วิทยาศาสตร์ในโลกที่แตกต่าง

    ตอนที่ 25 ดักลาส เซอร์โนบ๊อก

    เมื่อทุกคนเห็นสัญญาณการโจมตีพวกเขาทั้ง 4 คนก็อออกมาจากที่ซ่อนตัวและสายโจมตีก็พุ่งเข้าไปหานกปีกฟ้า ส่วนชุนตงที่เป็นสายสนับสนุนก็ใช้มิราสพรแห่งไฟเพื่อเสริมการเผาไหม้ของซาโต้

     

    ตัวหยางไห่ที่ไปถึงระยะเขาก็เข้าควบคุมดินที่อยู่ใต้นกอินทรี ทำให้พวกมันกลายเป็นดินโคลนและกลุ่มดินที่กลายโคลนก็พุ่งเข้าไปหานกปีกฟ้าที่ตอนนี้กำลังจะใช้ปีกน้ำพุ่งขึ้นไปบนฟ้า...

     

    แล้วโคลนที่พุ่งขึ้นไปก็ปะทะกับตัวของนก โชคร้ายที่มันหลบเฉียงถึงโคลนจะโดนตัวนก แต่ก็ไม่สามารถล็อคตัวนกเอาไว้กับพื้นได้

     

    "ด้วยนามของข้ารับใช้แห่งพระผู้เจ้า! ขอเป็นกระบอกเสียงของพระองค์...จงฟัง! คาลอส-ลาตินพระองค์ทรงตรัสว่าเจ้าจะกระโดดสูงขึ้น!"

     

    เมื่อซีห่าวที่วิ่งเข้าไปในระยะตั้งแต่โยนคบเพลิงกล่าวจบก็มีรัศมีแผ่ออกมาจากตัวของซีห่าว และมันก็มีแสงแผ่ออกมาจากคลอสเล็กน้อยก่อนจะหายไป

     

    คาลอสที่ตามมาและไดรับบัฟก็ใช้พลังแฝงห่อหุ้มไปที่ขาแล้วกระโดดขึ้นไปหานกปีกฟ้าที่ช้าเพราะโคลนที่หยางไห่โจมตีใส่

     

    จากนั้นก็เสกแกนการสร้างข้างตัวนกปีกฟ้าที่ตอนนี้อยู่ในระยะ10เมตร ซึ่งมันเป็นแกนการสร้างที่มีสีออกฟ้าๆ และในเวลาต่อมาก็มีละอองกาฝากน้ำแข็งพุ่งออกไปใส่นกปีกฟ้า จนกระทั่งมันลอยออกจากระยะไป...

     

    และคาลอสที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ตกลงไปบนพื้นอย่างปลอดภัย พร้อมกับปีกน้ำของนกปีกฟ้าที่เริ่มกลายเป็นน้ำแข็งลามไปรอบลำตัว ซึ่งมันก็ทำให้นกตกลงมาจากฟากฟ้า

     

    คนทั้งหมดยกดเว้นเดวิดก็เดินไปดูนกว่าตายรึยัง ถ้ายังก็จะซ้ำซึ่งมันก็ทิ้งเดวิลที่ยืนงงไม่รู้จะทำอะไรดี เดวิลที่รู้สึกตัวรีบเดินตามคคนอื่นๆไป

     

    "น่าทึง!...พวกท่านทำได้ยังไงสามัคคีขนาดนี้แม้แต่คนการประลองที่ข้าเคยดูในเมืองยังไม่ดีเท่าพวกท่าน!"

     

    เดวิดพูดด้วยความตกใจถึงพลังและความอลังการจะไม่เท่าคนในเมืองอารอน แต่ในเรื่องความเป็นทีมเขาคิดว่ารุ่นพี่ในหมู่บ้านดีกว่า...

     

    "เฮ้อ…เดวิดข้าจะบอกเจ้าสักเรื่องหนึ่ง ข้างนอกนั้นไม่ได้มีแค่เมืองอารอนมันยังอาณาจักรซือโตว์และนอกอาณาจักรนี้ที่กว้างใหญ่ ซึ่งเมืองอารอนมันก็แค่เมืองระดับกลางเท่านั้น"

     

    "ถึงเราจะเก่งกว่ากว่าหมู่บ้านเล็กๆเพราะการเสี่ยงอันตรายในการมาหาเหยื่อ แต่มันก็ยังไม่สามารถเทียบได้กับคนที่เขาฝึกมาได้ แม้แต่สมาชิกของนิกายระดับกลางๆอย่างนิกายอู่หยางยังสามารถล้มพวกเราทุกคน"

     

    หยางไห่กล่าวอย่างสบายๆอย่างยอมรับในชะตากรรม เพราะเขาพึ่งกลับหมู่บ้านได้ 1 ปีหลังจากที่ออกไปผจญภัยนอกหมู่บ้าน

     

    ซึ่งมันทำเอาเดวิดกำหมัดแน่นพร้อมกับพูดเสียงดังว่า "ข้าไม่ยอมแพ้หรอก!"

     

    หยางไห่ที่เห็นเดวิดยังกระตือรือร้นเขาก็เอามือลูปหัวของเดวิดอย่างเอ็นดู ทำให้เดวิดต้องปัดมือบนหัวของเขาออกแบบทันที

     

    "ข้าไม่ใช้เด็กแล้วนะ!" เดวิดประท้วงอย่างแข็งกร้าว

     

    แต่มันไม่ได้น่ากลัวมันกลับทำให้คนในกลุ่มหัวเราะอ่อนๆแทน เดวิดที่ถูกหัวเราก็ได้ไม่พอใจทำหน้างอนๆแทน ซึ่งมันก็ทำให้เเสียงหัวเราะดังขึ้นไปอีก...

     

    หลังจากที่ทุกคนหัวเราะจนหน่ำใจพวกเขาก็หาล่าเหยื่อรายต่อไป...

     

    ไม่นานทุกคนก็เจอสัตว์ชั้นต่ำอีกตัวมันคือหมูป่าดิน ซึ่งครั้งนี้พวกเขาไม่ต้องทำอะไรมากเพราะหมูป่าตัวนี้มันโกรธง่ายแค่โยนก้อนหินใส่มันก็จะพุ่งเข้ามาหาถึงที่

     

    และทีมล่าสัตว์ก็ใช้การขว้างหินเพื่อล่อจริงๆ หลังจากนั้นหยางไห่ก็จะใช้การควบคุมดินโคลนควบคุมให้ดินที่ใต้เท้าของมันให้กลายเป็นหลุม 

     

    ซึ่งที่ในนั้นมีแกนการสร้างที่คาลอสสร้างไว้รอแล้ว ทำให้หมูป่าที่ล้มลงเพราะหลุมก็ถูกละอองน้ำแข็งเข้าปกคลุมตัวทันที บวกกับพรแห่งไฟที่ได้ดูความร้อนของตัวของหมูป่ามาทำให้หมูป่าแข็งตายไป…

     

    แต่ในขณะที่หยางไห่กำลังจะเก็บศพก็มีบางอย่างพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกับชนต้นไม้ที่อยู่ข้างๆเดวิด!

     

    เมื่อควันจางลงกลุ่มล่าสัตว์ก็เห็นรูปร่างของสิ่นนั้น มันเป็นหมาป่าสีดำสนิทสูงประมาณ 2 เมตรที่ตอนนี้มัมีพลังงานสีดำแปลกๆผุดขึ้นบนร่างกายก่อนมันจะหายไป ซึ่งการปรากฏของเจ้าพลังงานเหมือนจะทำให้เจ้าหมาป่าเจ็บได้เล็กน้อย

     

    ส่วนหยางไห่ที่อยู่ข้างๆเดวิดตอนนี้รีบคว้าไหล่ของเดวิดแล้วลากมาข้างตัวของตัวเองพร้อมกับมองไปที่หมาป่า

     

    ที่ตอนกำลังส่ายหัวจากการจนต้นไม้ 10กว่าต้นล้มลงเพราะมันพุ่งชนต้นไม้มา 10 กว่าต้นจนหักก่อนที่ตัวของมันจะหยุดขยับได้!

