บทที่ 6:ยาสมุนไพรเฉินหนง
หลี่จ้งซานที่ตื่นขึ้นมาเงียบๆประโยคแรกที่เอ่ยคือคำขอบคุณต่อหลินเซียว บ่งบอกว่าเขารู้สึกตัวั้แ่ต้นจนจบรู้ว่าใครเป็คนที่ช่วยเหลือเขา
“พ่อ!”หลี่เยว่ิเป็คนแรกที่พุ่งเข้าไปคว้ามือของหลี่จ้งซานมาจับเอาไว้แน่นสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล “ในที่สุดพ่อก็ตื่น หนึ่งเดือนที่ผ่านมาผมกลัวแทบตาย”
“อืม!” หลี่จ้งซานส่งเสียงตอบอย่างอ่อนแรงบนใบหน้าปรากฎรอยยิ้มเล็กๆ เผยให้เห็นความซาบซึ้งใจอย่างมาก“หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี่…… ลำบากลูกแล้ว”
“ทั้งหมดนั่นเป็สิ่งที่ผมควรทำ!”หลี่เยว่ิสูดน้ำมูก น้ำตาไหลออกมาหยดหนึ่งสีหน้าเต็มไปด้วยความจริงใจน่าตื้นตัน เขาพลันหันไปะโใส่หลี่จ้ง “ลุงจ้ง!รีบไปบอกให้แม่บ้านหวังทำอาหารจานปลามา ฉันเพิ่งซื้อปลาตะเพียนทองที่พ่อชอบมาเอาตัวที่เพิ่งจับได้สดๆจากท่าเรือแบบนั้นเลยนะ”
“ครับ!” หลี่จ้งตอบรับแล้วจากไป
หลี่เยว่เหยาพุ่งเข้าไปทว่ากลับหยุดชะงักลงลังเลอยู่อยู่หลายวินาที จนท้ายที่สุดก็ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ทันทีหลังจากนั้นหลี่เยว่ิได้มองไปยังตู้จงเทียนอีกครั้งและกำลังจะเปิดปากพูดเพียงเพื่อที่จะพบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองนิ่งไปยังหลินเซียว ดวงตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“ขึ้นไปสำรวจ์ดำลงมาััมหาสมุทร ลงมือสามเข็มพร้อมเพรียง คืนชีพคนตายกลับคืน……”ตู้จงเทียนพึมพำกับตนเองด้วยอาการเหม่อลอยภายในแววตายังเต็มไปด้วยอาการไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
หลินเซียวเหลือบมองเขาอย่างครุ่นคิดจากนั้นจึงแย้มยิ้ม: “ศาสตราจารย์ตู้ คุณเองก็รู้วิชาฝังเข็มงั้นเหรอ?”
“ผมศึกษามาบ้าง!”ตู้จงเทียนพลันแปรเปลี่ยนไปมีท่าทีเชื่อฟังอ่อนน้อมไหนเลยท่าทีเย่อหยิ่งจองหองก่อนหน้า
การเปลี่ยนแปลงของเขาได้ทำให้ทุกคนล้วนแต่ตกตะลึง
“ฮ่าฮ่า!” หลินเซียวยกมุมปากจากนั้นจึงหันหน้าไปเอ่ยกับหลี่จ้งซาน “ร่างกายของคุณไม่มีปัญหาแล้วสองสามวันนี้อย่ากินของมัน โดยเฉพาะอาหารจำพวกปลา เข้าใจใช่ไหม?”
หางตาของหลี่เยว่ิกระตุกสองสามทีดวงตามืดหม่นลงสามส่วน
“ได้!” หลี่จ้งซานอึ้งไปในตอนแรกก่อนจะรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นหลินเซียวจึงหันไปหาหลี่เยว่เหยาแล้วแย้มยิ้ม: “คุณหนูหลี่ ขอเวลาฉันสามวันแล้วฉันจะมาที่คฤหาสน์ตระกูลหลี่เพื่อเข้าทำงานในอีกสามวัน เป็ยังไง?”
“หือ?”หลี่เยว่เหยายังคงจมอยู่ในความรู้สึกประหลาดใจอย่างมหาศาลที่พ่อของเธอหายดีจากอาการป่วยเมื่อได้ยินหลินเซียวเอ่ยเตือน เธอก็พลันจดจำถึงข้อตกลงระหว่างพวกเธอได้
หากสามารถหมอเทวดาที่มีความสามารถทางการแพทย์ราวกับปาฏิหาริย์เอาไว้ได้หลี่เยว่เหยาย่อมยินดีโดยไม่ต้องสงสัย หญิงสาวพลันพยักหน้า: “หมอหลินเอาตามนั้นเลยค่ะ”
“อืม!” หลินเซียวแย้มยิ้มแล้วสาวเท้าออกเดิน หายลับไปในที่สุด
ศาสตราจารย์ตู้แม้แต่หลี่เยว่ิก็ไม่สนใจก็ได้รีบวิ่งตามหลินเซียวไป จากท่าทางที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบราวกับพบของเล่นชิ้นที่ชอบที่สุดจนไม่อาจเก็บอาการเอาไว้ได้
“พ่อ!”ตอนนี้เองที่หลี่เยว่เหยาขยับเข้าไปช้าๆ สีหน้าค่อนข้างระมัดระวัง
“หึ!”สีหน้าของหลี่จ้งซานมืดทะมึนลง เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ต้องให้ฉันตายก่อนแล้วเธอถึงจะมีความสุขงั้นเหรอ? ตลอดหนึ่งเดือนมานี่ฉันเห็นเธอกี่ครั้งกัน?”
“พ่อ ทำไมพ่อถึงพูดแบบนั้น? ฉัน……” หลี่เยว่เหยารู้สึกโศกเศร้า
ในหนึ่งเดือนนี้เธอออกไปตามหาผู้เชี่ยวชาญและหมอจำนวนมากมายเพื่อที่จะรักษาอาการป่วยของผู้เป็พ่อเธอแน่นอนว่าเธอย่อมไม่ได้ใช้เวลาอยู่ข้างหลี่จ้งซานมากเท่าใด
“หัดเรียนรู้จากพี่เธอบ้างที่บริษัทมีเื่วุ่นวายตั้งมากมาย แต่ก็ยังหาเวลาว่างมาหาฉันทุกวัน ทั้งป้อนน้ำป้อนยา แล้วดูเธอสิ แค่ก แค่ก...” หลี่จ้งซานตื่นเต้นมากเกินไปจนต้องไอออกมาอย่างรุนแรง
“พ่อ อย่าโกรธอีกเลยร่างกายเพิ่งจะดีขึ้น อย่าโกรธจนทำให้เสียสุขภาพไป น้องเองก็คงยุ่งมาก”ดวงตาของหลี่เยว่ิทอประกายระยิบระยับ
“หึ! ไม่ว่าบริษัทจะยุ่งแค่ไหนจะไม่สนใจพ่อเลยได้เหรอ?”หลี่จ้งซานโกรธจนหนวดกระดิก
หลี่เยว่เหยาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรมันเป็แบบนี้มาั้แ่เธอเด็กๆ แล้ว ไม่ว่าเธอจะทำอะไรพี่ชายของเธอก็จะเป็คนที่ได้ผลประโยชน์สุดท้ายไปเสมอ
หลี่เยว่ิที่นั่งอยู่เฉยๆอย่างเรื่อยเปื่อย กลับได้ชุบมือเปิปเพียงแค่แสร้งทำตัวน่าสงสารและกตัญญูต่อหน้าผู้เป็พ่อและมักจะเอ่ยว่าร้ายให้กับหลี่เยว่เหยาลับหลัง
บางครั้งหลี่เยว่เหยาก็สงสัยนักว่าพวกเธอเป็พี่น้องกันจริงๆ หรือไม่และถึงจะเป็แบบนั้น…… หลี่เยว่ิก็ไม่ควรจะทำตัวเลวร้ายใส่ราวกับว่าเธอเป็ศัตรูแบบนี้
“ช่างเถอะพ่อ พ่อควรจะพักผ่อนก่อนถ้าจะทำอะไรไว้รอให้ร่างกายพ่อฟื้นตัวก่อนค่อยว่ากันอีกที!”หลี่เยว่ิช่วยให้หลี่จ้งซานนอนลงอีกครั้งอย่างระมัดระวังและเอ่ยเสียงนุ่ม
หลี่จ้งซานที่ร่างกายอ่อนแอไม่คิดที่จะเอ่ยพูดอะไรอีก เขาปิดเปลือกตาและนิ่งไป
หลี่เยว่ิยืนขึ้นก่อนจะมองไปยังผู้เป็น้องสาวมุมปากยกโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความนัยก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน:“เม่ยเหม่ย ออกไปคุยกันข้างนอกเถอะ ฉันอยากจะถามอะไรเธอสักหน่อย”
หลี่เยว่เหยามองไปยังผู้เป็พ่อเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพ้นขีดอันตรายแล้วจริงๆจึงเดินตามหลี่เยว่ิออกไปนอกห้องนอนเบาๆ และลงไปยังห้องนั่งเล่น
“เหอะ!”
