเมฆสีดำนั้น ก็กลายเป็นกลุ่มก้อนเล็ก เคลื่อนคล้อยลงมาเข้าใกล้ฝูงชน

    เฟยหลงมองด้วยความตกใจ เพราะก้อนเมฆสีดำก้อนใหญ่นั้น มันคือฝูงแมลงประหลาดคล้ายกับแมลงวันมีปีกสีเขียว ตาสีแดงมีเขี้ยวโง้ว ไม่รู้ว่า มันคือตัวอะไร

    มันพุ่งตรงเข้าโจมตี ประชาชนทั้งเมืองพร้อมกัน ร่างของพวกมันเจาะเข้าไปในร่างมนุษย์ แล้วกลินกินวิญญาณไปจนหมด สุดท้าย มนุษย์ก็ถูกพวกแมลงปีศาจปีกเขียวนี้ ควบคุมร่างเอาไว้  จากนั้น ร่างมนุษย์ก็เริ่มมีปีกสีเขียว มีเขี้ยวโง้ว ดวงตาสีแดง มีกรงเล็บที่น่าหวาดกลัว มนุษย์คนใดที่ไม่ได้โดนแมลงปีศาจกลืนกิน เจ้าตัวที่กลายพันธุ์ ก็เจ้ากัดกินร่างกายมนุษย์ไปจนหมด รวมทั้งกลืนกินวิญญาณจนไม่มีเหลือ 

    “ นี่มันตัวบ้าอะไรวะเนี่ย”  เฟยหลงต้องพา ต้วนฉุนออกมาก่อน พอหันไปมอง

    องค์ชายรัชทายาท ก็สั่งให้ประหารแล้ว ไม่รอเวลาเที่ยง อีกต่อไป

    เฟยหลงปล่อยหุ่นพิทักษ์ออกมาทั้งหมด เคลื่อนไหวเข้าไปช่วยทั้งสี่เอาไว้ได้

    “ พวกแกเป็นใคร กล้าบังอาจช่วยนักโทษประหาร ฆ่ามันให้หมด”

    ต้วนไห่สั่งการออกไป  ราชครูลืมตาขึ้น พอเห็นเฟยหลงกับหุ่นยนต์พิทักษ์ ก็โกรธแค้นยิ่งนัก

    “ พวกแกเอง ฮึ่ม วันนี้ ข้าจะแก้แค้นที่พวกเจ้า ตัดแขนข้าไป”

    “ ราชครู ท่านรู้จักพวกมันด้วยรึ?

    “ ใช่แล้ว แต่ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”

    “ แล้วไอ้ตัวแมลงประหลาดนี่คืออะไรเนี่ย?”

    “ ฮ่า ฮ่า มันคือแมลงกลืนกินวิญญาณ เป็นสัตว์มารร้ายโบราณ สัตว์เลี้ยงของข้าเอง”

    “ ท่านราชครู ท่านควบคุมมันได้ด้วยรึ?” รัชทายาทต้วนไห่เอ่ยอย่างดีใจ

    “ ใช่แล้ว”  ราชครูเอ่ยจบ ก็เรียกฝูงแมลงมากลุ่มใหญ่ แล้วสั่งให้โจมตีหุ่นยนต์ผู้พิทักษ์ของเฟยหลง แล้วมีกลุ่มหนึ่งมาปรากฏต่อหน้า แล้วพุ่งเข้ากลืนกินร่างของรัชทายาททันที

    “ ราชครูนี่เจ้าจะทำอะไรข้า    อ๊ากกกกก !!” ร่างของรัชทายาทถูกแมลงเจาะเข้าร่างไปแล้วถูกควบคุมร่างเอาไว้ วิญญาณถูกกลืนกินไปจนหมด บัดนี้ร่างรัชทายาทกลายเป็น คนของ ราชครูไปแล้ว

    “ คารวะนายท่าน”  รัชทายาทคำนับ ราชครูเฝิงจ้าน อย่างนอบน้อม

    “ ต่อไปนี้ ข้าจะเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ของทวีปเหนือแห่งนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    เฟยหลงมองเหตุการณ์นี้ด้วยสายตาไม่กระพริบ

    “ แกมันชั่วร้ายเกินไปแล้ว เฝิงจ้าน ข้าจะไม่ปล่อยให้แก กับพวกสมุนของแกลอยนวลไปได้ อย่างแน่นอน”  เฟยหลงสั่งให้ หุ่นทั้งหมดปกป้องรัชทายาทต้วนฉุนเอาไว้ แล้ว เฟยหลงกับ เจ้าเหมียวน้อย พุ่งตัวขว้าง ระเบิดเพลิงเข้าใส่ราชครูนับไม่ถ้วน แต่ว่า มันกลับหลบฉากหาย ออกไปพร้อมกันต้วนไห่ ทิ้งให้ลูกน้องแมลงปีศาจของมันจัดการกับ เฟยหลงแทน

    แล้วฝูงแมลงปีศาจ นับหมื่นนับแสน ก็พุ่งเข้าใส่ เฟยหลงอย่างมืดฟ้ามัวดิน

    ทันใดนั้นเอง  ก็มีเสียงระบิดดัง    ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  !!   เป็นเสียงระเบิดดังไปทั่วสารทิศ  รอบๆ เมือง มี หุ่นยนต์สัตว์เทพปรากฏขึ้นมา ห้าตัว มีมังกรเหลือง พยัคฆ์ขาว หงส์แดง เต่าดำ หมูป่าน้ำตาล

    พร้อมกับเด็กหนุ่มสาววัย 16-18 ใส่ชุดเกราะสีแดง ยืนอยู่บนสัตว์ทั้ง 5 ตัว แล้วยานพิฆาตอีกหลายร้อยลำ ต่างระดมยิงแสงเลเซอร์ ทำลายล้าง เข้าใส่ฝูงแมลงปีศาจ  และพวกมนุษย์ที่ถูกยึดร่างเป็น ปีศาจปีกเขียวไปแล้ว ทั้งหมดเข้าปะทะกัน จนชุลมุนวุ่นวายไปหมด 

    ท่ามกลางกลุ่มควันพวยพุ่งไปทั่วเมือง  ราชครูพาต้วนไห่หลบเข้าไปในพระราชวัง

    จักรพรรดิต้วนเฉิน กับ ฮองเฮา เห็นราชครูเฝิงจ้านเข้ามา กับ รัชทายาท  ก็รีบถามทันที

    “ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”   พูดได้แค่นี้ ฝูงแมลงปีศาจ ก็เข้ากลืนวิญญาณของทั้งสองพระองค์ไปในทันทีในที่สุดเฝิงจ้านก็ควบคุมจักรพรรดิและฮองเฮาได้สำเร็จ

    “ ขุนนางทุกท่าน  สั่งการออกไป จักรพรรดิต้วนเฉินและรัชทายาท ถูกปีศาจแมลงกลืนกินควบคุมไว้หมดแล้ว ข้อเฝิงจ้าน คือ เทพแห่งฟ้า จะเป็นจักรพรรดิครอง นอร์ทซิตี้ คนต่อไป”

    เหล่าขุนนางได้แต่ตกใจและหวาดกลัวไม่มีใครกล้าขยับตัว เพราะฝูงแมลงร้าย กระจายตัวอยู่รอบๆ พวกเขาทั้งหมด......

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน