เส้นทางสูู่เาไฟสุริยะคำรามเต็มไปด้วยอันตรายและแรงกดดันในทุกย่างก้าว อากาศร้อนระอุและกลิ่นกำมะถันอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก ลาวาไหลเอื่อยอยู่ใต้พื้นหินแตกเป็ริ้วราวกับลำธารแห่งเปลวเพลิง เสียงลมร้อนที่พัดผ่านหุบเขาดังก้องราวกับคำเตือน
“พี่…” ยูเอะเอ่ยเบา ๆ ขณะเดินเคียงข้างอาคิระ ใบหน้าของเธอซีดลงเล็กน้อยจากความร้อนที่แผ่ซ่านรอบตัว
อาคิระหันมามองน้องสาวก่อนจะยิ้มบาง ๆ “ไม่ต้องห่วงนะ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
ดราโก้ที่เดินนำหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราต้องเตรียมพร้อมให้ดี สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่ร้อน แต่มันกำลังส่งสัญญาณถึงบางสิ่งที่ทรงพลังรออยู่”
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงปากทางเข้าสู่วิหารลาวา ลวดลายเปลวเพลิงที่แกะสลักบนกำแพงวิหารดูเหมือนจะมีชีวิต แสงสะท้อนจากลาวาเบื้องล่างสร้างเงาเคลื่อนไหวราวกับเปลวไฟเต้นระบำ
เมื่อก้าวเข้าสู่วิหาร อากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นทันที ราวกับมีบางสิ่งกำลังจ้องมองพวกเขา ความเงียบงันที่ปกคลุมถูกทำลายด้วยเสียงคำรามต่ำ ๆ ที่ดังมาจากเบื้องลึก ทุกคนหยุดนิ่งทันที
“เสียงนั่น…” ยูเอะพึมพำ ขณะจับแขนเสื้อพี่ชายแน่น
“มันไม่ใช่แค่เสียงสัตว์ร้าย” อาคิระพูดด้วยน้ำเสียงเครียด “มันเหมือนกับเสียงของบางสิ่งที่เต็มไปด้วยความโกรธ”
ทันใดนั้น เปลวไฟสีส้มแดงก็ปะทุขึ้นรอบวิหาร ราวกับเปลวเพลิงได้กลายเป็สิ่งมีชีวิต เสียงคำรามลึกก้องสะท้อนะเืพื้นหิน เงาร่างอันมหึมาปรากฏในเปลวไฟ รูปโฉมของมันเป็สิงโตั์รูปร่างสูงใหญ่ สวมเกราะซามูไรที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้อันดุเดือด ดวงตาขวาที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงดั่งโทสะที่ไร้จุดสิ้นสุด ส่วนดวงตาซ้ายเป็รอยแผลที่ทำให้มันยิ่งดูน่ากลัวราวกับปีศาจในตำนาน
แผงคอของมันลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ ส่องแสงร้อนแรงราวกับดวงอาทิตย์ที่ถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ มือขวาของมันกุมดาบยาวสีเพลิงซึ่งปลดปล่อยความร้อนราวกับสามารถหลอมละลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าได้
ทุกครั้งที่มันก้าวเดิน พื้นดินใต้เท้าสั่นะเื เปลวไฟที่ลุกท่วมรอบตัวมันทำให้รู้สึกถึงความโกรธที่ไม่มีขอบเขต คลื่นพลังอันเกรี้ยวกราดแผ่ซ่านออกมาทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนถูกตรึงอยู่ในที่ แม้เพียงสายตาของมันที่หันมามอง ก็เหมือนกับเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญจนไม่มีชิ้นดี
เสียงคำรามอีกครั้งดังกึกก้อง สะท้อนไปทั่วบริเวณ ราวกับคำเตือนว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือภัยอันตรายที่ไม่ควรแม้แต่จะคิดท้าทาย ความโกรธของมันราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งให้ดับสูญในเปลวเพลิงแห่งความแค้นนั้น…
“ผู้ใดกล้าบุกรุกเข้ามาในเขตของข้า!” เสียงของมันดังสะท้อนไปทั่ววิหาร
“มันคือบาปแห่งความโกรธ…” อาคิระพึมพำ เขาจับดาบแน่น ขณะดราโก้ตั้งท่าพร้อมปะทะ ยูเอะสร้างบาเรียแสงปกป้องทีมทันที
สิงโตคำรามพร้อมเหวี่ยงดาบยาวที่ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงออกไป พลังมหาศาลพุ่งเป็คลื่นกระแทก อาคิระและดราโก้ะโหลบได้ทัน แต่พื้นดินเื้ัพวกเขากลับแยกออกเป็รอยร้าว
“แรงมาก…” ดราโก้กล่าวพลางลุกขึ้นยืน เขาพยายามเข้าประชิดตัวสิงโต ใช้พลังโน้มถ่วงชะลอการเคลื่อนไหวของมัน แต่แผงคอที่ลุกไหม้ของสิงโตปล่อยเปลวเพลิงออกมาป้องกัน ดราโก้จึงต้องถอยกลับ
ยูเอะพยายามปล่อยพลังแสงโจมตีจากระยะไกล หวังชะลอพลังของมัน แต่แผงคอที่ปกคลุมด้วยเปลวไฟกลับป้องกันพลังของเธอได้ทุกครั้ง
“พวกเราต้องหาทางลดพลังที่แผงคอนั่น!” อาคิระะโ
ทั้งสามพยายามประสานพลังกัน โจมตีจากทิศทางที่แตกต่างเพื่อหาจุดอ่อน แต่ทุกครั้งที่พวกเขาเข้าใกล้ สิงโตก็จะสวนกลับด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย
แรงกดดันจากการต่อสู้ทำให้ทั้งทีมเริ่มเหนื่อยล้า เปลวเพลิงที่แผ่ซ่านออกมารอบตัวสิงโตนั้นไม่เพียงแต่ร้อนระอุ แต่ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจของพวกเขา คล้ายกับว่าความโกรธของมันกำลังแผ่เข้ามาครอบงำจิตใจ
“ข้าคือความโกรธที่ไม่มีที่สิ้นสุด!” สิงโตคำราม เปลวเพลิงรอบตัวมันลุกโชนรุนแรงขึ้น
อาคิระหอบหายใจพลางมองเพื่อนร่วมทีม เขาพยายามคิดหาทางจัดการ “พวกเรายังมีโอกาส…ต้องหาทางลดเปลวไฟนั่นให้ได้ก่อน!”