     

    หบังกวาดสายตาไปมองรอบตัว ซึ่งตอนนี้มีกลุ่มมนูษย์ที่อยู่รอบตัวของมัน มันก็ง้างปากเพื่อพูดใช้! คุณพลังไม่ผิดมันพูดได้ เนื่องจากสัตว์เวทที่พัฒนาจนกลายเวทมนต์จะสามารถพูดได้ผ่านการสั่นสะเทือนของเส้นเสียงที่ถูกพลังแฝงปรับแต่งจนสามารถเปล่งเสียงคล้ายๆมนุษย์

     

    "เฮ้อ...พวกมนุษย์ ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้าหนีไปซะ...เพราะตอนนี้ข้าเจ็บปวดมากและกำลังจะกลายเป็นปีศาจ ถ้าพวกเจ้า…ไม่อยากตายก็รีบหนีไปซะ!" เสียงทุ้มที่เจ็บปวดและเหนื่อย'เชิญ'ให้กลุ่มล่าสัตว์หนีไป

     

    ทำให้ทุกคนยกเว้นเดวิดจะออกตัววิ่งด้วยสีหน้าหวาดผวาขั้นสุดทันทีเมื่อได้ยินคำว่า'ปีศาจ'หลุดจากปากของหมาป่า ตัวหยางไห่ที่เห็นเดวิดไม่ขยับก็เอื่อมมือไปคว้าทันที แต่เดวิดพยายามขัดขืนพร้อมกับเปิดปากแย้ง 

     

    "ทำไมล่ะ! ทำไมพวกท่านต้องหนีด้วยหมาป่าตัวนี้ที่ไม่มีเจตนาร้าย ทำไมเราไม่ทำอย่างหนังสื่อเรื่องอัศวินมังกร ที่ช่วยมันแลกกับมันที่จะช่วยพัฒนาหมู่บ้าน!"

     

    หยางไห่ไม่สนใจคำพูดของเดวิดแล้วก็กำลังจะพูดให้เดวิดหยุดต่อต้าน แตก็มีเสียงต่ำๆดังขัดขึ้นก่อน

     

    "เจ้าหนู รู้ไหมปีศาจมันคืออะไร? มันคือสิ่งที่มีสัญชาตญาณแค่กินกับฆ่ามนุษย์เท่านั้นชิ! ข้าก็เคยเห็นแต่พวกเคร่งในพระเจ้าทำเรื่องบ้าๆ นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เห็นคนบ้าเพราะกวีที่พวกเจ้าแต่งขึ้นกันเอง..." ดูเหมือนอาการบาดเจ็บของหมาป่าจะดีขึ้น

     

    "ก็ได้! ข้าสัญญาถ้าเจ้าสามารถทำให้ข้าหายจากการกลายสภาพเป็นปีศาจได้ข้าจะติดตามเจ้า แต่การจะทำให้ข้าเป็นเหมือนเดิมนั้นมีอยู่ 4 วิธีที่หนึ่งก็คือการหามิราเคิลชั้นสูงระดับ 1 ขึ้นไปมารักษาจะเป็นประเภทไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ยิ่งระดับต่ำผลเสียจากการทำก็ยิ่งรุนแรง และข้อนี้ี่จะหายถ้าไม่สามารถหามาได้หลังจากผ่านไป 5 วัน

     

    วิธี่ที่สอง เป็นการทำเหมือนวิธีที่มนุษย์อย่างพวกเจ้าทำ มันคือใช้ยาพิษที่มีผลตรงโดยกับมิราสหรือพลังแฝงเพื่อเสี่ยงว่าข้าจะตายหรือจะหายจากการเป็นปีศาจ ซึ่งวิธีนี้ข้าไม่ยอมรับเด็ดขาด

     

    วิธีที่สาม เจ้าต้องหาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ชำระล้างบวกกับน้ำที่จะซึมซับพลังงานเข้าสู่เลือดได้แบบ 100 เปอร์เซ็น

     

    วิธีที่สุดท้าย มันง่ายๆแค่จำกัดต้นตอของกาฝากปีศาจซะ!...ข้าจะรอเจ้าอยู่ตรงนี้ 10 วัน แต่ไม่ว่าผลลัพย์จะเป็นยังไงถ้าเจ้าไม่สามารถรักษาข้าได้เจ้าเรียกคนมาจัดการกับข้าทันที!

     

    อย่างสุดท้ายเจ้าหนู เวทมนต์(พัฒนาจากสัตว์เวทชั้นสูง)ทุกตนจะไม่ใช้การเรียกแบบสัตว์อีกต่อไป แต่พวกเขาจะมีฉายากับชื่อ ฉายาของข้าคือรัตติกาลอันมืดมิดส่วนชื่อก็คือดักลาส นามสกุลก็...เซอร์โนบ๊อก" หมาป่า...ไม่สิดักลาสพูดด้วยน้ำเสียงเดียวกันในทุกคำที่เปล่างออกมายกเว้นคำพูดที่ว่า ‘จำกัดต้นตอของกาฝากปีศาจซะ'

     

    ‘ช่วงชีวิตสุดท้ายนี้ขอเล่นกับมนุษย์สักหน่อยคงน่าสนุก’ ดักลาสคิด...

