วันที่สามของการตั้งโรงทานข้าวต้มหมอใหญ่คงเป็ฝีมือคุณหนูอิงอิงที่ลงมือทำเองั้แ่วันแรก ร่างบอบบางของนางอยู่ในอาภรณ์สีขาวทั้งชุดมีผ้าปิดครึ่งใบหน้าให้ผู้คนได้เห็นเพียงดวงตากลมโต กำลังตักข้าวต้มแจกจ่ายให้ผู้ที่มาเข้าแถวด้วยตัวเองในทุกๆวันไม่มีบ่นแม้ในยามนี้ใบหน้านวลที่พ้นขอบผ้าปิดหน้าจะพราวไปด้วยเหงื่อ
วันที่สามแล้วผู้ที่มาเข้าแถวดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นกว่าสองวันแรกเสียอีก เนื่องจากข่าวลือเื่ข้าวต้มที่อร่อยอย่างที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน ของผู้มาเข้าแถวในแต่ละวันต่างก็เอาไปพูดกันไม่หยุด ตอนนี้จึงมีทั้งผู้ยากไร้และผู้อยากกินมาเข้าแถวเต็มไปหมด แค่เพียงข้าวต้มธรรมดามันจะอร่อยขนาดนั้นเลยหรือ อิงอิงคิดแล้วก็อายตัวเองพอมีคนชมเข้าหน่อยก็ทำเอาเป็เอาตาย ก็มันมีความสุขที่ได้ทำ
“คุณหนูเข้าไปพักในร่มก่อนเถอะเ้าคะ ที่เหลือปล่อยให้เป็หน้าที่บ่าวนะเ้าคะ”
“ได้อย่างไรกันชูชู ให้ข้าช่วยนะดีแล้วข้าอยากทำ ข้ายังไม่เหนื่อยข้ายังไหว” แม้ว่าจะจัดให้เข้าแถวสองแถวคู่ แต่ผู้ที่เข้าแถวก็ยังยาวจนตะวันสายโด่ง คนที่รับไปแล้วก็วนมารอบใหม่ เพราะคำชมจากผู้ที่เคยกิน กล่าวถึงรสชาติของข้าวต้ม ไปปากต่อปาก แถวก็ยิ่งยาวขึ้น ทำไปทำมา แม้แต่แม่ค้าพ่อค้าในตลาดยังให้ลูกให้หลานมาเข้าแถว รอกินเข้าต้มและนำกลับไปเผื่อที่บ้านอีกด้วย ชูชูละสายตาออกจากแถวผู้มารอรับข้าวต้มหันไปมองคุณหนูของนางที่ในยามนี้ใบหน้าที่เหลือจากผ้าปิดหน้าเริ่มซีดจนไร้สีเืแม้จะยังมีรอยยิ้มส่องประกายในแววตาอย่างผู้ที่กำลังมีความสุขในสิ่งที่ทำเพียงใดก็ตาม
ชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมแปดทิศมีบุรุษอยู่สองผู้ที่คอยนั่งมองความวุ่นวายของด้านล่างที่มีลูกขุนน้ำขุนนางมาตั้งโรงทานติดต่อกันถึงสามวันยังไม่จบสิ้น บุรุษที่นั่งสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม หรูหราราคาแพงใบหน้าที่น้อยคนจะได้เห็นอยู่ภายใต้หน้ากากปีศาจ ส่วนอีกผู้อยู่ภายใต้อาภรณ์เนื้อดีสีดำจนขึ้นเงาสะท้อน ของแสงแดดภายใต้ผ้าปิดหน้าสีดำ มีเพียงั์ตาคมที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกเบื่อหน่ายออกมาไม่หยุดหย่อน ที่ต้องมายืนเฝ้าเ้านายที่แสนจะเื่มากในการกิน แต่พออยากจะออกจากวัง มากินอาหารที่โรงเตี๊ยมชื่อดัง เป็เขาที่ต้องตามเสด็จ มาแล้วอย่างไร สั่งมาจนเต็มโต๊ะ กลับเสวยอย่างละคำ แล้วที่เหลือก็ปล่อยให้ลมพัดจนแห้งคาที่ แล้วพระองค์จะนั่งให้ผู้อื่นยืนเฝ้าอีกนานหรือไม่