ทันใดนั้นหลี่เยว่ิที่ยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นก็เค้นเสียงหนักหน่วงออกมาก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมืดหม่น:“หลี่เยว่เหยา เธอไปหาเ้าเด็กนั่นมาจากที่ไหน? ถ้าปล่อยให้เ้านั่นรักษาแล้วพ่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา(1)จะทำยังไง?”
“พี่ พี่หมายความว่ายังไง? ไม่ใช่ว่าพ่อหายแล้วเหรอ? หมอหลินที่ฉันเชิญมาช่วยชีวิตพ่อได้ภายในสามเข็ม พี่ยังจะพูดอะไรอีก?”
“เหอะ เหอะ! ทั้งหมดนั่นมันหลอกลวงทั้งนั้นใครจะไปรู้ว่าเ้านั่นใช้วิธีการน่ากลัวอะไรทำให้เกิดแสงสายัณห์ของตะวันรอน(2)จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินสามวันรึเปล่าก็ยังไม่รู้?”หลี่เยว่ิเค้นเสียงเย้ยหยันใบหน้าเต็มไปด้วยความเ็า
ใบหน้างดงามของหลี่เยว่เหยาสั่นสะท้านเธอพูดไม่ออก: “หลี่เยว่ิ นี่พี่ยังเป็มนุษย์อยู่รึเปล่า? นี่พี่หวังให้พ่อตายรึไง?”
“ไร้สาระ!ตอนนี้ฉันกำลังสงสัยว่าเธอพาคนนอกมาทำร้ายพ่อ ฉันจะตรวจสอบตัวตนของเ้าเด็กนั่นเธอเตรียมตัวไว้เลย”หลี่เยว่ิมองน้องสาวของตนเองด้วยสายตาเย็นเยียบก่อนจะหันหลังจากไปด้วยสีหน้าเ็า
หลี่เยว่เหยาถูกทิ้งไว้คนเดียวเธอโกรธจนร่างบอบบางสั่นสะท้าน หญิงสาวกัดฟันแน่นเงียบไปพักใหญ่ก่อนที่เธอจะสงบลงอีกครั้ง
“หลี่เยว่ิพ่อจะเห็นความเป็หมาป่าตาขาวของนายไม่ช้าก็เร็ว และฉันจะรอให้ถึงวันนั้นแน่ๆ”หลี่เยว่เหยากำหมัดแน่นและพึมพำด้วยความโกรธแค้น
ตู้จงเทียนไล่ตามหลินเซียวออกไปเดินในระยะสามก้าวด้วยเพียงสองก้าว(3) เอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มฝืนๆ: “ปรมาจารย์หลิน โปรดรอสักครู่”
“อะไรล่ะ?”หลินเซียวเลิกคิ้วสูง
“ผมอยากถามอะไรคุณสักอย่างคุณไปเรียนรู้วิชาฝังเข็มสามเข็มคืนชีพมาจากที่ไหน? พอที่จะ……”
“ฉันไม่รู้ว่านายพูดถึงอะไร”หลินเซียวกลอกตา เดินผ่านอีกฝ่ายไปและมุ่งหน้าออกจากคฤหาสน์
“เอ๋? ปรมาจารย์หลิน แค่คุณยอมบอกข้อมูลผม ผมจะให้ค่าตอบแทนอย่างงามเลยนะเอ๋? คุณจะไปแล้วเหรอ?”
