แสงอรุณยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องพักศิษย์ปลายแถว ลู่ซานไม่ได้นอนตลอดคืน เขาใช้เวลาไปกับการจดบันทึกและวางแผนในใจ เขาเก็บคัมภีร์ "บันทึกกลไกและธาตุิญญา" ไว้ในที่ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น และหยิบเศษวัสดุที่หาได้มาวางตรงหน้า
เขาเริ่มจากการมองหาสิ่งที่ง่ายที่สุด ชิ้นไม้เล็กๆ ที่พอจะเหลาได้ เชือกเก่าๆ ที่หลุดลุ่ย และเศษโลหะบางๆ ที่หลุดมาจากเครื่องมือทำครัว
"พื้นฐานที่สุด...คือการเพิ่มแรงส่ง" ลู่ซานพึมพำ เขานึกถึงหลักการของ หน้าไม้ แต่ไม่ใช่หน้าไม้โบราณที่ต้องใช้กำลังมหาศาลในการง้าง แต่เป็หน้าไม้ที่ใช้ กลไกสปริง หรือ คานงัด ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
เขาเริ่มลงมือเหลาไม้ด้วยมีดเล็กๆ ที่พกติดตัว ตัดเชือกเป็เส้นๆ อย่างประณีต ลู่ซานทำงานอย่างเงียบเชียบและมีสมาธิ เขามองข้ามสภาพแวดล้อมที่สกปรกและเสียงกรนของศิษย์คนอื่นๆ ไปจนหมดสิ้น ในหัวของเขามีแต่ภาพโครงสร้างของกลไกที่ซับซ้อนกว่าที่โลกนี้เคยรู้จัก
กลางวันนั้น หลินเฟย (ลู่ซาน) ยังคงทำงานตามปกติ แต่สายตาของเขามักจะกวาดมองไปรอบๆ เพื่อหาสิ่งที่สามารถนำมาใช้เป็วัตถุดิบได้ ไม่ว่าจะเป็เศษหินที่มีรูปทรงแปลกๆ หรือแม้แต่ใยแมงมุมที่ดูแข็งแรงเป็พิเศษ
จ้าวหยุน (赵云) ศิษย์คนหนึ่งในพรรคมารที่มักจะถูกมอบหมายงานหนักเช่นเดียวกับหลินเฟย สังเกตเห็นความผิดปกติ เขามองเห็นหลินเฟยกำลังแอบใช้เวลาว่างวาดเขียนบางอย่างบนพื้นดินด้วยกิ่งไม้ แผนผังเ่าั้ดูแปลกประหลาด ไม่ใช่ยันต์วรยุทธ แต่เป็รูปทรงกลไกที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจ
"หลินเฟย...เ้าทำอะไรน่ะ" จ้าวหยุนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ลู่ซานเงยหน้าขึ้น เขามองจ้าวหยุน ศิษย์หนุ่มผู้นี้มีแววตาที่แตกต่างจากศิษย์คนอื่นๆ เขาไม่เคยเย้ยหยันหลินเฟย แต่ก็ไม่เคยให้ความสนใจเป็พิเศษ ลู่ซานเห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยในดวงตาของจ้าวหยุน และตระหนักว่าเขาอาจจะเป็พันธมิตรคนแรกที่เขาจะสร้างได้
"กำลังคิดค้นวิธี...ที่จะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น" ลู่ซานตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้จ้าวหยุนประหลาดใจ เพราะมันไม่ใช่เสียงท้อแท้สิ้นหวังที่เขาเคยได้ยิน
จ้าวหยุนเลิกคิ้ว "เ้าจะทำได้อย่างไร ในเมื่อเ้าไม่มีวรยุทธ"
"วรยุทธไม่ใช่ทุกสิ่ง" ลู่ซานยิ้มบางๆ "มีวิธีอื่นอีกมากมายที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นได้"
จ้าวหยุนมองหลินเฟยอย่างพิจารณา แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ก็ััได้ถึงความมุ่งมั่นที่เปล่งประกายออกมาจากตัวหลินเฟยที่ไม่เคยมีมาก่อน
หลายวันผ่านไป ลู่ซานยังคงใช้เวลาทุกนาทีที่มีอย่างคุ้มค่า เขาแอบลักลอบเข้าไปในโรงตีเหล็กเก่าของพรรคในยามค่ำคืน ใช้เครื่องมือที่ชำรุดและเศษเหล็กที่ถูกทิ้งแล้ว ในที่สุด เขาก็สามารถประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน
ในมือของเขาคือ หน้าไม้ขนาดเล็ก แต่ไม่ได้มีรูปทรงเหมือนหน้าไม้ทั่วไป มันมีลำกล้องที่ยาวกว่าเล็กน้อย มีไกที่ซับซ้อนกว่า และที่สำคัญที่สุดคือ กลไกการง้างที่ใช้พลังงานน้อยกว่า แต่สามารถส่งลูกดอกออกไปได้ด้วยความเร็วและแรงที่เหนือกว่าหน้าไม้ธรรมดาถึงสองเท่า! เขาสามารถเพิ่มแรงดีดด้วยการผสานหลักการของสปริงจากโลหะยืดหยุ่นบางชนิดที่เขาเจอในโรงตีเหล็ก เข้ากับหลักการของคานงัดที่เขาสังเกตจากคัมภีร์โบราณ
"ในที่สุด..." ลู่ซานยิ้มอย่างพึงพอใจ "อาวุธชิ้นแรกจากโลกอนาคต...และโลกโบราณ"
เขาตัดสินใจที่จะทดสอบมันในป่าลึกใกล้พรรคมาร เพื่อไม่ให้ใครเห็น ในวันรุ่งขึ้น หลินเฟย (ลู่ซาน) แอบพกหน้าไม้นี้ไปในขณะที่ถูกสั่งให้ไปเก็บฟืนในป่า เขาเลือกลูกดอกไม้ธรรมดามาบรรจุลงไปในลำกล้อง เล็งไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป
ฟิ้ว!
ลูกดอกพุ่งออกจากลำกล้องด้วยความเร็วเหนือเสียงลม ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปักเข้ากลางลำต้นของต้นไม้เป้าหมายอย่างแม่นยำ ลึกเสียจนมิดด้าม!
ลู่ซานจ้องมองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด นี่คือจุดเริ่มต้น เขาไม่ได้สร้างอาวุธที่ใช้พลังปราณ แต่เป็อาวุธที่ใช้ หลักการทางฟิสิกส์ อย่างบริสุทธิ์ ผสานเข้ากับวัสดุที่มีอยู่ในยุคนี้ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเหนือกว่าวรยุทธระดับต่ำหลายเท่า
เขานึกถึงความเย้ยหยันของหวังฟง และรอยยิ้มของท่านหญิงอวิ๋นซี หัวใจของเขาลุกโชนไปด้วยความมุ่งมั่น
"หวังฟง... เ้าจะได้รู้ว่าคนไร้วรยุทธอย่างข้าก็สามารถสร้างสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนได้" ลู่ซานกล่าวกับตัวเอง "และท่านหญิงอวิ๋นซี... ข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่า... ความรักไม่แบ่งแยกสิ่งใด"
นี่คืออาวุธชิ้นแรก ที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของหลินเฟย เปลี่ยนสถานะในพรรคมาร และอาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าของโลกใบนี้ไปตลอดกาล
***โปรดติดตามตอนต่อไป