     

    ครั้งนี้หลังจากดักลาสพูดจบหยางไห่ไม่รอให้เดวิดพูดอะไรอีก เอาใช้พลังแฝงยกเดวิดขึ้นจากพื้นแแล้ววิ่งหนีออกไปพร้อมกับคนอื่นๆในกลุ่ม

     

    "เฮ้ยย!!! พวกเจ้าลืมหมูป่าเอาไว้...เออขอโทษข้าพึ่งได้พูดครั้งแรกในรอบสามเดือน" ดักลาสที่เหลือบไปเห็นศพหมูป่าก็ตะโกนตือนเสียงโครตดัง ก่อนที่จะรู้ตัวจึงขอโทษอย่าง 'สุภาพ'

     

    หยางไห่ที่เอามือปิดหูเพราะเสียงเตือนก็รีบใช้มิราสบังคับให้ดินครอบหมูแล้วลอยตามหลังพวกเขามา...

     

    เห้ยพวกเจ้า! อย่าลืมมาทำอาหารเช้า เที่ยง เย็นให้ข้าด้วยล่ะข้าจะหาเหยื่อมาเองไม่ต้องห่วง" ครั้งนี้ดักลาสไม่พลาดในการปรับระดับเสียงในการตะโกนไล่หลังกลุ่มล่าสัตว์ให้พอดี...

     

    .........................................................

     

    ขณะเดียวกันฐานของหลี่จิน…

     

    "มันมีปฏิกิริยา! มิราสมีการตอบสนอง" ซูเหม่ยเห่ยพูดอย่างตกใจ

     

    ทุกคนที่นั่งรออย่างเบื่อๆก็สะดุ้งขึ้นทันทีคนที่นั่งอยู่ก็ลุกขึ้นคนที่ยืนอยู่ก็ก้าวเดิน…

     

    "เหม่ยเหม่ย! มันมีอาการยังไงเช่นไรบ้าง!" หลิยฟานที่เฝ้าดูตลอดก็ถามออกมาพร้อมกับวิ่งเข้าไปใกล้ แต่ก็ไม่ใกล้เกินไป

     

    "มันเหมือเทจิ (สิ่งที่่เกิดขึ้นจากการใช้มิราส) กำลังเปลี่ยนให้เศษไม้เป็นไฟและเข้ายึดครองไฟอันนั้นเป็นร่างกาย!" คำพูดของซูเหม่ยเหม่ยทำให้ทุกคนตื่นเต้นกับเรื่องนี้มาก

     

    ทุกคนยกเว้นหลี่จินที่ได้ยินก็เคลื่อนไหว บางคนก็เข้าไปคุยกับซูเหม่ยเหม่ย บางคนก็เข้าไปดูเทจิข้อมูลหมีกรงเล็บเพลิง ส่วนเฉินเฉินก็...

     

    "ลุงเชิน! ข้ารู้ว่าท่านกำลังเฝ้ามองพวกเราอยู่!" เฉินเฉินตะโกนดเหมือนเธอเจออะไรทำนองนี้มาเยอะ

     

    ลุงเชินที่ได้ยินชื่อตนก็วาปไปปรากฏตรงหน้าของเฉินเฉินอย่างทันที "โถ่ถถถ เฉินเฉินเจ้าจะใช้งานข้าอีกแล้วใช้หรือไม่" 

     

    ลุงเชินถามอย่างเหนื่อยใจเขาก็แค่อยากปกป้องเฉินเฉินอย่างเงียบๆ แต่เด็กคนนี้กลับใช้งานเขาเป็นประจำ…

     

    "ใช่ลุงเชิน! ท่านต้องไปเรียกท่านพ่อของข้า ไม่ก็ผู้อาวุโสจากตระกูลพร้อมกับนักประดิษฐ์ที่มีฝีมือมากที่สุดในตระกูลมาหาข้าที่นี้! เออ...เจ้าไม่ว่าอะไรใช่ไหมหลี่จิน"

     

    เฉินเฉินที่กำลัง'สั่งงาน'ลุงเชินก็หันไปถามหลี่จิน เนื่องจากหลี่จินเป็นคนค้นพบความสามารถของซูเหม่ยเหม่ยถ้าจะเอาคนอื่นมาตรวจสอบและสร้างศาสตรา(อุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมหรือเพิ่มความสามารถมิราส)มันจะเป็นการเสียมารยาท...