ตู้จงเทียนหอบหายใจหลังจากไล่ตามอยู่นานก็พบว่ามีเพียงแค่ระยะห่างจะห่างขึ้นไปมากกว่าเดิม ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของอีกฝ่ายก็หายไปจากประตูรั้วอย่างสิ้นเชิง
“เร็วเข้า! รีบขับรถตามไป!”ตู้จงเทียนะโใส่ผู้ช่วยของเขาด้วยท่าทีเลวร้ายอย่างมาก
วันนี้ ไม่ว่าจะเป็ยังไงเขาก็ต้องล้วงความลับวิชาฝังเข็มสามเข็มคืนชีพออกมาจากปากของหลินเซียวให้ได้
ในฐานะของสมาชิกตระกูลวิชาแพทย์จีนดั้งเดิมคนหนึ่งตู้จงเทียนล่วงรู้ถึงความลับของวิชาแพทย์จีนดั้งเดิมจำนวนมากเพียงแค่เห็นวิชาของหลินเซียวเขาก็พลันนึกถึงตำนานที่เก่าแก่เนิ่นนานตำนานหนึ่งขึ้นมา
ตำนานนั้นเล่าขานว่าวิชาแพทย์จีนนั้นแต่ต้นกำเนิดมาจากร้อยสมุนไพรเฉินหนง(4)สืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่นสุดท้ายแล้วปัจจุบัน ไม่มีใครรู้ว่าวิชาแพทย์วิเศษเ่าั้สูญหายไปมากมายเท่าไหร่
สิ่งเดียวที่ยังคงวนเวียนอยู่ในโลกคงเป็ตำราที่มีชื่อแปลกประหลาด ‘ยาสมุนไพรเฉินหนง’
ทว่าไม่เคยมีใครได้เห็นเล่มจริงของตำราเล่มนี้เพียงล่วงรู้ว่ามันบันทึกวิชาแพทย์ที่ะเืโลกเอาไว้ ซึ่งมันรวมวิธีถอนพิษสามเข็มคืนชีพ เอาไว้ด้วย
.
.
.
นิทานสุภาษิตจีนที่“เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 三长两短/三長兩短 (ซาน ฉาง เหลียง ตวั่น) โดย คำว่า三sān (ซาน) แปลว่า สาม 长/長chánɡ (ฉาง) แปลว่า ยาว 两/兩liǎnɡ (เหลี่ยง) แปลว่า สอง 短 duǎn (ตวั่น) แปลว่า ยาวเมื่อนำมารวมกันแปลว่า สามยาวสองสั้น หรือยาวสามสั้นสองเป็สุภาษิตที่ใช้อธิบายถึงความโชคร้าย การสูญเสียถึงขั้นเสียชีวิตการประสบกับภัยพิบัติที่อันตรายถึงชีวิต ชื่อสุภาษิตคำนี้มีที่มาหลากหลายต่างก็ว่ากันไป แต่ในบทความนี้นำเสนอที่มาของคำที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของจีนด้วย
回光反照แสงสายัณห์ของตะวันรอน อุปมาว่าสีหน้ากลับดูสดใสขึ้นก่อนที่จะตาย
三步并作两步เดินได้ในระยะสามก้าวแค่เพียงสองก้าว อุปมาว่าเดินไปทางด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
神农尝百草"(เสินหนงฉ่างไป๋เฉ่า)เสินหนงชิมพืชพันธุ์ร้อยชนิด และจากการชิมครั้งนี้เองได้เกิดตำรา 神农本草经 (เสินหนงเปิ่นเฉ่าจิง)ตำราพืชสมุนไพรของเสินหนงอันเป็แบบให้แพทย์จีนใช้กันสืบมาในตำรากล่าวถึงสรรพคุณของพืชสมุนไพรหลายชนิด ที่มีพิษ ที่ไม่มีพิษ และที่แก้พิษตอนหนึ่งว่าเอาไว้ว่า “神农尝百草,日遇七十二毒,得茶而解之"แปลความได้ว่า"เสินหนงชิมพืชร้อยชนิดได้รับพิษเข้าไปมากถึงเจ็ดสิบสองประการเมื่อชิมชาลงไปพิษทั้งหลายก็สลายหายไปสิ้น"