สิงโตจ้องมองพวกเขาด้วยดวงตาที่ลุกไหม้ มันก้าวเข้ามาใกล้ทุกที เสียงคำรามของมันทำให้ทีมรู้ว่าสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าจะหนักหนาแค่ไหน…
สิงโตเพลิงคำรามอีกครั้ง เปลวไฟที่แผงคอของมันลุกโชนขึ้นราวกับตอบสนองความโกรธที่เพิ่มขึ้น มันพุ่งตัวเข้าหาดราโก้ด้วยความเร็วเหนือคาดหมาย ดราโก้เบี่ยงตัวหลบได้ทัน แต่วงรอบของเปลวไฟที่ตามมาทำให้เขาต้องถอยไปด้านหลังทันที
“เราจะโจมตีมันไม่ได้ ถ้าไม่หาทางหยุดเปลวไฟพวกนั้นก่อน!” ดราโก้พูดขณะที่พยายามตั้งหลัก
ยูเอะเร่งสร้างกำแพงแสงขึ้นมาป้องกันอาคิระและตัวเธอเองจากเปลวไฟที่แผ่กระจาย “พี่คะ เปลวไฟของมันเหมือนมีชีวิต…เราต้องทำลายมันที่แหล่งพลัง!”
อาคิระจับดาบคู่ของเขาแน่น เขาก้าวถอยหลังเพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนจะพยายามหาทางโจมตีจากระยะปลอดภัย “แหล่งพลังของมัน…อาจอยู่ที่แผงคอ”
เขาพุ่งตัวเข้าหาด้านข้างของสิงโต หวังจะใช้ดาบดำดูดซับพลังจากเปลวไฟ แต่ทันทีที่ดาบัักับเปลวไฟที่ล้อมรอบตัวของมัน พลังร้อนมหาศาลก็ผลักเขากลับไป เขาล้มลงกับพื้นก่อนจะลุกขึ้นอีกครั้งอย่างยากลำบาก
“มันป้องกันตัวได้ดีมาก!” อาคิระพึมพำ
สิงโตเพลิงยกดาบเพลิงขึ้นก่อนจะฟาดลงมาสร้างคลื่นพลังที่พุ่งออกไปทั่วทั้งวิหาร ยูเอะเร่งสร้างเกราะป้องกันให้ทีม แต่มันก็แทบจะรับแรงกระแทกไม่ไหว ดราโก้ใช้พลังโน้มถ่วงดึงตัวเองออกจากพื้นที่โจมตีในขณะที่พยายามโจมตีจาก้า แต่การโจมตีของเขากลับไม่อาจทะลุเกราะเพลิงที่ล้อมรอบตัวสิงโตได้
“แรงป้องกันของมันมหาศาล!” ดราโก้กล่าวพร้อมกับถอยกลับมาตั้งหลัก
ยูเอะเริ่มปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์เพื่อรบกวนการเคลื่อนไหวของสิงโต แต่เปลวไฟที่แผงคอของมันดูเหมือนจะดูดซับพลังงานส่วนหนึ่งไป ทำให้การโจมตีแทบไม่มีผล
“พวกเราต้องหาวิธีล่อให้มันเปิดจุดอ่อน!” ยูเอะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
ในขณะที่พวกเขาพยายามหาวิธีต่อกร สิงโตก็ปล่อยแรงกดดันออกมามากขึ้น มันคำรามเสียงดังจนพื้นหินสั่นะเื ก่อนจะะโขึ้นไปบนเสาหินสูงและใช้เปลวไฟสร้างกำแพงล้อมรอบตัวมันไว้
“มันกำลังเตรียมอะไรบางอย่าง…เราไม่มีเวลามากแล้ว!” อาคิระพูดพร้อมกับมองไปที่ดราโก้และยูเอะ