(เวลาผ่านไปในร้านเหล้า แสงนีออนยังคงสาดส่อง แพรนั่งจิบแก้วที่สามช้า ๆ มือกุมแก้วแน่น คิดวนในหัวไม่หยุด)
ฉันจะไม่ยอมให้พี่เขาเด็ดขาด... ไม่รู้เลยว่าพี่เขาเป็คนยังไง มีแฟนหรือยัง อยู่คนเดียวหรือมีใครรออยู่ที่บ้าน เอาแต่ตามแซว ตามฉันแบบบ้าคลั่งขนาดนี้ ถ้าฉันยอมง่าย ๆ แล้ววันหลังพี่เขาเปลี่ยนใจล่ะ? แล้วฉันจะเป็อะไร?
แพรถอนหายใจยาว มองนาฬิกาที่ตอนนี้เกือบตีหนึ่งแล้ว ร้านเริ่มบางตา คนเริ่มทยอยกลับ บาร์เทนเดอร์มองแพรแวบ ๆ เหมือนสงสัยว่าทำไมสาวคนนี้ยังนั่งอยู่คนเดียว
ถึงลึก ๆ ฉันจะมีอารมณ์บางครั้ง... ตอนที่พี่จับ ตอนที่พี่กระซิบ ตอนที่นิ้วพี่... อืม ช่างมันเถอะ สติต้องมี ฉันไม่ยอมง่าย ๆ จนกว่าพี่เขาจะให้สถานะชัดเจน ไม่ใช่แค่คลั่ง ๆ แล้วจบ ฉันไม่ใช่ของเล่น
แพรยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหมด แล้วยกมือเรียกบาร์เทนเดอร์
“ขออีกแก้วค่ะ... แล้วก็ขอเรียกแท็กซี่หน่อยได้ไหมคะ เดี๋ยวจะกลับแล้ว”
ในใจแพรยังคิดต่อ
วันนี้ พี่กร รอไปก่อนละกัน... ถ้าพี่อยากได้ฉันจริง ๆ พี่ต้องพิสูจน์ให้เห็นมากกว่านี้ ไม่ใช่แค่พุ่งมาจับ มาจูบ มาทำให้ฉันตัวสั่นในห้องน้ำ แล้วก็จบ ถ้าพี่จริงจัง พี่ต้องมาบอกชัด ๆ ว่าพี่อยากได้ฉันแบบไหน อยากเป็อะไรกับฉัน
แพรยิ้มให้ตัวเองในกระจกเงาสะท้อนตรงเคาน์เตอร์ รอยยิ้มที่ทั้งเหนื่อยและมุ่งมั่น
ถ้าพี่โมโหที่ฉันไม่กลับบ้าน ไม่เปิดประตูให้ ก็ช่างมัน ถ้าพี่เลิกตามฉันเพราะแบบนี้... แสดงว่าพี่ไม่ได้จริงจังอยู่แล้ว ฉันไม่เสียดายหรอก
แท็กซี่มาถึง แพรจ่ายเงิน เดินออกจากร้านด้วยขาที่เริ่มเซเล็กน้อยจากเหล้า แต่สติยังอยู่ครบ
ขึ้นรถ บอกที่อยู่บ้านตัวเอง แล้วนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง คิดในใจคำสุดท้ายก่อนจะหลับตาลง
ถ้าพรุ่งนี้พี่โทรมาหา หรือมาหาที่ทำงาน... ฉันจะฟังว่าพี่จะพูดอะไร แต่ถ้าพี่ยังแค่คลั่ง ๆ ไม่ให้สถานะชัด ๆ ฉันก็จะไม่ยอมอีกต่อไป
(แพรกลับถึงบ้านปลอดภัย ประตูบ้านยังเงียบ ไม่มีใครรออยู่หน้าบ้าน ไม่มีข้อความ ไม่มีสายเรียกเข้าเพิ่ม... หรือว่าพี่กรกำลังรอจังหวะอยู่เงียบ ๆ ก็ไม่รู้)
พรุ่งนี้ที่ทำงาน... แพรจะเจอพี่กรอีกไหม
พี่กรจะทำยังไงต่อหลังจากที่ถูกหลอกให้รอเปล่า ๆ ทั้งคืน
หรือแพรจะได้ยินคำพูดที่ชัดเจนจากปากพี่ในที่สุด