ครานี้เส้นชีพจรได้รับการเสริมสร้างขยายจนมีขนาดใหญ่และหนาแข็งแกร่ง มองเห็นชัดเจน พลังวิ่งวนไปรอบกายอย่างรวดเร็วผ่านเส้นชีพจรจนมองดูเป็นเครือข่ายสีทองชัดตา พลังจากเม็ดพลังธาตุวาตะหลอมรวมเข้าสู่เส้นชีพจร จนเกิดแรงทะลุทะลวงอันกล้าแข็ง และแล้วได้บังเกิดเสียงดังกึกก้องภายในร่างกายของกังหลงถึงสองครั้งติดกัน ครานี้ถึงกับทำให้กังหลงสะดุ้งจนร่างพุ่งพรวดขึ้นจากพื้นถึงสองเมตร
ปุ๊..!!"
ปุ๊..!!"
ร่างกายกังหลงเกิดอาการชาวาบ ซาบซ่านไปทั้งหมดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พลังมหาศาลได้แผ่กระจายไปทุกอณู สัมผัสได้ถึงขอบเขตใหม่อีกครา ขอบเขตนี้ให้ความรู้สึกถึงพลังที่เปี่ยมล้นมากกว่าก่อนหน้านี้ถึงสองเท่าตัว
ทันใดนั้นบนท้องฟ้าได้บังเกิดเมฆดำก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึงหนึ่งร้อยเม็ด พร้อมเหนี่ยวนำสายฟ้าสีขาวขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้น ประกายาสายฟ้าแลบแปลบปลายจนดูน่ากล้ว เกิดสายฟ้าขึ้น หนึ่งสาย สองสาย สายสาย..เคลื่อนมาอยู่เหนือร่างกังหลง กังหลงลืมตาขึ้น เมื่อเห็นเหตุการณ์เบื้องหน้าถึงกับหน้าถอดสีพูดขึ้น
"นี่มันเกิดบ้าบออะไรขึ้น เมฆขนาดใหญ่ สายฟ้าขนาดใหญ่ ดูเหมือนมันกำลังเคลื่อนมาปกคลุมข้า เอ๊ะ..!!.สายฟ้าสีขาวขนาดใหญ่ใยถึงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ สี่สาย ห้าสาย ..หรือว่าจะเป็น.."
ความคิดความรู้วูบหนึ่งจากเม็ดพลังได้พุ่งผ่านสมองของกังหลง ทำให้กังหลงถึงกับขนลุก..!!
" บ้าน่า...ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติ มันจะใช่สิ่งนี้รึนั่น.!!. โอ...สายฟ้าห้าสาย ..ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติห้าชั้นฟ้า..โอ๊ะ..!!..ยังไม่หยุดแค่นี้...หกสาย....สายฟ้าหกสายแล้ว..มันบ้าอะไรกัน ..จากเม็ดพลังความรู้ของท่านอาจารย์ ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติ จะเริ่มเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ระดับปราณยุทธได้ยกระดับเข้าสู่ปราณจักรพรรดิ์สงครามอย่างแท้จริงแล้วเท่านั้น...หรือว่าที่ข้าถูกพลังทะลวงสะดุ้งจนร่างพุ่งพรวดขึ้นทั้งเกิดอาการชาวาบ ซาบซ่านไปทั้งหมด พลังมหาศาลได้แผ่กระจายไปทุกอณู สัมผัสถึงขอบเขตใหม่ด้วยพลังที่เปี่ยมล้นมากกว่าก่อนหน้านี้ถึงสองเท่าตัวเช่นนี้ จะเป็นการผ่านเข้าสู่ปราณจักรพรรดิ์สงครามอย่างแท้จริงแล้ว มันเกิดขึ้นได้ง่ายดายขนาดนี้เลยรึ บ้าน่า..หรือจะมีอะไรผิดพลาดไป...!!"
ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัตินั้นโดยปกติจะเกิดกับผุู้ที่จะยกระดับปราณจากระดับปราณที่จะก้าวเข้าสู่ปราณจักรพรรดิ์สงครามขึ้นไปเท่านั้น และแต่ละคนจะเกิดทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติจำนวนชั้นไม่เท่ากัน ยิ่งเกิดหลายชั้นแสดงว่าผู้นั้นยิ่งมีปราณที่ยิ่งหนาแน่นและยิ่งแข็งแกร่งกว่าผู้ที่เกิดทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติน้อยชั้นกว่า ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติจะมีเริ่มจากหนึ่งชั้น จนถึงมากสุดคือเก้าชั้น และผู้ที่จะเกิดทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติเก้าชั้นฟ้าในระดับปราณที่สูงที่สุดได้นับเป็นอัจฉริยะผู้ที่แทบจะเป็นผู้พลิกฟ้าพลิกปฐพีได้เลยก็ว่าได้
เพราะแต่ตั้งแต่หลายร้อยปีที่ผ่านมาในดินแดนแห่งนี้ยังมิมีใครเคยเห็นหรือทราบว่ามีผู้ใดเคยผ่านทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติมาบ้างเนื่องจาก มิมีใครเคยทราบหรือเคยพบเจอผู้ฝึกยุทธที่มีระดับปราณถึงระดับที่จะสามารถเกิดทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติได้มาก่อน คำทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัตินี้จึงเป็นเพียงตำนานสืบทอดจากโบราณมาของผู้คนในอาณาจักรนี้เท่านั้น ที่กังหลงทราบถึงเรื่องนี้เข้าก็สืบเนื่องมาจากเม็ดความรู้ของผู้เป็นอาจารย์เท่านั้นเอง
"บ้าน่า.ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติจริง ๆ รึนี่..เหตุถึงมาเกิดกับข้าตอนนี้และการจะรับทัณฑ์สวรรค์ใช่ว่าจะง่ายดายไม่ ในความรู้ของท่านอาจารย์ การจะเข้าสู่ปราณจักรพรรดิ์สงครามอย่างแท้จริงได้นั้น ต้องสามารถก้าวผ่านการทดสอบของทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติให้สำเร็จเสียก่อนจึงจะถือว่าเป็นผู้เข้าสู่ปราณจักรพรรดิ์สงครามอย่างแท้จริง เนื่องจากมีผู้คนมากมายที่ต้องสิ้นชีพด้วยทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติอันรุนแรงนี้ก่อนที่จะได้เข้าสู่ปราณจักรพรรดิ์สงครามอย่างแท้จริง นี่จึงอาจเป็นสาเหตุที่มิค่อยบังเกิดผู้ฝึกยุทธระดับปราณจักรพรรดิ์สงครามเกิดขึ้นในดินแดนแห่งนี้ คงเพราะไม่มีใครอยากจะสิ้นชีพเพราะการนี้อย่างแน่แท้ สายฟ้าใหญ่ขนาดนั้นเฉกเช่นกระบองยักษ์เช่นนี้ใครจะไปทนทานรับได้ ..โอ้..ยังไม่หมดรึนี่ สายฟ้ายังก่อตัวขึ้นอีก เจ็ด สาย...แปดสาย...เก้าสาย..."
"เชรดโด้..!! บัดซบแท้ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติ เก้าชั้นฟ้า..!! หรือจะเป็นเพราะข้ามีจุดตันเถียนและทะเลจิตที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึงสองเท่า..ตาย ..ตาย..ตาย..!! หนี...หนีสิพี่น้องจะรออะไรอยู่หละ..!! ปราณยุทธยกระดับแต่ต้องกลับมาตายกับทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติมันคุ้มกันรึ !!"
หลังจากบ่นจบกังหลงรีบทะยานกายหมายจะหนีเอาตัวรอดออกจากม่านพลังพายุและต้องการจะหนีออกไปจากหุบเหวแห่งนี้ แต่สายฟ้าที่ก่อตัวขึ้นเสร็จสิ้นแล้วมีหรือจะปล่อยให้ผู้ทดสอบหลบหนีไปได้อย่างง่ายดาย ทันใดนั้น
"เปรี๊ยง..!!"