“ฮึ!มันจะอร่อยอะไรกันนักหนาเพียงแค่ข้าวต้ม” บุรุษภายใต้หน้ากากปีศาจ ทรงพยักหน้าให้คนในเงามืด เพียงไม่นานข้าวต้มร้อนๆก็มาวางตรงหน้า ให้ได้พิสูจน์ถึงความอร่อย จากบุรุษผู้สูงศักดิ์ที่เสวยอาหารยากที่สุดเท่าที่ได้พบเจอมา แต่ไม่รู้ว่าเอาสารอาหารที่ใด ไปหล่อเลี้ยงร่างกายถึงได้บึกบึน สมชายชาตินักรบยิ่งนัก แต่กลับกันในยามนี้ที่เพียงไม่นานข้าวต้มธรรมดา กลับลงไปนอนในท้องของผู้เป็เ้านายจนเกลี้ยงชาม
“นางเป็ใคร” “คุณหนูมู่พะยะคะ”
“มู่ไหน” “น้องสาวกระหม่อมพะยะคะมู่อิงอิง”
“น้องสาวเ้ามิใช่นางหลับมาหลายปีแล้วรึ”
“นางฟื้นตื่นได้หนึ่งปีแล้วพะยะคะ แต่ท่านแม่ให้เหล่าอาจารย์มาสอนวิชาความรู้ต่างๆที่นางไม่มีโอกาสได้เล่าเรียนเพราะอาการป่วย นางจึงพึ่งได้รับอนุญาตให้ออกจากจวนพะยะคะ”
“อืม.. มู่อิงอิงสินะ จริงสิน้องสาวเ้านางปักปิ่นหรือยังไป๋เทียน”
“ทูลท่านอ๋องน้องสาวกระหม่อมปีนี้ยี่สิบแล้วพะยะคะ ไม่ได้จัดพิธีปักปิ่นเพราะเมื่อนางสิบห้านางยังคงหลับใหลมิได้สติ แต่พอนางตื่นท่านแม่ได้ทำพิธีภายในครอบครัวให้นางแล้วพะยะค่ะ” “อืม.. ยี่สิบกำลังดี”
“ท่านอ๋องทรงตรัสว่าอย่างไรนะพะยะคะกระหม่อมได้ยินไม่ชัดเจนนัก”
“เปิ่นหวางอยากได้นาง มาคอยรับใช้เปิ่นหวางที่วังอ๋องนางทำข้าวต้มอร่อย”
“ท่านอ๋องล้อกระหม่อมเล่นแล้ว อิงอิง นางเป็คุณหนูจวนราชครูคงไม่เหมาะไปเป็บ่าวหญิงในวังพะยะคะ” อ๋องสามปรายพระเนตรแหลมคม มององครักษ์คู่ใจ ที่ร่วมเรียนเขียนอ่านมาด้วยกันจนนับเป็สหายสนิท อย่างไม่พอพระทัย
“เปิ่นหวางไม่ได้ถามความเห็นเ้าไป๋เทียน เ้าก็เป็คุณชายใหญ่จวนราชครูแล้วเหตุใดมาเป็องครักษ์ให้เปิ่นหวางเล่า มิรู้ละเปิ่นหวางยากได้นางมาคอยรับใช้เปิ่นหวางที่วัง”
“กระหม่อมมาเป็องครักษ์มิใช่คนแถวนี้บังคับมาหรือพะยะคะ แต่ท่านอ๋องน้องสาวกระหม่อมร่างกายอ่อนแอ ท่านอ๋องทรงมองไปทางโน้นอีกครั้งสิพะยะคะ” อ๋องสามหันมองตามจึงได้เห็นสาวใช้ของคุณหนูมู่ มีสีหน้าตกอกใ รีบโบกพัดให้เ้านายเป็การใหญ่