     

    หลี่จินที่ได้ยินคำถามก็พยักหน้า โดยไม่ได้สังเกตท่าทางที่ฟางเชิงส่งมาให้เขาปฏิเสธ

     

    "ได้สิข้าไม่ถือ แต่ฝากซื้อของหน่อยได้ไหม" 

     

    หลี่จินหันหน้าออกจากเศษไม้ไปตอบ ที่จริงเขาก็ไม่ได้ถืออะไรอยู่แล้วทั้งสถานที่ตั้งฐาน ทั้งเกียรติ ซึ่งถึงจะให้เขาสร้างศาสตราคงจะยากเพราะเขาทั้งไม่มีวัตถุดิบกับความรู้เกี่ยวกับพวกมันเลย

     

    ลุงเชินที่ได้ยินคำตอบของหลี่จินก็ถอนหายใจอีกครั้ง เขาคงต้องข้ามไปอีกหลายอาณาจักร เพื่อไปเรียกผู้นำตระกูลหรือก็คือพ่อของเฉินเฉินมาประทานแก่เธอด้วยตัวของเขาเอง...

     

    "ได้สิ...เจ้าต้องการฝากอะไรให้ข้าซื้อมาล่ะ" ลุงเชินที่ยอมรับชะตารกรรมถาม และหลี่จินก็กำลังจะตอบแต่ทันใดนั้นเฉินเฉินก็จัดขึ้นก่อน

     

    "ใช้เงินของเรานะลุงเชิน!" เฉินเฉินพูดเพราะเธอรู้ว่าหลี่จินไม่ค่อยมีเงินเท่าไหร่คงจะซื้อได้ไม่ค่อยเยอะ ซึ่งถ้าจะใช้เงินของเธอ เธอก็จะ'ยืม'ของที่หลี่จินสร้างมาดูได้...

     

    ลุงเชินที่ได้ยินก็พยักหน้าแล้วหันไปหาหลี่จินที่ตอนนี้มีสีหน้าแปลกๆ "เจ้าหนูทำไมสีหน้าเป็นยังงั้นล่ะ? ซึ้งจนหมดคำพูดเลยรึ แต่ชั่งมันก่อนรีบพูดมาได้แล้วว่าจะให้ข้าซื้ออะไรข้าจะได้รีบมารีบไป" ลุงเชินพูดด้วยความเร่งรีบ

     

    ที่จริงหลี่จินก็ซึ้งจริงๆนั้นแหละซึ้งจนรู้สึกอึดอัด'ทำไมต้องมาใส่สวะอย่างเราด้วย

     

    "อย่างแรกขอพวกแร่มี แร่ทองแดง แร่เงิน แร่ทองคำ แร่สังกาสี(ตะกั่ว) แร่ไทาเนียม….(แร่ต่างๆขี้เกรียจตั้งชื่อใหม่ นักอ่านท่านใดสนใจแนะนำก็เชิญแนะนำมาเลย)

     

    อย่างที่สองน้ำดำ(น้ำมัน)ถึงในเมืองจะมีขายแต่มันน้อยเกินไปข้าของเยอะๆ

     

    อย่างที่สามทราย...ข้าก็ขอในปริมาณมหาศาจเช่นกัน มันอยู่ไกลออกไปอีกตั้ง 2-3 เมืองทำให้มันลำบากมากเวลาข้าจะขนมา 

     

    อย่างสุดท้าย...ข้าได้ยินมาว่าที่นอกชายแดนฝั่งตะวันตกของอาณาจักรซือโตว์มีฝนน้ำเขียวกรดตกอยู่เกือบตลอดเวลา ช่วยเอาน้ำฝนนั้นมาให้ข้าด้วย" 

     

    เมื่อได้พวกมันมาหลี่จินก็จะสามารถสร้างมัน…ได้ดินปืนสมัยใหม่! สิ่งที่ตามก็คือปืนสมัยใหม่ ยานพนะสมัยใหม่ เรือรบ ฮอร์และรถถังและยังเปิดประตูสู่ยุคแห่งเทคโนโลยี!

    คล้ายกับเรื่องวิทยาศาสตร์ในโลกที่แตกต่าง ที่คุณอ่าน