สายฟ้าขนาดใหญ่สายแรกคล้ายมีแรงดึงดูดชนิดหนึ่ง ฉุดกระชากดึงกังหลงให้ลอยกลับมายังที่เดิม แล้วผ่าเปรี้ยงไปยังกลางหลังของร่างที่กำลังพุ่งทะยานกลับไป จนกลิ้งกระเด็นไปปะทะกับม่านสายฟ้าและเด้งย้อนหลังกลับมายังตำแหน่งใกล้ศูนย์กลางที่เกิดพายุทอร์นาโดดุจล็อกอาณาเขตไว้มิผิด กังหลงรู้สึกเหมือนโดนค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางหลังอย่างจัง
เสื้อที่สวมใส่มอดไหม้ไปจนหมดสิ้น เผยให้เห็นแผ่นหลังที่ถลอกเป็นปื้นแดงเป็นจ้ำ ๆ เพียงบาดเจ็บภายในเล็กน้อยแต่มิถึงกับได้รับอันตรายหนักถึงขั้นชีวิต จึงพลันเข้าใจว่าตนนั้นคงได้รับการป้องกันทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติจากจักระธาตุสายฟ้าเป็นแน่ และที่สำคัญตัวเองยังเคยกลืนกินเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุ ซึ่งเป็นราชาของสายฟ้าทั้งปวง เหตุใดตนต้องเกรงกลัวตัวทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติซึ่งเป็นเพียงสายฟ้าสีขาวธรรมดากันเล่า แค่สายฟ้าธรรมดาที่เพียงมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปกติหลายเท่าก็เท่านั้นเอง กลับกันหากใช้โอกาสนี้ดูดซับทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติเข้าไปมิทราบจะได้รับประโยชน์มากมายเพียงใดกัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงนั่งลง ในท่าขัดสมาธิสำรวมจิตเหนือโลกีย์ แบ่งจิตเป็นสามส่วน ส่วนแรกแยกโคจรลมปราณตามเคล็ดลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติอย่างเต็มกำลัง ส่วนที่สองโคจรลมปราณเคล็ดวิชาวิญญาณเทวะอย่างเต็มกำลัง ส่วนที่สามโคจรลมปราณตามเคล็ดมายาสวรรค์กลืนอัคคีวิเศษ จักระทั้งเจ็ดจักระทั้งเจ็ดหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง จักระตำแหน่งอัสนีหมุนวนจนเกิดหลุมดำขนาดใหญ่ดูดกลืนสายฟ้าที่หลงเหลือจากการผ่าฟาดครั้งที่หนึ่งไปจนหมดสิ้น ปีกฟ้าวายุคำรณถูกเรียกออกมาปกคลุมห่อหุ้มร่างกังหลงไว้ภายในมองดูดุจลูกฟุตบอลยักษ์
หลังจากทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติชั้นที่หนึ่งผ่านไปประมาณห้าลมหายใจ ทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติชั้นที่สองก็ได้ฟาดโจมตีไปยังร่างที่นั่งอยู่อีกครั้ง
"เปรี๊ยง..!!"
ลูกกลม ๆ โดนฟาดกระเด็นเด้งไปเด้งมาอยู่ในม่านสายฟ้า โดยมีสายฟ้าสีขาวขนาดใหญ่วิ่งไล่ติดตามตรึงดูดลูกกลมไว้ตลอดเวลา สายฟ้าขนาดใหญ่โดนปกป้องไว้โดยปีกฟ้าวายุคำรณ พลังของสายฟ้าได้ค่อยถูกดูดกลืนเข้าสู่จักระธาตุอัสนีจนหมดสิ้นแม้ขณะที่ลูกบอลยังเคลื่อนที่ไปมา กังหลงสัมผัสถึงพลังที่มากมายมหาศาลถูกดูดกลืนเข้าสู่จักระธาตุสายฟ้า พลังปราณเพิ่มขึ้นอย่างเปี่ยมล้นเช่นนี้ต้องสามารถยกระดับขึ้นสู่ปราณจักรพรรดิ์สงครามได้แน่ แต่ความเป็นจริงกลับมิเป็นเช่นนั้น เพราะต่อมาพลังเหล่านั้นคล้ายได้ถูกเส้นชีพจรสีทองขนาดใหญ่ดูดกลืนไปแทนจนหมดสิ้นภายในเวลาไม่นานจึงมิมีอะไรเกิดขึ้นกับระดับปราณเลย
ผ่านไปชั่วครู่สายฟ้าจากทัณฑ์สวรรค์อัสนีวิบัติชั้นต่อมา ก็ทยอยผ่าฟาดลงยังร่างของกังหลง หลังจากระดับชั้นที่สูงขึ้นพลังที่ผ่าฟาดลงมาก็ยิ่งรุนแรงตามไปด้วย จนปีกฟ้าวายุคำรณถึงกับเกิดการฉีกขาดปรากฎรอยร้าวแตกแขนงแผ่กระจายไปทั่วดุจใยแมงมุม..!!