“เร็วเข้าคุณหนูเป็ลม รีบมาพาคุณหนูกลับจวน แล้วเรียกหมอเร็วเข้า” เกิดเหตุวุ่นวายเมื่ออิงอิงอยู่ๆก็หน้ามืดเป็ลมล้มพับไป แต่อย่าสงสัยว่าทำไมพี่ชายอย่างไป๋เทียนถึงได้แต่ยืนมองน้องสาวเป็ลมโดยไม่เข้าไปช่วยเหลือเพราะเขาอยู่ใน่ปฏิบัติหน้าที่ ซ้ำน้องสาวยังมีผู้ติดตามร่วมสิบไม่มีเขาน้องสาวก็มีคนคอยดูแลอยู่แล้ว แต่ในระหว่างที่เขาปลีกตัวไปช่วย หากท่านอ๋องเกิดอันตรายอย่าว่าแต่เขาเลยตระกูลมู่เก้าชั่วโคตรคงมิมีหัวไว้เกิดใหม่อีกครั้งเป็แน่
“อ่อนแอเพียงนี้เหตุใดท่านราชครูถึงปล่อยนางออกมาตากแดด ตากลมอีก”
“ทูลท่านอ๋องกระหม่อมมิได้กลับจวนมาหลายวันแล้วพะยะคะ” อ๋องสามปรายหางตามองหน้าองครักษ์อีกครั้ง มองแล้วก็มองอีก แต่ก็มิได้พูดสิ่งใด ก่อนที่จะลุกสะบัดแขวนเสื้อกลับวังไปในที่สุด
วังอ๋องสามภายในห้องทรงงาน จ้าวหลงเสวี่ยภายใต้หน้ากากปีศาจ ที่ผู้คนต่างขนาดนามว่าอ๋องปีศาจ ที่ไม่มีผู้ใดอยากยุ่งด้วยรองจากฮ่องเต้ ถ้ายังอยากมีชีวิตที่ดีควรหลีกให้ไกลอ๋องสามผู้นี้ ถึงจะเป็เพียงโอรส แต่ก็เป็พระราชนัดดาพระองค์เดียวที่ได้ป้ายหน่วยองครักษ์เงาปีศาจดำฝีมือดี ที่คนภายนอก ยากที่จะรู้ถึงตัวตนที่มีอยู่ ว่ามากมายเพียงใด ที่สืบทอดมารุ่นสู่รุ่นจากอดีตฮ่องเต้หลายพระองค์ ั้แ่พระปัยกา (ปู่ทวด) ทรงมอบให้ พระอัยกา (ท่านปู่) ที่ทรงรักองค์ชายสามมากนั้นเอง
ส่วนหลานชายคนโตก็เป็เสด็จปู่ที่ทรงเลือกให้เป็ไท่จือ ซึ่งเสด็จพ่อก็ให้สมควรมิต่างกัน หาได้คิดว่าองค์ชายสามที่มีอำนาจมืดในมือจะก่อฏแต่อย่างใด เนื่องด้วยทรงทราบถึงความรักของสองพี่น้องร่วมอุทรเดียวกันเป็อย่างดี
หลงเสวี่ยกำลังคุ้นคิดหาวิธีเอาตัวมู่อิงอิงมาเป็แม่ครัวในวังอ๋อง แต่ดูท่าจะไม่ง่าย คนบางคนก็หวงน้องสาว จนออกนอกหน้า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงราชครูมู่ซูเค่อ ที่คอยสอนหนังสือพระองค์มาั้แ่จำความได้ และยังเป็ผู้สอนวิชาความรู้องค์ชายองค์หญิงมาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น เส้นใหญ่อย่าบอกใคร ไหนจะเป็สหายสนิทกับเสด็จพ่ออีก แต่ข้าจะเอาใครก็อย่าคิดห้าม วังอ๋องสามต้องได้แม่ครัวนามมู่อิงอิงแน่
****